‘กระบวนการอัปเกรดดาบเสร็จสิ้น ผู้เล่นเควินได้รับ ดาบมังกรเพลิงค่ะ’
เนื่องจากดาบมังกรเพลิงยังเป็นดาบที่ไม่สมบูรณ์ จึงส่งผลให้ไม่สามารถแสดงรูปแบบดาบทั้ง 4ได้ครบ และรูปแบบปัจจุบันก็เป็นเพียงรูปแบบที่1 เท่านั้น ดังนั้นผู้เล่นเควินจำเป็นต้องสะสมค่าประสบการณ์เพื่อเพิ่มดาบรูปแบบที่2 3 และ 4 เข้ามาตามลำดับ ดาบมังกรเพลิงจึงจะสมบูรณ์แบบค่ะ
ค่าประสบการณ์สะสมของดาบมังกรเพลิง 520,020 / 15,000,000 จุด ขาดอีก 14,479,980 ผู้เล่นเควินจะได้รับดาบมังกรเพลิงรูปแบบที่ 2 ค่ะ
ผู้เล่นเควินได้รับทักษะมังกรเพลิงพ่นไฟค่ะ
เนื่องจากทักษะมังกรเพลิงพ่นไฟ เป็นทักษะติดตัวดาบ ดังนั้นจำเป็นต้องใช้ควบคู่กับดาบมังกรเพลิง รูปแบบที่ 1 เท่านั้น
ผู้เล่นเควินสังหารผู้อาวุโสผีดิบทั้งสามสำเร็จ ซึ่งครบตามเงื่อนไข ได้รับชิ้นส่วนกุญแจหอคอยนักปราชญ์ค่ะ’
รายละเอียดที่ระบบแจ้งหลังจากที่ดาบอัพเกรดเสร็จ เป็นข้อมูลอะไรที่ชวนให้ผมมึนมากที่สุด เพราะดูเหมือนว่าแม้ดาบจะพัฒนาแล้วแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ และผมก็จำเป็นต้องเก็บค่าประสบการณ์ให้มันอีก เพื่อจะทำให้มันสมบูรณ์ในที่สุด ส่วนไอเทมพิเศษที่ได้รับนอกเหนือจากการดร็อปปกตินั้น ผมคิดว่าค่อยหาโอกาสศึกษาก็แล้วกัน
“ผู้เป็นนายของข้า ท่านมีนามว่ากระไร”
ดาบมังกรเพลิงส่งเสียงมาให้ผมอีกครั้ง ก่อนจะลอยกลับมาอยู่ในมือผมดังเดิม ยังความแปลกใจมาให้ผมเป็นอย่างมาก ที่การพูดจาของมันนั้นเปลี่ยนไป ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี่มันยังด่าผมแบบน้ำไหลไฟดับอยู่เลย แล้วมาดูตอนนี้สิคำพูดของมันนอบน้อมซะจนน่าขนลุก
“ว่าเช่นไรนายของข้า ท่านยังไม่ได้ตอบคำถามของข้าน้อย”
“เรียกข้าว่า เควิน ก็แล้วกัน” ผมตอบกลับด้วยสำเนียงของดาบมังกรเพลิง
“เป็นเกียรติที่ได้รับใช้ นายท่านเควิน” ผมถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสิ้นคำพูดของมัน ถ้าหากมันมีมือมีเท้าละก็คงจะถวายบังคมผมไปแล้วล่ะ
“เออ...” ผมเริ่มพูดยากเย็นเพราะน้ำเสียงและท่วงทำนองที่เจ้าดาบนี่พูด มันสุภาพและนิ่มนวลเกินไป จนรู้สึกว่าลำบากใจหากจะพูดด้วยคำพูดที่ปกติ
“ว่าแต่เจ้าคือ...ดาบมังกรพิโรธอย่างนั้นหรือ” ในที่สุดผมก็พูดออกมา แถมพยายามจะดัดสำเนียงให้เหมือนมันยิ่งกว่าเดิมด้วย
“ถูกแล้วนายของข้า มีอะไรอย่างนั้นหรือ”
“แปลกใจนิดหน่อยที่การพูดจาของเจ้าเปลี่ยนไป และถ้ารู้ว่าอัพเกรดดาบแล้วเจ้าจะพูดน่าฟังขึ้น ข้าไปผลาญมอนสเตอร์ระดับ 11-12 เล่นตั้งนานแล้ว”
“ขอบคุณในความเมตตาของนายท่าน แต่นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้ ข้าอยู่ในอารมณ์โกรธอยู่จึงได้แสดงกิริยาและคำพูดอันหยาบคายต่อนายท่าน ซึ่งเป็นเรื่องเสื่อมเสียเกียรติสำหรับมังกรสูงศักดิ์อย่างข้ายิ่งนัก จะเป็นอะไรหรือเปล่าหากนายท่านจะอภัยให้ในความไม่รู้สาของข้าน้อย”
“อา..”
