ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-87 ตามหา รปภ

    เย่หลิงมาถึงป่านหลงวิลล่า เข้าไปดูบ้านของตัวเองทุกซอกทุกมุมก็ยิ่งดีใจ

    ต่อให้เธอเป็นลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง การมีบ้านส่วนตัวในวัยเรียนเป็นไปไม่ได้ เพราะตระกูลไม่ได้มีเธอแค่คนเดียว เงินต้องกระจาย ทุกคนต้องได้รับความเท่าเทียม

    ดังนั้นบ้านสักหลังถือว่าเป็นเรื่องยาก

    เพราะงั้นโดยส่วนใหญ่ลูกหลานถึงได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่แม้จะอายุมากแล้วก็ตาม

    ระหว่างที่สำรวจบ้านเธอก็โทรบอกพ่อ เย่เหริน

    “อะไรนะ คุณหลินซื้อวิลล่าให้เหรอ!” เย่เหรินร้องเสียงหลง ไม่คิดเลยว่าลูกสาวจะโชคดีถึงขนาดนี้

    “ใช่ค่ะพ่อ เขาตอบแทนหนู...เรื่องที่ตระกูลเราช่วยจัดการสกุลหวัง เป็นวิลล่าหนึ่งหลังค่ะ” เย่หลิงยิ้มด้วยความขวยเขิน ยังจำได้ถึงสัมผัสแข็งขึงของเขาที่เกี่ยวรั้งเอวบอบบาง

    “ฮ่าฮ่า สมกับเป็นลูกพ่อ ดีแล้วดีแล้ว” เย่เหรินหัวเราะชอบใจ “ถึงแม้ว่าวิลล่าหนึ่งหลังจะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เราทำให้คุณหลิน แต่ในอนาคตพ่อเชื่อว่าลูกจะต้องได้มากกว่านี้”

    “หนูรู้ค่ะพ่อ” เย่หลิงพยักหน้าเห็นด้วย

    หลินอู๋เฉินคือตัวตนยิ่งใหญ่ มีใครบ้างไม่อยากเข้ามาตีสนิท วันนี้อาจจะเป็นแค่ก้าวเล็กๆ แต่สำหรับเย่หลิงมันคืออนาคตสดใสที่กำลังโปรยปรายด้วยกลีบกุหลาบ

    “คุณคะ คุณพ่อเรียกหาแน่ะ”

    ระหว่างที่คุยอยู่เสียงของแม่แทรกเข้ามาในโทรศัพท์ เย่หลิงไม่ได้แทรก แค่เป็นผู้ฟังที่ดี

    “เรียก...ประชุมเหรอ?”

    “น่าจะค่ะ เห็นว่าตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่สกุลหวังแล้ว”

    “สกุลหวังเกิดเรื่องอะไร..งั้นแค่นี้ก่อนนะเย่หลิง พ่อขอตัวไปประชุมก่อน”

    “เดี๋ยวค่ะพ่อ หนูขอเข้าร่วมประชุมด้วย”

    “งั้นรีบมาที่บริษัท”

    “ได้ค่ะ”

    เย่หลิงเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า บรรจงย่างกรายด้วยรอยยิ้มเบิกบานเข้าไปนั่งในรถ

    “คุณหลินเริ่มแล้วแน่เลย คุณปู่ถึงได้เรียกประชุม คิคิ คราวนี้มันจะเป็นยังไงนะ อยากจะรู้แล้วสิ”

    เธอเม้มปากหัวร่อ ยังนึกถึงเรื่องราวของตระกูลฉินได้ แฟนหนุ่มของเธอถูกไล่ออกจากตระกูล ตระกูลล่มสลาย ฉินหยูฝานที่มีความสามารถถูกถอดออกจากบัลลังก์ เป็นได้แค่ผู้หญิงไร้ราคาคนหนึ่งเท่านั้นเอง

    ….

