ตอนนี้พวกเราก็กำลังนั่งเล่นอยู่ในบ้านของวิเวียร์ไปพร้อมกับทานอาหารว่างไปด้วย ไม่เยอะเหมือนมื้อเมื่อวานหรือเมื่อตอนเช้าแต่ก็พอรองท้องได้อยู่ แม้แต่ขนมปังที่คุณอลิเซียทำ...ก็ยังอร่อยอีกเหรอเนี่ย?
"เกี่ยวกับเื่อาร์ตส์นะ เรย์จัง..."
วิเวียร์ดู...พยายามนึกคำพูดมากกว่าปกติ ไม่สมกับเป็เธอเลย
"พวกเราเผ่าอีเรียส่วนใหญ่ใช้กันไม่ได้หรอกนะ"
เอ๊ะ? แต่เธอใช้ได้นี่? ในหัวฉันเต็มไปด้วยความสงสัยกับสิ่งที่วิเวียร์พูด
"แต่วิเวียร์...ใช้ได้?"
"อืม ฉันใช้ได้นะ มีแค่อีเรียส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้อาร์ตส์ได้ แล้วฉันคือหนึ่งในนั้นนะ!"
วิเวียร์พูดอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วพยายามพูดต่อแบบเก็บอารมณ์
"ที่ฉันอยากจะบอกก็คือ... ฉันไม่อยากให้เธอเสียใจที่ใช้มันไม่ได้น่ะ เพราะว่าอีเรียหลายคนก็อยากใช้อาร์ตส์ได้เหมือนกัน"
"ฉันก็...อาจจะใช้ไม่ได้?"
อ่า... ฉันพอเข้าใจแล้วว่าทำไมวิเวียร์ถึงลังเลแบบนั้น เพราะอีเรียหลายคนคาดหวังว่าจะใช้อาร์ตส์ได้นั่นเองสินะ ฉันเองก็คงเป็หนึ่งในนั้นที่อยากใช้อาร์ตส์ได้…เพราะว่ามันดูน่าตื่นเต้นมากๆ หลังจากที่ได้เห็นวิเวียร์ใช้ ทันทีที่วิเวียร์เห็นว่าฉันกำลังขรุ่นคิดเื่อาร์ตส์ เธอก็รีบพูดขึ้นมาต่อทันที
"ต-แต่ ถึงแม้พวกเราส่วนมากจะใช้อาร์ตส์ไม่ได้ แต่พวกเรากลับใช้สิ่งที่เรียกว่า 'ไพรมัล เรโซแนนซ์' ได้น่ะ!"
"หืม? ชื่อ...เรียกยากจัง"
ทันทีที่ฉันได้ยินชื่ออะไรสักอย่าง ฉันก็ลืมเื่อาร์ตส์ไปเลย
"แหะ แหะ แหะ~ เรียกแค่ 'เรโซแนนซ์' ก็พอแล้ว~ แต่ไม่ใช่แค่ชื่อนะที่ยาก การใช้มันน่ะ ยากกว่าอาร์ตส์อีก!"
วิเวียร์หัวเราะคิกคักหลังจากเห็นฉันทำหน้างงใส่ชื่อที่ออกเสียงยากนั่น จากนั้นเธอก็เริ่มอธิบายต่อ
การจะใช้อาร์ตส์นั้น เราต้องััถึงพลัง 'ไวทาลิส มานาลิส' หรือเรียกสั้นๆ ว่า 'มานา' ภายในตัวและรอบตัวให้ได้ก่อน จากนั้นจึงใช้พลังเ่าั้ควบคู่ไปกับ จินตภาพ ของผู้ใช้จึงจะสามารถใช้อาร์ตส์ได้
ข้อเสียของมันก็คือ—พอยิ่งใช้อาร์ตส์มาก ร่างกายก็จะสูญเสียมานาไปเรื่อยๆ และทำให้ผู้ใช้เหนื่อยเอามากๆ เพราะร่างกายขาดมานา ปัญหาสำหรับพวกเราเหล่าอีเรีย...อยู่ที่มานานี่แหละ—เพราะอีเรียไม่มีมานาอยู่ในตัวและยังััมันไม่ได้อีกด้วย เลยทำให้... ใช้มันไม่ได้
"นั่นคือข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับอาร์ตส์และมานาที่ฉันรู้ละนะ"
วิเวียร์พูดไปพลางดื่มน้ำผลไม้จากแก้วของเธอ—
เอ๊ะ นั่นมันแก้วฉัน?!
