ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    มังกรโครงกระดูก

    ผมกับทีน่า และเอลซ่าคุยกันจนสว่าง จึงได้ร่ำลากัน การได้คุย กับทีน่า ทำให้ผมพัฒนาฝีมือในเวทย์ปราบอันเดด มากขึ้น ผมคิดว่า มันควรเป็นวิชาหนึ่งที่ผมควรศึกษาไว้ เผื่อซักวันจะได้ใช้ ส่งวิญญาณของ มิโนริ ผีน้อยไปสู่สุขคติ


    ผมเดินจากทีน่ามาพร้อมกับเอลซ่า จนท้องฟ้าเริ่มสว่างคลายจากความมืดมิด และเสียงของหัวใจร่ำร้องแล้วว่า จะต้องไปปราบ บลูอาย ไวน์ดราก้อน เพื่อช่วย โรเซ่ ไม่ใช่เพียงเพราะเธอเป็นเจ้าหญิง แต่เพราะเธอเป็นเพื่อนพ้องคนสำคัญของผมต่างหาก
    ผมก้าวเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึง คฤหาสต์ ของ อาวินซัน เขากำลังรออยู่โดยป้อนเนื้อให้เจ้ามายดี้ไปด้วย
    " เป็นยังไง หาคนมาคบไหม " อาวินซัน กล่าวทักทาย ซึ่งผมก็ดึงมือเอลซ่ามาและแนะนำให้เขารุ้จัก ไม่นานอารีอา ที่แต่งชุดยูกาตะ ก็เดินมา พร้อมกับดาบคาตานะในมือ เธอแฝงกลิ่นอายของนักฆ่าไว้ด้วย เธอเข้ามาและทักทายผม
    " คุณสามี ไม่พบกันตั้งหลายชั่วโมงแนะ " นี่มันก็เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเอง เธอยังแหย่ผมเล่นเหมือนเคย
    ไม่นานก็มีกลุ่มพ่อค้าสวนสนามกันมาเพียบเลย ดูเหมือน อาวินซัน จะชวนพวกนี้มาขึ้นรถไฟเหาะ เอ๊ย รถไฟมนตรา เพื่อทำรายได้ ในการเข้าชมการปราบ บลูอาย จากกลุ่มพ่อค้า
    ' นี่เราจะไปรบนะ ไม่ได้ไปเที่ยว เจ้าอาวินซัน ' ผมแอบคิดในใจ จนเวลาผ่านไป สาวน้อย เรียโอ เด็ก ม.2 ก็ถือถุงใบใหญ่ที่ห่อข้าวมา พร้อมกับเซลก้าที่เธอพบในกลางทาง ดูเหมือนสองคนนี้จะรุ้จักกันแล้ว ระหว่างทางที่เดินมา คฤหาสต์ของเจ้า อาวินซัน
    " แค่นี้คนก็ครบแล้วใช่ไหม " อาวินซันกล่าวก่อนจะให้ทุกคนขึ้นไปบนรถไฟ และสั่งออกรถทันที
    รถไฟมนตรา ขบวนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเมือง คิร่า เมืองหน้าด่านของ อาณาจักรโปปุรอน ซึ่งด้านตะวันออกของมัน ติดกับทะเลทราย ฮัสซา ทะเลทรายที่มีหนอนยักษ์ แซนด์สโตรมเวิร์ม
    5 ชั่วโมงต่อมา.......