    อย่างรวดเร็วเย่หลิงได้ขับรถมาถึงที่หมาย เย่กรุ๊ปฯ เป็นบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ตั้งแต่พัดลมเพดานไปจนถึงชิปคอมพิวเตอร์

    เมื่อขึ้นไปชั้นบน ห้องประชุมใหญ่ได้ถูกจับจองโดยคนในตระกูลเรียบร้อยแล้ว เย่หลิงจึงทำได้เพียงยืนอยู่ใกล้ประตู แล้วส่งยิ้มทักทายให้พ่อแม่ที่นั่งอยู่ไม่ไกล

    “เอาล่ะ มากันครบแล้วสินะ” ผู้นำตระกูลเย่กล่าว ใบหน้าเขาเวลานี้สุดแสนจะจริงจัง

    “คุณพ่อ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับสกุลหวังครับ ถึงได้เรียกประชุมฉุกเฉิน”

    ถ้าหากเรื่องไม่ใหญ่จริง เจ้าบ้านเย่ไม่มีทางเคลื่อนไหวหรอก ดังนั้นทุกคนถึงกับกลั้นลมหายใจ สำหรับข่าวที่กำลังจะได้ฟัง

    เจ้าบ้านเย่ยิ้มกว้าง กวาดสายตามองทุกคนในห้องประชุมก่อนจะพูดว่า “สกุลหวังจบสิ้นแล้ว ธุรกิจทุกอย่างในเครือตั้งแต่ใหญ่ไปถึงเล็กถูกเทคโอเวอร์!”

    “อะไรนะ จบสิ้นแล้ว....”

    “สกุลหวังน่ะนะ...บ้าน่า ง่ายๆ งี้เลย”

    สมาชิกตระกูลตื่นตระหนก ในขณะที่เย่หลิงหัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ

    “คุณพ่อ ใครกันที่เทคโอเวอร์กิจการทุกอย่างของหวังกรุ๊ปฯ” เย่หลางถาม และคนอื่นเองก็อยากรู้ไม่ต่างจากเขา

    ผู้นำตระกูลถอนหายใจเนิบนาบ “คนที่ทุกคนรู้ว่าใคร”

    แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อตรงๆ แต่พวกเขาพลันเข้าใจว่าคุณพ่อหมายถึงใคร หลินอู๋เฉิน!

    “คุณหลินลงมือได้รวดเร็ว ไอ้พวกสกุลหวังโง่เง่า เล่นกับใครไม่เล่น กล้าเล่นกับคุณหลิน!”

    “นั่นสิ พวกนี้ไม่รู้หรือไงว่าต้องรีบคุกเข่าขอโทษ รู้ตัวตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว”

    “คุณหลินเป็นตัวตนที่อยู่สูงเกินเอื้อม ตัวตนของบ้านหวังนับเป็นอะไร”

    สมาชิกตระกูลพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง

    พวกเขามองว่าบ้านหวังเหมือนคนโง่ไร้การศึกษา ซึ่งเมื่อก่อนพวกเขาเองก็เกือบพลาดไม่โชคดีถึงวันนี้

    “คิดถูกแล้วที่อยู่ข้างคุณหลิน การเดินหมากตานี้นับว่าเรามาถูกทาง” เย่เหรินหัวเราะมีความสุข ก่อนจะพูดต่อว่า “จริงสิคุณพ่อ วันนี้คุณหลินซื้อวิลล่าให้ลูกสาวของผมด้วย แถมยังเป็นวิลล่าที่อยู่ติดกับของคุณหลิน”

    “อะไรนะ เรื่องจริงเหรอ...” เจ้าบ้านเย่ถึงกับนั่งไม่ติด ลุกขึ้นยืนหันไปมองหลานสาวด้วยความร้อนรน

    เย่หลิงที่ถูกสายตาหลายคู่จับจ้องรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนหงส์ที่โบยบิน อดไม่ได้ต้องเชิดหน้า

    “ใช่ค่ะคุณปู่ มันเป็นเรื่องจริง คุณหลินซื้อวิลล่าให้หนู พวกเราอาศัยอยู่ใกล้กัน เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็ไปหาเขาได้แล้ว”

    “ดีดีดี ดีดีดี” ผู้นำตระกูลมีความสุขมาก เขาไม่สามารถพูดคำอื่นได้ นอกจากคำว่า'ดี'

