ตอนที่ 134: ยาโด๊ปข้ามมิติ
ภายหลังการโจมตีทางอากาศอันรุนแรงและป่าเถื่อนของกองกำลังเผ่าปีกข้ามมิติหรือชนเผ่าวิหคโบราณ สถานการณ์ภายในเหมืองแร่ศิลาเหล็กทมิฬแห่งนี้ก็ยังคงอบอวลไปด้วยความตึงเครียด แม้ว่ากองทัพอสูรภายใต้การนำของหลีเฮงจะล่าถอยเข้ามากำบังภัยในอุโมงค์โตรกผาส่วนลึกได้อย่างปลอดภัย ทว่าร่องรอยเปลวไฟสีชาดและเขม่าควันสีดำที่คละคลุ้งอยู่นอกถ้ำก็เป็นเครื่องย้ำเตือนใจถึงความพ่ายแพ้ทางน่านฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แสงไฟสีส้มแดงจากคบเพลิงเวทมนตร์และสะเก็ดธารลาวาอุ่นวาบจับบนผนังถ้ำหินย้อย สะท้อนให้เห็นร่างสูงสง่าของหลีเฮงที่ประคองตัวยืนอยู่ข้างเตียงหิน ทว่าในเวลานี้ ชายหนุ่มผู้เคยองอาจ หน้าหนา และเปี่ยมล้นไปด้วยคารมคมคายกลับไม่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาซีดเผือดสลับเขียวคล้ำ มือหนาสองข้างยกขึ้นกุมก้นและบั้นเอวของตนเองอย่างมั่นคง ร่างกายท่อนบนสั่นเทาพั่บๆ ราวกับกิ่งไม้แห้งต้องลมพายุ
"โอ๊ย... สวรรค์เบื้องบน บั้นเอวของข้า... กระดูกสันหลังของข้ามันกำลังจะหลุดออกจากกันแล้วกระมัง" หลีเฮงสูดปากครางซี๊ด เสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดทรมานที่แล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกก้นกบขึ้นไปถึงท้ายทอย
ชายหนุ่มพยายามขยับขาก้าวเดินเพื่อจะตรวจตราความพร้อมของกองกำลังอสูรปีศาจพ่นพิษมาร ทว่าเพียงแค่ขยับปลายเท้าไปข้างหน้าไม่ถึงครึ่งชุ่น ความปวดแปลบระดับแสนสาหัสก็แล่นปราดเข้าโจมตีช่วงล่างอย่างรุนแรง จนหัวเข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงยวบยาบ ร่างกายซวนเซหวุดหวิดจะล้มคะมำคว่ำลงกระแทกพื้นถ้ำหินอุ่น ร้อนถึงยอดรักสามนางที่เฝ้าคอยดูอยู่รอบข้างต้องรีบพุ่งตัวเข้ามาประคองร่างของเขาเอาไว้พัลวัน
"ท่านพี่หลีเฮง! ระวังเจ้าค่ะ!" กู๋เอ๋อร์ ราชินีเผ่าเกราะศิลาผู้มีทรวงอกอวบใหญ่มหึมาคัพอีและผิวกายสีน้ำผึ้งนุ่มละมุน รีบยื่นแขนเรียวเข้ามาช้อนใต้รักแร้ของสามีหนุ่มอย่างทะนุถนอม ทว่าแรงกอดรัดที่เบียดกระแซะทรวงอกอวบอัดเข้าหาตัวเขากลับทำให้หลีเฮงต้องสูดหายใจลึกเพราะเสียวซ่านแกมปวดเมื่อยท่อนล่าง
"คุณชาย... ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? บาดเจ็บจากการปะทะกับพวกนกบินอัคคีข้างนอกอย่างนั้นหรือ?" สืออิง ราชินีเผ่างูผู้เลอโฉมฉายแววตาสองสีเปล่งประกายห่วงใย นางช่วยพยุงแขนอีกข้างของเขาพลางลูบไล้แผ่นหลังกว้างเบาๆ เพื่อช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
หลีเฮงทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา เขาจะกล้าบอกพวกนางตรงๆ ได้อย่างไรว่าอาการปวดเอวราวกับสะโพกจะหลุดนี้ไม่ได้เกิดจากสะเก็ดไฟหรือแรงระเบิดเพลิงของพวกเผ่าวิหคโบราณเลยแม้แต่น้อย ทว่ามันเกิดจากการที่เขาหักโหมโหมโรงทำมหาพิธีกรรมร่วมรักบำเพ็ญคู่ติดต่อกันแบบไม่เว้นวันพักผ่อน! ทั้งศึกรังไหมทองคำเวหากับเสี่ยวเหลียน ศึกเตียงหินละลายเกราะทองแดงกับกู๋เอ๋อร์ และศึกล่าสุดในการส่งผ่านรหัสยีนส์เกราะศิลาสู่รังไข่ของเย่เจาจวิน ทั้งสามศึกล้วนต้องใช้พละกำลังสะโพกและท่อนเอวในการซอยกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและยาวนานข้ามวันข้ามคืนเพื่อสกัดยีนส์ให้เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยามนี้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นท่อนล่างของเขาจึงประท้วงหยุดทำงานประหนึ่งเครื่องยนต์ที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น
ทันใดนั้นเอง หน้าต่างข้อความสีทองของระบบเทพแมงดาก็กะพริบวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมเสียงแจ้งเตือนสั่นสะเทือนดังระฆังเงินกวนประสาทขยี้ซ้ำเติมเข้ามาในโสตประสาท
*ติ๊ง!*
[ระบบตรวจพบวิกฤตร้ายแรงทางสรีรวิทยาของโฮสต์!]
