ท่ามกล่างแสงจันทร์สว่างในยามราตรี ทำให้พอมองเห็นรอบ ๆ ที่พักโดยไม่ต้องพึ่งคบไฟ
เสียงจักจั่นร้องระงมไปทั่วผืนป่ามืดทึบโดยรอบที่พัก
แม้แสงจันทร์จะสว่างเพียงใด แต่ไม่อาจลอดผ่านยอดไม้ที่หนาทึบลงมาสู่พื้นเบื้องล่างได้
ในบริเวณที่พัก ทุกคนต่างแยกย้ายกันแล้ว
บ้างพักผ่อน บ้างหลับใหลไปแล้ว และบางคนต้องอยู่เวรเฝ้ายามเพื่อระวังภัย
แม้มีเขตแดนเวทป้องกันสัตว์ แต่เพื่อความปลอดภัยหากเกิดกรณีฉุกเฉินจึงต้องมีคนเฝ้าระวังเอาไว้
พ่อบ้านได้วางเวรยามไว้ผลัดละสองคน โดยแต่ละผลัดราวสองชั่วโมง
ยามนี้เป็ผลัดแรก หลักจากทุกคนพึ่งจะแยกย้ายกันไปกระโจมของตนเองได้ไม่นาน
“คืนนี้คงยาวนานน่าดู”
เขาพึมพำกับตัวเอง
จากนั้น นิโคลัส เริ่มฝึกฝนอีกครั้ง เพื่อรอเวลาหนูออกจากรัง
‘ดีที่ พ่อบ้านจะคอยจับสังเกตคนที่จะออกไปนอกที่พักเอง เราเลยไม่ต้องหาข้ออ้างกลบเกลื่อนเื่ที่รู้ได้ยังไงเมื่อมีคนออกจากที่พัก’
‘อาวุธลับ ของข้า ต้องปิดไว้ให้สนิทที่สุด’
ชายหนุ่มคิดถึงเื่ที่ได้วางแผนกับพ่อบ้านเมื่อหัวค่ำ เขา พ่อบ้าน, อีริน และอีกสองคน จะคอยจับตาดูและลอบติดตามไป และหากว่าใช้ม้วนคาถาสื่อสารเมื่อใด จะเข้าไปจับกุมทันที
เมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นาน แผ่นเวทสื่อสาร สั่นและมีแสงกะพริบ ขึ้นทันที เมื่อส่งพลังเวทเข้าไปเล็กน้อย ทำให้ได้ยินเสียงดังขึ้นทันที
“นายน้อย อังเดร ได้ออกนอกที่พักไปแล้ว ข้าได้ยินเขาบอกกับอีแวนว่าจะไปทำธุระหนัก”
เสียงของพ่อบ้านดังเบาๆ จากแผ่นเวทสื่อสาร
แผ่นเวทสื่อสาร เป็แผ่นไม้ขนาดเล็กขนาดประมาณฝ่ามือ ที่ถูกลงอักขระเวทเอาไว้ มันทำงานคล้ายกับวอล์คกี้ทอล์คกี้ในโลกเดิม สลับกันพูดและฟังได้ ในระยะไม่ไกลมาก ใช้เพียงพลังเวทมนตร์เพียงนิดเดียวเพื่อเปิดการใช้งาน
“เราจะติดตามไปเลยไหมนายน้อย”
ชายชราขอความเห็นในทันที
“รอดูอีกซักนิด ท่านยังพอสังเกตเขาได้อยู่ไหมจากภายในกระโจมของท่าน”
ชายหนุ่มสอบถามถึงความสามารถในการตรวจจับความเคลื่อนไหวนอกที่พัก
“ได้ แต่ข้าจะเปลี่ยนไปใช้เวทติดตาม โดยสร้าง แมลงเวท แทน จะได้เห็นการกระทำของเขาด้วย”
จากนั้น พ่อบ้านได้ยกเลิกเวทตรวจจับทันที และร่ายคาถาสร้าง ด้วงเวทติดตาม แล้วสั่งให้มันติดตามหลังอังเดรไปห่าง ๆ โดยในที่พักจะไม่มีใครสามารถตรวจจับ ด้วงเวท นี้ได้เลย
ทุกสิ่งที่ด้วงเวทเห็น จะแสดงให้เห็นที่ลูกแก้วมนตราขนาดฝ่ามือที่ตรงหน้าของพ่อบ้าน
