Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

จุดจบแห่งการเริ่มต้น:เพื่อนเก่า

        ในห้องรับรองแขก   อาคันตุกะทั้งสองมองหน้ากันด้วยอาการอ้ำอึ้งก่อนจะนั่งลงกับที่พลางถอนหายใจ    ขณะเดียวกันเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับชายหนุ่มเดินเข้ามาในสภาพหาวอ้าปากกว้าง   ผมขยุกขยุ๋ย

        “ตื่นแล้วหรอ   ทำไมไม่นอนต่อล่ะคะ”  แม่หวานใจถามเสียงใสด้วยรอยยิ้มหวาน   แขกทั้งสองหันมองศิลาคอแทบหัก  ชายหนุ่มหรุบตาเพ่งอย่างพินิจ  ‘นี่หรอศิลา   หมอนี่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนมาก  แทบจำไม่ได้เลยว่านี่คือศิลา  ภัยพินาศ  เด็กเกเรคนนั้น’

        “ค่ะ    พวกหงอคงอ่ะดิ   ร้องเพลงอะไรกันไม่รู้   นอนไม่ลง”  ศิลาบ่นก่อนจะมองแขกทั้งสองแววตาหวนลำลึก  คิ้วขมวดย่นพยายามนึกว่าเคยเจอสองคนนี้ที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าทำไมใบหน้าถึงคุ้นจัง

        เสี่ยวชางรุกขึ้นยืนยื่นมือออกทักทายศิลา  “สวัสดีศิลา   ไม่เจอกันนานเลย   นายจะจำฉันไม่ได้ก็ไม่แปลก”

        ศิลาจับมืออีกฝ่ายในหัวพยายามนึก  “อ๋อ   จำได้และ   นายชาง”  เขาหันมองหญิงสาวกำลังส่งยิ้มหวานให้  เล่นเอาศิลาหน้าแอบชมพู  “นั่นก็...น้องวู?”

        “ค่ะ  พี่ศิลา  นี่วูเอง”  สาวเจ้าหน้ามุ้ยพยายามแสดงออกให้เห็นถึงความสนิทสนม  “พี่ศิลาจำกันไม่ได้แบบนี้  บอกตรงๆน้อยใจนะเนี้ย”

        ศิลายกมือเกาหัวหัวเราะแหะ  มือน้อยๆแอบยื่นมาจิกบิดเอวชายหนุ่มแทบขาดทำเอาศิลาสะดุ้งไม่กล้าชมสาวเจ้าเลยว่าสวยขึ้นเลยจำไม่ได้  ขืนพูดออกไปซีโครงเขาอาจจะหลุดได้

        บูรพาร้องหึออกมา  “ชางแก๊งหลังห้องเหรอ?”

        ชายหนุ่มยิ้มเขินๆ  “แหะๆ..    อย่าพูดเรื่องนาอายแบบนั้นเลยขอล่ะเพื่อน”

        “ทุกคนรู้จักกันหรอคะ”  ฟ้าครามถามด้วยความสงสัย  

        “ค่ะ”  ศิลาบอกกับแม่หวานใจและนั่งข้างเจ้าหล่อน  “เราเคยเรียนอยู่ห้องเดียวกันสมัยมัธยม”

        บูรพารู้สึกตะหงิด   ชื่อเสียงและหน้าตาของศิลาไม่มีใครในโลกนี้ไม่รู้จัก  ทว่าทำไมเพื่อนเก่าของพวกเขาทั้งสองถึงมาหาเอาป่านนี้    คงไม่ใช่เพราะอยากเจอหรือคิดถึงเพื่อนเป็นแน่   หากเป็นแบบนั้นจริงทำไมไม่มาหาเสียตั้งนานแล้ว   

        บูรพาถามขึ้น  “ชาง  อย่าบอกนะที่นายมาเพราะคิดถึงศิลา  ฉันว่าไม่มั้ง  นายเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าผู้เล่นศิลาคือเพื่อนเก่าสมัยเรียน   จะมาคิดถึงอะไรเอาป่านนี้”  