[แจ้งเตือนด่วน: พลังงานท่อนเอวและสะโพกของโฮสต์อ่อนแอ ต่ำกว่ามาตรฐานการควบคุมห้าสิบเปอร์เซ็นต์! เส้นเอ็นยึดเหนี่ยวหลังช่วงล่างเกิดอาการล้าสะสมขั้นวิกฤตจากการทำศึกเตียงบำเพ็ญคู่เกินขีดจำกัดมนุษย์ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการหลบหลีกและการขับเคลื่อนลมปราณลดลงเหลือเพียงสามสิบเปอร์เซ็นต์ หากไม่ได้รับการฟื้นฟูโดยเร่งด่วน ศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจในฐานะเทพแมงดาผู้เกาะสตรีสยบหล้าอาจพังทลายลงได้! กรุณาฟื้นฟูด่วนเพื่อกู้คืนภาพลักษณ์อันเกรียงไกร!]
หลีเฮงแทบอยากจะพ่นน้ำลายใส่หน้าต่างระบบหากทำได้ "ไอ้ระบบเฮงซวย! แกสแกนวิกฤตได้ละเอียดอ่อนขนาดนี้เชียวหรือ? แทนที่จะเตือนเรื่องศึกนอกถ้ำ กลับมาขยี้เรื่องเอวเคล็ดของข้าเนี่ยนะ! แล้วใครกันเล่าที่บังคับให้ข้าทำภารกิจพิธีกรรมร่วมรักสกัดยีนส์บ้าบอพวกนั้นติดต่อกันน่ะ!"
"ท่านพี่... ใบหน้าของท่านเขียวคล้ำยิ่งนัก หรือว่าพิษไฟจากหอกอักขระของพวกเผ่าวิหคจะซึมเข้าสู่ไขข้อของท่าน?" เย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีในชุดคลุมยาวสีม่วงเข้มหรูหราเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้างดงามสะคราญตาของนางฉายประกายสงสัยพลางขมวดคิ้วคู่สวยนิ่วหน้ามองสามี "แต่ข้าสัมผัสกระแสพลังผ่านพันธะฮาเร็มดวงจิต ดูเหมือนลมปราณของท่านพี่จะไม่ได้แปรปรวนจากพิษไฟ ทว่ากลับแห้งขอดและล้าอย่างน่าประหลาดที่บริเวณ... ท่อนเอวและสะโพก?"
กู๋เอ๋อร์เอียงคอ ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ก่อนจะร้องอุทานออกมาอย่างเข้าใจแจ้ง "อ๊ะ! หรือว่าจะเป็นเพราะยามที่ท่านร่วมรักกับพวกเรา... ท่านพี่โหมกระแทกกระทั้นขยับซอยสะโพกอย่างรุนแรงเกินไป? ยามที่ท่านส่งปราณหยางสวรรค์ละลายเกราะหินของข้า ท่านขยับเอวหนักหน่วงราวกระแทกหินผาอีกทั้งยังต้องไปสู้ศึกกับพี่หญิงเจาจวินต่อทันที... ท่านพี่หลีเฮง เอวของท่านเคล็ดใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
คำพูดซื่อตรงไร้การปรุงแต่งของกู๋เอ๋อร์ทำเอาถ้ำเหมืองหินทั้งถ้ำตกอยู่ในความเงียบงัน หลีเฮงหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่... ไม่ใช่เช่นนั้นกู๋เอ๋อร์! ข้าคือใคร? ข้าคือหลีเฮงผู้มีลมปราณร้อนแรงดุจพยัคฆ์สวรรค์ เอวของข้าแข็งแกร่งดั่งศิลาเหล็กทมิฬ มีหรือจะมาเคล็ดขัดยอกเพราะเรื่องพรรค์นั้น! ข้าเพียงแค่... เพียงแค่วางแผนกลยุทธ์รับมือศึกใหญ่จนไม่ได้พักผ่อนเท่านั้นเอง!"
