ไม่รอให้สองสาวตอบชายหนุ่มยังคงกล่าวต่อไป
“ขนาดมีกำแพงขวางกั้นพวกมันก็ยังพยายามทำลายกำแพงบุกเข้ามาถ้าบอกว่ามันมองพวกเราเป็อาหารก็ฟังไม่ขึ้นเพราะพวกสัตว์ร้ายก็กินสัตว์อื่นเป็อาหารได้เหมือนกันไม่จำเป็ต้องเป็มนุษย์สักหน่อย”
อลิสกับมาเรียเงียบงันพวกเธอไม่เคยคิดเื่นี้มาก่อนเพราะั้แ่เกิดมาก็ถูกสอนว่าสัตว์ร้ายเป็ศัตรูของมวลมนุษย์แล้วทำให้ลืมคิดไปว่าเหตุใดเหล่าสัตว์ร้ายถึงต้องมองมนุษย์เป็ศัตรู
...
วันถัดมาหลังจากจัดการสามเสือที่เป็สัตว์ร้ายระดับเมืองได้คณะกวาดล้างได้เดินทางต่ออีกครั้งเพียงแต่ความเร็วเชื่องกว่าเดิมเล็กน้อยใช้เวลาสามวันกว่าจะไปถึงจุดที่เห็นเขตป่าวงกต
ในสามวันนี้มีเื่ค่อนข้างน่ายินดีเกิดขึ้นหัวหน้าหน่วยที่สิบและหัวหน้าหน่วยที่สี่เลื่อนจากระดับทั่วไปเป็ผู้มีรอยประทับระดับหมู่บ้านแม้เมื่อเทียบกับเื่ของอลิสแล้วจะดูไม่สำคัญแต่ก็เพิ่มกำลังใจให้ทุกคนเล็กน้อย
มองดูต้นไม้สูงใหญ่ที่เรียงกันตรงหน้าห่างไปหลายร้อยเมตรทุกคนในคณะได้แต่ทอดถอนใจด้วยความอัศจรรย์ใจ
จากที่เห็นป่าวงกตน่าจะมีอาณาเขตเป็วงกลมต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นเรียงกันแน่นขนัดดูยิ่งใหญ่กว่ากำแพงที่กลาซิสผู้มีรอยประทับระดับทวีปสร้างเสียอีกที่น่าอัศจรรย์อีกอย่างก็คือภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตของป่าวงกตไม่มีต้นไม้ขึ้นเลยแม้แต่ต้นเดียวมีเพียงหญ้าที่ต้นสูงท่วมศีรษะมนุษย์
และเมื่อมองขึ้นไป้าก็จะมองเห็นูเาสูงเสียดฟ้าที่ล้อมรอบด้วยเมฆหมอกได้ลางๆ
มาเรียสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน
เดินมาหน้าเขตป่าวงกตใกล้ๆ ต้นไม้ั์ขนาดสามสิบคนโอบ อลิสชะงักเท้าหลับตาลงครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเบา ๆ
“เฉียงไปทางเหนือเล็กน้อยประมาณแปดกิโลเมตรมีสัตว์ร้ายระดับเมืองอยู่หนึ่งตัวข้างหน้าเราประมาณสามร้อยเมตรมีระดับหมู่บ้านหกตัว”
สีหน้าเหล่าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกจริงจังขึ้นแต่ก็ยังผ่อนคลายกว่าครั้งที่ต้องเจอสัตว์ร้ายระดับเมืองครั้งแรกในเมื่อมีอลิสที่เป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรอยู่พวกเขาย่อมไม่กังวลเท่าไหร่
เมื่อเข้าไปในเขตป่าวงกตทุกคนแม้กระทั่งอลิสก็ยังรู้สึกว่าบรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนเป็อึดอัดยังไงชอบกลเดินไปไม่ถึงนาทีต้นไม้รอบด้านกลับเริ่มบางลงแทนที่จะหนาทึบขึ้น
อลิสแผ่ััออกไปสำรวจอีกรอบ
ทันใดนั้นใบหน้าหญิงสาวพลันถอดสีเธอร้องออกมาสุดเสียงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ออกจากป่าเร็ว!”