    วันนี้บรรยากาศ เป็นใจอย่างมาก ท้องฟ้าปลอดโปร่ง สายลมพัดเย็นช่างแสนสบาย ตอนนี้เราออกเดินทางมากันได้ 5ชั่วโมงแล้วและกำลังจะผ่านป่าต้องห้ามในอีกไม่ช้า วึ่งชื่อของมัน คือ ป่ามายา ป่าที่คนที่เขาไปจะต้องหลงทางจนตาย
    จุ่ๆ ก็มีเสียงนกกา แตกรัง ต่างฮือกันออกมา เหมือนหนีตัวอะไรมา
    พรึ่บ พรึ่บ แล้วเจ้าของเสียงก็ออกมา เกรธเตอร์ สเกลเลตัน ดราก้อน มังกรโครงกระดูก มันกำลังบินไล่หลังมาด้วยความเร็วสูง จนทุกคนตกใจ โดยเฉพาะพวกพ่อค้า
    " นั่นมัน เกรธเตอร์ สเกลเลตัน ดราก้อน นี่นา " พ่อค้าคนหนึ่งที่สีหน้าซีดเผือด ร้องตะโกนราวคนบ้า ตอนนี้เขาอยากจะลงไปอ้วกแล้ว
    จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี เหล่าพ่อค้าพากันร้องโวยวาย เพราะต่างก็กลัวตาย จนอารีอา ต้องตะโกนด้วยเสียงอันดังออกมา
    " ทุกคนไม่ต้องกลัว เดี๋ยว คุณสามีของชั้นจะเป็นคนจัดการมันเอง เพียงแต่ทุกคนต้องรวบรวมเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ให้กับสามีของชั้น คนละ 5000 เหรียญทอง "
    " ฉลาดมากนี่ อีหนู แต่พวกเราไม่ให้หรอกนะ ฮึ คิดจะใช้เหตุการณ์นี้มารีดเงินเรา " พ่อค้าอ้วนคนหนึ่งไม่ยอมจ่าย และชวนทุกคนไม่ให้จ่ายด้วย และหันไปหา อาวินซัน อัศวินมนตรา
    " ทำไมต้องเป็นข้าด้วยละ " อาวินซันกล่าว ก่อนจะหลบฉากเข้าไปในห้อง ทีนี้ก็ไม่มีใครช่วยพวกพ่อค้าแล้ว จนพ่อค้าอ้วนต้องหันกับมาหาอารีอา แล้วกล่าวว่า
    " ก็ได้จ่ายก็ได้ แต่ต้องรอหลังจากงานเสร็จก่อน " พ่อค้าอ้วน นาม เอเบีย กล่าวเช่นนั้นก่อนจะหันหน้าไปหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมากด ยอดรายรับของผม ซึ่งจะได้ไม่ต่ำกว่าแสนเหรียญทองเลย เพราะพวกพ่อค้ามีมากกว่า 20 คน
    อารีอา ได้ยินก็หันหน้ามาทางผม ที่กำลังยืนงง อยู่
    " ฝากด้วยนะคะ คุณสามี "
    ' นี่ตรู ต้องสุ้อีกแล้วซินะเนี่ย เพื่อความหวังของมนุษยชาติ '
    " ฟลาย " ผมใช้บินที่เรียนมาจากอาจารย์ ซีบรา ออกไปจากรถไฟมนตรา แล้วเข้าต่อสู้กับ มังกรโครงกระดูกทันที ดูเหมือนมันจะถูกผู้กล้า ฆ่าตายมานาน แต่หลังจากที่ผู้กล้าฆ่ามันแล้ว ไม่ได้ทำการเผาอย่างเป็นพิธี ทำให้มันกลายเป็นอันเดด
    ว้ากกกกกกกกกกกกกกก
    ผมพุ่งเข้าไปต่อยมันอย่างจัง แต่มังกรโครงกระดูกไม่รุ้ถึงความเจ็บปวดอีกแล้ว มันโต้กลับด้วยการใช้หางฟาดผม จนปลิว แล้วพ่นไฟบอล ตามมาอีกนับสิบลูก ผมต้องหลบอย่างฉิวเฉียดทุกลูก ผมเริ่มรวบรวมจิตท่องคาถา
    "โอม ข้าแห่งเทพแห่งไฟ ผุ้สถิตย์อยู่เหนือท้องนภา โปรดมอบเปลวเพลิงที่จะแผดเผาสัตว์ร้ายนี้ให้มอดไหม้ไป ด้วยเถอะ เวทย์ไฟ ขั้น 10 เมเทโอสโตรม"
    พลังไฟสุดยอดของผมเข้าแผดเผามังกรโครงกระดูก แต่มันกลับสร้างดาเมจไม่ได้มากอย่างที่คิด มังกรโครงกระดูกยังคงบินอยู่ อย่างทรหด มันเริ่มโจมตีผมด้วยความเกรี้ยวกราดมากขึ้น หลังจากการโจมตีที่รุนแรงของผม
    อาคคคคคคคคคคคคคคค
    ผมถูกกรงเล็บของมังกรโครงกระดูกข่วนบริเวณท้องน้อย แต่ด้วยพลังของซิลวาเทียร์ มันได้รักษาร่างกายผมในทันที
    " การต่อสู้นี้ยังอีกนาน" ผมยิ้มเยาะ แล้วเริ่มใช้พลังปราณสายฟ้าเข้ามารวมตัวกันบริเวณฝ่ามือทั้งสอง แล้วร่ายคาถาสายฟ้า ไพ่ตายของผมทันที
    [ กิก้าเดียมาโอ ] พลังมังกรสายฟ้าพุ่งทะลุร่างของ มังกรโครงกระดูกทันที แต่หาได้ทำร้ายมันได้ไม่ ดูเหมือนมันจะมีพลังป้องกันเวทย์สายฟ้า ตั้งแต่ขั้น 6 ลงมาให้ไร้ผล
    ' ตรู จะทำยังไงดี ฟระ หนีดีกว่า ' ผมคิด แต่การหนีก็ต้องมีความสามารถด้วย ตอนนี้ดูเหมือนมังกรโครงกระดุกจะเล็งเป้ามาที่ผมแล้ว มันโจมตีผม ด้วยพลังแสงสุดขั้วที่ยิงออกจากปากมัน พลังแสงพุ่งผ่านผมไปอย่างฉิวเฉียด ผมต้องบินหลบไปมาอย่างทุลักทุเล จนกระทั่ง คริสตัลสีม่วง ที่พวกเอลซ่าเปล่งแสง มันเป็นแสงของโฮลี่ไลน์นั่นเอง
    แล้วในนาทีวิกฤติ นั้นเองที่ผมตัดสินใจใช้ พลังโฮลี่ไลน์ของทีน่า ในขณะที่มังกรโครงกระดูกกำลังชาร์จพลังเพื่อจะยิงลำแสงสุดขั้วอีกลูก ผมต้องรีบแล้ว
    ย้ากกกกกกกกกกกกกกกก
    " บทสวดแห่งพระเจ้า จงนำทางวิญญาณที่หลงทาง กลับสุ่สวรรค์ด้วยเถิด โฮลี่ไลน์ " ผมยิงแสงไปในตอนนั้นเองที่ ผลึกสีม่วงของเอลซ่าที่ให้ผมไว้ ได้หลอมรวมพลังกับ โฮลี่ไลน์ที่ผมเพิ่งสวดไป จนเป็นลำแสงแห่งสรวงสวรรค์ ที่แท้แล้ว อัญมณี สีม่วงนี้ เป็นอาติแฟกซ์ สำหรับเพิ่มพลังเวทย์สายแสงนี่เอง หลังจากผมยิงพลังไปแล้ว ก็ยืนคอยดูความสำเร็จของมันบนฟ้า
    พลัง โฮลี่ไลน์ ได้เข้าแทรกซึม ทุกส่วนของร่างกลายมังกรโครงกระดูก ก่อนที่มันจะกลายเป็นกระดูกธรรมดาและร่วงตกจากฟ้า มันได้พูดว่า
    " ขอบใจมากเจ้าลูกชายของผู้กล้าโทคิ ผุ้ที่สามารถปราบข้าได้ และรางวัลของเจ้าอยู่ในร่างกายของข้าผู้นี้ " หลังจากพูดจบมันก็หล่นเข้าไปในป่า จนฝูงสัตว์ตกใจ เนื่องจากขนาดความใหญ่ของร่างกายของมัน
    หลังจากทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบผมก็หมดแรง ที่จะไปต่อ ผมเริ่มร่วงจากอากาศ ลงไปยังป่ามายาเรื่อยๆ เรื่อยๆแล้ว แต่ในตอนนั้นเองที่ อาวินซันปรากฏ แล้วแบกผมบินกลับไปที่รถไฟมนตรา ก่อนผมจะสลบไป ผมก็ได้ยินเสียงกล่าวชมผมออกจากปากของ อาวินซัน
    " ทำได้ดีมาก เจ้าเด็กน้อย" 
    ================================================โปรดติดตามตอนต่อไป