สืออิงหัวเราะคิกคัก มือเรียวสวยยกขึ้นปิดปากพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มหยอกล้อ "คุณชายเอ๋ย... ท่านไม่ต้องเสแสร้งปกปิดพวกเราหรอกเจ้าค่ะ ร่างกายของท่านฟ้องชัดเจนขนาดนี้ ขาก็สั่นพั่บๆ หลังก็ค่อมลงไปครึ่งคืบ ข้าว่าท่อนเอวของท่านยามนี้คงจะหมดสภาพไปแล้วจริงๆ หากพวกเผ่าบินบุกเข้ามาอีกครา แล้วท่านต้องอุ้มพวกเราวิ่งหลบภัย ท่านคงได้เอวหักกลางทางเป็นแน่แท้"
"พวกเจ้าอย่าแซวข้านักเลย ยามนี้สถานการณ์น่านฟ้าย่ำแย่ ข้าต้องรีบหาทางฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุดเพื่อพากองทัพบุกหนองน้ำโบราณขนาดยักษ์" หลีเฮงพยายามดึงเข้าเรื่องงานเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย ทว่าความเจ็บปวดที่ท่อนเอวยังคงทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ จิตใจของเขาคิดหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน ทักษะการนวดมือทองคำของเขาสามารถนวดคลายเส้นให้สตรีได้ดีเยี่ยม ทว่าเขากลับไม่สามารถนวดตัวเองเพื่อทะลวงจุดบั้นเอวที่ลึกซึ้งได้สะดวกรวดเร็วขนาดนั้น
"ระบบ! มีไอเทมฟื้นฟูเอวขายในร้านค้าบ้างหรือไม่? ข้าต้องการยาโด๊ปด่วนที่สุด!" หลีเฮงสื่อสารทางจิตถามระบบอย่างร้อนรน
*ติ๊ง!*
[ระบบเปิดการค้นหาร้านค้าโอสถเทพแมงดา: ยาโด๊ปพญาแรดสวรรค์สะท้านเตียง ราคาเจ็ดหมื่นแปดพันแต้ม, ยาบำรุงไขข้อพยัคฆ์อมตะ ราคาสิบสองหมื่นแต้ม... ขอเตือนโฮสต์ว่า แต้มสะสมแมงดาคงเหลือปัจจุบันคือห้าหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยแต้ม ไม่เพียงพอต่อการแลกซื้อโอสถระดับสูงดังกล่าว]
"บัดซบ! ขายยาแพงหน้าเลือดประหนึ่งปล้นกันกลางวันแสกๆ!" หลีเฮงกัดฟันกรอด แววตาสั่นระริกด้วยความขัดใจ ทว่าในความมืดแปดด้านนั้น พลันมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวสมองอันชาญฉลาดแกมโกงของเขา
หากซื้อจากระบบไม่ได้ เหตุใดเขาจึงไม่ขอความช่วยเหลือจากเหล่ายอดภรรยาผู้เก่งกาจทางฝั่งโลกมนุษย์เล่า! ฝั่งวังบุปผาหิมะมีไป๋ซือหนิง ธิดาแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้รอบรู้เรื่องสมุนไพรรักษาโรคและยาบำรุงชีพจรอย่างหาตัวจับยาก อีกทั้งยังมีกู่ชิงชิงและหลินเสวี่ยเหยาที่คอยช่วยเหลืออยู่เป็นเบื้องหลัง การปรุงยาสมุนไพรวิเศษส่งผ่านมิติไม่ใช่เรื่องยากเลยในตอนนี้ เพราะพวกเขามีกระเป๋ามิติมารและการเชื่อมจิตผ่านกระจกจิตสื่อสารข้ามมิติที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แล้ว!
