ณ ห้องขังภายในคฤหาสน์มาร์คัส ฟีโรโซฟอสถูกจับขังไว้ที่นี่หลังจากก่อเหตุน่าใเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ใบหน้าของเขาไร้ิญญา สภาพของเขาเหมือนกับศพที่ตายมาแล้ว 1 สัปดาห์
"พวกเ้าคิดจะทำอะไร! นั่นคือปราชญ์แห่งวาซิลาสและมือขวาเ้าชายลำดับที่สามนะ! รีบปล่อยตัวเขาออกไปเดี๊ยวนี้!" เสียงของชายชราผู้หนึ่งดังขึ้น แล้วฟีโรโซฟอสก็เห็นว่าผู้ที่มาโวยวายต่อทหารหน้าห้องขังเขาก็คือโคเรเฟล สหายของเขาจากเมืองหลวง
"พวกเ้าลงมือกับที่ปรึกษาของเ้าชายเช่นนี้ ระวังหัวจะกุด! รีบปล่อยตัวสหายข้าไม่เช่นนั้นข้าจะนำเื่นี้ไปบอกต่อเ้าชาย!" โคเรเฟลตวาด
ทหารที่ทำหน้าที่คุ้มกันอยู่นั้นก็มีใบหน้าที่ลำบากใจ
แต่ตอนนั้นเอง "เื่นั้นไม่มีความหมายอันใดหรอก เพราะความผิดที่สหายเ้าก่อมันได้เกินขอบเขตที่เชื้อพระวงศ์จะแก้ไขได้แล้ว ต่อให้กษัตริย์แห่งวาซิลาสมาเอง ชายบาปหนาผู้นั้นก็ไม่อาจหลีกพ้นบทลงโทษของตนไปได้"
ผู้ที่เดินเข้ามายังชั้นใต้ดินนี้ก็คือชายวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มเยาะบนใบหน้า ชุดที่เขาสวมมีเครื่องหมายโล่และดาบ เป็สัญลักษณ์ของตระกูลมาร์คัส เมื่อมาถึงมาร์คัสมองโคเรเฟลและฟีโรโซฟอสก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
โคเรเฟลกัดฟันกรอด "มาร์ควิส เ้าหมายความว่าอย่างไร?"
มาร์คัสบอก "เพราะเหตุอุกฉกรรจ์ที่สหายเ้าก่อ แถมยังทำต่อหน้าประชาชีอย่างไม่อายฟ้าดิน สร้างความเสื่อมเสียต่อศาสนาในฐานะเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตอนนี้ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าวาซิลาสจึงเคลื่อนไหวแล้ว ศาสนจักรส่งจดหมายมาบอกว่าจะเข้ามาลงโทษฟีโรโซฟอสด้วยตนเอง ในข้อสงสัยที่ว่าที่ปรึกษาฟีโรโซฟอสอาจจะถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิง"
ใบหน้าของโคเรเฟลซีด "นะ นั่นมัน...ก็แค่ข้ออ้างไม่ใช่รึยังไง? ศาสนจักรเป็กลุ่มภายนอก แต่ฟีโรโซฟอสเป็คนของวาซิลาส พวกศาสนจักรมีสิทธิเข้ามาแทรกแซงได้อย่างไร!?"