ทว่าทุกคนยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาอะไรก็มีลมหมุนหอบทุกคนลอยขึ้นกลางอากาศพัดลอยพาเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิม
เพียงพริบตาทุกคนก็ถูกแยกออกจากกันแม้จะห่างกันไม่มากแต่ก็เรียกว่าแตกกลุ่มไปคนละทางได้ บ้างค้างบนกิ่งไม้บ้างอยู่พื้นดิน
มีเพียงการินอลิส และมาเรียเท่านั้นที่ตั้งหลักได้ั้แ่พายุยังไม่สงบลงทั้งสามลอยตัวกลางอากาศสีหน้าเคร่งเครียด
การินอัญเชิญนักรบจิตวิญาณเข้าประกบทุกคนที่แตกกลุ่มไปคนละทิศทางชายหนุ่มหรี่ตากล่าวเสียงแ่
“อลิส...”
อลิสเม้มริมฝีปากไม่พูดจา
เบื้องหน้าของทั้งสามคนมีหมาป่าตัวใหญ่ขนสีเทาแซมดำเล็กน้อยหกตัวขนาดตัวของมันเทียบได้กับเสือเขากวางที่พวกเธอสู้ก่อนหน้านี้ได้เลย
พวกมันคือสัตว์ร้ายระดับ‘หมู่บ้าน’ที่อลิสััได้ก่อนเข้ามาในป่าทว่าตอนนี้ที่เธอััได้คือพวกมันทั้งหกตัวนั้นเป็ระดับเมือง! และพายุที่พัดทุกคนลอยมาก็เป็ฝีมือของพวกมัน
หมาป่าั์ทั้งหกยังไม่รีบโจมตีเข้ามาเพียงจับกลุ่มจ้องมายังทั้งสามคนด้วยแววตาดุร้าย
มาเรียมุ่นคิ้วกล่าวเสียงขรึม
“เราจัดการพวกมันก่อนดีกว่าค่อยคิดเื่อื่นทีหลัง”
อลิสพยักหน้าหมายจะสร้างบอลเพลิงผลาญพวกมันให้มอดไหม้ไปในครั้งเดียวทว่าเธอพึ่งจะยกมือขึ้นก็หน้าถอดสีอีกครั้ง
ร่างดำทมึนขนาดมหึมาพลันร่วงลงจากฟ้ามาบริเวณด้านหลังของหมาป่าทั้งหกตัว
ครืน!
เมื่อร่างนั้นััพื้นป่าทั้งป่าก็ะเืเหมือนเกิดแผ่นดินไหว
เหล่าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกที่หายจากอาการมึนงงแหงนมองขึ้นฟ้าแล้วก็ต้องหน้าซีดเผือด
หมาป่าั์ที่หกตัววิ่งหนีเข้าป่าลึกด้วยความเกรงกลัว
การินเคร่งเครียดมองสิ่งมีชีวิตตรงหน้าไม่วางตา
ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่ล้มระเนระนาดสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกอลิล่าแต่มีเขาที่หางคิ้วฟันเขี้ยวที่กรามล่างมีขนาดใหญ่มากที่ยิ่งกว่านั้นก็คือร่างที่ใหญ่โตราวกับูเาลูกย่อม ๆ
ถ้าวัดความสูงคงไม่ต่ำกว่าห้าสิบเมตรแน่นอน!
ขณะนี้ในความรู้สึกของผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกราวกับโลกถูกหยุดเวลาไว้
อลิสเป็คนแรกที่ได้สติเธอกางแขนออกเปลวไฟแดงอ่อนพลันลุกท่วมร่างของเธอด้านหน้าของหญิงสาวปรากฏร่างของมนุษย์ั์ที่ร่างกายลุกท่วมด้วยเปลวไฟสีแดงอ่อนสามตน
ในเวลาเดียวกันเธอก็ร้องะโเรียกสติของเหล่าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออก
“ทุกคนรีบหนีออกจากป่า! มาเรีย การินคุ้มกันพวกเขาด้วย ฉันจะต้านเ้าลิงนี่ให้!”
เ้ากอลิล่าตัวนี้คือสัตว์ร้ายระดับอาณาจักร!