ไม่รอช้า หลีเฮงรีบทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนเอวปวดเมื่อยล้า มือหนาหยิบกระจกจิตสื่อสารข้ามมิติออกมาจากอกเสื้อ เขาวางมันลงบนโขดหินอุ่นเบื้องหน้า จากนั้นส่งพลังปราณจิตอันน้อยนิดที่เหลืออยู่กระตุ้นการทำงานของกระจกสื่อสารทันที
แสงสีครามเปล่งประกายเรืองรองออกมาจากพื้นผิวกระจก คลื่นพลังมิติวูบวาบหมุนวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ปรากฏภาพทิวทัศน์ของห้องโถงหินสลักน้ำแข็งอันคุ้นเคยแห่งวังบุปผาหิมะ และร่างของสตรีสองนางที่กำลังนั่งเฝ้าจับตาดูสถานการณ์อยู่หน้ากระจกฝั่งโน้นอย่างเป็นห่วง
นางแรกคือ ไป๋ซือหนิง ธิดาแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้สวมชุดขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ใบหน้างดงามอ่อนหวานปานน้ำผึ้งฉายแววอ่อนโยนและรอบรู้ ข้างกายของนางคือ กู่ชิงชิง หรือเหมันต์อัปสรผู้สวมชุดสีฟ้าอ่อน ใบหน้าสวยเฉี่ยวคมคายแฝงไปด้วยความทะนงตน ทั้งสองนางเมื่อเห็นเงาร่างของหลีเฮงปรากฏขึ้นในกระจกก็พากันยิ้มแย้มยินดีทันที
"ท่านพี่หลีเฮง! ท่านติดต่อมาเสียที พวกข้าทางนี้เป็นห่วงท่านแทบแย่ สัมผัสได้ว่าในแดนปีศาจเกิดศึกสงครามครั้งใหญ่ ค่ายกลของท่านถูกจู่โจมใช่หรือไม่เจ้าคะ?" ไป๋ซือหนิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวลปนกังวล แววตาของนางจับจ้องใบหน้าของสามีหนุ่มอย่างละเอียดถี่ถ้วน
หลีเฮงพยายามเค้นรอยยิ้มอันแสนอ่อนแอและแสดงละครสีหน้าอิดโรยประหนึ่งผ่านศึกสงครามเจียนตายมา "ซือหนิง... ชิงชิง... ยอดรักของข้า ยามนี้ข้ากำลังเผชิญศึกใหญ่รอบด้านเหลือเกิน ข้าต้องนำทัพต้านทานพวกเผ่าวิหคโบราณที่บุกจู่โจมทางอากาศ ร่างกายของข้า... ร่างกายของข้าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าลึกซึ้งยิ่งนัก ชีพจรช่วงล่างและกล้ามเนื้อสันหลังสะโพกบิดเบี้ยวเสียหายจนแทบจะก้าวขาเดินไม่ออก ข้าเกรงว่าหากไม่มีโอสถวิเศษมาช่วยฟื้นฟู ข้าคงไม่สามารถนำทัพบุกชิงดินแดนถัดไปเพื่อหาทางกลับไปหาพวกเจ้าได้เป็นแน่..."
หลีเฮงแสร้งทำเป็นไอแห้งๆ สองสามทีและกุมเอวทำสีหน้าทรมานดั่งคนใกล้หมดลมหายใจ หวังจะดึงความเห็นอกเห็นใจจากสตรีฝั่งโลกมนุษย์
ทว่าไป๋ซือหนิงผู้เป็นธิดาแพทย์ศักดิ์สิทธิ์หาได้โง่เขลาเบาปัญญาไม่ นางหรี่ดวงตากลมโตมองท่าทางการกุมเอวและอาการสั่นสะท้านช่วงล่างของหลีเฮงผ่านกระจกจิตเพียงอึดใจเดียว ก่อนที่มุมปากสวยจะค่อยๆ ยกยิ้มอย่างรู้ทัน แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเอ็นดูแกมระอาใจอย่างปิดไม่มิด
"ท่านพี่หลีเฮง... ท่านคิดจะหลอกธิดาแพทย์เช่นข้าอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?" ไป๋ซือหนิงส่ายศีรษะเบาๆ พลางถอนหายใจยาวเหยียด "ชีพจรของท่านที่แสดงออกมาทางสีหน้าและแววตานั้นหาได้บาดเจ็บจากไอพิษหรือการฟันแทงของข้าศึกไม่ ทว่ามันคืออาการ 'ไตหยางพร่องเพราะเสพสมเกินขนาด' เส้นเอ็นและไขข้อท่อนสะโพกของท่านผ่านการใช้งานอย่างหนักหน่วงติดต่อกันต่างหากเล่า! บรรดาพี่หญิงและน้องหญิงทางฝั่งโน้นคงจะต้อนรับท่านอย่างเร่าร้อนบนเตียงหินจนเอวเคล็ดหมดแรงรบใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
กู่ชิงชิงที่อยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นก็หลุดหัวเราะคิกออกมาทันที ใบหน้าสวยเฉี่ยวประดับด้วยรอยยิ้มแซวขำขันแกมรักหมั่นไส้ "ฮั่นแน่! ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าซือหนิงว่าคนหน้าหนาอย่างเขาไปอยู่แดนปีศาจท่ามกลางสาวๆ เผ่าปีศาจเนื้อแน่นสะบึม มีหรือจะทนไหว ยามนี้คงจะหวดรักซอยสะโพกจนลืมสังขารตนเอง พอเอวเคล็ดเดินไม่ได้จึงต้องแล่นโร่มาขอความช่วยเหลือจากพวกเรา ช่างน่าตีนัก! สมน้ำหน้ายิ่ง เจ้าเทพแมงดาจอมเจ้าชู้เอ๋ย!"
