ตูม—!!!
แรงกระแทกจากการพุ่งเข้าชนด้วยพละกำลังมหาศาลของการ์เลนอสระดับ Beta ทำให้พื้นถนนคอนกรีตเก่าแก่ยุบตัวแตกสลายลงไปลึกหลายเมตร ราวกับถูกค้อนั์ของเทพเ้าทุบลงมาจากสรวง์ เศษหินปูนและฝุ่นควันละอองลอยคว้างนิ่งสนิทอยู่ในอากาศชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแรงลมหมุนวนมหาศาลดูดกลืนกระชากกลับลงสู่ศูนย์กลางของหลุมะเิทันที ราวกับว่ามีแรงโน้มถ่วงที่ผิดปกติพึ่งจะถูกสร้างขึ้นมา
“หลบเร็ว!!”
เสียงใสของหญิงสาวเรือนผมสีเงินอมม่วงตวาดสั่งสั้น กระชับ และเต็มไปด้วยความเฉียบขาด
ร่างกายของเธอขยับเขยื้อนเพียงครึ่งจังหวะอย่างพริ้วไหว—ทว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก มันราวกับว่ามิติตรงหน้าและโลกทั้งใบถูกดึงหลบไปจากตำแหน่งพิกัดเดิมด้วยเทคโนโลยีบางอย่าง
ตูมมมม!!
เงาร่างมหึมาทมิฬสนิทของการ์เลนอสระดับ Beta ทุบกระแทกวงแขนเกราะกระดูกลงผิดตำแหน่งอย่างจัง เศษพื้นคอนกรีตะเิกระจายตัวออกเป็วงกว้าง แรงอัดอากาศบดขยี้กำแพงอาคารร้างด้านข้างจนแหลกสลายกลายเป็ละอองฝุ่นในพริบตา
รินในชุดเกราะลีซิลนอสะโม้วนตัวถอยฉากหลังหลบหนีออกมาแทบไม่ทันท่วงที เสียงหัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวระทึกเสียงดังตึกตักสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทอย่างน่ากลัว
“มัน...มันเร็วเกินไปแล้ว...” เด็กสาวสบถพึมพำอย่างยากลำบาก
ทันใดนั้นเอง ดวงตาสีฟ้าครามดวงใหญ่ลึกลับที่อยู่กึ่งกลางแผ่นอกของการ์เลนอส Beta ค่อยๆ ขยับหมุนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะล็อกเป้าหมายสายตาจับจ้องตรงมาที่ร่างเกราะสีชาดของรินในทันที
มันไม่ใช่แค่การมองเห็นตามปกติ...แต่รินรู้สึกได้ว่าดวงตาข้างนั้นกำลังอ่านและวิเคราะห์ตัวตนของเธออยู่
ชีพจร สัญญาณความร้อน เส้นเื การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และขีดจำกัดของพลังงาน—ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวรินถูกถอดรหัสจับภาพสแกนเข้าไปในมุมมองระบบล่าของมันทั้งหมด
“มันกำลังล็อกชีวะสัญญาณของแกอยู่...” หญิงสาวผมเงินเอ่ยเสียงต่ำพลางเคลื่อนไหวตัว “อย่าหยุดนิ่งเด็ดขาด! ขยับร่างกายไว้!”
สิ้นคำเตือน หญิงสาวผมเงินคนเดิมยกปืนไรเฟิลจู่โจมขนาดั์สีดำทมิฬขึ้นประทับบ่าอย่างรวดเร็วและมั่นคง
ปัง!
ะุพลังงานความถี่สูงอานุภาพทำลายล้างระดับฉีกเกราะรถถังพุ่งทะยานออกจากปากกระบอกปืนตรงเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์ทันที ทว่าในครั้งนี้...ผลลัพธ์กลับไม่ได้ง่ายดายเหมือนก่อนหน้านี้
เปรี้ยง—!
มวลอากาศเบื้องหน้าของการ์เลนอสระดับ Beta พลันเกิดการบิดตัวบิดเบี้ยวขึ้นกลางอากาศธาตุจนเกิดแสงสว่างวาบคล้ายสายฟ้าสีฟ้า คล้ายกับผิวของชั้นบรรยากาศถูกฉีกกระชาก ส่งผลให้วิถีะุพลังงานความถี่สูงถูกเบี่ยงเบนหักเหออกไปทางด้านข้างอย่างกระจัดกระจายไร้ทิศทาง
รินเบิกตากว้างอ้าปากค้างภายใต้หน้ากากเกราะ “มัน...มันปัดะุแรงดันสูงได้ด้วยเหรอ?!”