มาร์คัสแสยะยิ้ม "เ้าก็รู้นี่โคเรเฟล ว่าอำนาจที่แท้จริงของศาสนจักรคืออะไร? มันไม่เกี่ยวหรอกว่าฟีโรโซฟอสจะเป็คนจากชาติไหนยศถาบรรดาศักดิ์ใด หากศาสนจักรเห็นว่าเป็สิ่งชั่วร้าย ต่อให้มันผู้นั้นจะเป็กษัตริย์ ศาสนจักรก็สามารถใช้อำนาจตนเองตัดสินความผิดเองได้ เพราะผู้ที่เรียกว่านักบวชก็ได้เปรียบตรงนี้เพราะเขาบงการทุกคนด้วยสิ่งที่เรียกว่าศรัทธาพระเ้าได้"
ใบหน้าของโคเรเฟลซีดขาว ฟันกัดเข้าหากัน
มาร์คัสมองฟีโรโซฟอสที่นั่งหมดอาลัยตายอยากในห้องขังและยิ้ม "ถ้าหากเป็ครั้งแรกศาสนจักรก็ไม่มีเหตุผลจะเข้ามา แต่เมื่อทำซ้ำถึงสองครั้งสองครา แถมยังก่อเหตุบ้าบิ่นต่อหน้าผู้คนนับร้อยคน มันก็เป็เหตุผลมากที่ศาสนจักรจะเข้ามาลงมือ เ้าจบลงเช่นนี้เพราะเ้าทำตัวเอง ข้าบอกแล้วว่าเ้าไม่ควรจะขุดคุ้ยมากเกินไป ทีนี้ต่อให้เป็เ้าชายก็ไม่อาจช่วยเหลือเ้าได้ อีก 3 วันคนจากศาสนจักรจะมาและนำตัวเ้าไปวิหารไถ่บาปและทำการลงโทษ" มาร์คัสว่าแบบนั้นจากนั้นก็เดินออกจากชั้นใต้ดินนี้ไป
ใบหน้าของฟีโรโซฟอสว่างเปล่า หัวใจถูกย้อมด้วยความสิ้นหวังและความว่างเปล่า โลกทั้งใบพังทลาย ชีวิตจบสิ้นทุกอย่างที่มีอยู่ก็ดับสูญไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่เขาทำได้แล้ว
โคเรเฟลพยายามจะช่วยฟีโรโซฟอสทุกวิธีทาง แต่ฟังคำพูดของมาร์คัสแล้วก็ได้แต่คิดว่าถูกอย่างที่อีกฝ่ายบอก เมื่อศาสนจักรเข้ามาแทรกแซง ฟีโรโซฟอสก็ไร้ทางหนี
เขาได้แต่มองฟีโรโซฟอสด้วยความไม่พอใจและความผิดหวัง "ข้ารู้ว่าเ้าไม่ใช่คนแบบนี้ แต่ทำไมถึงต้องทำเช่นนั้นลงไปด้วย ข้าไม่เข้าใจเ้าเลยจริงๆ" โคเรเฟลต่อว่าฟีโรโซฟอสด้วยความโกรธ จากนั้นก็เดินออกจากชั้นใต้ดินนี้ไป
ฟีโรโซฟอสไม่ตอบอะไร มีแค่ดวงตาดำสนิทมืดมนลงเท่านั้นที่เป็คำตอบ แม้แต่เพื่อนสนิทเองอย่างโคเรเฟลยังไม่เชื่อว่าเขาบริสุทธิ์
....ทุกสิ่งดูจะจบสิ้นแล้ว....
ฟีโรโซฟอสหลับตา แล้วนั่งอยู่ในห้องขังมืดเน่าเหม็นนั้น นานเท่าใดไม่ทราบได้ เขาได้แต่คิดว่าให้ศาสนจักรมาพาตัวเขาไปตัดหัวไวๆวันนี้เลยเสียก็ดี
ฟีโรโซฟอสรอและรอ...
รอให้ทุกอย่างจบลง
แต่ตอนนั้นเอง
ร่างสองร่างปรากฏที่หน้าห้องขัง เมื่อสองร่างนั้นปรากฏตัวทหารขุมห้องขังก็รีบคุกเข่าลงทันที "ฝ่าา!"
"ท่านที่ปรึกษา!" เด็กสาวคนหนึ่งเมื่อเห็นสภาพของฟีโรโซฟอส เธอก็ร้องออกมาด้วยสีหน้าเป็ห่วง
ฟีโรโซฟอสเบือนสายตาที่ไร้ิญญาของตนมองไปยังเด็กสาวและชายหนุ่มหน้าห้องขังนั้น "พวกเ้าคือ.."
สภาพของฟีโรโซฟอสในตอนนี้ย่ำแย่อย่างมาก สารรูปของเขาดูไม่เหมือนกับมือขวาแห่งเ้าชายลำดับที่สาม แต่เหมือนขอทานข้างถนนที่ใกล้ตายเสียมากกว่า
ชายหนุ่มที่มาพร้อมกับพาเน่มีใบหน้าที่สงบนิ่ง มองสภาพที่น่าสังเวชของฟีโรโซฟอสแล้วหยิบบางอย่างจากกระเป๋าก่อนจะยื่นให้เขา "หนมไหม?"