        บูรพาคนใหม่เปลี่ยนไปมาก   ทั้งความใจเย็น  การวิเคราะห์   ผิดจากบูรพาคนเก่าลิบลับ    ศิลาหรี่ตามองเพื่อนหนุ่มสลับกับน้องสาวด้วยแววตาคมกริบบาดลึกเย็นยะเยือกเล่นเอาทั้งสองขนรุกซู่รู้สึกหนาวอย่างไร้สาเหตุ   

        “เอาน่าเอาน่า”  ศิลาเปลี่ยนท่าที  “เพื่อนได้มาเจอกันทั้งทีถือเป็นเรื่องที่ดี  แต่ถ้าภายภาคหน้าเป็นศัตรูกันก็แค่ต้องกำจัดล่ะนะ   ตอนนี้ชั่งเถอะ   ชาง  น้องวู  ยินดีต้อนรับสู่ตำหนักศิลา”  

        หมอนี่เปลี่ยนไปจริงๆ   พูดเรื่องฆ่าแกงยังกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ 

        หญิงสาวแก้มขึ้นสีชมพูเล็กน้อยยิ้มหวานมองชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจมากด้วยเสน่ห์อันลี้ลับ  “ไม่เจอกันนานเลย  วูแทบจำพี่ไม่ได้แน่ะ  ดูเหมือนพี่จะหล่อขึ้นใช่ย่อยนะเนี้ย”  หญิงสาวหยดให้หนึ่งดอก

        ศิลายิ้มหัวเราะเล็กน้อย  

        ชางพูดขึ้นต่อ  “ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าศิลาจอมจี๊ดในวันนั้นจะเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้  แถมกำลังจะเป็นผู้ครอบครองโลกเดม่อนลอร์ดอีก”

        “เวลาผันแปร  คนเราย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและเรื่องราวที่ผ่านพบ”  ศิลากล่าวด้วยท่าทางเรียบเฉย  

        “จะบอกว่านายเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับเมื่อสมัยก่อนแล้วงั้นสิ”  ชางถามย้ำ   ศิลาในสมัยก่อนหรือในวัยเด็กเป็นคนที่อ่อนโยน  รักเพื่อนฝูง  ขี้เล่น  อบอุ่น   แต่ทว่าตอนนี้เขากลับดูเย็นชา  เฉยเมย  

        “ป่าว”  ศิลาส่ายศรีษะ  “นิสัยฉันยังเหมือนเมื่อก่อน  จะต่างกับเมื่อก่อนก็แค่นิดหน่อย  ช่างเถอะ  ว่าแต่นายมาคงมีธุระกับฉัน?”  ศิลาเข้าประเด็น

        ชางพยักหน้า  “ฉันเป็นหัวหน้ากิลด์ภูตเทวะ  กิลด์อันดับที่เก้า”  ชางกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง    จากนั้นเสี่ยววูก็พูดขึ้นต่อ

        “กิลด์ภูตเทวะของเราก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมผู้เล่นอิสระที่ไม่อยากเข้าสังกัดกับเมืองไหน  หรือกิลด์ของพวกนายทุน  วูและพี่ชางถูกผู้เล่นอิสระขอร้องให้มาสอบถามพี่ศิลาเรื่องล่าบอส”

         “ล่าบอส?  ทำไมละ  มีปัญหาตรงไหน”  เขาสงสัย

        ชางถอนหายใจพูดขึ้นต่อ  “พวกเขากลัวว่านายจะวางแผนอะไรเอาไว้   เลยให้พวกเรามาสอบถามเพื่อความแน่ใจ   ถ้าหากไม่มีความชัดเจนพวกผู้เล่นอิสระจะไม่เข้าร่วมสงครามล่าไดอาโบ”