ผมถึงกับติดอ่างไปชั่วขณะ นี่หมายความว่าที่ผ่านมาเหตุผลที่มันทั้งด่า ทั้งแหน็บแหนม ทั้งเสียดสีผมทั้งหมด เป็นเพราะอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างนั้นหรอกเหรอ ให้ตายเถอะ...หูผมคงต้องมีปัญหา หรือไม่ก็เจ้าดาบมังกรเพลิงต้องถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักแน่ๆ
“ว่าแต่เจ้าโกรธเรื่องอะไร”
“ข้าน้อยโกรธเรื่องที่เทพธิดาแห่งจักรวาลสาปให้ข้ากลายเป็นดาบมังกรพิโรธยังไงล่ะ” ผมยังคงสงสัยและต้องการคำอธิบายเพิ่ม ซึ่งดูเหมือนดาบมังกรเพลิงก็จะรู้เลยอธิบายต่อ
“ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ข้าได้ลอบเข้าไปในวิหารแห่งจักรวาล ณ ที่แห่งนั้นข้าได้พบกับเทพธิดาแห่งจันทรากำลังนั่งร้องเพลงอยู่ นางเป็นอิสตรีที่งดงามมากและเสียงของนางก็ไพเราะจนข้าหลงใหล และในที่สุดข้าก็ตกหลุมรักนาง แต่สวรรค์ก็ช่างกลั่นแกล้งนัก ที่ไม่ให้โอกาสข้าให้เข้าใกล้นางเลยสักครั้ง อีกทั้งเรื่องราวที่ข้าหลงรักเทพธิดาจันทราก็ยังไปถึงหู ของเทพธิดาแห่งจักรวาลอีก นางจึงลงโทษข้าที่บังอาจหลงรักบริวารของนาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎอย่างมหันต์ นางจึงได้สาปข้าให้กลายเป็นดาบ แต่ในขณะที่สาปนั้นข้ามีความโกรธต่อเทพธิดาแห่งจักรวาลเป็นอย่างมาก ที่อยุติธรรมต่อเผ่าพันธุ์อื่น จึงทำให้ข้ากลายเป็นดาบที่มีความพิโรธอยู่เสมอ เหมือนที่ท่านได้ประสบมา”
ดาบมังกรเพลิงผ่อนเสียงเบาเมื่อเรื่องราวที่เล่าจบลง ซึ่งผมก็ได้แต่อ้าปากค้างกับเรื่องราวที่มันชวนคลื่นเหียนเรื่องนี้เป็นที่สุด นี่มันตำนานรักน้ำเน่าหลังข่าวภาคค่ำ ที่มีคางคกร้อยตัวขึ้นอืดอยู่เต็มหนองน้ำชัด ๆ
“งั้นก็แสดงว่าที่ผ่านมาเจ้าไม่ได้ชื่อมังกรพิโรธ แต่ชื่อ มังกรเพลิงงั้นสินะ”
“ถูกแล้วนายท่าน แต่ดวงวิญญาณของข้ามีเพียงแค่หนึ่งในสี่ส่วนเท่านั้น ซึ่งมันไม่สามารถแสดงอานุภาพให้เต็มที่แก่นายท่านได้ ข้าน้อยช่างเป็นสิ่งที่ไร้ค่ายิ่งนัก” ผมสะอึกเมื่อเจอประโยคท้าย นี่ถ้ามันพูดแบบนี้ตั้งแต่ได้มาครั้งแรกนะ ผมรักเจ้าดาบนี่จนตายเลยแหละ
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมค่อยเก็บค่าประสบการณ์ให้ ไม่นานก็คงจะครบทั้งสี่ส่วนนั่นแหละ” ผมปลอบใจเจ้าดาบมังกรเพลิง และดวงวิญญาณที่มันพูดถึงก็คงจะเป็นลูกแก้วสีแดงที่ฝังอยู่ในที่คั่นดาบ และก็คงหมายถึงรูปแบบดาบที่ 2 3 และ 4 แน่นอน
“ขอบคุณนายท่านของข้าน้อย ท่านช่างเปี่ยมด้วยเมตตายิ่งนัก”
ตุบ!