หลีเฮงหน้าถอดสี รีบไอแก้เก้อกระเสือกกระสนอธิบายเสียงเบา "ชิงชิง... เจ้าพูดอะไรเช่นนั้น ข้าทำไปก็เพื่อสกัดรหัสยีนส์เพื่ออัปเกรดยูนิตสัตว์อสูรต้านรับสงครามต่างหากเล่า มันคือความจำเป็นทางทหาร! ความจำเป็นของค่ายกลรบแท้ๆ! หากข้าขยับเอวไม่ได้แล้วข้าจะนำทัพไปชิงน่านฟ้ากลับมาหาพวกเจ้าได้อย่างไรกันเล่า ยอดรักทั้งสองช่วยข้าเถิดนะ ข้าปวดเอวปวดสะโพกจนแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว..."
เห็นสามีหนุ่มทำท่าออดอ้อนน่าสงสารปนน่าขันเช่นนั้น ไป๋ซือหนิงก็อ่อนใจปนเอ็นดูเกินกว่าจะโกรธเคืองจริงจัง นางหันไปสบตากับกู่ชิงชิงพลางเอ่ยกลั้วหัวเราะ "เอาเถิดเจ้าค่ะ ถึงท่านพี่จะเกเรไปบ้าง ทว่าศึกใหญ่เบื้องหน้านั้นอันตรายยิ่ง หากร่างกายของท่านไม่พร้อมรบก็อาจเกิดภัยถึงชีวิตได้ พวกเราคงต้องช่วยบำรุงไขข้อและท่อนเอวของท่านให้ฟิตเปรี๊ยะกลับมาดังเดิมเสียแล้ว ชิงชิง... เจ้าช่วยข้าไปหยิบสมุนไพรอุณหภูมิร้อนในคลังโอสถของวังหิมะมาทีเถิด"
"ได้เลยซือหนิง ข้าจะหยิบสมุนไพรรสเผ็ดร้อนบำรุงกำลังมาให้เยอะๆ เลย เอาให้เขาฟิตเปรี๊ยะจนเอวสั่นดุจสปริงเหล็กไปเลยทีเดียว!" กู่ชิงชิงตอบรับด้วยน้ำเสียงสะใจพลางรีบเดินหายไปเตรียมวัตถุดิบ
จากนั้น ภาพฝั่งวังบุปผาหิมะแสดงให้เห็นกระบวนการปรุงยาสุดวิเศษและวุ่นวาย ไป๋ซือหนิงจัดแจงตั้งหม้อปรุงยาเวทมนตร์สัมฤทธิ์สามขาขนาดยักษ์กลางห้องโถงหินสลักน้ำแข็ง ควันสีขาวลอยพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมสมุนไพรตลบอบอวล ธิดาแพทย์สาวคัดสรรสมุนไพรบำรุงกำลังระดับสูงและของป่าข้ามมิติอย่างประณีต
"ท่านพี่หลีเฮงโปรดฟังสรรพคุณของยาโด๊ปถ้วยนี้ให้ดีนะเจ้าคะ" ไป๋ซือหนิงเอ่ยอธิบายพลางหยิบสมุนไพรใส่ลงหม้อปรุงยาทีละชนิด "โอสถชามนี้มีชื่อว่า 'ยาโด๊ปพยัคฆ์สวรรค์ร้อยปี' ข้าได้ผสมโสมคนพันปีหัวใจมังกรอัคคีเพื่อกระตุ้นโลหิต ลมปราณไหลเวียนร้อนแรง ตามด้วยรากบัวบำรุงกระดูกเสือขาวและหญ้าเอ็นยืดฟื้นฟูท่อนเอวร้อยปีเพื่อซ่อมแซมเส้นเอ็นข้อต่อสะโพกที่ฉีกขาดและล้าจากการขยับซอยสะโพก อีกทั้งยังใส่นมม้าศึกเพลิงคลั่งเพื่อเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าฟิตเปรี๊ยะคึกคักสามเท่าในชั่วพริบตา!"