        ศิลายิ้มมุมปากพูดเสียงเข้ม  “ถ้าฉันมีแผนการแล้วจะทำไม   หรือพวกนายคิดว่ามาถามแล้วฉันจะยอมบอกแผนการของตน   ถ้าหากว่ามีอะนะ  แต่ขอโทษที  ครั้งนี้ไม่มีแผนการอะไรทั้งนั้น   ทุกคนจะมีแต่ได้กับได้  อาชญากรจะไม่สังหารผู้เล่นด้วยกันเอง”  ศิลาเปลี่ยนเป็นจริงจังแววตาฉายแสงสีเงินยวงแผ่จิตสังหารออกมาจนตำหนักศิลาสั่นสะเทือน  “ฉันสัญญา  อาชญากรทุกคนจะไม่ลงมือกับผู้เล่น  เว้นเสียแต่ผู้เล่นคนใดทำร้ายอาชญากรแม้แต่คนเดียว  นั่นจะเป็นการเปิดสงครามทันที  แต่ถ้าหากอาชญากรเกิดทำร้ายผู้เล่นขึ้นมาฉันยินดีจะรับผิดชอบด้วยทุกอย่าง  และจะก้มหัวขอขมาเลย”

        สองพี่น้องสะท้านวาบ  คนอย่างศิลาที่ไม่เคยก้มหัวให้ใครพูดถึงขนาดนี้   “อีกหนึ่งเรื่องค่ะพี่ศิลา”

        “ว่ามาได้เลย”

        “ผู้นำกิลด์ทั้งหมดทั่วโลก  อยากจะมาตกลงขอส่วนแบงผลประโยชน์ในการล่าบอสกับพี่    ที่ผ่านมากิลด์ผู้ทำลายมักจะกอบโกยผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว”

        ชางพูดขึ้นต่อ  “ครั้งนี้พวกเขาก็คิดว่าอาชญากรคงกำจัดไดอาโบได้อีกตามเคย  ดังนั้นเลยจะขอแค่ส่วนแบงเล็กๆน้อยๆ  เพื่อให้กิลด์ของพวกตนได้มีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง”  

        “ได้   เอาเป็นว่านายไปบอกพวกเขา  หากกิลด์ไหนต้องการเข้าร่วมล่าไดอาโบให้มายังตำหนักศิลาในอีกเจ็ดวันให้หลัง   เราจะตกลงเรื่องผลประโยชน์กัน”

        “งั้นฉันจะไปบอกพวกเขา”  เสี่ยวชางกล่าว  

        “พี่ศิลาคะ”  หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อย  “พี่เป็นฮิลแมนแล้วใช่ไหม”  ศิลาพยักหน้า  หญิงสาวขึงขังยื่นหน้ามาหาศิลาจนแทบจะชนหน้าเขาดีที่ฟ้าครามยื่นมือมาสอดขวางไว้ทำให้ใบหน้าหญิงสาวจูบเข้ากับฝ่ามือฟ้าครามอย่างจัง  อุ้ยยย...   เธอพูดขึ้นต่อ  “งั้นพี่ต้องระวังตัวนะคะ  ตอนนี้พวกฮิลแมนกำลังโดนกองทัพของประเทศตามล่าเพื่อให้เข้ารับการฝึกแบบทหาร   พี่เองก็อาจจะถูกตามล่าจากกองทัพเอาได้”

        “ตอนนี้ฉันเองก็เป็นทหาร”  เสี่ยวชางถอนหายใจส่ายศรีษะแสดงออกว่าตนเองไม่ต้องการ  “พวกกองทัพบังคับให้พวกฮิลแมนอย่างเรามารับใช้ประเทศ   เพราะโลกที่มันบิดเบี้ยว   การจะต่อกรกับพวกฮิลแมนต้องใช้ฮิลแมน   ฉันเลยอดเป็นหมออย่างที่วาดฝัน”  ชายหนุ่มตาสั่นคลอน  “นายก็ระวังตัวไว้ด้วยละ  หากทางการรู้ว่านายเป็นฮิลแมนพวกนั้นมาเชิญนายแน่”

        ศิลามองหน้าฟ้าคราม   ก่อนจะหันไปถามชาง  “นายขึ้นตรงกับสังกัดไหน”

        “หน่วยนอร์แมนที่หนึ่ง  แห่งกรุงโรม”

        ศิลาพยักหน้า  “เข้าใจแล้ว  ฉันจะระวังตัว”

        บูรพาอมยิ้มแอบขำอยู่ภายในใจ   หากรู้ว่าศิลาเป็นฮิลแมนกองทัพจะมาเชิญเลอะ   ฮึ..  อยากรู้จริงใครมันกล้า