“ถ้ามีอะไรผิดสังเกตข้าจะแจ้งท่านทันทีนายน้อย”
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้วกลับไปเฝ้าดูอังเดรต่อทันที
ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ
“นายน้อย ข้าต้องเลิกติดตามอังเดรแล้ว เพราะเขา...ไปทำธุระหนักจริง ๆ”
เสียงของเขาฟังดูกระอักกระอ่วน
“อ้อ ข้าคิดไว้อยู่แล้ว”
นิโคลัสกล่าวเปรย เพราะไม่คิดว่าอังเดรเป็คนทรยศั้แ่แรกแล้ว
จากข้อมูลที่ชายหนุ่มได้รับจาก จารชนตัวน้อย แสดงให้เห็นว่าอังเดรไม่ได้เป็คนทรยศ นักเวทขาวคนนั้นเป็แค่เพียงคนหยิ่งยโส คนหนึ่งเท่านั้นเอง เพียงแต่ชายหนุ่มบอกใครไม่ได้
“นายน้อยสงสัยคนอื่นใช่ไหม”
ชายชราจับสังเกตได้จากน้ำเสียงของนายน้อยของเขา
“จับตาดู โทมัส ไว้ให้ดีๆ เขาเข้าเวรผลัดไหน”
เ้าตัวถามเื่การเข้าเวรของโทมัส เพื่อจะได้รู้ว่า ต้องรออีกนานแค่ไหน
“ผลัดถัดไปนายน้อย ข้าจะร่ายเวทตรวจจับในที่พักอีกครั้งเพื่อดูสถานการณ์ต่อไปก่อน”
จากนั้นชายชราได้ร่ายเวทตรวจจับครอบคลุมที่พักทั้งหมดอีกครั้ง ในครั้งนี้เขารู้เป้าหมายชัดเจนแล้ว
“ถ้าเขาออกนอกที่พักเมื่อไหร่ แจ้งข้าด้วยนะพ่อบ้าน ข้าจะฝึกฝนไปพลางๆ ก่อน”
จากนั้นเขาตัดการสื่อสารและเริ่มฝึกฝนเวทมนตร์อีกครั้ง
ตอนนี้ ระดับของหนุ่มน้อยเป็แค่เพียง ผู้ฝึกหัด ที่ทำได้เพียงฝึกหัดร่างกายและฝึกหัดสะสมพลังเวทเข้าสู่แก่นเวทเท่านั้น เขายังไม่สามารถร่ายคาถาอะไรได้เลย
เต็มที่ทำได้เพียงส่งพลังเวทเข้าสู่แผ่นเวทสื่อสารเท่านั้น ซึ่งใช้พลังราวกับการกดปุ่มปิดเปิดไฟเท่านั้นเอง
ถ้าเทียบกับวัยรุ่นในโลกนี้ เขาน่าจะเทียบพลังได้กับเด็กอายุสิบสามหรือสิบสี่ปี ที่ฝึกร่างกายมาได้ปีกว่า เพราะการฝึกร่างกายไม่ต้องรอแก่นเวทในหัวใจเหมือนผู้ฝึกเวท
สามารถฝึกร่างกายได้เลย และเป็การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนการปลุกพลังด้วย
ภารกิจคืนนี้ นิโคลัสไม่ได้เข้าร่วมจับกุมด้วย เพราะเขาไม่โง่พอที่จะเอาตัวเข้าไปเสี่ยง
ด้วยความสามารถเพียงเท่านี้ เ้าตัวทำได้เพียงหลบอยู่ด้านหลังพ่อบ้านเท่านั้น
เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง นิโคลัสออกจากการฝึกฝนและอยู่ระหว่างพักร่างกาย แผ่นสื่อสารได้สว่างขึ้นมา
“พ่อบ้าน มีความคืบหน้าแล้วใช่ไหม”
เ้าตัวเอ่ยถามทันที
“ขอรับนายน้อย หลังจากโทมัสเข้าเวรได้สักพัก เขาบอกกับ เลวาน ที่อยู่เวรผลัดเดียวกัน ขอไปทำธุระหนัก”
ชายชรารายงานถึงเหตุการณ์ที่โทมัสได้ออกจากที่พักไป