ฟีโรโซฟอสมองอาโนอิทอสที่ยื่นขนมให้ตนเองใน่เวลาแบบนี้ ทำให้เขาเบือนหน้าหนีอย่างหมดอาลัยตายอยากเขาไม่ตอบอะไร เขาแค่พูด "ฝ่าาทรงมาทำอะไร? มาเยาะเย้ยกระหม่อมอย่างนั้นหรือ?"
พาเน่แย้งออกมาด้วยความเป็ห่วง "ท่านที่ปรึกษา! พวกเราแค่เป็ห่วงท่านเลยมาดูเท่านั้น!"
ฟีโรโซฟอสมองพาเน่ จากนั้นแสยะยิ้ม "เป็ห่วง? พวกเ้าไม่ต้องโกหกข้าหรอก พวกเ้าก็เหมือนกับคนอื่นๆคงจะมาที่นี่เพื่อหัวเราะเยาะข้าเพราะคิดว่าข้าชั่วร้ายใช่ไหมล่ะ?"
"ท่านที่ปรึกษา.." พาเน่และอาโนอิทอสเงียบ ไม่ตอบอะไรฟีโรโซฟอส
ฟีโรโซฟอสเห็นปฏิกิริยานั้นของทั้งคู่ก็ยิ้มประชดตนเอง ดวงตาเขาเต็มไปด้วยน้ำตาและมันก็เต็มไปด้วยความเ็ป"แม้แต่พวกเ้าก็ยังคิดว่าข้าชั่วร้าย ข้ารู้อยู่แล้วว่าข้าไม่มีหวังจะหนีไปไหน เพราะไม่มีใครเชื่อคำข้าอยู่แล้ว ข้าทำงานดูแลเมืองนี้มาหลายปี ทำด้วยความรักและห่วงใย ข้าปฏิบัติต่อประชากรทุกคนที่นี่เหมือนเป็ครอบครัวตนเอง ข้าไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ข้าทำมาตลอดมันจะไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อข้าแค่อยู่ในที่เกิดเหตุและถูกใส่ความ เพียงแค่นั้นทุกคนก็ไม่เชื่อข้าและปฏิบัติต่อข้าเหมือนฆาตกร ข้าบกพร่องในหน้าที่ของตนเองยิ่งนัก คงเป็เพราะข้ายังดีกับพวกเ้าไม่เพียงพอ ข้าจึงสร้างความเชื่อใจให้พวกเ้าไม่ได้" ฟีโรโซฟอสพูดแบบนั้น จากนั้นดวงตาก็มืดดำสนิท ราวกับไม่มีหวังอะไรหลงเหลือในดินแดนแห่งนี้อีกแล้ว
แต่แล้ว อาโนอิทอสก็มองฟีโรโซฟอสและพูดขึ้น "ข้าพเ้าเชื่อท่านที่ปรึกษานะ ข้าพเ้ารู้ว่าท่านถูกใส่ร้าย"
ฟีโรโซฟอสหันมองชายหนุ่มตรงหน้าตนเอง จากนั้นก็แสยะยิ้มและโบกมือปัดเ้าชาย เขาบอก "ฝ่าาไม่จำเป็จะต้องโกหกเพื่อปลอบกระหม่อมหรอก กระหม่อมรู้ว่าฝ่าาไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นจริงๆ"
ฟีโรโซฟอสคิดว่าอาโนอิทอสแค่อยากให้กำลังใจเขา ฟีโรโซฟอสบอกปัดแล้วหันหน้าหนี
แต่อาโนอิทอสก็บอก "ข้าพเ้าไม่ได้โกหกหรอก ข้าพเ้ารู้ว่าท่านที่ปรึกษาถูกใส่ร้าย เพราะข้าพเ้ารู้ว่าคนร้ายคือใครั้แ่แรกแล้ว"
ตอนนั้นเอง ใบหน้าที่หันหนีของฟีโรโซฟอส เมื่อได้ยินคำพูดนี้ มันก็ค่อยๆเบือนกลับมามองอาโนอิทอสอย่างช้าๆ สักพักดวงตาที่ดำมืดไร้หวังจนถึงเมื่อครู่นี้ของฟีโรโซฟอสก็ค่อยๆปรากฏความตะลึงขึ้นมา "ฝ่าา...ว่าอย่างไรนะ?"