เสียงอะไรบางอย่างหล่นลงกับพื้นหลังจากที่ดาบมังกรเพลิงพูดจบ และทันทีที่ผมหันกลับไปตามเสียงก็พบว่า เป็นเทลเลอร์ที่กำลังยืนทำหน้างง ในมือนั้นถือถุงขนมที่ผมคาดว่าคงจะเอามาให้กินแน่นอน ส่วนแก้วน้ำที่หล่นแผละอยู่ข้างล่างก็คงจะเป็นที่มาของเสียงแน่ๆ
“ผมพลาดอะไรไปหรือเปล่า”
+++++++++++++++++++++
ชิ้นส่วนกุญแจหอคอยนักปราชญ์
******************
1 ใน 5 ส่วนของกุญแจหอคอยนักปราชญ์
เมื่อสะสมครบแล้วสามารถเข้าสู่หอคอยนักปราชญ์ได้
รายละเอียดของไอเทมพิเศษที่ผมได้รับรอบหลังมีเพียงแค่นั้น ซึ่งมันก็ไม่ได้ให้ความกระจ่างชัดเจนเท่าที่ควรเลย และตอนนี้ผมก็นั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองเกรย์หลังจากที่กลับมาจากสุสานได้สักพัก ณ ที่โต๊ะที่ผมนั่งอยู่นั้นนอกจากผม ผู้ติดตามทั้งสอง และเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มนี่แล้ว ก็ยังมีดราก้อนฟิช วรรณภา เอกอน และเดลต้า ที่นั่งร่วมอยู่ด้วย ซึ่งผมบังเอิญไปเจอเข้าตอนกลับเข้าเมืองมา ส่วนแทซอนนั้นผมเห็นเดลต้าบอกว่าไปเก็บค่าประสบการณ์ให้กับเซฟอยู่
“ฉันขอดูหน่อยได้มั๊ย” เป็นวรรณภาที่กล่าวออกมา ผมยื่นชิ้นส่วนที่มีลักษณะเป็นเสี้ยวหนึ่งของวงกลมให้กับเธอ ก่อนจะนั่งเท้าคางมองดูเพื่อรอคำตอบ
“มีแค่นี้เองเหรอ” เธอพูดออกมาหลังจากอ่านรายละเอียดของมันไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะยื่นกลับมาให้ผมดังเดิม
“ลองถามดร.เนวันดูสิ ยังไงเขาก็ต้องมีข้อมูลอยู่บ้างแหละ” ดราก้อนฟิชเสนอความเห็นขึ้น ซึ่งมันทำให้ความคิดผมถึงกับสว่างวาบทันที
“นั่นสินะ ทำไมผมคิดไม่ถึงกัน” เร็วเท่าความคิดผมรีบเปิดหน้าต่างรายชื่อผู้ติดต่อขึ้นมาทันที ก่อนจะจัดแจงส่งจดหมายหาดร.เนวัน ซึ่งมันก็เพียงครู่เดียวดร.เนวันก็ตอบรับกลับมา
“ว่าไง...สบายดีกันทุกคนนะ”
“ครับ...ยังอยู่ดี” ผมตอบกลับไป ก่อนจะผลักหน้าต่างโฮโลแกรมให้อยู่ในมุมที่ทุกคนบนโต๊ะมองเห็นได้ชัด
“การแข่งขันเป็นไงบ้าง ผ่านกันหมดมั๊ย”
“ต่อให้ยากแค่ไหน เราก็ต้องชนะแหละครับด็อกเตอร์” เอกอนพูดขึ้นมาแทนพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่
“แล้วมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถึงติดต่อมา”
“คือผมอยากถาม รายเอียดของไอเทมชิ้นนี้น่ะครับ” กล่าวจบผมก็ยกชิ้นส่วนกุญแจหอคอยนักปราชญ์ให้ดร.เนวันดู ซึ่งผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นด็อกเตอร์ถึงกับมองด้วยความตกใจทันที
“โอ้...นี่มันชิ้นส่วนกุญแจหอคอยนักปราชญ์นี่”
“ใช่ครับ...แต่ว่าผมอยากรู้น่ะครับว่ามันจะเป็นยังไงหากสะสมครบ”
“ก็จะถูกวาร์ปไปยังหอคอยนักปราชญ์ไง”
“เรื่องนั้นผมรู้ครับ แต่...” แล้วผมก็แบะมือออกเป็นเชิงว่ายังไม่กระจ่างพอในรายละเอียดที่รู้ “มันดียังไง”
