[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    59 อัพเกรด

    “ลำแสงอาวุธ”


    ตู้ม!


    เกิดการระเบิดขนาดใหญ่จากพลังโจมตีมากมายที่มาจากมอนสเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีด้วยธาตุไฟ ธาตุน้ำแข็ง สายฟ้า ธาตุดิน ธาตุลม ล้วนแล้วสร้างเป็นอาวุธแหลมคมเข้ามาโจมตี แต่แอชเชอร์ที่หมุนตัวไปรอบๆด้วยสกิลลำแสงอาวุธก่อนหน้านี้  ได้พุ่งแหวกการโจมตีของมอนสเตอร์ออกมาด้วยร่างกายที่กำลังเกิดควันลุกไหม้


    การโจมตีที่เขาส่งออกไปรอบตัวทำให้การโจมตีทั้งหมดระเบิดก่อนที่จะถึงตัวของเขา ถึงอย่างนั้นมันยังรุนแรงเช่นเดิม จึงทำให้เขาได้รับบาดแผลแต่ระบบที่เห็นร่างกายของเขาย่ำแย่ง จึงทำการรักษาด้วยฟอสเอนเนอร์จี้ตามคำสั่งจนเขากลับมาเป็นปกติได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วพร้อมใช้สกิลพุ่งเข้าหามอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า


    “ตัดเงา~!”


    ร่างถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเหมือนเงาพุ่งผ่านร่างมอนสเตอร์ตัวหนึ่งไปด้วยความรวดเร็วไม่คิดจะหันกลับมามอง ก่อนที่แอชเชอร์จะตอบสนองการโจมตีที่มาจากด้านข้างแล้วสวนกลับด้วยการเหวี่ยงดาบฆ่าเจ้าของพลังจากนั้นก็พุ่งผ่านร่างมอนสเตอร์ที่ตายเข้าหามอนสเตอร์จำนวนมาก ด้วยการฆ่าที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เขารู้สึกสนุกอย่างหนัก


    ในชีวิตก่อนเขาจำเป็นต้องสู้เพื่ออยู่รอดเพราะมอนสเตอร์แข็งแกร่งเกินไป ทุกๆครั้งที่เขาสู้จะเป็นฝ่ายเขาที่บาดเจ็บและต้องระวังตลอดเวลา แต่ชีวิตนี้การฆ่ามอนสเตอร์กลับต่างออกไป เขาไม่จำเป็นต้องทำงานร่วมกันกับใคร เพียงแค่พลังของเขาคนเดียวเท่านั้นก็สามารถฆ่ามอนสเตอร์จำนวนมากได้ง่ายๆด้วยการสะบัดอาวุธในมือออกไปรอบด้าน


    กร๊าซ~!


    มอนสเตอร์กรู่กันเข้าหาแอชเชอร์จนร่างของเขาถูกพวกมันทับถมไม่ต่างจากมดกรู่เข้าไปรุมก้อนอาหาร ทันทีที่พวกมันพยายามอ้าปากกัดร่างของแอชเชอร์ตัวของเขาก็ได้ระเบิดสกิลออกมารอบด้านตัดร่างของมอนสเตอร์จนพวกมันกลายเป็นชิ้นๆก่อนจะพุ่งเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์ที่เหลือ ด้วยการช่วยของระบบที่รักษาตัวเองเรื่อยๆทำให้แอชเชอร์รู้สึกสะใจมาก ไม่คิดว่าจะได้แก้แค้นมอนสเตอร์ที่ทำให้เขาสู้อย่างยากลำบากมากในชีวิตก่อน ได้ง่ายๆแบบนี้


    สองมือตวัดอาวุธที่ต่างกันออกไปรอบด้าน ฆ่าทุกๆอย่างที่ขวางทาง ทันใดนั้นแอชเชอร์ก็ได้ซื้อขวานขนาดใหญ่ออกมาถือด้วยมือทั้งสองข้างแล้วทุบลงไปบนพื้นดิน ด้วยสกิลลำแสงอาวุธได้สร้างคลื่นระเบิดฆ่ามอนสเตอร์ทุกๆตัวในระยะ 5 เมตรจนทำให้เขาได้พักหายใจ ถึงแม้เขาจะไม่มีสกิลเชี่ยวชาญขวาน แต่เขามีสกิลลำแสงอาวุธ ทำให้การระเบิดพลังออกจากมันเป็นเรื่องง่าย หลังจากที่เปิดทางให้ตัวเองได้พักหายใจแอชเชอร์ก็ได้เก็บขวานเปลี่ยนมาใช้งานดาบและมีดพุ่งไปรอบๆสังหารทุกๆอย่างที่เขามองเห็น


    มอนสเตอรร์สูงสิบเมตรถูกวิ่งไต่ขึ้นไปตามตัวเพื่อไปแทงลูกตา มอนสเตอร์ที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าถูกลากลงมาหลังจากถูกมีดสั้นซัดปักเข้าไปยังปีก หลังจากที่มอนสเตอร์ตัวใหญ่ยักษ์ล้มลงพื้นแอชเชอร์ก็ได้ซัดการโจมตีใส่ตาของมันอีก จากนั้นก็พุ่งลอดใต้ขามอนสเตอร์ตัวต่อไปที่เข้ามาด้วยการยกเท้าหน้าหวังจะกระทืบร่างของเขา


    ฉั๊วะ~!