อาโนอิทอสบอก "คนร้ายก็คือหญิงสาวครอบครัวโอวิสนั่นแล เพราะแบบนั้นข้าพเ้าจึงสั่งห้ามท่านที่ปรึกษาไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับคำร้องเ่าั้ยังไงล่ะ"
ฟีโรโซฟอสอึ้ง "ฝ่าา...ฝ่าาทรงกำลังล้อเล่นอันใด? ครอบครัวโอวิสถูกสังหารจนหมด พวกนางเป็ผู้เคราะห์ร้ายมิใช่ฆาตกรนะพะย่ะค่ะ"
อาโนอิทอสถามกลับแทบทันที "แล้วท่านที่ปรึกษาเห็นแน่ชัดแล้วอย่างนั้นหรือ ว่าหญิงเลี้ยงแกะโอวิสและลูกๆของนางตายแล้วจริงๆ? ท่านที่ปรึกษาได้ไปตรวจเช็คด้วยตนเองแล้วหรือ?"
ฟีโรโซฟอสสั่นหน้า "กระหม่อมไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้น เพราะถึงอย่างไรก็มีผู้ชันสูตรศพมาตรวจเองอยู่ดี หากนางแค่แกล้งตายงั้นเราทุกคนก็จะรู้อยู่ดีมิใช่หรือพะย่ะค่ะ?" ฟีโรโซฟอสหยุดพูดเพียงแค่นั้นเพราะคิดว่าสิ่งที่อาโนอิทอสพูดมันไร้เหตุผล
แต่อาโนอิทอสก็บอก "ท่านที่ปรึกษา แล้วทำไมท่านถึงได้คิดว่าผู้ชันสูตรศพบริสุทธิ์ั้แ่แรกด้วยล่ะ? แรกเริ่มเดิมทีไม่มีกฏข้อไหนบอกว่าคดีนี้มีคนร้ายได้แค่คนเดียวสักหน่อยใช่หรือไม่?"
ฟีโรโซฟอสเผยใบหน้าที่สับสน "ฝ่าาทรงอยากจะพูดอะไรกันแน่พะย่ะค่ะ? มันไม่สำคัญว่าหญิงเลี้ยงแกะโอวิสกับผู้ชันสูตรศพจะร่วมมือกันหรือไม่ สมมุติต่อให้สองคนนั้นร่วมมือกันเพื่อใส่ร้ายกระหม่อมจริง แต่ที่นั่นก็มีชาวเมืองมากมายมามุงดู หากหญิงเลี้ยงแกะโอวิสแกล้งตายยังไงก็ไม่มีทางตบตาคนขนาดนั้นได้อยู่ดี เว้นเสียแต่ว่า--" ตอนที่ฟีโรโซฟอสพูดมาถึงประโยคสุดท้าย จู่ๆเขาก็หยุดพูดลงกลางคัน เพราะจู่ๆในใจก็นึกถึงความเป็ไปได้อีกอย่างขึ้นมาเมื่อลองใช้หลักการคิดเพี้ยนๆแบบอาโนอิทอส แต่ว่าพอใช้วิธีคิดแบบอาโนอิทอสมันก็ทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจริงๆ แต่เขาก็ไม่อยากเชื่อว่าเื่นี้มันจะเป็แบบนั้นไปได้ ดวงตาฟีโรโซฟอสก็เบิกกว้างด้วยความตะลึง "ไม่จริงน่ะ! หรือว่า!?"
ฟีโรโซฟอสไม่อยากเชื่อ พลันหันมองอาโนอิทอส "นี่คือสิ่งที่ฝ่าากำลังหมายถึงหรือ!? แต่ว่าต่อให้ทฤษฏีนี้จะเป็จริง แล้วเป้าหมายของพวกเขาคืออะไรกัน!? ทำไมพวกเขาจึงต้องทำขนาดนี้!"
