ระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ

    ตอนที่ 68 เกมเจ็ดแบบ

                วันรุ่งขึ้นในห้องทำงาน ทุกคนมานั่งพร้อมหน้า เฉินโจวเองก็นั่งที่ประจำ และบอกให้เปิดโปรเจกต์เพื่อให้ทุกคนเสนอไอเดียและความคิดเห็นกันออกมา

                จินหงเหว่ยขอเสนอตัวพูดเป็นคนแรก

                “ทุกคน ผมได้ลองคิดดูแล้ว ในเงื่อนไขแบบนี้ผมคิดว่าเราควรให้ผู้เข้าแข่งขันในรายการแต่ละทีมกำหนดเกมที่ต้องการเข้าแข่งขันเองได้”

                ทุกคนที่ได้ฟังก็งงว่า การให้ผู้เข้าแข่งขันในรายการเลือกกำหนดเกมได้คืออะไร? ไม่เห็นจะเข้าใจ

                จินหงเหว่ยที่เห็นสายตาทุกคนที่จ้องมาที่เขาและสื่อออกมาว่างง และไม่เข้าใจก็อธิบายต่อไปว่า

                “ผมจะกำหนดเกมที่พวกเราตั้งเอาไว้ทั้งหมดเจ็ดแบบ ให้ผู้เข้าแข่งขันทีมที่ได้โอกาสเริ่มก่อนเลือกเกมแล้วแข่งกับทีมคู่ต่อสู้ จุดสำคัญของการแข่งในครั้งนี้คือ แต้มเริ่มต้นที่เราจะให้แต่ละทีม แน่นอนว่าแต้มจะเท่ากันทุกทีม การแข่งขันพวกนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะนำแต้มเหล่านี้มาเดิมพันในการแข่งขันได้”

                ทุกคนที่ได้ฟังก็เริ่มพอจะเข้าใจกฎกติกาในการเล่นขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ยังรู้สึกว่ามันน่าจะยังไม่จบแค่นี้ใช่ไหม? ทุกคนคิดได้ดังนี้ก็มองไปที่จินหงเหว่ย ที่ตอนนี้ยิ้มอ่อนให้กับทุกคนที่มองมา ก่อนจะพูดเสริมไปว่า

                “งั้นผมจะอธิบายเหตุการณ์สมมุติเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นก็แล้วกัน ตัวรายการจะให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่ทีมมาจับฉลาก หรือจะใช้วิธีอื่นใดก็ได้ เพื่อจับคู่แข่งขันกันเป็นสองคู่ โดยในแต่ละทีมจะมีแต้มเริ่มต้นที่ 20,000 แต้มเท่ากันทุกทีม ทีมที่เจอกันจะได้จับฉลากหรือโยนเต๋าเสี่ยงทายแต้ม ใครได้แต้มมากกว่ากันหรือจับฉลากได้ ก็จะเป็นทีมที่จะได้เลือกเกมที่จะเล่นก่อน 

                โดยจะมีเกมเจ็ดรูปแบบที่แตกต่างกันให้ผู้เข้าแข่งขันที่ได้เริ่มก่อนเลือก สมมุติในเจ็ดเกมนั้นมีเกมต่อจิ๊กซอว์รูปภาพ แน่นอนว่าเกมนี้ผมสมมุติขึ้นมาก่อนนะ ของจริงอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ เรื่องเกมทั้งเจ็ดที่จะมีให้ผู้เข้าแข่งขันได้เลือก พวกเราต้องมาคิดกันอีกทีว่าจะให้มีอะไรบ้าง”

                จินหงเหว่ยพูดถึงตรงนี้ก็หยุดให้ทุกคนได้ย่อยข้อมูลสักพัก ก่อนจะพูดต่อไปว่า

                “หลังจากที่ทีมเลือกเกมต่อจิ๊กซอว์รูปภาพ ทีมที่เลือกต้องประกาศแต้มเดิมพันออกมา แต่จะไม่เกินกว่าที่เรากำหนดไว้สูงสุด เช่นในรอบแรก ทีมที่เลือกเกมสามารถเดิมพันแต้มกับทีมตรงข้ามที่ 3,000 - 5,000 แต้ม โดยใช้หลักการตัดที่ 500 ขึ้นไป เช่น [3,000] [3,500] [4,000] [4,500] [5,000] ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกว่าจะเดิมพันที่แต้มไหน 

