ลึกซ่อนราชันย์

    ตอนที่ 33 ยกระดับ

    ตอนที่33 ยกระดับ

    ตูม!!!

    ตูม!!!

    ตูม!!

              เสียงระเบิดดังสนั่นกึกก้องไปทั้งป่าการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของอสูรสองตัวสอดประสานกันเพื่อรุมไผ่กับคิวบิลัสกรงเล็บอันแหลมคมฟาดฟันทีหนึ่งบังเกิดคลื่นกระแทกทำลายพื้นที่นับร้อยเมตร

              สิงโตขาวกับเสือทองใช้พลังเต็มที่ของมันร่างกายใหญ่โตก่อนหน้าย่อลงจนเหลือขนาดเท่ากับรถสิบล้อเพียงเท่านั้น สายฟ้าสีทองห่อหุ้มเจ้าเสือสายฟ้าสีดำห่อหุ้มเจ้าสิงโตนั้นเป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความเร็วและเสริมปีกให้มันพลังทำลายเพียงเสี้ยวหนึ่งทำให้สิ่งรอบข้างแหลกสลายเป็นผุยผงอย่างไม่ยากเย็น

              เหล่าต้นไม้ โครงกระดูกอาวุธชุดเกราะเก่าคร่ำครึที่เกลื่อนกลาดกองดั่งภูเขานับพันนับหมื่นลูกต่างถูกทำลายไปเรื่อยๆเพียงแค่สายฟ้าสะกิดสิ่งเหล่านั้นก็สลายหายไปเหลือแต่ฝุ่นลอยละล่องไปตามสายลมเท่านั้น

              ไผ่กับคิวบิลัสต่อสู้กับอสูรโดยไร้ซึ่งรอยแผลบนร่างกายแม้นว่าเขาทั้งคู่จะโดนไฟคลอก สายฟ้าฟาด หรือลูกตบจากกรงเล็บอันรุนแรงก็ไม่เกิดการบาดเจ็บใด

              การต่อยหมัดของไผ่อัดพลังดั่งเป็นมัจจุราชปลิดชีวิตแต่ไม่สามารถสังหารอสูรสองตัวนี้ได้เลยยิ่งมันมีสายฟ้าฟาดรุนแรงไม่มีท่าทีว่าจะหมดหรือหดหายไปแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เจ้าไผ่กับคิวบ์เข้าถึงตัวพวกมันยากแถมต่อยแต่ละครั้งก็โดนสายฟ้าฟาดคืนนับสิบนับร้อย

              ไผ่ไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ ขณะที่อสูรพุ่งกรงเล็บเข้าโจมตีไผ่คว้าหมับไปที่เจ้าคิวบ์ออกแรงเหวี่ยงพุ่งเข้าหากรงเล็บอย่างจังแล้วตัวไผ่เองก็รอดพร้อมปรบมือให้กำลังใจ

              บางครั้งลูกไฟจากสิงโตขาวพุ่งมาเร็วเกินไปไผ่ก็โดนคิวบิลัสคว้าหมับแล้วโยนเข้าหาลูกไฟนั้นจนเกิดเสียงดังตูมสนั่นหวั่นไหวเจ้าคิวบ์ก็รอดพร้อมกับปรบมือแล้วเชียร์

              จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงอาทิตย์ สภาพไผ่และคิวบิลัสดำจนจะกลายเป็นถ่านไฟอยู่รอมร่อมีทั้งเขม่าไฟ ทั้งดินซากศพ และเศษต้นไม้ใบไม้ยิบย่อยติดเผ้าผม

              แต่ฝีมือเริ่มสูสีกับสัตว์บรรพกาลทั้งสองตัวแล้วสัญชาตญาณสัตว์ในตัวมันเริ่มกู่ร้องว่ามนุษย์สองตัวตรงหน้าอันตราย ยิ่งต่อสู้นานไผ่กับคิวบิลัสเริ่มแข็งแกร่งขึ้นวันนี้ทั้งสองเริ่มเปลี่ยนบุคลิกและโจมตีแบบสอดประสานจนอสูรทั้งสองพลาดท่าถูกต่อยกระเด็นไปหลายครั้งหมัด เท้า เข่า ศอกของพวกไผ่กับคิวบิลัสหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ

              ตูม!!

              ตูม!!

              ตูม!!

              การโจมตีของไผ่กับคิวบิลัสเจาะเข้ากลางลำตัวและกลางหัวอสูรทั้งสองอย่างจังจนมันต้องกระเด็นไปไกลแล้วตามไปรุมกระทืบซ้ำจนกระเด็นกระดอนไถลกับพื้นไม่เป็นท่า

              “วะฮ่าๆถึงเวลาข้าเอาคืนแล้วโว้ย อัดอั้นมานาน…” คิวบิลัสตะคอกเสียงด้วยความสะใจส่วนไผ่ไม่พูดแต่กระทืบสิงโตขาวอย่างเดียว แต่ไม่ว่าจะทำยังไงสัตว์ทั้งสองก็ไม่มีบาดแผลอะไรเลยแถมสายฟ้าสีดำยังผ่าใส่ตัวไผ่ทุกครั้งที่สัมผัสร่างมัน