"วิเวียร์..."
ฉันจ้องเขม็งไปที่วิเวียร์
"มีอะไรเหรอ เรย์จัง?"
เธอจ้องกลับมาแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"แมวขโมย..."
"โอ๊ย~ เจ็บ! เรย์เน่สุดแสนบริสุทธิ์ว่าคนอื่นเป็ครั้งแรก~!"
วิเวียร์ทำท่าทรุดตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้ ราวกับโดนแทงใจดำอย่างแรง
เล่นใหญ่เกินไปแล้ว...
ฉันพยายามกลั้นยิ้ม ขณะที่อีกฝ่ายลุกกลับมานั่งตามปกติต่อ
"พอดีเห็นว่าเธอไม่ดื่มต่อ ฉันเลยคิดว่าเธอพอแล้วนะ เหะ เหะ~"
"ฟังเพลิน...ไปหน่อยน่ะ"
วิเวียร์รินเติมน้ำผลไม้ชดเชยที่เธอดื่มไป ก่อนจะเริ่มอธิบายต่อ
ตรงกันข้ามกับอาร์ตส์—เรโซแนนซ์นั้นไม่ใช้มานา แต่ใช้สิ่งที่เรียกว่า 'เฟราลิอา เอสเซนเทีย' หรือเรียกสั้นๆ ว่า 'เอสเซนซ์' แทน เอสเซนซ์คือพลังงานที่เกิดจาก อารมณ์ หรือ ความรู้สึกนึกคิดของตัวเราเอง เราต้องเข้าใจจิตใจของตัวเองก่อน ถึงจะสามารถดึงเอสเซนซ์ออกมาแปรเปลี่ยนเป็พลังเพื่อเรียกใช้เรโซแนนซ์ได้ นั่นทำให้การใช้เรโซแนนซ์เป็อะไรที่ยากยิ่งกว่าอาร์ตส์มาก แถมยังควบคุมยากกว่ามากเลยด้วย—เพราะผู้ใช้ต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้มั่นคง ด้วยความไม่แน่นอนของมันนี่เอง ถึงทำให้อีเรียหลายคนอยากใช้อาร์ตส์กันมากกว่า
ข้อเสียของเรโซแนนซ์อีกอย่าง—หรือจะเรียกว่า “ข้อดีที่แฝงความเสี่ยง” ดีล่ะ... นั่นคือเราสามารถใช้มันได้ยาวนานกว่าอาร์ตส์ โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ว่า—มันจะทำให้ผู้ใช้เหนื่อยในทางจิตใจแทนและถ้ายังคงฝืนใช้ไปเรื่อยๆ โดยไม่พัก...อาจทำให้การควบคุมเอสเซนซ์ผิดพลาดได้ และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่รุนแรงต่อผู้ใช้เอง...โดยไม่ตั้งใจ
"จะเรียกว่ายังไงดี... เรโซแนนซ์คือจุดเด่นของอีเรียอย่างพวกเราเลยล่ะ"
"แต่กลับกลายเป็ว่า พวกเรากลับอยากใช้อาร์ตส์—พลังที่มนุษย์ใช้กัน"
"ในขณะที่พวกมนุษย์เอง...กลับสนใจเรโซแนนซ์มากกว่าอาร์ตส์ซะอีก ค่อนข้างตลกร้ายเลยล่ะนะ ฮ่าฮ่าฮ่า..."
วิเวียร์จบการอธิบายด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ
...เอ๊ะ?
นั่นมันแก้วฉันอีกแล้วใช่ไหม?!
ทันทีที่วิเวียร์วางแก้วลง ฉันรีบหยิบแก้วนั้นขึ้นมาซดลงไปรวดเดียว เพราะกลัวจะโดนแย่งอีก
"นะ-นั่นมัน...!"
วิเวียร์ร้องขึ้นมาแต่ฉันไม่สนใจคำโต้แย้งของเธอ ฉันยังคงดื่มต่อจนหมดแก้ว ก่อนจะวางมันลง— ข้างๆ แก้วอีกใบหนึ่ง?
"ฮา~ น้ำผลไม้...อร่อยจัง... เอ๊ะ?"
ตาของฉันกะพิบปริบๆ มองแก้วที่อยู่ถัดไป แก้วอีกใบหนึ่ง? ...นั้นมันของฉันไม่ใช่หรอ?