“ไม่ใช่การปัด...” หญิงสาวผมเงินหรี่ดวงตาสีม่วงลงจนแคบ “มันบิดเบือนสนามพลังงานรอบแกนกลางชีวิตเพื่อสร้างเกราะกำบังต่างมิติขึ้นมา...ไม่แปลกใจเลย…”
หญิงสาวผมเงินลอบผ่อนลมหายใจสั้นๆ ออกมาคราหนึ่ง สมองอันอัจฉริยะกำลังคำนวณและประมวลผลกลยุทธ์ต่อสู้อย่างรวดเร็ว “การ์เลนอสระดับ Beta...เริ่มใช้กฎของสนามพลังงานมิติขวางกั้นได้แล้วสินะ”
เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและทรงพลังของการ์เลนอสั์ดังขึ้นอีกครั้ง
ตึง...ตึง...ตึง...
มันเริ่มก้าวเท้าเดินอย่างย่ามใจ ทว่าทุกๆ ย่างก้าวที่ฝ่าเท้าตะกุยปูนกลับส่งแรงกดดันมหาศาลจนพื้นถนนสั่นะเื เลื่อนลั่น ราวกับมีมวลน้ำหนักจากมิติอื่นทับถมลงมา
โรเชลล์ที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่หลังซากกำแพงคอนกรีต มือเรียวเล็กสั่นเทาจนแทบไม่มีแรงหยิบจับอะไร “นี่มัน... สัตว์ประหลาดระดับภัยพิบัติอะไรกันแน่...”
รินขบกรามแน่นจนเจ็บ กัดฟันยกดาบเพลิงสีชาดขึ้นตั้งการ์ดสู้ตรงหน้าอีกครั้ง ทว่าในเวลานี้ เปลวไฟสีส้มแดงที่ควรจะโหมกระหน่ำกลับเริ่มสั่นไหวและริบหรี่ผิดจังหวะเนื่องจากความตื่นตระหนกของตัวเธอเอง
“ฉัน...ฉันต้องสู้...จะยอมแพ้ตรงนี้ไม่ได้...”
ทว่ายังไม่ทันที่เด็กสาวผมแดงจะได้ก้าวเท้าเดินหน้า—
พรึ่บ!
ร่างมหึมาขนาดเกือบสี่เมตรของการ์เลนอสระดับ Beta พลันเลือนหายวับไปจากกรอบสายตาของเธอเฉยๆ
“ซ้ายมือแก!!” เสียงหวานเฉียบของหญิงสาวผมเงินะโเตือนลั่น
รินสะดุ้งสุดตัว เอี้ยวตัวหันกลับไปตั้งรับแทบไม่ทันการณ์
ตูม——!!!
กรงเล็บั์ที่เคลือบหนาไปด้วยเกราะกระดูกสีดำสนิทกวาดวาดเข้ามาปะทะอย่างรุนแรงปานรถไฟหุ้มเกราะพุ่งชน ร่างของรินในชุดเกราะลีซิลนอสถูกแรงกระแทกอันมหาศาลส่งผลให้ลอยละลิ่วกระเด็นไปชนกระแทกเข้ากับกำแพงตึกร้างซ้ำสอง รอยแตกร้าวบนเนื้อปูนขยายตัวออกเป็วงกว้างทันที
“อั่ก...!!”
หยาดเืสีแดงสดซึมไหลออกมาจากมุมฝีปากใต้หน้ากากชุดเกราะรบ พลังโจมตีของมันไม่ใช่แค่หนักหน่วงทางกายภาพธรรมดา... แต่มันแฝงไปด้วยคลื่นมิติที่สามารถทะลุทะลวงผ่านโครงสร้างพลังงานเกราะ ของเธอเข้ามาทำลายล้างอวัยวะภายในร่างกายได้โดยตรง
“บอกแล้วไงว่าอย่าฝืนใช้พลังแบบสะเปะสะปะไร้ทิศทาง” หญิงสาวผมเงินเอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี “ความสับสนในใจของแกกำลังแผดเผาตัวตนของแกเองจากข้างใน”
รินใช้ดาบเพลิงยันกายพยายามจะลุกขึ้นยืน ทว่าสองมือของเธอกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ “แล้ว... แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ...!”
ทว่าไม่มีเสียงเอ่ยปากตอบคำถามใดๆ จากเ้าหน้าที่สาวผมเงิน มีเพียงเสียงกลไกอาวุธปืนที่แผดเสียงดังขึ้นมาแทนคำตอบคำรบสอง
ปัง! ปัง! ปัง!
ปลอกะุไรเฟิลั์ดีดตัวกระเด็น ะุพลังงานสูงสามนัดพุ่งเรียงแถวหน้ากระดานออกไปอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
ทว่าในครั้งนี้...หญิงสาวผมเงินกลับไม่ได้เล็งเป้าหมายไปที่ตัวของการ์เลนอสระดับ Beta เลยแม้แต่น้อย แต่จุดตกของวิถีะุทั้งหมดกลับถูกกำหนดให้ไปยังพื้นที่ว่างเปล่ารอบๆ ตัวของอสูรกายตัวนั้น
และทันใดนั้นเอง—กระแสอากาศและมวลสารบริเวณด้านข้างของ Class Beta เกิดการบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างรุนแรง ราวกับมีวงแหวนสูญญากาศขนาดั์กำลังบีบเค้นพื้นที่ตรงนั้นจนเกิดแรงกระชากช่องเปิด เล็กๆ ขึ้นมา
ร่างมหึมาของการ์เลนอสระดับ Beta ชะงักงันงงงวยไปครึ่งเสี้ยววินาทีเนื่องจากแรงดึงรั้งของมิติ
“ช่องว่างมิติ...คุณเปิดมันเหรอ?” รินพึมพำด้วยความอึ้ง
“แค่เศษเสี้ยวของรอยร้าวเท่านั้น” หญิงสาวผมเงินตอบโดยไม่หันมามอง “แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้มันเสียจังหวะและะเิเกราะป้องกันมิติไปได้หนึ่งครั้ง...และนั่นคือโอกาสเดียวของแก!”
และนั่นคือโอกาสเดียว...โอกาสสุดท้าย รินใช้อุ้งมือเกราะกระชับด้ามดาบเพลิงในมือแน่นเข้าหากันจนเกิดเสียงเหล็กกล้าบดขยี้ ทว่าก่อนที่เธอจะได้สปริงข้อเท้าขยับร่างกายออกไป—
เสียงกระซิบอันลึกลับ ทุ้มต่ำ และดุดันพิลึกพลันดังก้องสะท้อนขึ้นมาในส่วนลึกของหัวสมองของเธออีกครั้ง มันไม่ใช่สุ้มเสียงจากสิ่งแวดล้อมภายนอก...แต่เป็กระแสจิตที่ปะทุออกมาจากดวงจิตข้างในตราประทับตรงตำแหน่งหัวใจของเธอเอง
ร้อน......พลังเพลิงแค่นี้...มันยังไม่เพียงพอ......จงเปิดใจรับ...แล้วเผาไหม้ ทุกสรรพสิ่งให้ถึงที่สุดเสียสิ ลีซิลนอส...
สิ้นเสียงกระตุ้นจากดวงจิตภายใน เปลวไฟสีส้มแดงที่เคยริบหรี่รอบเรือนร่างของเด็กสาวพลันเกิดการสั่นไหวและปะทุะเิออกมารุนแรงผิดปกติ ลวดลายสลักพลังงานสายลาวาบนชุดเกราะหนาสีแดงดำเริ่มส่องแสงสว่างเจิดจ้า ร้อนแรง ทะลุขีดจำกัดเดิมไปหลายเท่าตัว
“ริน!” โรเชลล์ตวาดะโลั่นออกมาด้วยความใกลัวสุดขีด “ร่างกายนาย...พลังงานของนาย...มันกำลังจะะเิแล้ว!”
หญิงสาวผมเงินรีบตวัดสายตาหันกลับมามองตามเสียงทันที และในวินาทีนั้น สีหน้าเรียบนิ่งดุจน้ำแข็งของเ้าหน้าที่สาวผมเงินแปรเปลี่ยนแสดงความประหลาดใจออกมาเป็ครั้งแรก
“...อย่าบอกนะว่า...รูปแบบวีโอเฟลมของเธอคือ เฟเน็กซ์ ร่างสถิตนกเพลิงงั้นเหรอ”
รินเงยหน้าขึ้นมองสบสายตากับสัตว์ร้ายเบื้องหน้า ดวงตาสีแดงทองภายใต้หน้ากากสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นและดุดันปานอสูรร้าย
“ฉันไม่รู้...ฉันไม่เข้าใจเื่บ้าบออะไรทั้งนั้นแหละ...แต่ถ้าไอ้สิ่งมีชีวิตเฮงซวยตรงหน้านี้มันคิดจะฆ่าทุกคนที่ฉันอยากปกป้องล่ะก็...!”
ตูมมมมมมมมม——!!!
เปลววินาศภัยเพลิงระดับลาวาูเาไฟะเิพวยพุ่งออกจากเรือนร่างของเด็กสาวผมแดงอย่างบ้าคลั่ง แสงสีส้มแดงทองอันเจิดจ้าปานดวงอาทิตย์อุทัยพุ่งทะลุทะลวงออกจากพันธนาการของเกราะรบ ราวกับแผงเพลิงสุริยันดวงใหม่กำลังถูกปลดปล่อยลงมาสู่โลกมนุษย์
อุณหภูมิรอบชั้นบรรยากาศของเขตตรอกอุตสาหกรรมร้างพุ่งทะยานสูงขึ้นหลายร้อยองศาในพริบตาเดียว จนพื้นผิวถนนคอนกรีตเก่าเริ่มหลอมละลายกลายเป็ของเหลวหนืด มวลอากาศรอบด้านบิดตัวเป็คลื่นความร้อนหนาแน่น
และที่บริเวณทางด้านหลังของริน...เงาพลังงานเพลิงมหาศาลเริ่มควบแน่นก่อร่างสร้างตัวขยายขนาดใหญ่โตขึ้น จนกลายเป็รูปทรงของ “วิหกเพลิงฟีนิกซ์” ขนาดมหึมาสยายปีกกว้างค้ำฟ้า
มันกางปีกเพลิงสยายออกปกคลุมร่างของรินไว้ พร้อมกับอ้าปากแผดแตรแผดกรีดร้องคำรามก้องออกมาโดยไร้ซึ่งเสียงสะท้อนทางกายภาพ ทว่ามันกลับสั่นประสาทจิติญญาของสิ่งมีชีวิตทุกตัวในพื้นที่
ฟรึ่บบบบบบบบ——!!!
แรงดันและความร้อนระดับล้างโลกควบแน่นะเิออกไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้อสูรกายการ์เลนอสระดับ Beta ผู้ยืนหยัดเป็าาถึงกับต้องชะงักงันถอยหลังก้าวไปหนึ่งก้าวด้วยความหวาดหวั่นเป็ครั้งแรก ดวงตาสีฟ้าครามขนาดั์กลางอกของมันสั่นระริกขยับไปมาอย่างบ้าคลั่ง
สัญชาตญาณสัตว์ร้ายในตัวมันกำลังร้องเตือนและรับรู้ได้ ถึงภัยอันตรายขั้นสูงสุด...ว่าสิ่งมีชีวิตในเกราะสีชาดที่กำลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเวลานี้...ไม่ใช่แค่มนุษย์เดินดินธรรมดา...อีกต่อไปแล้ว
“ดีมาก...” หญิงสาวลอบพึมพำออกมาเบาๆ ในลำคอพลางยกยิ้มพึงพอใจ “เริ่มเข้าสู่สภาวะ EW (Evolution Awakening) ได้ด้วยตัวเองเต็มที่แล้วสินะ”
รินค่อยๆ ยกดาบเพลิงั์ลีซิลนอสขึ้นมาตรงหน้าอย่างเชื่องช้า มั่นคง และทรงพลัง เปลวไฟและพลังงานลาวาทั้งหมดรอบอาณาบริเวณพลันไหลบ่าควบแน่นรวมตัวกันเป็แนวเส้นตรงเดียวกันที่คมดาบเล่มนั้นจนกลายเป็สีแดงชาดบริสุทธิ์
“งั้น...ฉันจะไม่ยอมแพ้ และไม่ยอมตายที่นี่เด็ดขาด”
สิ้นเสียงประกาศกร้าว ร่างเกราะแดงในสภาวะนกเพลิงฟีนิกซ์พุ่งทะยานร่างออกไปข้างหน้าดุจดาวตกสีเื และในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น การ์เลนอสระดับ Beta ก็รวบรวมพลังงานต่างมิติทั้งหมดแผดเสียงคำรามพุ่งสวนกลับเข้ามาปะทะเช่นเดียวกัน!
การเข้าปะทะหักล้างกันระหว่าง “คลื่นพลังล่าต่างมิติ” กับ “มหาเพลิงฟีนิกซ์กู้โลก”...กำลังจะะเิเปิดฉากเริ่มต้นขึ้นใจกลางสมรภูมิรบอันร้อนแรงที่กำลังแผดเผาละลายไปทั้งเมืองนับต่อจากนี้!
เปรี้ยง—!!!
มวลอากาศระหว่างทั้งสองฝ่ายปะทะกันจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายวงกว้าง กรงเล็บกระดูกหุ้มเกราะมิติของการ์เลนอส Beta ตวัดฟาดลงมาหมายจะบดขยี้ร่างของเด็กสาวให้แหลกคาที่ ทว่าในสภาวะ EW ทัศนียภาพรอบตัวรินกลับช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเอี้ยวตัวหลบวิถีกรงเล็บอันรุนแรงนั้นได้อย่างพริ้วไหวเหนือขีดจำกัดมนุษย์ แสงเพลิงฟีนิกซ์ที่พวยพุ่งรอบกายช่วยผลักดันความเร็วของเธอให้ทะยานเข้าสู่วงในของอสูรกายในเสี้ยววินาที
เป้าหมายเดียวในสายตาของเธอตอนนี้คือดวงตาสีฟ้าครามขนาดั์กึ่งกลางหน้าอก...แกนกลางชีวิตของอสูรกายระดับ Beta!
“ย่าห์—!!!”
รินแผดเสียงคำรามลั่น สองมือกระชับด้ามดาบเพลิงลีซิลนอสแน่น ก่อนจะแทงดาบพุ่งตรงออกไปข้างหน้าด้วยพละกำลังและเจตจำนงทั้งหมดที่มี
ฉึก—!!!
คมดาบเพลิงสีชาดที่อัดแน่นไปด้วยความร้อนระดับลาวาหลอมละลาย แทงทะลวงฝ่าชั้นสนามพลังมิติและเกราะกระดูกหนาเตอะ จมลึกเข้าสู่จุดกึ่งกลางดวงตาสีฟ้าซึ่งเป็แกนกลางชีวิตของการ์เลนอสระดับ Beta อย่างแม่นยำและรุนแรงะเืถึงจิติญญา
“โฮร๊กกกก—!!!”
อสูรกายั์แผดเสียงร้องคำรามโหยหวนด้วยความเ็ปเจียนตาย ร่างมหึมาของมันสั่นระริกขยับเขยื้อนอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะยกกรงเล็บขึ้นมาฉีกกระชากร่างของเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า ทว่าเพลิงฟีนิกซ์ที่ลุกโชนจากใบดาบได้ลุกลามเข้าไปแผดเผาทำลายระบบประสาทและอวัยวะภายในของมันจนหมดสิ้น จนมันไม่อาจขยับเขยื้อนเข่นฆ่าใครได้อีกต่อไป
ดวงตาสีแดงทองภายใต้หน้ากากเกราะของรินส่องประกายวาบดุดัน อักขระโบราณบนใบดาบเรืองแสงสว่างจ้าถึงขีดสุดเมื่อเธอปลดปล่อยพลังงานเฮือกสุดท้ายเพื่อปิดฉากสมรภูมิ
“จงมอดไหม้ไปซะ...! ฮีทเอนด์ (Heat End)!!!”
สิ้นเสียงประกาศกร้าว เพลิงวินาศภัยระดับมหาศาลที่ถูกอัดอั้นอยู่ภายในแกนกลางชีวิตของการ์เลนอสะเิปะทุออกมาราวกับดาวฤกษ์ดับแสง
ตูมมมมมมมมมมมมมมมม—!!!!!
แรงะเิของท่าไม้ตายสูงสุดส่งลำแสงและคลื่นความร้อนสีส้มแดงทองพวยพุ่งฉีกกระชากชั้นบรรยากาศทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน รัศมีทำลายล้างแผ่กระจายปัดเป่าเศษหิน ซากปูน และความมืดมิดรอบบริเวณจนราบเป็หน้ากลอง ร่างขนาดั์เกือบสี่เมตรของการ์เลนอสระดับ Beta ถูกมหาเพลิงผลาญทำลาย แตกสลายกลายเป็เศษละอองและจลน์เถ้าถ่านสีดำปลิวว่อนหายไปในอากาศธาตุในพริบตา โดยไม่เหลือแม้แต่หยดเืหรือเศษเนื้อหนังหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้อีกเลย...
ความเงียบสงัดและเปลวไฟสลัวควันโขมงเข้าปกคลุมตรอกอุตสาหกรรมร้างอีกครั้ง พร้อมกับร่างเกราะสีชาดที่ค่อยๆ ทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างหมดแรง
[จบตอนที่ 5 — ฮีทเอนด์]