อาโนอิทอสตอบ "ในเช้าวันนั้น ท่านที่ปรึกษาตื่นขึ้นมาพร้อมกับศพของสามแม่ลูกโอวิส และก็มีชาวบ้านมากมายมามุงดู ทำไมจู่ๆถึงได้มีชาวบ้านมากมายมาดูตอนท่านที่ปรึกษานอนกับศพพอดิบพอดี แล้วบ้านถูกล๊อคไว้ 6 ชั้นทหารก็เข้ามาไม่ได้นอกจากพังประตู แต่ภายในบ้านไม่มีร่องรอยงัดแงะ นั่นก็หมายความว่าคนที่เปิดประตูก็ต้องเป็ใครสักคนที่อยู่ในบ้านให้ทหารและชาวบ้านพวกนั้นเข้ามา คนเปิดประตูก็เป็ใครไปไม่ได้นอกจากครอบครัวโอวิส"
ฟีโรโซฟอสอึ้งเพราะพูดอะไรไม่ออก
"ท่านที่ปรึกษาไม่สงสัยอย่างนั้นหรือ ทำไมชาวนากลอติสที่บ้านอยู่ห่างไป 3 ไมล์ ในเช้าวันนั้นถึงได้ไปอยู่ที่นั่นในห้องที่เกิดเหตุพอดิบพอดี เขามาขายข้าวแถวนั้นพอดีอย่างนั้นหรือ? ไม่ ทั้งหมดมันคือการแสดง"
ฟีโรโซฟอสอึ้ง เขาเข้าใจจุดผิดสังเกตุที่อาโนอิทอสพยายามจะสื่อแล้ว แต่มันก็ยังมีเื่ที่ไม่เข้าใจอยู่ดี นั่นก็คือ"กระหม่อมไม่เข้าใจ ถึงแม้สิ่งที่ฝ่าาสันนิษฐานมาจะเป็ความจริง แต่มันจะมีประโยชน์อะไรกับคนพวกนั้น คนพวกนั้นจะได้ประโยชน์อะไรกับการใส่ร้ายกระหม่อม?"
เมื่อฟีโรโซฟอสถามคำถามนี้ อาโนอิทอสก็มองอีกฝ่าย ราวกับอยากระลึกเื่สำคัญบางอย่างให้ฟีโรโซฟอส "ท่านที่ปรึกษา...ท่านลืมไปแล้วอย่างนั้นหรือ ว่าเมืองของเราในตอนนี้ถูกสปายจากกองกำลังฝ่ายไหนเล่นงานอยู่?"
เพียงแค่คำพูดนั้นคำเดียว ดวงตาของฟีโรโซฟอสเบิกขึ้นมา
อาโนอิทอสยิ้ม "ท่านที่ปรึกษาไม่ต้องเป็ห่วงหรอก ที่ท่านที่ปรึกษาฝ่าฝืนคำสั่งข้าพเ้าแล้วไปตกอยู่ในหลุมพลางพวกมัน แต่ที่จริงพวกมันก็กำลังตกอยู่ในหลุมพลางข้าพเ้าเช่นกัน ท่านที่ปรึกษาไม่ต้องถูกส่งไปลงโทษที่ไหนทั้งนั่นแลเพราะข้าพเ้าจะช่วยท่านที่ปรึกษาออกมาเอง"
ฟีโรโซฟอสอึ้ง
*****
ที่อ่าวเรือดำ เรือโจรสลัดลำหนึ่งที่มีธงสัญลักษณ์มงกุฏกากบาทแล่นอยู่กลางท้องทะเล
กองปฏิวัติ กำลังทำการฉลองความสำเร็จกันหลังจากแผนการปลดที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองของชามิวลอสสำเร็จ
ชายวัยกลางคนที่มีร่างกำยำและเรือนผมดำเข้ม ยกจอกเหล้าขึ้นและดื่มเฉลิมฉลองกับลูกน้อง "แด่ชัยชนะและความพินาศของพวกขุนนางชั่ว!"