        “พวกเราเลยกลายเป็นผู้เสียสละแห่งยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง   พวกเขากลัวจะเกิดอาชญากรรมจึงต้องเตรียมรับมือ”  เสี่ยววูกล่าว

        แม้จะรู้สึกผิดแต่ทว่าการเตรียมใจแบกรับบาปที่ก่อขึ้นของศิลานั้นหนักแน่นมากพอ   เขายอมให้ตนเองแปดเปื้อนเป็นคนชั่วช้า  หรือแม้แต่การจะทำให้คนทั้งโลกลำบากเพื่อให้คนใกล้ตัวสบายเขาก็พร้อมจะทำ   หากไม่มีการวิวัฒนาการคนที่เขารักก็จะเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต  เพราะฉะนั้นต่อให้มากกว่านี้เขาก็จะทำและมีแต่ต้องเดินหน้าต่อ   หากหยุดลงตรงนี้ความฝันก็จะพังทลาย  โลกกลอรี่ก็จะไม่ถือกำเนิด  ถึงเวลาที่ต้องก้าวไปข้างหน้าละทิ้งความจำเจแบบเดิมในชีวิตของมนุษย์ไปได้แล้ว     เขามีฟ้าครามการจะเปลี่ยนแปลงโลกไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลยแม้แต่น้อย   

        “พวกเราก็แค่ยังไม่ชินกับสิ่งใหม่และการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหันก็เท่านั้น   ฉันเชื่อว่าหากทุกอย่างสงบนายจะได้ทำตามความฝัน”

        ชางถอนหายใจ  “ฉันก็ได้แต่หวังให้เป็นแบบนั้น   งั้นพวกเราขอลา   จะได้รีบกลับไปแจ้งข่าวให้พวกนั้นทราบ”  

        “ไว้พบกันใหม่นะคะพี่ศิลา”  สาวเจ้าขยิบหางตาหวาน  “แต่ครั้งหน้าเอาเป็นเจอกันในโลกความจริงนะ”  เสี่ยววูกล่าวด้วยท่าทางร่าเริง   กระมิดกระแม้นพี่ชายต้องรีบดึงลากน้องสาวออกมาเพราะสายตาเจ้าที่ของศิลากำลังเขม่นมองจ้องเอ๋าจ้องเอา

        “ได้ซิ”  ฟ้าครามคำรามในลำคอเน้นเขี้ยวเน้นฟัน  “เดี๋ยวเจอกันแน่   เจ้าของเขานั่งหัวโด่อยู่ทนโท่แท้ๆ    ริบังอาจมาท้าทายเดี๋ยว  เดี๋ยวได้รู้ซึ้งถึงอิทธิฤทธิ์แม่”

        ศิลาแอบกลืนน้ำลายไม่กล้าพูดอะไร  ได้แต่แอบสงสารหญิงสาวดวงซวยอยู่ในใจ

        “ศิลา”  บูรพาถามขึ้นเมื่อสองพี่น้องกลับออกไป  “นายคิดว่าเจ้าชางมันมาเพราะเรื่องแค่นี้จริงๆหรอ”

        “อาจจะใช่  หมอนั่นดูไม่มีพิรุธอะไร  และก็แสดงตนชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายผู้เล่นทั่วไป”

        “พี่ศิแน่ใจนะคะเรื่องจะแบ่งผลประโยชน์ให้กับทุกกิลด์”  ฟ้าครามกังวล  การสังหารบอสโลกได้   สิ่งตอบแทนนั้นมีค่ามหาศาล   แค่สุริยะเทพศิลาก็ได้ไอเทมมากมายและศาสตราระดับ SS อีกนับไม่ถ้วน  