กู่ชิงชิงเดินกลับเข้ามาพร้อมสมุนไพรแปลกๆ ในมือ "แล้วข้ายังแอบใส่ 'พริกมารอัคคีสวรรค์สิบแปดขุม' ลงไปด้วยเพื่อช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของท่านร้อนรุ่มตื่นตัวกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น รับรองว่าดื่มเข้าไปเพียงอึกเดียว ร่างกายช่วงล่างของท่านจะร้อนผ่าวราวกับโดนไฟคลอก ท่อนเอวของท่านจะกลับมาฟิตเปรี๊ยะปั๋งดุจพยัคฆ์หนุ่มขย้ำเหยื่อแน่นอนเจ้าค่ะ!"
หลีเฮงเห็นพริกสีแดงเพลิงเม็ดโตที่กู่ชิงชิงโยนลงหม้อต้มยาจนกลายเป็นน้ำยาสีม่วงทองเข้มข้นเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นฉุนกึกปนพลังวิเศษร้อนแรงฉายชัดออกมานอกกระจก ชายหนุ่มก็ลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ด้วยความเสียวสันหลังวาบ "ชิงชิง... ซือหนิง... พวกเจ้าไม่ได้กะจะวางยาพิษล้างแค้นข้าที่แอบมีเมียเพิ่มใช่หรือไม่? เหตุใดน้ำยาโด๊ปมันถึงได้มีสีม่วงทองเข้มข้นน่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นเล่า?"
"คิกคิก... ยาดีมักขมและร้อนแรงเจ้าค่ะท่านพี่ ดื่มเข้าไปเถิด รับรองว่าผลลัพธ์จะทำให้ท่านประหลาดใจเป็นที่สุด" ไป๋ซือหนิงหัวเราะคิกเบาๆ ก่อนจะทำการควบแน่นน้ำยาโด๊ปพยัคฆ์สวรรค์ร้อยปีทั้งหมดลงในขวดหยกสีเขียวมรกตขนาดพอเหมาะ ม้วนพันรอบด้วยค่ายกลผนึกปราณไม่ให้สูญเสียสรรพคุณ จากนั้นส่งขวดหยกใส่ลงในถุงย่ามกระเป๋ามิติมารที่เชื่อมโยงข้ามมิติกับหลีเฮง
*วิ้ง!*
แสงสว่างวาบขึ้นที่กระเป๋ามิติมารข้างกายของหลีเฮง ชายหนุ่มรีบเอื้อมมืออันสั่นเทาลงไปล้วงขวดหยกบรรจุยาโด๊ปพยัคฆ์สวรรค์ร้อยปีออกมาทันที ขวดหยกนั้นยังคงแผ่ไออุ่นร้อนปนละอองพลังปราณรักษาที่หนาแน่นเข้มข้นออกมารอบๆ จนทำให้บรรยากาศภายในถ้ำเหมืองหินรู้สึกอุ่นสบายขึ้น
"ขอบใจพวกเจ้ามากนะยอดรักของข้า! กลับไปครานี้ข้าจะชดเชยให้พวกเจ้าอย่างสาสมทีเดียว!" หลีเฮงเอ่ยคำหวานอ้อนข้ามมิติ
"ไม่ต้องรีบชดเชยหรอกเจ้าค่ะ ขอเพียงท่านพี่รักษาท่อนเอวและสะโพกให้รอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกาแถวนั้นก็พอแล้ว คิกคิก... พวกข้าจะรอดูชัยชนะของท่านพี่ผ่านกระจกนะเจ้าคะ" ไป๋ซือหนิงเอ่ยหยอกล้อเป็นคำสุดท้ายก่อนที่แสงจากกระจกสื่อสารจะค่อยๆ ดับวูบลงไป คืนสภาพเป็นกระจกหินธรรมดา
หลีเฮงถือขวดหยกยาโด๊ปพยัคฆ์สวรรค์ร้อยปีไว้ในมือ พลางเงยหน้าขึ้นมองเหล่าสตรีในถ้ำอุ่นที่ยืนล้อมรอบจ้องมองเขาเขม็ง เย่เจาจวินส่งสายตากลั้วหัวเราะ สืออิงส่งสายตายั่วเย้ากวนใจ ส่วนกู๋เอ๋อร์นั้นทำตาโตลุ้นระทึกประหนึ่งกำลังจะได้ดูการแสดงมหัศจรรย์
"เอาล่ะ... เพื่อศึกใหญ่เพื่อเอวของข้า... และเพื่อศักดิ์ศรีของเทพแมงดา!" หลีเฮงสูดหายใจเข้าลึก ดึงจุกเปิดขวดหยกออกทันที กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกผสมไอความร้อนแรงปานไฟพุ่งวาบเข้าจมูกจนเขาต้องจามออกมาเบาๆ จากนั้นชายหนุ่มไม่รอช้า ยกขวดหยกขึ้นจ่อปากแล้วกระดกอึกๆ ดื่มยาบำรุงสูตรพิเศษข้ามมิตินั้นลงคอไปอย่างรวดเร็วรวดเดียวหมดขวด!