               ถ้าทีมนี้มั่นใจว่ามีคนในทีมเก่งเรื่องต่อจิ๊กซอว์ภาพ ก็อาจเลือกเดิมพันที่ 4,500 แต้ม ซึ่งทีมที่โดนท้า สามารถเลือกรับคำท้าหรือยอมแพ้ก็ได้ ถ้าเลือกยอมแพ้ ก็จะต้องเสียแต้มครึ่งหนึ่งที่ฝ่ายท้าเดิมพันไว้ ในกรณีนี้ทีมที่ยอมแพ้จะเสียไป 2,250 แต้มโดยไม่ต้องแข่งขัน แต่ถ้าเลือกที่จะแข่งกันตามปกติ ทีมที่แพ้จะเสีย 4,500 แต้มให้กับทีมที่ชนะไป ทีมแพ้ก็จะเหลือ 15,500 แต้ม ส่วนทีมชนะจะมี 24,500 แต้ม”

                ทุกคนที่ได้ฟังก็รู้สึกว่ามันน่าสนุกและน่าสนใจดี ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกเกมที่ตัวเองถนัดไปแข่งกับทีมอื่น แถมยังสามารถเลือกแต้มที่จะเดิมพันได้อีกว่าจะใช้เท่าไหร่ คิดตามดูแล้วก็รู้สึกว่าน่าจะสนุก แต่เกาอิ้งที่คิดอะไรได้ก็ถามออกมาว่า “จินหงเหว่ย แล้วทีมที่โดนท้าจะตอบโต้ทีมที่ท้ามาได้ยังไง?”

                จินหงเหว่ยยิ้มอ่อน “เกาอิ้ง เธอไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ทีมที่โดนท้าหลังจากแข่งเสร็จหรือเลือกยอมแพ้ไปแล้ว ก็สามารถเลือกเกมที่เหลืออีกหกเกมท้าทีมที่ท้าไปก่อนหน้านี้ได้ เป็นการท้าทายกลับ กฎก็เหมือนเดิม เลือกเกมที่เหลือที่คิดว่าใครในทีมมั่นใจที่สุดไปแข่ง แล้วเลือกแต้มเดิมพันกลับไป ทีมที่โดนท้าก็เลือกที่จะสู้หรือยอมแพ้ได้ วนสลับกันไปแบบนี้”

                “จินหงเหว่ย แล้วผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีมที่จะแข่งขันเกมจะให้เป็นยังไง? บังคับให้พวกเราทางรายการเลือกเอง หรือให้คนในทีมเลือกกันเอง? แล้วจะทำยังไงให้ทุกคนในทีมได้แข่งกัน? ถ้าแต่ละทีมใช้คนหน้าเดิมแข่งขัน ก็จะไม่ต้องจัดแข่งเป็นรูปแบบทีมแล้วละมั้ง ถ้าพวกเรากำหนดจุดนี้ไม่ดี” จื่อซวานหมิงที่คิดตามก็อดสงสัยไม่ได้ จึงถามออกไป

                จินหงเหว่ยที่ฟังข้อสงสัยของจื่อซวานหมิงก็พยักหน้าให้ ก่อนจะตอบกลับไปว่า

                “คำถามของจื่อซวานหมิงถูกต้องครับ เมื่อการแข่งเป็นแบบทีม ทุกคนที่มาจะต้องได้เล่นเกม ผมกำหนดไว้ว่า คนที่เลือกเป็นตัวแทนของทีมเมื่อแข่งแล้วต้องหยุดรอให้คนในทีมแข่งครบก่อน แล้วถึงจะกลับมาเล่นได้อีกครั้ง ผมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ นะ ทีม A มีสมาชิก 1, 2, 3 ทีม B มีสมาชิก 4, 5, 6

                สองทีมนี้จับฉลากแล้วมาแข่งกัน ทีม B จับฉลากเลือกท้าก่อน ทีม B เลือกเกม 31 จากเกมทั้งหมด 7 เกม และเลือก 5 เป็นผู้ท้าแข่ง พร้อมเดิมพันที่ 4,000 แต้ม ทีม A เลือกไม่ยอมแพ้ ส่ง 3 ออกมาสู้ สุดท้ายทีม A ชนะและได้แต้มไป ทีม B เสียแต้ม จากนั้นทีม A จะได้ท้าแข่งต่อ ทีม A ไม่สามารถเลือกเกม 31 ไปท้ากลับได้ ต้องเลือกจากเกมที่เหลืออีก 6 เกม

              ทีม A เลือกเกม 71 แต่สมาชิกที่ท้าทายจากทีม A จะไม่สามารถเลือก 3 มาแข่งได้แล้ว เพราะ 3 แข่งไปแล้ว ทีม B ก็เลือก 5 มาแข่งไม่ได้เช่นกัน เพราะ 5 ก็แข่งไปแล้ว ทั้งสองทีมต้องเลือกคนที่ยังไม่ได้แข่งกันไปก่อน วนแข่งกันไปทั้งหมด 6 เกม 