        ศิลาเหยือดตัวตรงบิดขี้เกียจ  “ค่ะ  พี่บอกแล้วไงคะ  ว่าเราจะไม่กลับมาอีก  ต่อให้พวกเขาจะได้อะไรไปก็ไม่สำคัญอะไรกับเราอีกแล้ว   แต่ว่า..ดูท่าเจ้าพวกนั้นจะทำงานกันเร็วเสียจริง   แป๊บเดียวข่าวการล่าบอสกระจายไปทั่วสารทิศ”  ศิลายิ้มปลื้มใจมีลูกน้องขยันขันแข็งเอาการเอางาน   ไม่รู้เลยว่าสาเหตุทั้งหมดเป็นเพราะคาลิเนีย

        ศิลาลูบหัวแม่หวานใจที่มีสีหน้าแววตาเศร้าสร้อยอมทุกข์กุ้มใจ  เจ้าหล่อนเงยหน้ามองพูดเสียงเจือนเหมือนจะร้องไห้  “นี่เราทำผิดพลาดไปหรือเปล่าคะ   ไม่คิดเลยแค่มีมนุษย์ที่วิวัฒนาการจะกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน”

        สองมือละมุนอบอุ่นปาดน้ำไออุ่นที่ไหลออกจากดวงตางามอย่างอ่อนโยน  “ผิดหรือไม่ผิดพี่ตอบไม่ได้  แต่ที่บอกได้คือเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วทุกคนก็ต้องยอมรับความเป็นจริงและอยู่กับสิ่งที่เป็น   ต่อให้ต้องทำมากกว่านี้พี่ก็พร้อมจะทำ   น้องไม่ต้องรู้สึกผิดหรืออะไรทั้งนั้น   พวกเขาเลือกจะเข้ามาในเดม่อนลอร์ดเองเราไม่ได้บังคับ  เพราะงั้นเขาก็ต้องยอมรับความจริงที่เจอ  แต่ถ้าน้องยังรู้สึกผิด  พี่จะรีบทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสมดุล” 

        เจ้าหล่อนพยักหน้า   ไม่รู้จะขอบคุณชายคนนี้ยังไงดี  ให้ใช้ทั้งชีวิตคงยังไม่พอ  

        ศิลากำลังคิดว่าในที่สุดก็จะได้พักผ่อนเสียทีแต่ทว่าความหวังของเขาต้องพังทลายเมื่อมีการติดต่อเข้ามาจากนีทและอดัม  เขากดรับสายพร้อมหางคิ้วขวากระตุกไหวๆ

        “ว่าไงออเกล”

        “เฮออ..  นึกว่านายจะไม่รับสายเสียแล้ว  เจอปัญหาน่ะซิ”

        “ปัญหา?  สัตว์อสูรเลอะ”  ศิลาสงสัยยังจะมีตัวอะไรหรือผู้เล่นคนไหนที่สร้างปัญหาให้กับพวกนีทและอดัมได้อีก

        “ไม่  ไม่ใช่สัตว์อสูร  พวกฉันยังไม่ถึงป่าหลับไหลเลย”

        ศิลาขมวดคิ้วพอเดาเหตุการณ์ได้คร่าวๆ   ทางไปป่าหลับไหลจำเป็นต้องผ่านที่ตั้งสมาพันธุ์ฮีโร่   กิลด์เจ็ดบาปและกิลด์ของโรมิโอกับจูเลียต  “พวกฮีโร่หัวขนุนเลอะ”  ศิลาถามพร้อมต่อคำลงท้ายให้พวกสมาพันธุ์ฮีโร่มันเสียเลย

        หัวขนุน?  อะไรกันล่ะนั่น   “ถูกอย่างที่นายเดา   พวกมันไม่ยอมให้เราเดินผ่านป่าของพวกมัน” 

        ห่ะ...    ศิลางุนงง   ป่าเป็นที่อยู่ของสัตว์อสูรและถือเป็นพื้นที่สาธารณะไม่มีใครสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้  “พวกนั้นบอกว่าไง”

        “พวกมันทำเพียงเอากำลังทั้งหมดมาปิดทางเข้าออกและเขตชายแดนตามชายป่า  ขนาดผู้เล่นทั่วไปพวกมันยังไม่ให้ผ่าน  โอรีโอบอกว่าถ้าอยากผ่านก็ให้นายมาคุยกับมันด้วยตัวเอง”