"นั่นมัน...แก้วของฉันน่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ..."
วิเวียร์หัวเราะเสียงแห้งออกมา ในขณะที่แก้มของฉันเริ่มร้อนผ่าวจากความเขินอายที่เผลอหยิบแก้วผิด
"แหม~ เอาเป็ว่า ฉันจะไม่ซ้ำเติมเธอละกันนะ"
"แต่นั่นแหละ—คือ อาร์ตส์กับเรโซแนนซ์ล่ะ"
เธอพูดต่อ แต่เห็นได้ชัดเลยว่าเธอกำลังพยายามกลั้นขำอยู่
"ระหว่างที่รอพาเธอไปที่เมือง... เดี๋ยวฉันจะพยายามสอนเท่าที่จะสอนได้น่ะ"
"อื้มๆ! จะใช้...ให้ได้เลย!"
ฉันตอบอย่างตื่นเต้น โดยที่หน้ายังคงแดงจากความเขินอายอยู่เล็กน้อย
"แต่อย่าพึ่งคาดหวังอะไรมากล่ะ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่จะเรียนรู้กันได้ข้ามวันข้ามคืนหรอกนะ~"
"...ต้องลอง...ก่อน"
ฉันพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะถามต่อ
"แล้วเรโซแนนซ์ของวิเวียร์ล่ะ?"
เธอดูใช้อาร์ตส์ได้คล่องอยู่พอสมควร—แต่เรโซแนนซ์ของเธอล่ะ...?
"แน่นอนว่าต้องใช้ได้อยู่แล้ว! แถมยังเก่งซะด้วย~!"
วิเวียร์ตอบอย่างภาคภูมิใจ พร้อมกับตบอกตัวเองเบาๆ ...สมกับเป็เธอจริงๆ
"หลังจากนี้...สอนด้วยนะ"
"แน่นอนอยู่แล้ว! แต่ต้องเป็่บ่ายๆ หลังจากฉันกลับมาจากการล่าสัตว์ข้างนอกก่อนน่ะ~"
เอ๊ะ... นึกว่าจะอยู่ด้วยกันทั้งวันซะอีก?
"ไม่ได้อยู่ด้วย...ทั้งวันเหรอ"
ฉันเงยหน้าถามเธอด้วยความสงสัย
"ฉันต้องออกไปล่าสัตว์เพื่อหาเนื้อมาเป็อาหารน่ะ~ เนื้อที่เธอกินก็เป็ฉันที่ล่ามาทั้งนั้นเลยล่ะ"
"อ้อ—ยอดเลย"
สุดยอดเลย... วิเวียร์ทำได้ทุกอย่างเลยใช่ไหมเนี่ย
"ใช่ไหมล่ะ~ ใช่ไหมล่ะ~ ชมฉันอีกเยอะๆ เลยก็ได้นะ!"
ทันทีที่ฉันเผลอชม เธอก็เหลิงไปอีกแล้ว...
"..."
ฉันจ้องไปที่วิเวียร์อย่างเ็าหลังจากเห็นว่าเธอเหลิงไม่หยุดอีกแล้ว
"แค่กๆ"
วิเวียร์กระแอมกลบทีหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
"นอกจากพวกอาร์ตส์กับเรโซแนนซ์... ฉันว่าเธอยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะเลยล่ะ"
"ก็จริง... อยากรู้หลายๆ เื่ด้วย"
ที่เธอว่าก็ถูกเพราะฉันยังไม่เข้าใจอะไรอีกหลายอย่างเลย
"ฉันเลยกะว่าจะให้แม่ของฉันคอยดูแลเธอ ระหว่างที่ฉันไม่อยู่น่ะ"
"แม่จะได้มีคนช่วยงานบ้านด้วย—แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอกนะ!"
"ประเด็นสำคัญคือ ภาษา"
ภาษา?
ฉันเอียงคออย่างงุงงง ที่เธอพูดหมายถึงอะไรเหรอ...? เพราะว่าฉันก็ฟังกับพูดได้...เกือบได้น่ะนะ ฉันจึงเอ่ยถามกลับไป
"ภาษา? แต่ตอนนี้...พูดได้ปกตินี่?"
วิเวียร์จ้องเขม็งมาที่ฉันทันทีที่ฉันพูดจบ เอ๊ะ? ฉันพูดอะไรผิดไปเหรอ?