“เขาออกห่างไปหรือยัง”
ชายหนุ่มถามขึ้นเพราะหากโทมัสอยู่ใกล้เกินไปจะได้ยินความเคลื่อนไหวของพวกเขา
“ออกห่างไปซักระยะแล้ว ไม่น่าจะได้ยินเสียงเราในที่พัก”
ชายชรารายงานทันทีและคาดไว้ว่านายน้อยน่าจะลงมือแล้ว
“ทำตามแผน”
กล่าวจบ นิโคลัสรีบเก็บแผ่นสื่อสารแล้วออกจากกระโจมอย่างเงียบที่สุดในทันที
เมื่อออกมาถึงกลางที่พัก เขาเห็น พ่อบ้านและอีริน ยืนรออยู่แล้ว
อีรินถือไม้เท้าเวทมนตร์ ส่วนพ่อบ้านถือไม้เวทมนตร์เพื่อความคล่องตัว เตรียมพร้อมเผชิญหน้า
เหตุที่พ่อบ้านใช้ไม้เวทมนตร์ เนื่องจากมีความเร็วในการร่ายเวทได้ไวกว่าไม้เท้าเวท
หากแต่ร่ายได้เพียงเวทชั้นต้นหรือเวทที่พลังโจมตีไม่สูงนัก เน้นความไวในการร่ายเวทมากกว่า หากแม้ถูกใช้ด้วยจอมเวท ถึงจะเป็เพียงเวทขั้นต้นแต่พลังก็ไม่น้อยอยู่ดี
ส่วนไม้เท้าเวทมนตร์ มีคุณสมบัติช่วยดูดกลืนพลังธรรมชาติรอบข้างให้กับผู้ร่ายเวทได้ จึงถูกใช้สำหรับคาถาที่ต้องใช้พลังเวทมากเพื่อได้พลังโจมตีที่รุนแรง แต่ก็ต้องใช้เวลาร่ายเวทมากขึ้นด้วยเช่นกัน
“ท่านไปตาม คาน และอีกสามคนมาช่วยกันล้อมจับโทมัส”
นิโคลัสสั่งการทันที
“เลวาน เ้าและคนอื่น ๆ อยู่เฝ้าที่พัก อย่าได้เคลื่อนย้ายไปไหนหากไม่ได้รับคำสั่ง”
“ไปปลุกคนที่เหลือขึ้นมาให้เตรียมพร้อมไว้ด้วย”
เขาสั่งเลวานให้เตรียมพร้อมอยู่ที่พัก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด จะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทัน
เพียงไม่กี่ลมหายใจ พ่อบ้านได้นำ คาน และองครักษ์อีกสามคนมาด้วยได้แก่ อีริค แฮร์รี่ และบอริส
ส่วนคนอื่น ๆ และนิโคไล ก็มาถึงแล้วเช่นกัน โดยยื่นกระจายกันอยู่รอบๆ เพื่อรอคำสั่ง
“พร้อมกันแล้ว ข้า พ่อบ้านและอีริน จะอ้อมไปดักทางหนีฝั่งตรงข้ามกับที่พัก”
“คาน อ้อมเข้าทางซ้าย และบอริส ไปทางขวา”
“ส่วนอีริคและแฮร์รี่ เฝ้าปิดทางถอยมาที่พัก”
“เ้าสองคน หากไม่ได้รับคำสั่งห้ามตามไปเด็ดขาด”
“ทุกคนจำไว้ห้ามลงมือก่อนเด็ดขาด รอให้พ่อบ้านเป็ผู้ลงมือก่อน และที่สำคัญ คือ จับเป็ เท่านั้น เข้าใจใช่ไหม”
นายน้อยออกคำสั่งรวดเดียว เหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เขาได้ไตร่ตรองเรียบร้อยแล้ว
คาน และ บอริส เป็ นักรบ สามารถลงมือคนเดียวได้
แต่ อีริคเป็นักเวทขั้นต้น ส่วนแฮร์รี่เป็อัศวินสายโล่ ช่วยป้องกันอีริคที่มีการป้องกันต่ำได้
“ขอรับนายน้อย”
ทุกคนขานรับอย่างพร้อมเพรียง