"อึด... อึก... อึก... ฮ่า!!!"
ทันทีที่ยาหยดสุดท้ายล่วงพ้นลำคอลงสู่กระเพาะอาหาร ดวงตาของหลีเฮงพลันเบิกกว้างขึ้นเท่าไข่ห่าน! ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยซีดเซียวพลันแดงก่ำร้อนฉ่าขึ้นมาในพริบตาประหนึ่งเตาหลอมเหล็กเดือดพล่าน ร่างกายท่อนบนของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง ทว่าครานี้ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอเมื่อยล้า ทว่าเกิดจากกระแสลมปราณร้อนแรงดุจพายุเพลิงพุ่งพล่านทะลวงไปตามจุดชีพจรทั่วร่าง!
*ครืน... ซู่!!!*
กระแสลมปราณความร้อนแผ่ซ่านผ่านแนวกระดูกสันหลัง วิ่งตรงดิ่งลงสู่ท่อนเอว สะโพก และกระจายตัวเข้าสู่เส้นเอ็นกล้ามเนื้อช่วงล่างทั้งหมดในพริบตา หลีเฮงรู้สึกได้ทันทีว่าความเจ็บปวดแปลบเมื่อยล้าที่เคยฝังลึกอยู่ในไขข้อสะโพกจนก้าวขาไม่ออกนั้น ถูกไอความร้อนของยาโด๊ปละลายสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เส้นเอ็นข้อยึดต่างๆ ถูกเชื่อมประสานและฟื้นฟูให้กลับมาเหนียวแน่น แกร่งแกร้าว และยืดหยุ่นสูงส่งยิ่งกว่าเก่า!
ไม่เพียงแค่นั้น พลังหยางร้อนแรงที่สะสมจากพริกมารอัคคีสวรรค์สิบแปดขุมและนมม้าศึกเพลิงคลั่งยังไหลมารวมกันที่กึ่งกลางกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ความคึกคักฟิตเปรี๊ยะทางกำลังและอารมณ์รักสวาทพุ่งทะยานขึ้นสูงถึงสามเท่าในทันที! ร่างกายของเขารู้สึกเบาสบาย กระปรี้กระเปร่า มีพละกำลังท่อนล่างล้นหลามประหนึ่งสามารถขยับโยกสะโพกทุบทำลายหินผาให้แหลกเป็นผุยผงได้ในการซอยกระแทกเพียงครั้งเดียว!
"โอ้โห! สุดยอดไปเลย! เอวของข้า... เอวของข้ามันฟิตเปรี๊ยะปั๋งดุจสปริงเหล็กกล้ากลับคืนมาแล้ว!" หลีเฮงร้องตะโกนลั่นถ้ำด้วยความสะใจ ชายหนุ่มเด้งร่างลุกขึ้นยืนตรงอย่างมั่นคงขาสองข้างไม่มีอาการสั่นเทาอีกต่อไป เขาทดลองเหวี่ยงตัว หมุนควงเอวและสะโพกเป็นวงกลมด้วยความเร็วสูงกวนประสาทโชว์ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อช่วงล่างอย่างมั่นใจเต็มร้อย
"วิเศษแท้ๆ! ความเจ็บปวดปวดเมื่อยหายไปสิ้น พลังสะโพกข้าคึกคักขึ้นสามเท่าพร้อมรบกับข้าศึกบนดินและในมุ้งแล้วโว้ย! ฮ่าๆๆ!" หลีเฮงแสยะยิ้มกว้างกวนประสาทพลางตบก้นตนเองดังแปะๆ โชว์ความฟิตเปรี๊ยะกวนโอ๊ย
เย่เจาจวินเห็นสามีหนุ่มเด้งเอวไปมาอย่างคึกคะนองกวนประสาทเช่นนั้น ก็นิ่วหน้าบิดปาก แววตาเต็มไปด้วยประกายหยอกล้อปนความร้อนรุ่มคันยุบยิบในอก "ท่านพี่หลีเฮง... ดูท่าฤทธิ์ยาโด๊ปจากพี่หญิงฝั่งโน้นจะแรงจริงแท้ ยามนี้เอวของท่านกลับมาสปริงตัวดีเยี่ยมคึกคักยิ่งนัก ทว่าโปรดจำไว้เถิด... หากท่านทำศึกชิงน่านฟ้าหนองน้ำโบราณพ่ายแพ้กลับมา ข้าจะให้สตรีทั้งสามในฐานทัพช่วยกันขย่มขยี้เอวของท่านให้เคล็ดพังทลายยิ่งกว่าเดิมอีกเท่าตัว คอยดูเถิด!"