    ไม่ใช่แค่ผู้นำตระกูลเท่านั้นที่มีความสุข คนอิจฉาเองก็มี โดยเฉพาะลูกหลานตระกูลที่ไม่ได้ออกลูกผู้หญิง ตอนนี้เริ่มนึกจะเสียใจแล้ว

    “แค่วิลล่าหนึ่งหลังเอง มันเทียบได้ที่ไหนกับสิ่งที่ตระกูลเราต้องเสียไป นอกจากนั้นเขายังฆ่าคนในตระกูลเรา ทุกคนพากันลืม นี่เป็นบ้ากันหมดแล้วหรือไง!”

    ในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับความสุขของเย่หลิง ทุกคนพากันหันขวับ จ้องเขม็งเจ้าของเสียงนั้นด้วยความไม่พอใจ

    เสียง'เพี้ย'ดังขึ้น เย่หลางตบหน้าลูกสาวด้วยความโกรธ

    “พ่อ! ตบหนูทำไม” เย่ซูเหวินร้องถาม แววตาไม่อยากจะเชื่อ

    “หุบปาก ตั้งแต่ที่ฉันไปช่วยแกครั้งก่อนแล้ว แกช่วยทำตัวดีๆ ได้ไหม” เย่หลางตะคอกใส่

    “ก็มันจริงไม่ใช่เหรอคะ นี่หนูพูดผิดตรงไหน ทุกคนบ้ากันไปหมดแล้ว”

    “เธอนั่นแหละบ้า” เย่หลิงเข้าร่วมบทสนทนา

    “อะไรนะ กล้าว่าฉันบ้างั้นเหรอ กะอีแค่ได้วิลล่าหนึ่งหลังทำมาเป็นอวดเบ่ง เธอนี่มันโง่จริงๆ เย่หลิง คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง เอาเวลาไปเรียนให้จบก่อนเถอะแล้วค่อยมาสะเออะว่าฉัน!”

    เย่ซูเหวินส่งเสียงดังว่ารำคาญ สำหรับการกระทำของเธอทำให้สมาชิกตระกูลพากันหน่าย

    เย่หลิงไม่ได้ต่อปากต่อคำ แค่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มเฉยชา

    “เย่หลาง นับแต่นี้ไปตัดค่าขนมของซูเหวิน ให้เหลือแค่เดือนละ 5000 หยวน” ผู้นำตระกูลยื่นคำขาด

    “ได้ครับ” เย่หลางพยักหน้ารับ ส่วนเย่ซูเหวินทำได้เพียงปิดปากเงียบ ก่อนจะมองเย่หลิงด้วยความโกรธเกลียด

    ..........

    ช่วงบ่ายหลินอู๋เฉินไม่มีเรียน

    พอคุยกับอาจารย์มู่กินข้าวจนอิ่ม ก็ว่าจะกลับไปที่ป่านหลงวิลล่า แต่เพื่อนสนิทอย่างเย่หานก็ได้เข้ามายืนขวาง ถูไม้ถูมือไปมา ท่าทางมีพิรุธ

    “ทำอะไรของนาย มีอะไรก็รีบพูด”

    “เอ่อ...พอดีว่าผมนัดสาวไว้คนหนึ่ง จะไปเดทด้วยกันตอนบ่ายสาม ลูกพี่อู๋เฉิน ถ้ายังไงขอยืมรถไปรับสาวได้หรือเปล่าครับ”

    เย่หานฉีกยิ้มกว้าง เดินเข้ามากอดขาหลินอู๋เฉินพร้อมกับบีบน้ำตา

    “ลูกพี่ครับ การจีบผู้หญิงสมัยนี้ยากมาก อย่างแรกต้องมีเงิน อย่างที่สองต้องมีรถ อย่างที่สามคือบ้าน อย่างที่สี่หน้าตาทางสังคม ทุกสิ่งลูกพี่มีหมด พอจะ...แบ่งรถมาให้ผมยืมสักวันได้หรือเปล่าครับ”