“นั่นสินะ....คุณไม่ได้เล่นเกมส์มานานเลยอาจจะยังไม่รู้....หอคอยนักปราชญ์คือหอคอยที่เป็นที่เก็บสะสมทักษะพิเศษทั้งหมดของเกมส์เซียเอาไว้ นั่นก็หมายความว่าหากใครที่ได้ไปถึงก็จะสามารถเรียนรู้ทักษะจากที่นั่นได้ถึง 3 ทักษะด้วยกัน”
“อะไรนะ!” ทั้งผม และคนอื่น ๆ บนโต๊ะอุทานออกมาเป็นคำคำเดียวกันราวกับว่านัดกันไว้
“ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ...แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครไปถึงได้ซักคนเพราะชิ้นส่วนน่ะมันหายาก”
“ทำไมถึงหายากล่ะครับ” เดลต้าถามขึ้นมาด้วยความสนใจ
“ก็เพราะมันดรอปไม่เป็นที่น่ะสิ และเราจะไม่ทางรู้เลยว่ามันจะดรอปจากมอนเตอร์ตัวไหน”
“สรุปก็คือสุ่มดร็อปสินะค่ะ” วรรณภาให้ความเห็น
“ก็คงประมาณนั้น....แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เอาเป็นว่าหากใครต้องการจะไปที่นั่นจริง ๆ เดี๋ยวผมให้จีเอ็มไปตรวจสอบให้ก็ได้ ว่ามีมอนสเตอร์ตัวไหนที่จะดรอปชิ้นส่วนที่ว่านี้บ้าง”
“ขอบคุณมากครับ” ผมกล่าวขอบคุณก่อนจะทำหน้าเหมือนลำบากใจ “แต่มันจะไม่เป็นการโกงหรือครับ”
“เฮ้ย!...ฟังนะคุณพสิฐ พวกเราที่เป็นพนักงานของบริษัทเซียคอเปอเรชั่นน่ะ ตราบใดที่ยังไม่สามารถเข้าเมนเฟรมหลักได้ เมื่อเข้าไปในเกมส์ก็มีค่าเท่ากับผู้เล่นคนหนึ่งนั่นแหละ ดังนั้นสถานะของพวกเราก็ไม่ต่างจากพวกคุณเท่าไหร่นักหรอก คิดซะว่าเป็นการบอกกล่าวจากคนที่เล่นเกมส์ด้วยก็แล้วกันนะ”
“ก็ได้ครับ ถ้ามีข้อมูลว่ามอนสเตอร์ตัวไหนจะดรอป ก็ส่งข้อมูลมาก็แล้วกันนะครับ”
“ตกลง...ว่าแต่ได้รับตารางแข่งขันรอบที่สองกันหรือยัง” จู่ ๆ ดร.เนวันก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน
“ยังครับ” เป็นดราก้อนฟิชที่ตอบออกมา
“งั้นรอสักครู่นะ” แล้วดร.เนวันก็ผลุบหายไปจากหน้าจอ ก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับพิมพ์อะไรบางอย่างกับแป้นพิมพ์โปร่งแสงที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งสักพักก็ปรากฏจดหมายสีขาวกระพริบถี่ ๆ อยู่ตรงหน้าของพวกเราทุกคนบนโต๊ะ
“ส่งให้เรียบร้อยแล้วนะ เดี๋ยวผมต้องไปจัดการเรื่องศิลามรกตก่อน เห็นว่าขาดไอเทมที่ใช้ประกอบอีก 5 ชิ้น เห็นทีว่าครั้งนี้ผมคงต้องลงพื้นที่เองไม่งั้นคงสำเร็จไม่ทันการแน่” แล้วหน้าจอของดร.เนวันก็ดับไป ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่พวกผมเอื้อมมือไปแตะซองจดหมายสีขาวนั่นพอดี
ตารางการแข่งขัน ห้อง C3
**************

“แครกเกอร์”
ผมอุทานออกมาอย่างลืมตัว และถึงกับขมวดคิ้วเครียดทันทีที่ไล่สายตาอ่านรายชื่อทั้งหมดจนจบ เหตุผลเพราะห้อง C3 ที่ผมอยู่นั้น มีแครกเกอร์ที่เป็นถึงผู้เล่นอันดับ 1 เมื่อ 7 ปีก่อนร่วมอยู่ด้วย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เกินคาดเอามาก ๆ มันแทบจะทำให้ผมรู้เลยทันทีว่ารอบสุดท้ายนั้น ถ้าหากผมผ่านเข้าไปได้จะต้องเจอกับใคร