สืออิงส่ายเอวบางนวยนาดเข้ามากระซิบข้างใบหูหลีเฮงด้วยเสียงสั่นกระเส่ายั่วใจ "คุณชาย... เอวฟิตขึ้นสามเท่าเช่นนี้ ช่างน่าลองทดสอบสรรพคุณบนเตียงหินยิ่งนักนะเจ้าคะ เสร็จศึกใหญ่ครานี้... ท่านห้ามหนีพวกเราเด็ดขาดล่ะ"
กู๋เอ๋อร์หน้างามแดงก่ำพลางจับจ้องสะโพกของหลีเฮงอย่างเอียงอายปนขำขัน "ท่านพี่หลีเฮงฟิตปั๋งขนาดนี้ กู๋เอ๋อร์ก็เบาใจเจ้าค่ะ ยามนี้พวกเราพร้อมรับศึกและป้องกันเหมืองแร่ศิลาเหล็กทมิฬแห่งนี้เต็มที่แล้ว ขอให้ท่านพี่เดินทางไปชิงยีนอสูรลมพายุมาปกป้องน่านฟ้าพวกเราอย่างปลอดภัยนะเจ้าคะ!"
หลีเฮงหัวเราะร่าอย่างมั่นใจ แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นเฉียบคมและเปี่ยมล้นไปด้วยออร่าแห่งความพร้อมรบ ไร้ซึ่งความกลัวต่อกองทัพนกปีกวิหคโบราณอีกต่อไป ร่างกายที่กลับมาฟิตปั๋งสูงสุดและท่อนเอวสปริงเหล็กกล้าทำให้เขารู้สึกพร้อมที่จะทะลวงฝ่าทุกสิ่งเพื่อก้าวไปข้างหน้า
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงเตือนของระบบเทพแมงดาก็ดังขึ้นประกาศผลลัพธ์อันงดงามของการปิดภารกิจคลื่นวิบัติระลอกที่สองอย่างเป็นทางการในหัวของเขา
*ติ๊ง!*
[ระบบประเมินผลสำเร็จและปิดภารกิจคลื่นวิบัติระลอกที่สอง สรุปยอดสะสมและประเมินค่าสถานะตัวละครโฮสต์:]
- ภารกิจหลักบำเพ็ญคู่สกัดยีนส์ไหมเพลิงและยีนส์เกราะศิลาสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
- ยื่นข้อเสนอและดึงดูดสตรีเข้าฮาเร็มและฐานทัพสำเร็จเสร็จสิ้นตามเกณฑ์
- สรุปยอดแต้มสะสมแมงดาคงเหลือปัจจุบันในระบบ: 57,500 แต้ม
- สรุปแต้มวิบัติสะสมสะท้อนกลับคงเหลือหลังปิดระลอก: 65 แต้ม (ระดับสถานะมั่นคงชั่วคราว)
- สรุปค่าศักดิ์ศรีคงเดิมในขอบเขตปัจจุบัน: -60 แต้ม (โฮสต์ยังคงครองตำแหน่งความหน้าหนาเกาะสตรีได้อย่างเหนียวแน่นมั่นคง)
[ระบบกำลังเตรียมปลดล็อกภารกิจเนื้อเรื่องคลื่นวิบัติระลอกที่สาม ภารกิจบุกตะลุยหนองน้ำโบราณขนาดยักษ์และชิงรหัสยีนส์เวหา ขอให้โฮสต์เตรียมพร้อมเดินทางในทันที!]
หลีเฮงเหลือบมองกล่องข้อความระบบด้วยความภาคภูมิใจในความหน้าหนาและความฟิตปั๋งของสะโพกตนเอง เขากล่าวอำลาและมอบหมายงานป้องกันฐานแก่สตรีทั้งสามอย่างเด็ดขาด จากนั้นหันหลังก้าวเท้าเดินนำหน้าหน่วยรบอสูรปีศาจพ่นพิษมารมุ่งหน้าออกจากอุโมงค์ถ้ำแร่ เดินทัพฝ่าควันไฟและมุ่งตรงไปยังดินแดนหนองน้ำโบราณขนาดยักษ์ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อทำศึกใหญ่ระดับสงครามชิงน่านฟ้าครั้งถัดไปอย่างมั่นใจไร้ความกังวลเรื่องท่อนเอวอีกต่อไป!
ศึกใหญ่ระลอกสามกำลังจะเริ่มต้น และชายผู้มีเอวสปริงเหล็กกล้าข้ามมิติตัวจริงเสียงจริงพร้อมจะแสดงฝีมือให้ทั้งดินแดนปีศาจต้องสั่นสะท้าน!
---