    เลือดสีแดงไหลเป็นทางยาวไปตามเส้นทางที่แอชเชอร์พุ่งผ่าน บนร่างของเขาแทบไม่เปิดให้เห็นสีผิวของมนุษย์หลังจากที่เขาฆ่ามอนสเตอร์จนเลือดพวกมันอาบร่าง ภายใต้การวิ่งไปเรื่อยๆนี้เองนั้นแอชเชอร์ก็เริ่มสนุกมาก ไม่คิดว่าการมีพลังที่มากจะทำให้เขาฆ่าศัตรูได้ง่ายแบบนี้


    อาห์ ฮาห์ อาห์


    เสียงหอบหายใจดังขึ้นอย่างถี่รัวจากการฆ่าอันหนักหน่วงที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 นาทีก่อน จนรอบข้างมีร่างของมอนสเตอร์มากมายนอนตายพร้อมกับถูกเขาดูดซับฟอสเอนเนอร์จี้ออกมาจากตัวจนหมด แอชเชอร์ที่ฟื้นตัวจากการใช้ระบบรักษาจึงกลับมายังตึกที่ใช้สอดส่องมองดูคอนโทรลเลอร์ หลังจากที่เขาเตรียมพื้นที่ต่อสู้กับมันเสร็จแล้ว


    “ระบบซื้อธนู 1 คันและลูกธนู 1 ดอก”


    แอชเชอร์ทำการซื้อธนูและลูกธนูมาถือเอาไว้ในมือ ด้วยสิ่งนี้จะทำให้เขาดึงคอนโทรลเลอร์ให้ออกจากยานหัวสว่าน ภายใต้สกิลเชี่ยวชาญธนูขั้นสูงสายธนูก็ถูกง้างอย่างง่ายดายพร้อมกับเล็งไปยังหัวของคอนโทรเลอร์ที่อยู่ห่างไป 200 เมตร


    “ขอให้ได้ผลทีเถอะ”


    พรึ่บ~!


    ลูกธนูพุ่งออกไปจากมือด้วยความรวดเร็ว ไม่สนใจอากาศ ไม่สนใจลมที่กำลังพัดผ่าน ด้วยสกิลเชี่ยวชาญธนูขั้นสูงทำให้แอชเชอร์สามารถใช้พละกำลังยิงทะลวงสิ่งเหล่านี้ได้ ภายใต้สกิลที่กำลังพุ่งไปด้วยความรวดเร็วพร้อมกับพลังทำลายที่ฆ่าได้แม้กระทั่งมอนสเตอร์ 5 ดาว มันก็ได้ถูกมือสีขาวคว้าจับเข้ากลางลูกธนูไม่สามารถพุ่งเข้าไปเจาะทะลวงหัวของเป้าหมายที่แอชเชอร์เล็งเอาไว้ได้


    “มันยังไม่หมดเท่านั้นหรอกนะ”


    แอชเชอร์ฉีกยิ้มหลังจากการซุ่มโจมตีของเขาถูกอีกฝ่ายใช้มือรับเอาไว้ได้ง่ายดาย ทันทีที่เขาพูดจบหัวธนูก็ได้ระเบิดพลังแตกกระจายทำลายสิ่งที่อยู่รอบๆ  ซึ่งเขาที่เห็นการระเบิดจากระยะไกลรีบลุกยืนเผยตัวให้คอนโทรลเลอร์มองเห็นมันจะได้ตามมา


    “มาสิ มาเลย ตามฉันมาเลย”


    ปากพลางพูดด้วยน้ำเสียงบางเบาภาวนาให้คอนโทรลเลอร์พุ่งตามมาฆ่าเขา แต่แล้วแอชเชอร์กลับเศร้าเนื่องจากคอนโทรลเลอร์ไม่ได้ผลกระทบจากการระเบิดของธนู ใบหน้าของมันยังคงมองตรง ไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิดเดียว สิ่งที่เข้ามาหาเขามีเพียงมอนสเตอร์ 6 ดาวที่ยืนอยู่รอบๆตัวของมัน


    “งั้นก็ฆ่าพวกมันให้หมดก่อน แล้วค่อยสู้กับแกก็ได้”