"ถึงเธอจะพูดภาษาอีริเนียนได้ 'เกือบ' ปกติ... แต่เื่การอ่านกับเขียนล่ะ?"
"เธออ่านตัวอักษรภาษาอีริเนียนได้ไหม?"
อ่ะ... จริงด้วย ถึงจะเคยเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากเสียงของท่านแม่ที่เคยสอนตอนฉันอยู่ในคริสตัลนั้น...แต่ในสภาพแบบนั้น ฉันไม่สามารถมองเห็นหรือจดจำตัวอักษรได้เลย วิเวียร์ที่เห็นฉันกำลังครุ่นคิดก็หยุดมองอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยต่อ
"อีกอย่างหนึ่ง... เมืองใหญ่แถวนี้ใช้ภาษา 'ปาซิออนโน' เป็ภาษาหลักนะ"
...ปาซิออนโน?
ดูเหมือนจะเป็ภาษาที่คนแถบทะเลบางแห่งใช้กัน เหมือนว่าท่านแม่... ก็เคยสอนอยู่เหมือนกัน
"อันนี้...ฉันก็พูดได้นะ"
ทันทีที่พูดจบ วิเวียร์ก็แสดงสีหน้าในิดๆ ออกมา
"โห~ นี่แน่ใจเหรอว่าไม่มีความทรงจำอะไรอยู่เลยน่ะ~?"
เธอเริ่มพูดหยอกล้อทันที ด้วยน้ำเสียงขี้แกล้งตามแบบฉบับของเธอ ฉันส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเธอ แล้วเอ่ยอธิบายด้วยเสียงแ่เบา
"ตอนอยู่ในนั้น...ได้ยินเสียงผู้หญิง...ตลอดเลยน่ะ"
วิเวียร์ทำสีหน้ารู้สึกผิดทันที หลังจากที่ฉันพูดจบ
"ฉันขอโทษนะ... ฉันไม่น่าหยอกเธอแบบเมื่อกี้เลย..."
เธอกล่าวขอโทษอย่างตรงไปตรงมา...คงจะรู้สึกผิด ที่ไปหยอกฉันเื่ที่ฉันอาจจะแกล้งทำเป็ไม่มีความทรงจำ...ล่ะมั้งแต่ฉันไม่ถือหรอกน่ะ เพราะว่า...
"ฉันไม่ถือ... เพราะวิเวียร์...เป็คนดี"
ฉันพูดออกไปเบาๆ พลางหลุบตาลงต่ำ วิเวียร์เงียบไปครู่หนึ่ง พวกเรานั่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้นสักพักก่อนที่เธอจะจ้องมาที่ฉันเงียบๆ และยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดต่อ
"ขอบคุณนะ... เธอทำให้ฉันนึกถึงใครบางคนเลย"
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเธอทันที
...ใครบางคนของวิเวียร์?
"ใคร...เหรอ?"
"ช-ช่างมันเถอะน่า~!"
วิเวียร์รีบเบี่ยงประเด็น นํ้าเสียงของเธอกลับไปเป็เสียงร่าเริงตามเคย ราวกับว่าไม่อยากให้ฉันถามต่อ
"เอาเป็ว่า! เดี๋ยวแม่ของฉันจะสอนการอ่านเขียนให้เธอตอนว่างๆ เองนะ!"
"ไว้ใจแม่ได้เลย!"
"อ-อืม..."
ถ้าเธอไม่อยากพูด ฉันก็ไม่ควรเซ้าซี้เธอ พวกเรานั่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้น ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าเอ่ยอะไรต่อ...บรรยากาศมันกร่อยไปหมดแล้ว ฉันเลยตัดสินใจพูดขึ้นมา ด้วยความสนอกสนใจ
"แล้ววันนี้... สอนอะไรเหรอ?"
"ง่ะ!? เธอนี่ขยันั้แ่วันแรกเลยเหรอเนี่ย ค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไปก็ได้นะ~"
วิเวียร์ผงะเล็กน้อยหลังจากเห็นว่าฉันอยากเรียนอะไรใหม่ๆ
"เธอพึ่งจะลืมตาตื่นมาได้ไม่ถึงวันเลยนะ... วันนี้พักก่อนเถอะ เดินเล่นรอบหมู่บ้านไปก่อนก็พอ ฮ้าว~"
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย พร้อมกับหาวเสียงยาวอย่างหมดแรง
"วิเวียร์...ี้เี?"