“พ่อบ้านช่วยแจ้งตำแหน่งด้วย เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้”
นายน้อยรีบเอ่ยขอชายชราให้แจ้งตำแหน่งของโทมัสแก่ทุกคน และเมื่อเขาหันไปเห็นนิโคไลที่เป็นักเวทสายสนับสนุนที่ยืนหลบอยู่ห่างๆ จึงได้สั่งการในทันที
“นิโคไล ช่วยร่ายเวทย์เสริมพลัง ความเร็ว และก้าวไร้เสียง ให้ทุกคนด้วย”
นิโคไล ค่อย ๆ ยกไม้เท้าขึ้นร่ายเวท ด้วยสีหน้าขอไปที แต่ยังคงร่ายเวทเสริมพลังอย่างเต็มที่
ไม้เท้าเวทเรืองแสงขึ้นและคาถาเสริมพลังหลายสายพุ่งกระจายไปหาทุกคน
เมื่อนิโคลัสเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงออกคำสั่งทันที
“ไป”
ทุกคนแยกย้ายไปตามที่เส้นทางได้รับมอบหมายในทันที
พ่อบ้านทำหน้าที่นำหน้าไปเพราะพ่อบ้านรู้เส้นทางแถบนี้ดีกว่าเขา
โชคดีที่ได้เวท ก้าวไร้เสียง มาช่วยไว้ทำให้การวิ่งไม่เกิดเสียง
แม้แต่ต้นหญ้าใบไม้ที่พวกเขาวิ่งผ่านมาจะมีเสียงเหมือนลมพัดผ่านเท่านั้น
ไม่นานจากหลังจากพวกเขาได้วิ่งอ้อมมาดักหน้าเส้นทางของโทมัส
เขาเห็นโทมัสกำลังนั่งเขียนข้อความใส่แผ่นกระดาษเวท ดูแล้วน่าจะเป็เวทส่งข้อความระยะไกล
โชคดีที่โทมัสไม่ได้เขียนข้อความในที่พัก เพราะเขาคงกลัวใครมาพบเข้าเลยต้องมาเขียนที่นี่
เมื่อโทมัสเขียนเสร็จแล้ว จากนั้นหยิบกระบอกไฟออกมาแล้วจุดไฟเผากระดาษเวทแผ่นนั้น
ที่ทำเช่นนี้เนื่องจากเป็วิธีเปิดใช้งานเวทส่งข้อความนั่นเอง
“หลังจากเสร็จภารกิจนี้ ข้าจะได้เป็ผู้นำกลุ่มอัศวินแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”
เขาพึมพำแล้วหัวเราะให้ตนเองเบาๆ
กระดาษเวทเริ่มเผาไหม้ แต่แทนที่จะเป็เขม่าดำๆ แต่กลับเกิดเป็อักขระเวทขนาดเล็กลอยขึ้นไปเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนเป็ละอองแสงที่ส่องสว่างเหมือนหิ่งห้อยยามค่ำคืน
จากนั้นลอยสูงขึ้นไปสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ ท่ามกลางป่ารอบตัวที่เงียบสนิท จนได้ยินเสียงหายใจของตัวเองชัดเจน
แต่ทันทีที่ละอองแสงเ่าั้ขึ้นไปถึงแนวยอดไม้
จุดแสงเ่าั้เหมือนเจอสิ่งกีดขวางไม่สามารถลอยสูงขึ้นไปได้ และแตกกระจายไปรอบทิศทาง
“เอ๊ะ! แย่แล้ว”
เมื่อโทมัสเห็นภาพนั้น เขาก็รู้ตัวทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น รีบนำดาบออกมาและพุ่งตัวไปทางตรงกันข้ามกับที่พักทันที
“ดารัคซ์ ไกรอัน”
พ่อบ้านเมื่อเห็นโทมัสวิ่งมาทางพวกเขา จึงร่ายเวทดินสร้างหอกขึ้นขวางหน้าทันทีเพื่อหยุดเขาไว้
“พ่อบ้าน!”