        ศิลากุมขมับ  ไอ้พวกนี้กล้าดีอ้างสิทธิ์ป่าไม้พื้นที่ของระบบเป็นของตัวเองยังไม่   มาปิดทางเข้าออกไม่ให้ใครผ่านอีก   “โอเค  เดี๋ยวฉันไป”

        “ศีล  ทำไมเราไม่ถล่มพวกมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”  นีทอารมณ์เสียฉุนเฉียว   

        “ทำแบบนั้นก็เปลืองแรงป่าว  อย่าลืมซิพวกนายยังต้องไปสร้างเส้นทางไปยังตำหนักนิรนาม   และภายในป่าหลับไหลจะเจอเทพอสูรระดับตำนานกี่ตนหรือเทพสงครามกี่ตนเราก็ยังไม่รู้  เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันรีบไป  อย่าพึ่งทำอะไรบุ่มบ่ามล่ะ”

        “เข้าใจแล้ว”

        ฟ้าครามหันมองขายหนุ่มของเธอ  “มีปัญหาอีกแล้วหรอคะ”

        “ค่ะ   พวกสมาพันธุ์ฮีโร่หัวขนุนน่ะ  เดี๋ยวพี่ต้องไปแดนใต้สักพัก  ขอฝากทางนี้ด้วย”

        “ค่ะ”

        “ศิลา  ให้ฉันตามไปด้วยไหม”  บูรพาถามขึ้น

        ศิลายิ้มพร้อมส่ายหน้า  “ฉันไปแป๋บเดียว  เดินทางคนเดียวจะสะดวกกว่า”  เขานึกอะไรขึ้นมาได้  “นายช่วยนำกำลังคนส่วนหนึ่งออกตามหาที่อยู่ของพาลีที”  ศิลามือลูบคางแววตาว่างเปล่า     ทำไมถึงสัมผัสการคงอยู่ของพาลีไม่ได้   ราวกับว่าพญาวานรหายไปจากโลกหล้า   

        “เข้าใจแล้ว”

        ศิลาเดินออกมา   คิดเรื่องสมาพันธุ์ฮีโร่   เขาควรจะฆ่าพวกนั้นให้กลับเข้าเกมอีกไม่ได้เลยดีหรือเปล่า   แต่นั่นเป็นจำนวนผู้เล่นที่มากเกินไป  อีกอย่างในกลุ่มของพวกฟันโอยังมีเนเน่   สาวน้อยที่เพิร์จเพื่อนของเขาชอบอีกด้วย   และดูเหมือนทั้งสองจะแอบติดต่อกันในโลกความจริง   การจะทำอะไรอย่างน้อยเขาต้องคิดถึงเนเน่และเพิร์จเอาไว้บ้าง   เพิร์จแน่นอนว่าหมอนั่นไม่มีปัญหาอยู่แล้วหากเขาจะล้างบางพวกสมาพันธุ์ฮีโร่  แต่น้องเนเน่คงไม่ยอม  หากเป็นแบบนั้นสาวเจ้าได้มาอาละวาดลงที่เพื่อนของเขาเป็นแน่   นี่ล่ะนะที่เขาบอกมหาบุรุษตกม้าตายเพราะนารี   สตรีแม่ทุกสถาบัน

        แต่ก็น่าแปลก   เนเน่ไม่เคยถามเพิร์จเกี่ยวกับภายในกิลด์เลยสักครั้ง  ดูเหมือนสาวน้อยคนนี้จะแยกแยะออก   เรื่องส่วนตัวอยู่ในโลกความจริง  เรื่องกิลด์อยู่ในโลกของเกมไม่เอามาข้องเกี่ยวกัน   ถือว่ามีความคิดเกินเด็กพอสมควร   จะอย่างไรก็ตามยังมีอุปสรรค์  เนเน่นั้นอายุสิบเจ็ดปี  ส่วนเพิร์จอายุยี่สิบห้า  ก็แอบหวังว่าให้สาวน้อยมีความคิดแยกแยะได้แบบนี้ตลอดไป

        “เฮอ...  คงไม่ได้ซินะ   อย่างน้อยต้องเกรงใจแฟนเพื่อนบ้าง”

คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน