THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 38 การแข่งขันรอบที่สอง (ตอนต้น)

                ‘กระบวนการอัปเกรดดาบเสร็จสิ้น  ผู้เล่นเควินได้รับ  ดาบมังกรเพลิงค่ะ’

                เนื่องจากดาบมังกรเพลิงยังเป็นดาบที่ไม่สมบูรณ์   จึงส่งผลให้ไม่สามารถแสดงรูปแบบดาบทั้ง 4ได้ครบ  และรูปแบบปัจจุบันก็เป็นเพียงรูปแบบที่1 เท่านั้น  ดังนั้นผู้เล่นเควินจำเป็นต้องสะสมค่าประสบการณ์เพื่อเพิ่มดาบรูปแบบที่2  3 และ  4  เข้ามาตามลำดับ   ดาบมังกรเพลิงจึงจะสมบูรณ์แบบค่ะ

                ค่าประสบการณ์สะสมของดาบมังกรเพลิง   520,020 / 15,000,000  จุด ขาดอีก 14,479,980 ผู้เล่นเควินจะได้รับดาบมังกรเพลิงรูปแบบที่ 2 ค่ะ

                ผู้เล่นเควินได้รับทักษะมังกรเพลิงพ่นไฟค่ะ

                เนื่องจากทักษะมังกรเพลิงพ่นไฟ  เป็นทักษะติดตัวดาบ ดังนั้นจำเป็นต้องใช้ควบคู่กับดาบมังกรเพลิง  รูปแบบที่ 1 เท่านั้น

                ผู้เล่นเควินสังหารผู้อาวุโสผีดิบทั้งสามสำเร็จ  ซึ่งครบตามเงื่อนไข  ได้รับชิ้นส่วนกุญแจหอคอยนักปราชญ์ค่ะ’

                   

                    รายละเอียดที่ระบบแจ้งหลังจากที่ดาบอัพเกรดเสร็จ  เป็นข้อมูลอะไรที่ชวนให้ผมมึนมากที่สุด เพราะดูเหมือนว่าแม้ดาบจะพัฒนาแล้วแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ  และผมก็จำเป็นต้องเก็บค่าประสบการณ์ให้มันอีก   เพื่อจะทำให้มันสมบูรณ์ในที่สุด  ส่วนไอเทมพิเศษที่ได้รับนอกเหนือจากการดร็อปปกตินั้น  ผมคิดว่าค่อยหาโอกาสศึกษาก็แล้วกัน

                    “ผู้เป็นนายของข้า   ท่านมีนามว่ากระไร”

                    ดาบมังกรเพลิงส่งเสียงมาให้ผมอีกครั้ง   ก่อนจะลอยกลับมาอยู่ในมือผมดังเดิม  ยังความแปลกใจมาให้ผมเป็นอย่างมาก  ที่การพูดจาของมันนั้นเปลี่ยนไป  ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี่มันยังด่าผมแบบน้ำไหลไฟดับอยู่เลย แล้วมาดูตอนนี้สิคำพูดของมันนอบน้อมซะจนน่าขนลุก

                    “ว่าเช่นไรนายของข้า  ท่านยังไม่ได้ตอบคำถามของข้าน้อย”

                    “เรียกข้าว่า เควิน ก็แล้วกัน”      ผมตอบกลับด้วยสำเนียงของดาบมังกรเพลิง

                    “เป็นเกียรติที่ได้รับใช้   นายท่านเควิน”    ผมถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสิ้นคำพูดของมัน ถ้าหากมันมีมือมีเท้าละก็คงจะถวายบังคมผมไปแล้วล่ะ

                    “เออ...”  ผมเริ่มพูดยากเย็นเพราะน้ำเสียงและท่วงทำนองที่เจ้าดาบนี่พูด  มันสุภาพและนิ่มนวลเกินไป  จนรู้สึกว่าลำบากใจหากจะพูดด้วยคำพูดที่ปกติ

                    “ว่าแต่เจ้าคือ...ดาบมังกรพิโรธอย่างนั้นหรือ”      ในที่สุดผมก็พูดออกมา  แถมพยายามจะดัดสำเนียงให้เหมือนมันยิ่งกว่าเดิมด้วย

                    “ถูกแล้วนายของข้า  มีอะไรอย่างนั้นหรือ”

                    “แปลกใจนิดหน่อยที่การพูดจาของเจ้าเปลี่ยนไป   และถ้ารู้ว่าอัพเกรดดาบแล้วเจ้าจะพูดน่าฟังขึ้น  ข้าไปผลาญมอนสเตอร์ระดับ 11-12 เล่นตั้งนานแล้ว”

                    “ขอบคุณในความเมตตาของนายท่าน    แต่นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ ข้าอยู่ในอารมณ์โกรธอยู่จึงได้แสดงกิริยาและคำพูดอันหยาบคายต่อนายท่าน ซึ่งเป็นเรื่องเสื่อมเสียเกียรติสำหรับมังกรสูงศักดิ์อย่างข้ายิ่งนัก  จะเป็นอะไรหรือเปล่าหากนายท่านจะอภัยให้ในความไม่รู้สาของข้าน้อย”

                    “อา..”  

                    ผมถึงกับติดอ่างไปชั่วขณะ   นี่หมายความว่าที่ผ่านมาเหตุผลที่มันทั้งด่า  ทั้งแหน็บแหนม ทั้งเสียดสีผมทั้งหมด   เป็นเพราะอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างนั้นหรอกเหรอ    ให้ตายเถอะ...หูผมคงต้องมีปัญหา   หรือไม่ก็เจ้าดาบมังกรเพลิงต้องถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักแน่ๆ

                    “ว่าแต่เจ้าโกรธเรื่องอะไร”

                    “ข้าน้อยโกรธเรื่องที่เทพธิดาแห่งจักรวาลสาปให้ข้ากลายเป็นดาบมังกรพิโรธยังไงล่ะ”     ผมยังคงสงสัยและต้องการคำอธิบายเพิ่ม ซึ่งดูเหมือนดาบมังกรเพลิงก็จะรู้เลยอธิบายต่อ

                    “ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว  ข้าได้ลอบเข้าไปในวิหารแห่งจักรวาล  ณ ที่แห่งนั้นข้าได้พบกับเทพธิดาแห่งจันทรากำลังนั่งร้องเพลงอยู่  นางเป็นอิสตรีที่งดงามมากและเสียงของนางก็ไพเราะจนข้าหลงใหล  และในที่สุดข้าก็ตกหลุมรักนาง   แต่สวรรค์ก็ช่างกลั่นแกล้งนัก  ที่ไม่ให้โอกาสข้าให้เข้าใกล้นางเลยสักครั้ง   อีกทั้งเรื่องราวที่ข้าหลงรักเทพธิดาจันทราก็ยังไปถึงหู  ของเทพธิดาแห่งจักรวาลอีก นางจึงลงโทษข้าที่บังอาจหลงรักบริวารของนาง  ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎอย่างมหันต์  นางจึงได้สาปข้าให้กลายเป็นดาบ   แต่ในขณะที่สาปนั้นข้ามีความโกรธต่อเทพธิดาแห่งจักรวาลเป็นอย่างมาก  ที่อยุติธรรมต่อเผ่าพันธุ์อื่น  จึงทำให้ข้ากลายเป็นดาบที่มีความพิโรธอยู่เสมอ  เหมือนที่ท่านได้ประสบมา”         

                    ดาบมังกรเพลิงผ่อนเสียงเบาเมื่อเรื่องราวที่เล่าจบลง   ซึ่งผมก็ได้แต่อ้าปากค้างกับเรื่องราวที่มันชวนคลื่นเหียนเรื่องนี้เป็นที่สุด   นี่มันตำนานรักน้ำเน่าหลังข่าวภาคค่ำ  ที่มีคางคกร้อยตัวขึ้นอืดอยู่เต็มหนองน้ำชัด ๆ

                    “งั้นก็แสดงว่าที่ผ่านมาเจ้าไม่ได้ชื่อมังกรพิโรธ  แต่ชื่อ มังกรเพลิงงั้นสินะ”

                    “ถูกแล้วนายท่าน  แต่ดวงวิญญาณของข้ามีเพียงแค่หนึ่งในสี่ส่วนเท่านั้น ซึ่งมันไม่สามารถแสดงอานุภาพให้เต็มที่แก่นายท่านได้  ข้าน้อยช่างเป็นสิ่งที่ไร้ค่ายิ่งนัก”     ผมสะอึกเมื่อเจอประโยคท้าย นี่ถ้ามันพูดแบบนี้ตั้งแต่ได้มาครั้งแรกนะ ผมรักเจ้าดาบนี่จนตายเลยแหละ

                    “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง  เดี๋ยวผมค่อยเก็บค่าประสบการณ์ให้  ไม่นานก็คงจะครบทั้งสี่ส่วนนั่นแหละ”   ผมปลอบใจเจ้าดาบมังกรเพลิง และดวงวิญญาณที่มันพูดถึงก็คงจะเป็นลูกแก้วสีแดงที่ฝังอยู่ในที่คั่นดาบ  และก็คงหมายถึงรูปแบบดาบที่ 2 3 และ 4 แน่นอน

                    “ขอบคุณนายท่านของข้าน้อย   ท่านช่างเปี่ยมด้วยเมตตายิ่งนัก”

                ตุบ!

                    เสียงอะไรบางอย่างหล่นลงกับพื้นหลังจากที่ดาบมังกรเพลิงพูดจบ  และทันทีที่ผมหันกลับไปตามเสียงก็พบว่า   เป็นเทลเลอร์ที่กำลังยืนทำหน้างง  ในมือนั้นถือถุงขนมที่ผมคาดว่าคงจะเอามาให้กินแน่นอน  ส่วนแก้วน้ำที่หล่นแผละอยู่ข้างล่างก็คงจะเป็นที่มาของเสียงแน่ๆ

                    “ผมพลาดอะไรไปหรือเปล่า”

    +++++++++++++++++++++

     

    ชิ้นส่วนกุญแจหอคอยนักปราชญ์

    ******************

     1 ใน 5 ส่วนของกุญแจหอคอยนักปราชญ์ 

    เมื่อสะสมครบแล้วสามารถเข้าสู่หอคอยนักปราชญ์ได้

     

                    รายละเอียดของไอเทมพิเศษที่ผมได้รับรอบหลังมีเพียงแค่นั้น  ซึ่งมันก็ไม่ได้ให้ความกระจ่างชัดเจนเท่าที่ควรเลย  และตอนนี้ผมก็นั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง  ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองเกรย์หลังจากที่กลับมาจากสุสานได้สักพัก   ณ ที่โต๊ะที่ผมนั่งอยู่นั้นนอกจากผม ผู้ติดตามทั้งสอง และเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มนี่แล้ว ก็ยังมีดราก้อนฟิช  วรรณภา  เอกอน  และเดลต้า  ที่นั่งร่วมอยู่ด้วย  ซึ่งผมบังเอิญไปเจอเข้าตอนกลับเข้าเมืองมา ส่วนแทซอนนั้นผมเห็นเดลต้าบอกว่าไปเก็บค่าประสบการณ์ให้กับเซฟอยู่

                    “ฉันขอดูหน่อยได้มั๊ย”     เป็นวรรณภาที่กล่าวออกมา ผมยื่นชิ้นส่วนที่มีลักษณะเป็นเสี้ยวหนึ่งของวงกลมให้กับเธอ  ก่อนจะนั่งเท้าคางมองดูเพื่อรอคำตอบ