โทมัสตกตะลึง คนที่เขาไม่อยากเจอมากที่สุดในกลุ่มคือพ่อบ้าน
เขารีบเปลี่ยนทิศทางไปทางขวาในทันที เพื่อออกห่างจากพ่อบ้าน
แม้เป็จอมเวท แต่เื่ความเร็วก็ไม่อาจเทียบสายนักรบได้ ดังนั้นการหนีจึงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดของโทมัส
“เซวาริส คาเอล”
อีรินร่ายเวทใบมีดลมโจมตี ไล่ตามไปในทันใด
ความจริงทั้งสองสามารถใช้เวทรุนแรงกว่านี้ได้ ติดเพียงว่าต้องจับเป็ จึงใช้ได้เพียงสกัดกั้นหรือทำให้าเ็เท่านั้น
โทมัส หันดาบมาปัดป้องมีดสายลมของอีรินและอาศัยแรงกระแทกเพื่อเร่งความเร็วเพิ่มขึ้น
“โทมัส!”
เสียงะโด้วยความโกรธแค้น ดังขึ้นจากเบื้องหน้า
บอริสยืนดักอยู่เบื้องหน้า พร้อมตั้งท่าโจมตีเต็มกำลัง เขาแค้นมากเมื่อทราบว่าโทมัสทรยศพวกเขา
“ตาย!”
โทมัสไม่ลังเลแม้แต่น้อย เงื้อดาบขึ้นสูงและฟาดลงมาตรงๆ เข้าหาบอริส
แม้เป็ท่าพื้นฐานแต่ถูกใช้งานโดยระดับอัศวินขั้นกลาง พลังทำลายย่อมไม่อาจประมาทได้
บอริสมีระดับต่ำกว่าโทมัสถึงสองขั้น เขาจึงไม่กล้ารับดาบโดยตรง ได้แต่เบี่ยงตัวหลบออกด้านข้าง
เมื่อบอริสเบี่ยงตัวหลบดาบพ้นแล้ว เขาก็ฟาดดาบแนวขวางตรงไปที่เอวของโทมัสเพื่อสกัดเส้นทาง
แกร๊ง!
เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่น ประกายไฟสว่างวาบตัดความมืดมิดในป่า
โทมัสคาดอยู่แล้วว่าบอริสจะต้องหลบ เขาจึงออมพลังไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้เปลี่ยนทิศทางดาบได้
บอริสถอยหลังไปสองก้าว แล้วพุ่งตัวเข้าหาโทมัสอีกครั้ง
“คมคู่สังหาร”
เขาฟันดาบออกไปสองครั้งติดต่อกันเข้าหาโทมัส
แม้รู้ว่าไม่สามารถทำอะไรโทมัส ได้แต่หน้าที่ของเขาคือถ่วงเวลา
แกร๊ง! แกร๊ง!