เหล่าลูกน้องแห่งกองปฏิวัติก็ยกจอกเหล้าและส่งเสียงร้องเฮ "แด่ชัยชนะและความพินาศของพวกขุนนางชั่ว!"
"กองปฏิวัติจงเจริญ!"
"กองปฏิวัติจงเจริญ!"
ตู้ม!
ในตอนนั้นเอง เสียงพังประตูดังขึ้นมาพร้อมกับชายหนุ่มเรือนผมบลอนด์ทองผู้หนึ่งเดินเข้ามาด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยวเขาตรงไปหาผู้นำกองปฏิวัติแล้วต่อยหน้าอีกฝ่ายจนล้มลงกับพื้น เขาะโ "ลาดิส! ข้าบอกว่าห้ามใช้แผนนั้นกับฟีโรโซฟอสไม่ใช่รึ!!"
ชายหนุ่มผมบลอนทอง ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองชายวัยกลางคนเรือนผมดำตรงหน้าอย่างโกรธเกรี้ยว
ลูกน้องที่ส่งเสียงเชียร์ดีใจจนถึงเมื่อครู่ก็เงียบกริบ ไม่มีใครกล้าขยับตัวหรือพูดอะไรเมื่อชายผมบลอนด์ทองปรากฏตัวออกมา แม้อีกฝ่ายจะทำร้ายหัวหน้าพวกตน ก็ไม่มีพวกเขาคนไหนกล้าต่อว่าหรือทำอะไรชายผมบลอนด์ทองผู้นี้ เพราะอีกฝ่ายคือรองหัวหน้าและมันสมองของกลุ่มที่คิดแผนขึ้นมา
คามิวดุสตวาดด้วยเืขึ้นหน้า "หากเ้านำแผนข้าไปใช้โดยไม่บอกกล่าวก่อนอีกครั้งเดียว ข้าจะทำลายกองปฏิวัตินี้ของเ้าเสีย!"
ชายผมดำหรือลาดิสเช็ดเืที่มุมปากแล้วมองคามิวดุสด้วยดวงตาคม จากนั้นแสยะยิ้ม "ข้าให้เวลาเ้าคิดแผนการเพื่อใช้นำตัวที่ปรึกษานั่นออกจากทางถึง 1 เดือน แต่เ้าก็มัวแต่สงสารคิดหาแต่ทางที่จะไม่ทำอันตรายเ้าแก่นั่น เป็เพราะสายสัมพันธ์ที่เ้ามีต่อเ้าแก่นั่นอย่างนั้นรึจึงทำให้เ้าใจอ่อน? ในเส้นทางนี้ที่เราเลือกเดินน่ะทุกคนต่างต้องเสียสละคนสำคัญทั้งสิ้น เ้าจะเลือกทั้งสองอย่างไม่ได้หรอก"
คามิวดุสมองลาดิสอย่างเ็า "คนที่สำคัญของข้ามีเพียงสองคนบนโลก ที่ข้าเข้าร่วมกองปฏิวัติของเ้าก็เพื่อปกป้องสองคนนั้น หากเ้าไม่สามารถทำตามที่สัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับฟีโรโซฟอสและอาโนอิทอสได้ งั้นข้าก็ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องเป็เสนาช่วยพวกเ้าวางแผนปฏิวัติกษัตริย์วาซิลาสอีกแล้ว อย่าลืมสิว่าที่กองปฏิวัติยิ่งใหญ่ถึงขนาดนี้เป็เพราะใคร ลืมแล้วหรือว่าตอนยังไม่มีข้าพวกเ้าก็เป็เพียงแค่กลุ่มผู้มีเพียงอุดมการณ์?"