เธอเพิ่งเลื่อนเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรได้ไม่นานจึงไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะมันได้ถ้าลำพังตัวอลิสคนเดียวย่อมหนีได้ไม่ยากแต่ตอนนี้เธอมีภาระนั่นก็คือเหล่าผู้มีรอยประทับเขตตะวันออกหญิงสาวไม่สามารถรับประกันได้ว่าพวกเขาจะไม่โดนลูกหลงขณะเธอสู้กับสัตว์ร้ายตัวนี้
เหล่าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกเพิ่งได้สติก็พบว่าตัวเองกำลังลอยอยู่ในอากาศแล้วที่แท้พวกเขากำลังถูกนักรบจิติญญาของการินพาลอยขึ้น
ความเร็วในการเหาะของนักรบจิติญญาที่มีระดับทั่วไปนั้นมีไม่มากทว่าจู่ ๆ ก็มีลมมาช่วยผลักให้พวกมันไปได้เร็วกว่า
เป็มาเรียที่ใช้สายลมเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับพวกมันหญิงสาวรีบบินตามมารั้งท้ายพวกเขาไว้
แน่นอนว่ากอลิล่าเขี้ยวอสูรย่อมไม่ยอมให้พวกเขาหนีไปได้แม้แต่คนเดียวมันทุบอกตัวเองเสียงดังเตรียมพุ่งไปยังกลุ่มคนที่กำลังหนี
ทว่ามันเพียงเพิ่งขยับตัวก็มีหอกเพลิงสีแดงอ่อนพุ่งเข้าใส่ทำให้กอลิล่าเขี้ยวอสูรต้องขยับตัวหลบไปด้านข้าง
ป่าด้านหลังที่หอกเพลิงพุ่งผ่านพลันลุกไหม้เป็ทางยาว
โดยไม่รอให้มันได้ทันตั้งตัวอลิสควบคุมให้จิติญญาเพลิงที่เรียกออกมาก่อนหน้านี้ทั้งสามตนเข้ากลุ้มรุมกอลิล่าเขี้ยวอสูรทันที
กอลิล่าเขี้ยวอสูรคำรามออกมาไอเย็นพลันแผ่ออกมาจากตัวของมัน ร่างอันมหึมาปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งชั้นบาง ๆ
จิติญญาเพลิงทั้งสามถูกหมัดที่ใหญ่กว่าพวกมันสามตนรวมกันต่อยจนร่างแหลกสลายในครั้งเดียว
กอลิล่าเขี้ยวอสูรยกหมัดอีกข้างขึ้นหมายจะต่อยอลิส
หญิงสาวเตรียมควบแน่นเปลวเพลิงให้กลายเป็โล่ทว่าเธอกลับเห็นร่างของใครบางคนพุ่งเข้าใส่กอลิล่าทำให้เธอต้องชะงัก
“การิน!?”
การินเมินเสียงเรียกจากอลิสชายหนุ่มง้างหมัดต่อยปะทะกับหมัดของกอลิล่าเขี้ยวอสูรที่พุ่งมา
ทันทีที่หมัดของหนึ่งมนุษย์หนึ่งสัตว์ร้ายปะทะกันพลันบังเกิดเสียงกัมปนาทราวฟ้าผ่าแรงกระแทกที่กระจายออกมาถึงขึ้นทำให้อลิสโซเซกลางอากาศ
ร่างของการินตีลังกากลางอากาศหลายตลบสุดท้ายมาหยุดอยู่เคียงข้างอลิส
แขนของชายหนุ่มห้อยลงตามลำตัวสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
ทางด้านเ้ากอลิล่าเขี้ยวอสูรร่างกายมหึมาของมันถอยหลังไปหลายสิบเมตรเกร็ดน้ำแข็งที่ขึ้นตามลำตัวของมันหลุดออกจนหมดจากแรงกระแทก
มันคำรามออกมาด้วยความโกรธ
อลิสที่เห็นภาพนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาการินยังไม่เคยต่อยเต็มแรงเลยสักครั้งพละกำลังของชายหนุ่มเทียบได้กับผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรได้อย่างแท้จริงเพียงแต่ร่างกายยังอ่อนแอเกินไปที่จะรับผลกระทบไหว
“ไม่เป็ไรนะ?”