    แอชเชอร์เก็บธนูแล้วนำดาบและมีดออกมาถือไว้ในมืออีกครั้งหนึ่ง แม้เขาจะเตรียมสถานที่ต่อสู้เอาไว้แล้วก็ตาม คอนโทรลเลอร์กลับไม่ได้เคลื่อนตัวมาหาเขา มีเพียงแค่ฝูงมอนสเตอร์ที่เคลื่อนตัวมา แต่เขากลับคิดว่าหากตัวเองล่อให้มันมายังตำแหน่งที่เขาใช้ฆ่ามอนสเตอร์เมื่อครู่นี้ คงจะต้องใช้เวลานานเพราะมอนสเตอร์ที่กำลังมา ไม่ใช่ทั้งหมดที่คอนโทรเลอร์สั่งการได้ ยังมีมอนสเตอร์อีกหลายตัวยืนอยู่รอบๆมัน เขาจึงทิ้งฐานที่มั่นพุ่งตัวเข้าหาคอนโทรลเลอร์แทน หวังจะฆ่าทุกๆอย่างที่อยู่รอบตัวของมันให้หมด


    เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มีการโจมตีหลายร้อยพุ่งเข้าหาแอชเชอร์ ครั้งนี้มันกลับมีสิ่งที่ต่างออกไปนั่นคือพลังทำลาย เดิมทีเขาปะทะกันกับมอนสเตอร์ 4 และ 5 ดาวเท่านั้น จะมี 6 ดาวเพียง 1 - 2 ตัว แต่ตอนนี้ด้านหน้าของเขา 60 % เป็นมอนสเตอร์ 6 ดาว การโจมตีที่พุ่งเข้ามาจึงทรงพลังพอจะฆ่าเขาให้ตกตายได้ แอชเชอร์จึงใช้งานสกิลระเบิดฝีเท้าพุ่งหลบไปด้านข้างพร้อมกับฟันดาบไปยังจุดตายใต้แผงคอมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายเสือ ทันทีที่มันตายไปเขาก็ได้ใช้ร่างของมันขึ้นมาบดบังการโจมตีมากมายที่พุ่งเข้ามา


    บรึ้ม ตู้ม บู้ม บรึ้ม~!


    “ระบบ อัพเกรดอาวุธทั้งสองชิ้นในมือ”


    [ไม่สามารถทำได้ โฮสต์จำเป็นต้องใส่อาวุธที่ต้องการอัพเกรดเข้าไปในระบบ]


    “งั้นซื้อดาบและมีดใหม่อย่างละเล่มแล้วนำไปอัพเกรดให้ฉันที หากมันไม่สำเร็จก็อัพเกรดต่อไปจนกว่าฟอสเอนเนอร์จี้จะเหลือหมื่นหน่วย”


    [ทำการซื้อมีด 5 ดาว 1 เล่ม ระบบจะเริ่มอัพเกรดในอีก 3 2 1]


    [ทำการซื้อดาบ 5 ดาว 1 เล่ม ระบบจะเริ่มอัพเกรดในอีก 3 2 1]


    [การอัพเกรดล้มเหลว]


    …


    “ระบบซื้อชุดเกราะด้วยแล้วก็อัพเกรดมัน”


    เสียงแจ้งเตือนถี่รัวดังขึ้นในหัวของแอชเชอร์ระหว่างที่หลบอยู่ด้านหลังมอนสเตอร์ที่กำลังถูกโจมตี การจะฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเขาจำเป็นต้องมีอาวุธเทียบเท่ากับพวกมัน แอชเชอร์จึงให้ระบบอัพเกรดอาวุธรวมไปถึงชุดเกราะ  ถ้าเขาซวยจริงการอัพเกรดจะสำเร็จในครั้งที่ 100 เนื่องจากระบบมีการช่วยเหลือเขาหากว่าโชคมีน้อยเกินไป ทุกๆ 1 ครั้งของการอัพเกรดระบบจะใช้งานฟอสเอนเนอร์จี้ 100 หน่วย ทั้งดาบและอาวุธรวมกันแล้วเขาจะเสียแต้มไปเพียง 2 หมื่นเท่านั้น


    [อัพเกรดเสร็จสิ้น โฮสต์ได้รับดาบ 6 ดาวจากการอัพเกรด 33 ครั้ง]


    [อัพเกรดเสร็จสิ้นโฮสต์ได้รับมีด 6 ดาวจากการอัพเกรด 78 ครั้ง]


    [อัพเกรดเสร็จสิ้น โฮสต์ได้รับชุดเกราะ 6 ดาวจากการอัพเกรด 100 ครั้ง]