"ก็มันอิ่มนี่ ลมข้างนอกก็ดีด้วย~ ขอ...งีบ...หน่อยนะ...ครอก..."
ยังพูดไม่ทันจบดี เธอก็ฟลุบตัวลงนอนฟุบไปกับโต็ะ ก่อนจะพลอยหลับไป ทิ้งให้ฉัน... อยู่คนเดียว... วิเวียร์ไปซะแล้ว~ เอายังไงดีล่ะทีนี้...คุณอลิเซียหรือคุณฟอร์เต้ก็ยังไม่กลับมาซะด้วยสิ ฉันนั่งคิดอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจลองออกไปเดินเล่นรอบหมู่บ้านคนเดียวดูดีกว่า
พวกผู้ใหญ่ยังคงออกไปทำงานกันตามปกติ บ้างก็ออกไปเลี้ยงสัตว์ บ้างก็ดูแลทุ่งพืชผลต่างๆ บางคนก็ดูเหมือนจะทำงานช่าง หรือพวกเครื่องหนังอะไรสักอย่าง...น่าจะใช่นะ พวกเด็กๆ ที่ดูโตหน่อยก็จะช่วยพ่อแม่ทำงานพวกนั้น วิเวียร์กับฉัน...ดูไม่ใช่เด็กแบบพวกนั้นเท่าไหร่ อายุของเธอ—ฉันเดาว่าน่าจะเกือบๆ ยี่สิบล่ะมั้ง? ฉันไม่มั่นใจว่าตัวฉันเองอายุเท่าไหร่แต่คงใกล้เคียงกับเธอ ส่วนพวกเด็กเล็กนั้นก็ต่างวิ่งเล่นรอบหมู่บ้านกันอย่างสนุกสนาน...แต่ทันทีที่พวกเขาเห็นฉัน ก็ต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาหาเพราะหวังจะได้เล่นกับหางของฉัน พอเห็นว่าเป็พวกเด็กๆ ฉันก็เลยไม่อยากขัดใจพวกเขาเท่าไหร่เลยปล่อยให้เล่นกับหางต่อไป
แม้จะรู้สึก...แปลกๆ อยู่บ้าง แต่เพราะเป็แค่เด็กน้อยฉันเลยพยายามไม่สนใจเื่เล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเขาทำกัน บางคนถึงกับชวนฉันให้ไปเล่นด้วยกันเลยด้วยซ้ำ จะว่าไป...ฉันเองก็คงเรียกตัวเองว่าเด็ก ได้เหมือนกันล่ะมั้ง เพราะฉัน... ก็เพิ่งลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ได้แค่วันเดียวเอง
พวกเด็กๆ เล่นกับฉันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็สีแดงส้ม พวกผู้ใหญ่ก็เริ่มเลิกงานกันแล้ว เสียงพูดคุย เสียงข้าวของที่ถูกเก็บกลับ เริ่มดังขึ้นทั่วหมู่บ้าน แล้วก็เริ่มมีพวกผู้ชายบางคน เดินเข้ามาทัก... พยายามชวนฉันคุยด้วย
"เฮ้~ สาวคนสวยที่มากับวิเวียร์นี่นา"
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามตีสนิท...เหมือนจะเป็มิตร แต่รูปร่างหน้าตาของเขานั้น—เหมือนสัตว์มากกว่าคนซะอีก รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย อีเรียเสือ...สินะ สายตาของเขาคมกริบ จ้องมองสำรวจฉันั้แ่หัวจรดเท้า...ทำเอาฉันตัวแข็งไปชั่วขณะ น่ากลัวเอามากๆ และวิเวียร์ก็ดันไม่อยู่ซะด้วยสิ...
"ต-ค่ะ..."
ฉันทำได้แค่ตอบกลับสั้นๆ อย่างสุภาพที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ว่า...ฉันจะพึ่งแต่วิเวียร์ไม่ได้ตลอดไปหรอก ต้องลอง...ทำอะไรสักอย่างด้วยตัวเองดูบ้างแล้วล่ะ
"มากับวิเวียร์สินะ... หายากมากเลยนะ ที่จะได้เห็นอีเรียหมาป่าในหมู่บ้านนี้"
อีเรียแมวที่ยืนข้างๆ เขาพูดขึ้นต่อด้วยนํ้าเสียงที่เป็มิตร แต่ฉันหลับไม่รู้สึกอย่างนั้นเนี่ยสิ...