                จนเหลือแค่เกมสุดท้ายที่ยังไม่ได้เล่น ทีมไหนที่มีแต้มมากกว่าอีกทีมก็จะชนะและเข้ารอบ แต่ถ้าทั้งสองทีมมีแต้มเท่ากัน ก็ให้แข่งขันเกมที่เจ็ดเป็นเกมสุดท้าย ในเกมนี้แต่ละทีมต้องเลือกสมาชิกที่มั่นใจที่สุดในทีม 3 คน มาแข่ง เกมนี้ไม่มีการยอมแพ้ ใครชนะก็เข้ารอบไปเจอกับทีมที่ชนะในรอบก่อนหน้านี้ครับ”

                พวกเขาทุกคนเริ่มเข้าใจกฎกติกาของเกมนี้แล้ว แต่เหลียนเริ่นที่คิดอะไรขึ้นมาได้ก็ขมวดคิ้วและถามออกไปว่า “จินหงเหว่ย ถ้านายจะใช้รูปแบบนี้ มันจะไม่ใช้เวลานานเกินไปเหรอ? แข่งกันสองทีม แล้วให้ทีมที่ชนะเจอกันในรอบชิงอีก?”

                จินหงเหว่ยที่ได้ฟังก็ยิ้มและตอบกลับไปว่า “นี่คือข้อดีของการถ่ายทำแล้วค่อยเอาไปตัดต่อตามหลัง เราจะแบ่งการถ่ายทำเป็นสองวัน วันแรกให้ทั้งสี่ทีมมาแข่งขันกัน ถ้าเป็นไปได้ก็ควรถ่ายให้จบในวันนั้นเลย ส่วนวันถัดไปจะเป็นนัดชิงที่ทีมผู้ชนะมาเจอกัน”

                เฉินโจวขมวดคิ้วแน่นและทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะถามจุดสงสัยออกไปว่า

                “จินหงเหว่ย ฉันพอจะเข้าใจเกือบทุกอย่างแล้ว แต่ถ้านายกำหนดแบบนี้ ในรอบชิงทุกคนก็ต้องแข่งเกมเหมือนกับรอบแรกใช่ไหม? แบบนี้คนดูอาจจะเบื่อหรือเปล่า? ที่มาแข่งในรูปแบบเดียวกันกับรอบแรก และจุดตัดสินแพ้ชนะในนัดชิงก็เหมือนกับการแข่งขันในรอบแรกใช่ไหม?”

                จินหงเหว่ยที่ได้ยินคำถามก็ส่ายหน้าไปมา ตอบเสียงอ่อนกลับไปว่า

                “เฉินโจว จุดที่นายกังวลและสงสัยนั้น ผมเองก็คิดมาก่อนแล้วครับ ขึ้นชื่อว่าเกมก็ต้องมีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้รายการมีความน่าสนใจและให้รางวัลใหญ่สำหรับผู้ชนะ การแข่งในรอบชิงก็เป็นแบบนั้น เราจะใช้กติกาเดิม แต่จะไม่มีการแข่งครั้งที่เจ็ด 

                หากทีมใดได้แต้มจากอีกฝ่ายไม่หมดและแต้มเท่ากัน ก็ถือว่าไม่ได้ทำแจ็คพอตแตก แต้มของทั้งสองทีมในรอบชิงถ้าเท่ากัน เราก็จะให้เงินรางวัลเท่ากัน แต่ถ้ามีทีมไหนได้แต้มมากกว่า และทีมที่แพ้ยังมีแต้มอยู่บ้าง ทีมที่แต้มมากกว่าจะได้รับเงินรางวัลมากกว่าทีมที่แพ้ 

                แต่ทีมที่ชนะจะต้องชนะด้วยการที่อีกฝ่ายแต้มหมดถึงจะถือว่าแจ็คพอตแตกและได้เงินรางวัลก้อนโตกลับไป ส่วนเรื่องเงินที่จะจ่ายยังไงพวกเราก็ต้องมาคิดกันอย่างรอบคอบอีกที”

                เฉินโจวที่ได้ฟังก็รู้สึกว่าเป็นไปตามที่คิด พวกรายการเกมโชว์แบบนี้ส่วนใหญ่ก็ต้องมีเงื่อนไขบางอย่างที่กำหนดไว้ ถ้าทำสำเร็จ ก็จะถือว่าแจ็คพอตแตกและรับเงินรางวัลก้อนโต ส่วนใหญ่รายการมักจะตั้งเงินรางวัลให้ดูเวอร์ ๆ เพื่อดึงดูดคนดู แต่จริง ๆ แล้วเงื่อนไขมักจะยากและท้าทาย เพื่อไม่ให้ผู้เข้าแข่งขันทำแจ็คพอตแตกกันได้ง่าย ๆ

    คล้ายกับเรื่องระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ ที่คุณอ่าน

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247