“เบริงโก้งั้นเหรอ” เดลต้าอุทานอย่างเคร่งเครียดเช่นเดียวกับผม
“ของผมหมานเฟิงล่ะ” เป็นดราก้อนฟิชที่พูดต่อ ซึ่งนั่นทำให้ผมหันมาสนใจทันที
“กะแล้วเชียวว่าต้องเป็นอินเซ็ปชั่น” เอกอนพูดขึ้นมาบ้าง
“ส่วนของฉันกองกอย” วรรณภาปิดท้าย แต่ดูเธอมีสีหน้าที่ปกติกว่าคนอื่น ไม่รู้เพราะว่ามั่นใจในตัวเองหรือเพราะว่าปลงตกกับโชคชะตากันแน่ ถึงได้ไม่ค่อยตื่นตกใจกับคู่ต่อสู้ในอนาคตของเธอมากนัก ซึ่งถ้าหากให้ผมเดาคงเป็นอย่างแรกมากกว่า
“แก…” จู่ ๆ เทลเลอร์ก็พูดเสียงลอดไรฟันอย่างโกรธๆ เมื่อสายตาเขาไปสะดุดอยู่กับชื่อ ๆ หนึ่ง มันคือชื่อของเพื่อนสนิทเขา ที่จะไม่มีวันยกโทษให้เด็ดขาด
“เป็นอะไรเจ้าจอมทึ่ม” ผมถามอย่างแปลกใจในท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปนั้น
“เปล่าครับ” เทลเลอร์ตอบผม ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูเป็นปกติแล้วถามผมเป็นการกลบเกลื่อนแทน “ว่าแต่...รอบที่สองพี่เควินเจอกับใครครับ”
“ผู้เล่นที่ชื่อ คนธรรมดา”
+++++++++++++++++
ในที่สุดการแข่งขันรอบที่สองในวันใหม่ก็มาถึง และ ณ ที่โดมการแข่งขันนั้นผู้เล่นทั้งหลายที่มาจับจองที่นั่งเพื่อดูการต่อสู้อันดุเดือด ผ่านหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่ลอยเคว้งคว้างหลายสิบหน้าจอพร้อมที่จะถ่ายทอดสดนั้น ก็ยังคงเนืองแน่นและแทบจะล้นทะลักอัศจรรย์เหมือนเมื่อวันแรก แต่ความวุ่นวายเหล่านั้นผมกลับไม่ได้รับรู้อะไรด้วยเลย เพราะตอนนี้ผมกำลังยืนพิงกำแพงนิ่ง ๆ อยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่มีโต๊ะประชุมตัวใหญ่กลางห้อง ท่ามกลางผู้เล่นอีก 15 คนที่ผ่านเข้ารอบ 2มาได้ ข้าง ๆ ผมนั้นมีเจ้าไคน์ในร่างสุนัขขนสีเทานอนหมอบอยู่ ส่วนเวียร่านั้นก็หลายเป็นกำไลสีฟ้าใสคล้องอยู่ที่แขนผมอีกครั้ง แถมตอนนี้บรรยากาศภายในห้องก็ดูอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง เพราะแต่ละคนที่ผ่านเข้ารอบนี้มาได้ ก็ล้วนเป็นพวกหัวกะทิทั้งนั้น เผลอ ๆ อาจมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่เป็นม้ามืดก็ได้...ใครจะไปรู้
‘ระบบขอแจ้งรายละเอียดกติการอบที่2 ให้ทราบค่ะ โดยกติกามีทั้งหมด 3 ข้อดังนี้
1. ผู้เล่นแต่ละคนจะมีคะแนนเริ่มต้น 2,000 จุด แทนพลังชีวิต
2. ในการแข่งขันผู้เล่นสามารถใช้ยาเพิ่มพลังเวทย์และพลังออร่าได้เท่านั้น
3. หากผู้เล่นฝ่ายใดมีคะแนนเป็น0 ระบบจะถือว่าท่านหมดสิทธิ์เข้ารอบต่อไปทันที
กรุณารอสักครู่ระบบกำลังเคลื่อนย้ายผู้เข้าแข่งขัน ไปยังมิติพิเศษเพื่อดำเนินการต่อสู้ค่ะ....’