"อ-เอ่อ..."
"เธอมาทำอะไรที่นี่เหรอ? เป็เพื่อนกับวิเวียร์ด้วยใช่ไหม?"
พวกผู้ชายเริ่มชวนคุยกันไม่หยุด คำถามสลับกันไปมาจนฉันไม่มีแม้แต่จังหวะจะตอบให้จบประโยค
"ระวังตัวด้วยล่ะ~ หมู่บ้านนี้ยังมีหนุ่มโสดอยู่อีกเยอะเลยนะ... แล้วทุกคนก็อยากรู้จักเธอทั้งนั้นแหละ"
"จ-จะ...จะระวังค่ะ"
ฉันตอบไปเบาๆ พลางพยายามฝืนยิ้มในขณะที่กล้ามเนื้อเริ่มเกร็งขึ้นเรื่อยๆ...ไม่มีช่องว่างให้ถอยเลย พวกเขาเริ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นทีละนิดในขณะที่ฉันก็ถอยหลังทีละก้าว นี่สิน่ะ... ที่วิเวียร์เตือนให้ฉันระวังพวกผู้ชายเอาไว้ ฉัน... ประมาทเอง ในขณะที่พวกผู้ชายเริ่มยิงคำถามมาไม่หยุด ฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง...รับมือไม่ไหวแล้ว
"อ-เอ่อ...."
เหงื่อเริ่มไหลลงมาตามข้างแก้ม ในขณะที่ร่างกายเริ่มสั่นไหวด้วยความกลัวโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายฉันตัดสินใจพูดออกไป ด้วยน้ำเสียงที่พอจะให้ทุกคนได้ยิน—
"ข-ขอโทษนะคะ! ต-ต้องกลับแล้วค่ะ!"
พูดจบฉันก็รีบหันหลังแล้ววิ่งออกมาจากตรงนั้นทันที...มุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของวิเวียร์ โดยไม่หันกลับไปมองอีก ทำไมกันนะ... การคุยกับคนอื่นมันถึงได้ยากเย็นอะไรแบบนี้ ทั้งที่ตอนอยู่กับวิเวียร์หรือพ่อแม่ของเธอฉันกลับคุยด้วยได้อย่างราบรื่นแท้ๆ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบกับคุณอลิเซียและวิเวียร์ที่กำลังเตรียมอาหารเย็นกันอยู่ คุณฟอร์เต้ยังไม่กลับมาสินะ...
"เรย์เน่ เป็ยังไงบ้างจ๊ะวันนี้?"
คุณอลิเซียที่เห็นฉันกลับเข้ามาก็ยิ้มให้ พร้อมกับหั่นผักไปด้วย
"ก-กลับมาแล้วค่ะ... เล่นกับพวกเด็กๆ ...สนุกมากค่ะ"
ฉันพูดพลางนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆ เพื่อดูพวกเธอทำอาหาร ถึงคุณอลิเซียจะทำอาหารอร่อย...แต่มีแค่พวกผักนี่แหละ ที่ฉันว่าไม่อร่อยเลยเพราะว่าพวกมันขมมาก...เนื้อน่ะ—อร่อยที่สุดแล้ว!
"แหมๆ ออกไปไม่บอกกันก่อนเลยนะ เรย์จัง~"
วิเวียร์พูดเสริม พร้อมกับหรี่ตามองฉันแบบกวนๆ
"วิเวียร์หลับ... ทิ้งให้อยู่คนเดียวน่ะ..."
ฉันพูดพลางจ้องเขม็งไปที่วิเวียร์ ที่พยายามจะกวนประสาทฉันอีกแล้ว
อยู่ๆ เธอก็หลับไปคนเดียวเลยนะ!
"อ้าวเหรอ? ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ~"
เธอพูดบ่ายเบี่ยง พยายามจะหยอกล้อฉันอีกตามเคย
ฉันนั่งดูพวกเธอเตรียมอาหารไปเรื่อยๆ พร้อมกับนั่งคุยกันฆ่าเวลา...รอจนคุณฟอร์เต้กลับมา หลังจากนั้น เราก็กินอาหารเย็นด้วยกัน ก่อนจะแยกย้ายกลับเข้าห้องของตัวเอง
จบไปอีกวันหนึ่ง...ของฉันในหมู่บ้านแห่งนี้