    จำนวนครั้งที่อัพเกรดรวมทั้งหมด 211 ครั้ง จากเดิมคิดว่าจะอัพเกรด 300 ครั้ง แอชเชอร์ที่ได้ชุดเกราะและอาวุธเหมาะกับระดับมอนสเตอร์แล้วนั้นเขาก็รีบสวมใส่มันทันที ภายใต้การสวมชุดเกราะเข้าไปนี้ใบหน้าของเขาก็เกิดความตะลึงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อสถานะของเขาดันช่วยเสริมความสามารถของชุดเกราะขึ้นไปอีก


    “นี่มัน”


    จากเดิมแอชเชอร์คิดว่าการอัพค่าสถานะจะทำให้เขารีดประสิทธิภาพชุดเกราะออกมาได้มากกว่าคนอื่นๆ มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด 100 % สถานะความเร็วของเขา 103 หน่วยกลับถูกระบบนำมาช่วยเสริมพลังของชุดเกราะ จนเขารู้สึกว่าตอนนี้ที่เขาสวมใส่ชุดเกราะ 6 ดาวที่รูปลักษณ์ยังคงเป็น 5 ดาว เขารวดเร็วกว่าตอนที่สวมใช่ชุดเกราะมาร์คเซเว่นสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวตอนอยู่ค่ายฝึกพิเศษ ค่าสถานะจากระบบ 1 - 1 ที่เขาอัพมีผลมากกว่าทำให้เขาบังคับชุดเกราะได้ดีขึ้น


    “ระบบ ทำไมฉันถึงรู้สึกเร็วกว่าเดิม”


    [แจ้งเตือน หากโฮสต์สวมใส่ชุดเกราะ ค่าสถานะของโฮสต์ 50 % จะถูกนำมาคิดรวมกับพลังของชุดเกราะที่สวมใส่] 


    “หมายความว่าตอนนี้ระบบจัดการชุดเกราะของฉันจนเหมือนว่ามันมีค่าสถานะความเร็วเพิ่มขึ้น 51 หน่วย”


    [โฮสต์เข้าใจถูกแล้ว เพียงแต่ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นจะไม่ถูกนำไปคิดรวมกับพลังต่อสู้ของชุดเกราะ]


    พลังต่อสู้ของชุดเกราะยังมี 650 เช่นเดิมเพียงแต่ว่าแอชเชอร์รู้สึกได้ว่ามันรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จากเดิมเขาคิดว่าตัวเองคงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาชุดเกราะเพราะระบบสามารถทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าตอนสวมชุดเกราะได้ ตอนนี้ความคิดของเขากลับเปลี่ยนไป เพราะหากว่าเขาสวมใส่ชุดเกราะที่เป็นมาร์คเอท ค่าสถานะของเขาครึ่งหนึ่งจะถูกเพิ่มให้กับชุดเกราะจนทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าเดิม


    “ระบบ ถ้าหากฉันอยากจะอัพระดับอาวุธชุดเกราะไปยัง 7 ดาวล่ะ”


    [โฮสต์จะต้องเสียฟอสเนอร์จี้ 1,000 หน่วยในการอัพเกรด หากพลาดโฮสต์ต้องใช้แต้ม 100,000 ในการอัพเกรด 100 ครั้งเพื่อให้ได้รับอาวุธ 7 ดาว]


     “งั้นเหรอ เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน”


    ฟอสเอนเนอร์จี้สำหรับแอชเชอร์ในตอนนี้สำคัญมาก จึงเลือกที่จะเก็บเอาไว้ก่อน จนกว่าเขาจะสู้ไม่ได้การอัพเกรดจะเป็นอีกทางเลือก เนื่องจากมันไม่ได้ใช้เวลานานอะไรมากนักหากจะอัพเกรด


    พรึ่บ~!


    สองเท้าก้าวกระโดดออกมาจากร่างของมอนสเตอร์ที่นำมาบดบังการโจมตีก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าหามอนสเตอร์ที่ใกล้ตัวพร้อมกับตวัดดาบฟาดฟันร่างของมันจนขาดครึ่งออกจากกัน ด้วยพลังของชุดเกราะรวมกับสถานะความเร็วที่ได้มาครึ่งหนึ่งนั้น ทำให้การฟันของเขารวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามพลังต่อสู้ดั้งเดิมของร่างกายของเขายังคงเป็น 715 จึงทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าชุดเกราะที่กำลังสวมใส่ที่ให้พลังต่อสู้เพียง 650 ถึงมันจะมีค่าสถานะ 50 % ช่วยเหลือยังไงก็สู้พลังต่อสู้ดั้งเดิมของร่างกายเขาไม่ได้ แต่มันกลับทำให้แอชเชอร์ต่อสู้ได้นานขึ้นเพราะเขาสามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานพลังของชุดเกราะหรือพลังของร่างกาย