                    “มีแค่นี้เองเหรอ”   เธอพูดออกมาหลังจากอ่านรายละเอียดของมันไปเพียงครู่เดียว   ก่อนจะยื่นกลับมาให้ผมดังเดิม

                    “ลองถามดร.เนวันดูสิ  ยังไงเขาก็ต้องมีข้อมูลอยู่บ้างแหละ”      ดราก้อนฟิชเสนอความเห็นขึ้น  ซึ่งมันทำให้ความคิดผมถึงกับสว่างวาบทันที

                    “นั่นสินะ  ทำไมผมคิดไม่ถึงกัน”       เร็วเท่าความคิดผมรีบเปิดหน้าต่างรายชื่อผู้ติดต่อขึ้นมาทันที  ก่อนจะจัดแจงส่งจดหมายหาดร.เนวัน   ซึ่งมันก็เพียงครู่เดียวดร.เนวันก็ตอบรับกลับมา

                    “ว่าไง...สบายดีกันทุกคนนะ”   

                    “ครับ...ยังอยู่ดี”    ผมตอบกลับไป  ก่อนจะผลักหน้าต่างโฮโลแกรมให้อยู่ในมุมที่ทุกคนบนโต๊ะมองเห็นได้ชัด

                    “การแข่งขันเป็นไงบ้าง  ผ่านกันหมดมั๊ย”

                    “ต่อให้ยากแค่ไหน  เราก็ต้องชนะแหละครับด็อกเตอร์”   เอกอนพูดขึ้นมาแทนพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่

                    “แล้วมีเรื่องอะไรหรือเปล่า  ถึงติดต่อมา”

                    “คือผมอยากถาม  รายเอียดของไอเทมชิ้นนี้น่ะครับ”     กล่าวจบผมก็ยกชิ้นส่วนกุญแจหอคอยนักปราชญ์ให้ดร.เนวันดู  ซึ่งผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นด็อกเตอร์ถึงกับมองด้วยความตกใจทันที

                    “โอ้...นี่มันชิ้นส่วนกุญแจหอคอยนักปราชญ์นี่”

                    “ใช่ครับ...แต่ว่าผมอยากรู้น่ะครับว่ามันจะเป็นยังไงหากสะสมครบ”

                    “ก็จะถูกวาร์ปไปยังหอคอยนักปราชญ์ไง”

                    “เรื่องนั้นผมรู้ครับ  แต่...”  แล้วผมก็แบะมือออกเป็นเชิงว่ายังไม่กระจ่างพอในรายละเอียดที่รู้  “มันดียังไง”

                    “นั่นสินะ....คุณไม่ได้เล่นเกมส์มานานเลยอาจจะยังไม่รู้....หอคอยนักปราชญ์คือหอคอยที่เป็นที่เก็บสะสมทักษะพิเศษทั้งหมดของเกมส์เซียเอาไว้  นั่นก็หมายความว่าหากใครที่ได้ไปถึงก็จะสามารถเรียนรู้ทักษะจากที่นั่นได้ถึง  3 ทักษะด้วยกัน”

                    “อะไรนะ!”     ทั้งผม  และคนอื่น ๆ บนโต๊ะอุทานออกมาเป็นคำคำเดียวกันราวกับว่านัดกันไว้

                    “ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ...แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครไปถึงได้ซักคนเพราะชิ้นส่วนน่ะมันหายาก”

                    “ทำไมถึงหายากล่ะครับ”     เดลต้าถามขึ้นมาด้วยความสนใจ

                    “ก็เพราะมันดรอปไม่เป็นที่น่ะสิ  และเราจะไม่ทางรู้เลยว่ามันจะดรอปจากมอนเตอร์ตัวไหน”

                    “สรุปก็คือสุ่มดร็อปสินะค่ะ”       วรรณภาให้ความเห็น

                    “ก็คงประมาณนั้น....แต่ไม่ต้องห่วงหรอก  เอาเป็นว่าหากใครต้องการจะไปที่นั่นจริง ๆ   เดี๋ยวผมให้จีเอ็มไปตรวจสอบให้ก็ได้  ว่ามีมอนสเตอร์ตัวไหนที่จะดรอปชิ้นส่วนที่ว่านี้บ้าง”

                    “ขอบคุณมากครับ”   ผมกล่าวขอบคุณก่อนจะทำหน้าเหมือนลำบากใจ  “แต่มันจะไม่เป็นการโกงหรือครับ”

                    “เฮ้ย!...ฟังนะคุณพสิฐ   พวกเราที่เป็นพนักงานของบริษัทเซียคอเปอเรชั่นน่ะ  ตราบใดที่ยังไม่สามารถเข้าเมนเฟรมหลักได้ เมื่อเข้าไปในเกมส์ก็มีค่าเท่ากับผู้เล่นคนหนึ่งนั่นแหละ  ดังนั้นสถานะของพวกเราก็ไม่ต่างจากพวกคุณเท่าไหร่นักหรอก   คิดซะว่าเป็นการบอกกล่าวจากคนที่เล่นเกมส์ด้วยก็แล้วกันนะ”

                    “ก็ได้ครับ  ถ้ามีข้อมูลว่ามอนสเตอร์ตัวไหนจะดรอป  ก็ส่งข้อมูลมาก็แล้วกันนะครับ”

                    “ตกลง...ว่าแต่ได้รับตารางแข่งขันรอบที่สองกันหรือยัง”     จู่ ๆ ดร.เนวันก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน

                    “ยังครับ”    เป็นดราก้อนฟิชที่ตอบออกมา

                    “งั้นรอสักครู่นะ”    แล้วดร.เนวันก็ผลุบหายไปจากหน้าจอ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับพิมพ์อะไรบางอย่างกับแป้นพิมพ์โปร่งแสงที่อยู่ข้างหน้า   ซึ่งสักพักก็ปรากฏจดหมายสีขาวกระพริบถี่ ๆ   อยู่ตรงหน้าของพวกเราทุกคนบนโต๊ะ

                    “ส่งให้เรียบร้อยแล้วนะ  เดี๋ยวผมต้องไปจัดการเรื่องศิลามรกตก่อน  เห็นว่าขาดไอเทมที่ใช้ประกอบอีก  5 ชิ้น เห็นทีว่าครั้งนี้ผมคงต้องลงพื้นที่เองไม่งั้นคงสำเร็จไม่ทันการแน่”   แล้วหน้าจอของดร.เนวันก็ดับไป ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่พวกผมเอื้อมมือไปแตะซองจดหมายสีขาวนั่นพอดี

     

    ตารางการแข่งขัน  ห้อง C3

    **************

     



                   

                    “แครกเกอร์”

                    ผมอุทานออกมาอย่างลืมตัว   และถึงกับขมวดคิ้วเครียดทันทีที่ไล่สายตาอ่านรายชื่อทั้งหมดจนจบ   เหตุผลเพราะห้อง  C3  ที่ผมอยู่นั้น มีแครกเกอร์ที่เป็นถึงผู้เล่นอันดับ 1  เมื่อ  7  ปีก่อนร่วมอยู่ด้วย  ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เกินคาดเอามาก ๆ      มันแทบจะทำให้ผมรู้เลยทันทีว่ารอบสุดท้ายนั้น   ถ้าหากผมผ่านเข้าไปได้จะต้องเจอกับใคร

                    “เบริงโก้งั้นเหรอ”     เดลต้าอุทานอย่างเคร่งเครียดเช่นเดียวกับผม

                    “ของผมหมานเฟิงล่ะ”     เป็นดราก้อนฟิชที่พูดต่อ   ซึ่งนั่นทำให้ผมหันมาสนใจทันที

                    “กะแล้วเชียวว่าต้องเป็นอินเซ็ปชั่น”     เอกอนพูดขึ้นมาบ้าง

                    “ส่วนของฉันกองกอย”       วรรณภาปิดท้าย   แต่ดูเธอมีสีหน้าที่ปกติกว่าคนอื่น ไม่รู้เพราะว่ามั่นใจในตัวเองหรือเพราะว่าปลงตกกับโชคชะตากันแน่  ถึงได้ไม่ค่อยตื่นตกใจกับคู่ต่อสู้ในอนาคตของเธอมากนัก    ซึ่งถ้าหากให้ผมเดาคงเป็นอย่างแรกมากกว่า 

                    “แก…”   จู่ ๆ เทลเลอร์ก็พูดเสียงลอดไรฟันอย่างโกรธๆ   เมื่อสายตาเขาไปสะดุดอยู่กับชื่อ ๆ หนึ่ง  มันคือชื่อของเพื่อนสนิทเขา  ที่จะไม่มีวันยกโทษให้เด็ดขาด

                    “เป็นอะไรเจ้าจอมทึ่ม”   ผมถามอย่างแปลกใจในท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปนั้น

                    “เปล่าครับ”     เทลเลอร์ตอบผม  ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติแล้วถามผมเป็นการกลบเกลื่อนแทน   “ว่าแต่...รอบที่สองพี่เควินเจอกับใครครับ”

                    “ผู้เล่นที่ชื่อ  คนธรรมดา”

    +++++++++++++++++

                    ในที่สุดการแข่งขันรอบที่สองในวันใหม่ก็มาถึง   และ ณ ที่โดมการแข่งขันนั้นผู้เล่นทั้งหลายที่มาจับจองที่นั่งเพื่อดูการต่อสู้อันดุเดือด ผ่านหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่ลอยเคว้งคว้างหลายสิบหน้าจอพร้อมที่จะถ่ายทอดสดนั้น  ก็ยังคงเนืองแน่นและแทบจะล้นทะลักอัศจรรย์เหมือนเมื่อวันแรก    แต่ความวุ่นวายเหล่านั้นผมกลับไม่ได้รับรู้อะไรด้วยเลย   เพราะตอนนี้ผมกำลังยืนพิงกำแพงนิ่ง ๆ   อยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่มีโต๊ะประชุมตัวใหญ่กลางห้อง  ท่ามกลางผู้เล่นอีก 15 คนที่ผ่านเข้ารอบ 2มาได้   ข้าง ๆ ผมนั้นมีเจ้าไคน์ในร่างสุนัขขนสีเทานอนหมอบอยู่   ส่วนเวียร่านั้นก็หลายเป็นกำไลสีฟ้าใสคล้องอยู่ที่แขนผมอีกครั้ง แถมตอนนี้บรรยากาศภายในห้องก็ดูอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง  เพราะแต่ละคนที่ผ่านเข้ารอบนี้มาได้  ก็ล้วนเป็นพวกหัวกะทิทั้งนั้น  เผลอ ๆ อาจมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่เป็นม้ามืดก็ได้...ใครจะไปรู้

     

                ‘ระบบขอแจ้งรายละเอียดกติการอบที่2 ให้ทราบค่ะ   โดยกติกามีทั้งหมด  3  ข้อดังนี้

                     1.   ผู้เล่นแต่ละคนจะมีคะแนนเริ่มต้น  2,000  จุด  แทนพลังชีวิต 

                     2.  ในการแข่งขันผู้เล่นสามารถใช้ยาเพิ่มพลังเวทย์และพลังออร่าได้เท่านั้น

                     3.   หากผู้เล่นฝ่ายใดมีคะแนนเป็น0 ระบบจะถือว่าท่านหมดสิทธิ์เข้ารอบต่อไปทันที

                กรุณารอสักครู่ระบบกำลังเคลื่อนย้ายผู้เข้าแข่งขัน  ไปยังมิติพิเศษเพื่อดำเนินการต่อสู้ค่ะ....’

                   

                    เสียงของระบบที่ผมรอคอยเกือบ 10นาทีดังจบลง  พร้อม ๆ กับร่างของผมที่ค่อยๆ ถูกแสงสีขาวจากเบื้องหลังดูดกลืนหายไป กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมก็มาโผล่เอา  ณ  ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งที่กว้างจนสุดลูกหูลูกตา   และที่เบื้องหน้าของผมนั้นก็เป็นร่างของผู้เล่นหญิงคนหนึ่งที่ผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร  แต่ฝีมือนั้นผมยังคงไม่แน่ใจมากนัก

                    “....”   ทั้งผมและเธอยังคงเงียบ   ไม่ได้มีใครปริปากถามอะไรกันสักประโยค แต่กลับจ้องหน้ากันราวกับพยายามจะมองลึกเข้าในใจของอีกฝ่ายว่ากำลังคิดอะไรอยู่

                    “คุณเป็นนักดาบสินะค่ะ  ดูจากบุคลิกแล้ว”       เป็นฝ่ายตรงข้ามที่ทักผมก่อน    จากนั้นก็เปิดหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมาและคว้าพัดสีเทาแบบเรียบง่ายขึ้นมาถือไว้   ทำให้ผมรู้ว่านั่นคงเป็นอาวุธของเธอ   แต่อาชีพล่ะ...

                    “ฉันมีอาชีพนางรำ...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”   ราวกับเธอรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่  จึงชิงตอบอาชีพก่อนที่ผมจะถาม

                    “เช่นกันครับ”   

                    ผมตอบได้เพียงเท่านั้น  ก็เปิดหน้าต่างเก็บไอเทมของตัวเองขึ้นมาบ้าง  ก่อนจะหยิบการ์ดใบหนึ่งขึ้นมา   การ์ดที่ซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยชื่อ  การ์ดดาบมังกรพิโรธ  หากแต่ตอนนี้ชื่อที่กำลังสะท้อนวูบอยู่ในดวงตาของผมมันกลับเป็นชื่อ  การ์ดดาบมังกรเพลิง 

                    “จงขานรับเสียงของข้า  คลายผนึก การ์ดดาบมังกรเพลิง”

                    สิ้นเสียงของผมการ์ดในมือก็หลุดลอยออกไปเบื้องหน้า  ก่อนจะเปล่งแสงสว่างจ้า  พร้อม ๆ กับปรากฏมังกรที่ลำตัวลุกท่วมไปด้วยไฟพุ่งออกมาจากการ์ด   จากนั้นก็หมุนล้อมไปมารอบการ์ดอย่างช้า ๆ   และเปลี่ยนเป็นเร็วในที่สุด  และในชั่วขณะนั้นเอง   มังกรเพลิงตัวนั้นก็พัดกระจายหายไป   กลายเป็นดาบมังกรเพลิงที่กำลังลอยอ้อยอิ่งอยู่

                    “ยินดีรับใช้นายท่านของข้าน้อย”     ทันทีที่ดาบมังกรเพลิงกล่าวจบผมก็รีบคว้ามันมาไว้ในมือทันที  ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่เสียงของระบบดังขึ้น

                ‘ประกาศ....ขอแจ้งให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม  ระบบกำลังนับถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขันรอบที่2

                            10....9....8....7....6

                            5

                            4

                            3

                            2

                            1

                            Ready!!!.....Fight!!!’

                    ทักษะเพลงดาบปัจจวชิรา       ชี้ทางมาร

                    ทักษะท่วงท่าร่ายรำจันทรา      สะบัดพัดกลางใจ

                ตูม!

     

    @@@@@@@@@@@@@@@@@@@