อลิสถามด้วยความเป็ห่วง
“อาก็นิดหน่อย”
เมื่อเห็นว่าตอนนี้เหล่าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกกับมาเรียหนีออกจากป่าได้แล้วสำเร็จเ้ากอลิล่ายิ่งโมโหกว่าเดิม
มันทุบอกร้องคำรามพื้นที่โดยรอบรัศมีหนึ่งกิโลเมตรพลันกลายเป็น้ำแข็ง
เปลวไปสีแดงอ่อนที่ลุกท่วมร่างของอลิสพลันขยายขนาดน้ำแข็งที่อยู่ฝั่งของหญิงสาวระเหยไปในพริบตาก่อนที่ต้นไม้ที่เคยถูกแช่แข็งจะลุกไหม้
การินที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอกลับไม่เป็อะไรแม้แต่น้อยเป็เพราะอลิสควบคุมเปลวเพลิงให้ไม่ทำร้ายชายหนุ่ม
ฝั่งหนึ่งเป็น้ำแข็งฝั่งหนึ่งเป็ทะเลเพลิง
กอลิล่าเขี้ยวอสูรชูแขนขึ้นฟ้าพร้อมกับร้องคำราม
ไอเย็นกลางอากาศควบแน่นจนกลายเป็น้ำแข็งก้อนใหญ่เท่าูเากอลิล่าเขี้ยวอสูรตวัดแขนลง ูเาน้ำแข็งก็พุ่งเข้าใส่ทั้งสองทันที
อลิสควบแน่นหอกเพลิงที่ยาวหลายสิบเมตรแล้วบังคับให้มันพุ่งเข้าใสู่เาน้ำแข็ง
ใจกลางูเาน้ำแข็งถูกหอกเพลิงทะลุผ่านูเาน้ำแข็งพลันแตกกระจายออก เนื้อที่หนึ่งในสามถูกหอกเพลิงละลายจนกลายเป็ไอ
การินเองก็ไม่อยู่เฉยในเวลาเดียวกับที่อลิสสร้างหอกเพลิงชายหนุ่มก็พุ่งเข้าใส่กอลิล่าเขี้ยวอสูรเขาสะบัดแขนที่เคยสั่นเทิ้มแล้วง้างหมัดต่อยเข้าที่ใจกลางหน้าอกของมันโดยไม่มีโอกาสให้หลบ
เ้ากอลิล่าเขี้ยวอสูรกระเด็นไปสามตลบก่อนจะตั้งตัวได้
การินสีหน้าเหยเกแขนขวาสั่นเทิ้มยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก
อลิสฉวยโอกาสนี้อัญเชิญจิติญญาเปลวเพลิงเข้าไปก่อกวนกอลิล่าเขี้ยวอสูรในเวลาเดียวกันก็ควบแน่นหอกเพลิงขึ้นมาสี่เล่ม
หอกเพลิงพุ่งเข้าใส่กอลิล่าเขี้ยวอสูรที่เพิ่งจัดการจิติญญาเปลวเพลิงไปทำให้มันไม่มันตั้งตัว
ในขณะที่อลิสคิดว่าจะปิดฉากกอลิล่าเขี้ยวอสูรได้แล้วนั้นเสียงกีบเท้ากระทบพื้นกลับดังขึ้น
ในเวลาเดียวกันก็มีกำแพงหินงอกขึ้นจากพื้นดินขวางไม่ให้หอกเพลิงทั้งสี่เล่มทะลวงไปได้
ห่างไปหลายร้อยเมตรการินกับอลิสพลันเห็นม้าตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ม้าตัวนี้สูงเทียบเท่าเ้ากอลิล่าเขี้ยวอสูรร่างทั้งร่างเป็สีดำทะมึน ดวงตาแดงก่ำ
สัตว์ร้ายระดับอาณาจักรอีกตัว!
ทั้งสองรู้ได้ทันทีว่าม้าดำตัวนี้คือสัตว์ร้ายระดับอาณาจักร
การินโอบเอวของอลิสแล้วพาเธอมุ่งไปทางด้านชายป่าทันทีแม้อลิสจะเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรแต่ถ้าเป็ในด้านความเร็วในการเหาะเธอยังคงเทียบเขาไม่ได้
ทว่าการินเพิ่งหมุนตัวกลับเสียงหวีดร้องแหลมก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า้า
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้มีปฏิกิริยาอะไรสายลมกรรโชกก็ได้พัดพาทั้งคู่ลอยลิ่วผ่านกอลิล่าเขี้ยวอสูร เข้าไปในป่าลึกกว่าเดิม
ในสภาพถูกกอดอลิสเงยหน้าขึ้นก็มองเห็นร่างสัตว์ขนาดมหึมาลอยอยู่สูงขึ้นไปหญิงสาวยกมือไปทางนกที่น่าจะเป็สัตว์ร้ายระดับอาณาจักรอีกตัว
ตอนนี้ราวกับท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์สองดวงบอลเพลิงขนาดั์พุ่งลงใส่นกตัวนั้นทันที
ทางด้านการินชายหนุ่มเหลือบไปเห็นรอยแยกบนพื้นดิน ขนาดพอที่จะให้พวกเขาลงไปได้พอดีสุดท้ายจึงตัดสินใจพุ่งเข้าไปในรอยแยกนั้น