เมื่อคามิวดุสพูดแบบนั้น ลาดิสก็เงียบ สมาชิกคนอื่นก็เงียบเช่นกัน ไม่มีใครกล้าเถียงหรือต่อต้านคามิวดุสเพราะอีกฝ่ายเป็คนสำคัญในกองปฏิวัติที่ทำให้กองปฏิวัติยังเดินหน้าได้ถึงทุกวันนี้ ถึงแม้จะเป็แค่รองหัวหน้า แต่เขาเปรียบเสมือนาาของทุกคน คอยสั่งการว่าจะต้องทำยังไง ตลอดมาจนถึงตอนนี้คามิวดุสคอยวางแผนให้ทุกคนและทุกคนก็ปฏิบัติตาม แผนที่ลาดิสใช้กับฟีโรโซฟอสจนมันตกหลุมพลางก็เป็แผนของคามิวดุสที่คิดขึ้นโดยมีเจตนาที่จะใช้กับที่ปรึกษารัชทายาทคนอื่น เพื่อทำให้อำนาจทางการเมืองของแต่ละฝ่ายอ่อนลง
หลังจากด่าหัวหน้าตัวเองเสร็จ คามิวดุสก็กัดฟันแล้วพยายามสงบสติอารมณ์ "ในเมื่อกลับไปแก้ไม่ได้แล้ว งั้นเื่มันแล้วก็แล้วไป แล้วตอนนี้ศาสนจักรเคลื่อนไหวรึยัง?" คามิวดุสหันไปถามลูกน้องหญิงสาวคนหนึ่ง
หญิงสาวคนนั้นตอบ "ศาสนจักรจะส่งคนไปจับตัวฟีโรโซฟอสในอีก 3 วันเ้าค่ะ"
คามิวดุสเผยใบหน้าดำมืด "งั้นรีบส่งม้าเร็วไป บอกว่าหยุดแผนการก่อน"
"เื่นั้นไม่จำเป็หรอก"
ตอนนั้นเอง ขณะที่คามิวดุสออกคำสั่ง ชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดนักบวชก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับคนจากศาสนจักรสี่คน
ลาดิสและกองปฏิวัติอึ้งที่เห็นคนจากศาสนจักรมาอยู่ที่นี่
"ทำไมพวกเ้ามาอยู่ที่นี่?" ลาดิสถามด้วยความสงสัย
แต่ชายหนุ่มนักบวชนั้นเมินลาดิสและหันไปหาคามิวดุส เผยดวงตาที่สนอกสนใจและเผยรอยยิ้ม "คามิวดุส เ้าให้ข้อมูลพวกเรามาผิดพลาด มีบางอย่างที่ไม่ตรงกับรายงานเกี่ยวกับชามิวลอสที่เ้าให้มา"
คามิวดุสขมวดคิ้ว "เ้ากำลังพูดถึงสิ่งใด?"
นักบวชสูงสุดกล่าว "เ้าบอกว่าชามิวลอสจะแตกทันทีหากผู้บริหารทางการเมืองอย่างฟีโรโซฟอสหายไป เ้าบอกว่าหากเ้าชายลำดับที่สามไม่มีที่ปรึกษา ชามิวลอสก็จะยุ่งเหยิง"
คามิวดุสมองนักบวชสูงสุดอย่างสับสน "มันก็ควรจะเป็เช่นนั้น ทำไม?"
นักบวชสูงสุดยิ้มเ็า "ข้าไม่เห็นมันจะเป็เช่นนั้นเลย"
คามวดุสอึ้ง "เ้าหมายความว่ายังไง? นี่เ้าไปที่นั่นมาแล้ว? แล้วสปายของข้าล่ะ? พวกมันอยู่ไหน?"
นักบวชสูงสุดยิ้ม "ถูกจับไปหมดแล้ว สปายทั้งหมด 245 คนรวมที่แปรพักตร์ ทั้งที่เ้าส่งไปปลอมตัวเป็ชาวเมืองและขุนนาง ทั้งหมดถูกจับตัวได้หมดแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทั้งคามิวดุส ลาดิส และกองปฏิวัติทุกคนตกตะลึง คามิวดุสแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ลุกขึ้นแล้วตบโต๊ะเสียงดัง "มันเป็ไปได้อย่างไร!? ใครเป็คนค้นพบตัวสปายเ่าั้ได้มากขนาดนี้!?"