โทมัสเพียงหันดาบมาปัดป้องด้านหลัง พลังทำลายแตกต่างกันเกินไป
เขากำลังจะพุ่งตัวออกไปข้างหน้า แต่ทันใดนั้น
“กาลฟารัส โธร์น”
สายลมแรงระลอกใหญ่พัดเข้าหาโทมัสจากด้านหน้า
อีรินร่ายเวทโจมตีธาตุลมเข้าดักเบื้องหน้าของโทมัสไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะทันได้หนีไป
โชคดีที่สถานะเร่งความเร็วยังไม่หมด พ่อบ้านและอีรินจึงตามได้ทันและให้อีรินไปดักหน้าโทมัสเอาไว้
“ไม่ต้องหนีแล้ว! เ้าสู้พวกเราทั้งหมดไม่ได้แน่!!”
เสียงนั้นแผดก้องไปทั่วราวกับฟ้าคำราม
ชายชราตะคอกออกมา เสียงเข้มและกราดเกรี้ยวด้วยความโกรธจนอากาศรอบตัวสั่นไหว
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าหนีไม่ได้”
โทมัสกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าปกติ
จากนั้นเขาหยิบขวดน้ำยาขึ้นมาหนึ่งขวด และกำลังจะยกดื่ม
ฟิ่ว! เพล้ง!
ขวดน้ำยาแตกกระจาย หัวใจเขาราวถูกสายฟ้าฟาด
โทมัสเบิกตากว้าง ราวไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้า
เขาหันขวับ และพบรอยยิ้มบางเบาของ 'นายน้อย'
รอยยิ้มที่เย็นเยียบกว่าความมืดในค่ำคืนนี้
เพราะความประมาทเพียงเล็กน้อย
ชายหนุ่มที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเขา
“นายน้อย!”
โทมัสะโขึ้นอย่างสุดเสียงด้วยความโกรธจัด
“ข้าคงไม่ต้องพูดอะไรใช่ไหม..ข้าคอยมองเ้าเสมอ”
นิโคลัสกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ ในขณะที่ยังยืนอยู่ด้านหลังพ่อบ้าน
เป็เขาเองที่ซัดมีดสั้นเล่มนั้นไป แม้มีดเล่มนี้ ไม่เหมาะกับการซัด
แต่ในระยะไม่ถึงสิบเมตรเขาไม่เคยพลาดมาก่อน
บวกกับคู่ต่อสู้ไม่ได้ให้ความสำคัญเขาเลยแม้แต่น้อย ย่อมเปิดโอกาสให้เขาได้ลงมืออย่างสบาย
“ยังไงข้าไม่รอดอยู่แล้ว พาใครเป็เพื่อนซักคนจะเป็ไร”
จากนั้นดาบที่โทมัสถืออยู่เริ่มเปล่งประกายขึ้นมารอบตัวดาบ
“ออร่าดาบหรือ ทุกคนพยายามป้องกัน หลีกเลี่ยงการปะทะ รอจนกว่าเขาหมดแรง ข้า้าจับเป็”
ชายหนุ่มะโสั่งทุกคน เขาพลางหันไปมองรอบๆ ทุกคนมากันพร้อมแล้ว
รวมถึง คาน ที่ก่อนหน้าไปดักทางที่ฝั่งซ้าย เมื่อเขาได้ยินเสียงการต่อสู้เลยรีบวิ่งมาทางด้านนี้ทันที
“รับทราบ”
เสียงจากทุกคนดังก้องไปทั่วบริเวณ
“โหมกระหน่ำ”
โทมัสทำท่าราวกับจะพุ่งตรงเข้าหาพ่อบ้านและนิโคลัส แต่กลับหมุนตัวและใช้ทักษะ พุ่ง เข้าหาอีรินทันที
ในขณะเดียวกัน ได้ใช้ท่า ฟันต่อเนื่อง ของอัศวินเข้าใส่อีรินแบบไม่ยั้ง
เพราะอีรินอ่อนแอที่สุดในที่นี้
“”
อีรินรีบร่ายเวทเกราะลมขึ้นป้องกันทันที แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด
กรี๊ด!
เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วป่า..