เสียงของระบบที่ผมรอคอยเกือบ 10นาทีดังจบลง พร้อม ๆ กับร่างของผมที่ค่อยๆ ถูกแสงสีขาวจากเบื้องหลังดูดกลืนหายไป กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมก็มาโผล่เอา ณ ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งที่กว้างจนสุดลูกหูลูกตา และที่เบื้องหน้าของผมนั้นก็เป็นร่างของผู้เล่นหญิงคนหนึ่งที่ผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร แต่ฝีมือนั้นผมยังคงไม่แน่ใจมากนัก
“....” ทั้งผมและเธอยังคงเงียบ ไม่ได้มีใครปริปากถามอะไรกันสักประโยค แต่กลับจ้องหน้ากันราวกับพยายามจะมองลึกเข้าในใจของอีกฝ่ายว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“คุณเป็นนักดาบสินะค่ะ ดูจากบุคลิกแล้ว” เป็นฝ่ายตรงข้ามที่ทักผมก่อน จากนั้นก็เปิดหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมาและคว้าพัดสีเทาแบบเรียบง่ายขึ้นมาถือไว้ ทำให้ผมรู้ว่านั่นคงเป็นอาวุธของเธอ แต่อาชีพล่ะ...
“ฉันมีอาชีพนางรำ...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ราวกับเธอรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ จึงชิงตอบอาชีพก่อนที่ผมจะถาม
“เช่นกันครับ”
ผมตอบได้เพียงเท่านั้น ก็เปิดหน้าต่างเก็บไอเทมของตัวเองขึ้นมาบ้าง ก่อนจะหยิบการ์ดใบหนึ่งขึ้นมา การ์ดที่ซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยชื่อ การ์ดดาบมังกรพิโรธ หากแต่ตอนนี้ชื่อที่กำลังสะท้อนวูบอยู่ในดวงตาของผมมันกลับเป็นชื่อ การ์ดดาบมังกรเพลิง
“จงขานรับเสียงของข้า คลายผนึก การ์ดดาบมังกรเพลิง”
สิ้นเสียงของผมการ์ดในมือก็หลุดลอยออกไปเบื้องหน้า ก่อนจะเปล่งแสงสว่างจ้า พร้อม ๆ กับปรากฏมังกรที่ลำตัวลุกท่วมไปด้วยไฟพุ่งออกมาจากการ์ด จากนั้นก็หมุนล้อมไปมารอบการ์ดอย่างช้า ๆ และเปลี่ยนเป็นเร็วในที่สุด และในชั่วขณะนั้นเอง มังกรเพลิงตัวนั้นก็พัดกระจายหายไป กลายเป็นดาบมังกรเพลิงที่กำลังลอยอ้อยอิ่งอยู่
“ยินดีรับใช้นายท่านของข้าน้อย” ทันทีที่ดาบมังกรเพลิงกล่าวจบผมก็รีบคว้ามันมาไว้ในมือทันที ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่เสียงของระบบดังขึ้น
‘ประกาศ....ขอแจ้งให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ระบบกำลังนับถอยหลังเพื่อเริ่มการแข่งขันรอบที่2
10....9....8....7....6
5
4
3
2
1
Ready!!!.....Fight!!!’
ทักษะเพลงดาบปัจจวชิรา ชี้ทางมาร
ทักษะท่วงท่าร่ายรำจันทรา สะบัดพัดกลางใจ
ตูม!
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@