นักบวชสูงสุดมีรอยยิ้มที่หล่อเหลา ดวงตาก็เผยความสนใจเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงตอนเผชิญหน้าชายคนนั้น "นั่นเป็สิ่งที่ข้ากำลังอยากพูดกับเ้า เ้าบอกว่าชามิวลอสจะแตกพ่ายง่ายๆให้เราหากเรานำที่ปรึกษาออกไปจากเ้าชายอาโนอิทอสได้ เพราะลำพังเ้าชายไม่สามารถบริหารเมืองได้ แต่ข้าไม่เห็นเป็เช่นนั้นแม้แต่น้อย กลับกันข้าคิดว่าเขานั้นหลักแหลมยิ่งกว่าฟีโรโซฟอสเสียอีก ผู้ที่จับตัวสปายทุกคนของเ้าได้ไม่ใช่ใคร แต่เป็เขาคนนั้น"
คามิวดุสตะลึง ไม่อยากเชื่อหูตนเอง "นี่เ้า...ว่าอย่างไรนะ?"
นักบวชสูงสุดบอก "ข้าไม่รู้ว่าครั้งสุดท้ายเ้าเห็นเ้าชายตอนไหน แต่ตอนนี้เขาไม่เหมือนที่เ้าบรรยายแม้แต่น้อยกลับกันเขาฉลาดเป็กรด หลักแหลมจนน่ากลัว เื่สปายที่เ้าส่งไปปลอมตัวเป็ชาวบ้านและยื่นคำร้องวางกับดักพวกนั้นเขารู้แต่แรกแล้ว เขาจึงได้เมินมันตลอดมา แต่ที่เขาไม่ยอมทำอะไรเพราะเขาไม่รู้เท่านั้นว่าในชนชั้นสูงยังมีฏอีกกี่คน ดังนั้นเขาจึงได้ปล่อยให้ฟีโรโซฟอสเต้นบนมือเรา กลับกันเ้าชายก็คอยตามเก็บคนน่าสงสัยทั้งหมดที่ปรากฏขึ้นในเื่ของฟีโรโซฟอส เขาใช้ที่ปรึกษาตนเองเป็เหยื่อล่อสปายทั้งหมดออกมา ตอนนี้ขุนนางทุกคนที่เป็ไส้ศึกให้เ้า ทั้งอัศวิน ทั้งเมอร์ควิส มาร์คัส และเ้าหน้าที่ชันสูตรศพ หรือแม้แต่สัปเหร่อ ทั้งหมดโดนจับตัวได้หมดแล้ว"
คามิวดุสไม่อยากเชื่อหูตนเอง
ย้อนกลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ฟีโรโซฟอสและชาวเมืองที่มารอรุมประฌามต่างยืนอึ้งเมื่ออาโนอิทอสนำตัวคนร้ายทั้งหมดในคดีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ออกมานั่งเรียงตัวกันต่อหน้านักบวชสูงสุดและคนจากศาสนจักร
"พวกเ้า...พวกเ้า....เป็ไปได้ยังไง" ฟีโรโซฟอสไม่อยากเชื่อสายตา
เบื้องหน้าฟีโรโซฟอส ชาวเมือง 132 คนที่ส่งเื่ร้องทุกข์หัวขโมยและภัยแร้งนั้นนั่งเรียงแถวกันเป็ตับ ด้านข้างพวกมันคือหญิงสาวสามคนที่ฟีโรโซฟอสคุ้นหน้าคุ้นตาเป็อย่างดีเพราะพวกเธอก็คือสามแม่ลูกโอวิส ด้านข้างสามแม่ลูกก็คือทหารทั้งกองที่ไปรอดักซุ่มจับหัวขโมยแกะกับฟีโรโซฟอสในคืนนั้น และด้านข้างกองทหารพวกนั้นอีกก็คือกลอติสชาวนาที่มาบ่นเื่ภัยแล้งให้ฟีโรโซฟอสฟังวันนั้น
ฟีโรโซฟอสไม่อยากเชื่อ
แต่สิ่งที่ไม่อยากเชื่อที่สุดก็คือ ด้านข้างของกลอติส ก็คือเพื่อนแท้ๆของเขามาร์คัส แม้แต่เมียมันก็ด้วย! ขุนนางที่เป็โล่และดาบให้ชามิวลอส! มาร์ควิส มาร์คัส!