     

              สัตว์บรรพกาลทั้งสองตัวระเบิดพลังอันรุนแรงออกมาจนพื้นที่ในรัศมี1 กิโลเมตรถูกลำแสงสีดำสลับทองกลืนกินเป็นวงกว้าง ไผ่กับคิวบิลัสโดนไฟคลอกเมื่อสิ้นลำแสงแรงกดดันอันมหาศาลก็แผ่กระจายออกมาดั่งพายุอันเกรี้ยวกราดอสูรสองตัวมีเขางอกออกมา 9 จุด ตรงหน้าผาก 1 จุด ไหล่ 2 จุด ขา 2 จุดและข้อเท้าทั้ง 4 เสือนั้นงอกเขาสีทอง ส่วนสิงโตงอกเขาสีดำออร่าแห่งความน่ากลัวแผ่กระจายออกมาจากอสูรทั้งสองจนน่าหวาดหวั่น

              รูปร่างที่หดเล็กลงเท่ากับราชสีห์กับเสือโคร่งธรรมดาตัวหนึ่งแต่ภาพลักษณ์ร่างกายของอสูรทั้งสองดุจดั่งมหาราชันของสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าเผ่าพันธุ์เรือนร่างอันงามสง่า ออร่าเปล่งประกายกระจายรัศมีไปทั่วระยะ สายฟ้าอันเกรี้ยวกราดที่ล้อมรอบต่างหายไปจนสิ้นเขาทั้งเก้าที่ออกออกมาตามจุดต่างๆ ล้วนแต่เป็นสีดำทั้งสิ้นเกราะสีทองห่อหุ้มเสือทองดั่งเกราะของสัตว์เทพส่วนสิงโตขาวนั้นมีเกราะดำแห่งซาตานห่อหุ้มไว้เส้นขนยันยาวยวบต่างปลิวสะบัดไปตามกระแสพลังรอบกายของมัน

              ไผ่กับคิวบิลัสมองเห็นอสูรทั้งสองตัวนี้ราวกับมองจอภาพโฮโลแกรมที่กะพริบถี่ๆด้วยความเร็วเหนือเสียงเพียงชั่วขณะความคิดอสูรทั้งสองก็หายไปจากครรลองสายตาพร้อมกับร่างของไผ่กับคิวบ์ก็หายไปด้วยพลันบังเกิดคลื่นกระแทกอันมหาศาลระเบิดพลังสีทองกับสีดำทำลายพื้นที่เป็นวงกว้างและดูเหมือนจะทำลายลึกลงไปเรื่อยๆนับกิโลเมตร

              พอฝุ่นควันเริ่มฟุ้งกระจายออกก็เผยให้เห็นละอองสีทองปลิวกระจายไปพร้อมกับไอควั่นทั่วพื้นที่โครงกระดูกด้านบนถูกทำลายและกระแทกจนปลิวกระเด็นออกไปไกลพื้นถ้ำที่นานะกับแพตตี้อยู่ถึงกับสั่นไหวด้วยความรุนแรง

              อสูรบรรพกาลทั้งสองตัวอยู่ในหมู่ฝุ่นควันเบื้องล่างยังไม่เผยตัวออกมาผืนดินข้างล่างที่ถูกแรงระเบิดคว้านออกไปนี้เผยให้เห็นดินสีทองอร่ามแม้จะมีหินก้อนเล็กน้อยอยู่ประปรายแต่ส่วนใหญ่ก็เต็มไปด้วยดินสีทองและก้อนทองคำอยู่เต็มไปหมด ดินข้างล่างนี้คือขุมทองคำบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

              โฮวก!!!!!!

              โฮวก!!!!

              เสือสิงห์ทั้งสองคำรามลั่นทำเอาฝุ่นที่ฟุ้งกระจายถูกปัดออกในรวดเดียวเผยให้เห็นร่างของมันทั้งสองที่อยู่ก้นหลุมสีทองกำลังดิ้นรนเหมือนต้องการให้หลุดจากอะไรสักอย่างเท้าของเสือและสิงโตอยู่เหนือพื้นดิน ลักษณะของมันเหมือนกับการว่ายอากาศส่วนหัวที่มุดอยู่ในดินนิดหน่อยนั้นไม่มีท่าทีว่าจะขยับเขยื้อนมันต้องการเอาหัวที่ติดกับพื้นดินออกมา

              ลำพังเพียงแค่ดินเปล่าๆคงไม่อาจต้านแรงมันได้ สาเหตุที่มันไม่สามารถดึงหัวออกมาได้นั้นเพราะบัดนี้มีมือของมนุษย์จับเขามันอย่างเนืองแน่นพละกำลังอันมหาศาลที่มันไม่เคยเจอมาก่อนกับความร้อนทั่วร่างกายที่กำลังเร่งเร้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

              มือของไผ่จับอยู่ที่เขาของสิงโตขาวส่วนมือของคิวบ์จับเขาของเสือทองไว้อย่างแน่นหนาทั้งคู่ปลดปล่อยพลังเวทและแรงกดดันอันมหาศาลออกมาอีกครั้งซึ่งเป็นพลังที่รุนแรงมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

    .............................