    “เย่หานแสดงเกินเบอร์แล้วนะ กลัวลูกพี่ไม่ให้หรือไง” เกาหยุนเซียวอดไม่ได้ที่จะแซว ส่วนฉุนเซียวที่เดินตามมาด้านหลังไม่ได้พูดอะไร แค่สนใจงานพาร์ทไทม์เท่านั้น แต่ถ้าหากพูดถึงซูเปอร์คาร์ เขาเองก็หูกระดิก อยากจะนั่งมันอีกครั้งหนึ่ง

    “ได้สิ” หลินอู๋เฉินบอก “เพราะงั้นรีบๆ ออกไปจากขาของฉันได้แล้ว มันรู้สึกขนลุกนะรู้ไหม”

    “ขนลุกอะไรกันละครับลูกพี่ มีผมกอดดีจะตาย” เย่หานตอบด้วยรอยยิ้ม เมื่อได้รถมาก็เท่ากับว่าเดทครั้งนี้สำเร็จไปกว่าครึ่ง

    “เอาล่ะขึ้นรถมา เดี๋ยวจะพาไปเอารถอีกคันที่บ้าน”

    “ได้คครับลูกพี่”

    เย่หานไม่กล้าชักช้า รีบวิ่งตามไปโดยพลัน

    ส่วนอีกสองคนแม้อยากจะตามไปด้วยก็ตามไม่ได้ เพราะซูเปอร์คาร์มีที่นั่งแค่สองที่ ไม่สามารถนั่งทั้งหมดสี่คนได้

    หลินอู๋เฉินขับรถมาถึงป่านหลงวิลล่า จากนั้นโยนกุญแจรถ Maserati MC20 ให้เพื่อนสนิทไป

    เย่หานรีบกล่าวขอบคุณ ทันทีที่ได้รับกุญแจก็ไม่กล้าแช่อยู่นาน ถึงแม้วิลล่าหลังนี้จะน่าอยู่แต่สาวสวยสำคัญกว่า จึงรีบขับรถออกไปทันที

    หลินอู๋เฉินหันกลับมามองรถในโรงจอด ตอนนี้เหลือ Ferrari Portofino M สีแดงคันเดียว จึงดูโหวงเหวงแปลก ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

    “บ้านก็มีหลายหลัง แต่รถเหลืออยู่แค่นี้ สงสัยคงต้องซื้ออีก” หลินอู๋เฉินเข้า'เว็บเทพบรรพกาล'เข้าไปในกระทู้ยานพาหนะ

    'LAMBORGHINI HURACÁN STO ราคา 1500 เหรียญ'

    'FERRARI SF00 SPIDER ราคา 2000 เหรียญ'

    'lamborghini urus ราคา 2000 เหรียญ'

    กดสินค้าโยนใส่ตระกร้าเสร็จ ทางเว็บแจ้งว่า 'จะใช้เวลาขนส่งสินค้า 3 วัน โปรดระบุเวลาและสถานที่ในการรับ'

    “ขนส่งเร็วกว่าตอนเป็นสมาชิกสามัญนะเนี่ย นี่เองก็คงเป็นหนึ่งอย่างที่ดีในการยกระดับสมาชิก” หลินอู๋เฉินปิดโทรศัพท์ลง รถของคุณหนูซ่งก็ส่งเสียงคำราม ขับเข้ามาจอดในวิลลล่าหลังข้างๆ

    ซ่งจื่อจิงวันนี้สวมชุดเดรสเปิดไหล่สีขาว ใส่สร้อยราคาแพง รองเท้าส้นสูงสี่นิ้วครึ่ง พอเห็นว่าประตูรั้วหน้าบ้านเขาเปิดอยู่ ก็รีบเดินเข้ามาหา แล้วสวมกอดแนบแน่น

    “กลับบ้านเร็วจัง ไม่ทำงานหรือไง”

    “อื้อ...พอดีวันนี้บริษัทฯ เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย ตำรวจมาตามหา รปภ คนหนึ่งค่ะ” คุณหนูซ่งซุกหน้าเข้าไปในอกแกร่ง ทำเสียงเล็กๆ เหมือนแมว