(ต่อจากปกหน้า) ทั้ง ๆ อย่างนั้นแต่ก็อ้วนล่ะครับทำไมกันนะ
อา สวัสดีครับ สุเอะบะชิครับ ด้วยการสนับสนุนของทุก ๆคนที่ทำให้หนังสือมาถึงเล่ม 3 แล้วครับ ต้องขอขอบคุณทุก ๆคนเป็นอย่างมาก อา---- แม้ว่าหนังสือเล่มนี้ออกจะแปลก ๆ อยู่สักหน่อยแต่ผมก็จะขอพูดคุยท้ายเล่มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะครับ
เอาล่ะ หัวข้อของการพูดคุยในครั้งนี้คือเกียวโตล่ะครับ
ตัวผมนั้นเรียกว่าเป็นพวกหลงทิศทางครับผมมีพรสวรรค์ที่หาได้ยากในการจำถนนผิด ๆ ล่ะครับ แม้ว่าที่แถว ๆนั้นจะเคยไปมาหลายรอบแล้วก็ตามส่วนสถานที่ที่เคยไปเป็นครั้งแรกนั้นย่อมหลงแน่อยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ค่อยมีอะไรเกี่ยวข้องเท่าไหร่แต่ว่า คำว่า “พรสวรรค์ที่หาได้ยาก” เนี่ย มันให้ความรู้สึกที่ดีนะครับผมคิดว่ามันมีพลังในการหลอกลวงให้เรื่องที่ติดลบกลายเป็นเรื่องบวกขึ้นมาได้ เช่นพรสวรรค์ที่หาได้ยากในการหมดไอเดีย พรสวรรค์ที่หาได้ยากในการเลยเดดไลน์ หรือพรสวรรค์ที่หาได้ยากในการพิมพ์ผิดเป็นจำนวนมาก----------
เอ่อ ใช่แล้ว ๆ กำลังพูดเรื่องหลงทิศอยู่นี่นา
เรื่องพวกนี้สำหรับคนที่ไม่มีลักษณะเฉพาะแล้วอาจจะทำความเข้าใจได้ยาก และอาจจะพูดว่า“ไม่ดูแผนที่เหรอ?” หรือไม่ก็ “มาบ่อยแท้ ๆ ทำไมยังหลงทางอยู่อีก?”
ผมดูแผนที่นะครับ แต่ถึงจะดูไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดีแผนที่โดยส่วนใหญ่แล้วเขียนกันแค่ 2 มิติแต่พวกเราอยู่ในโลก 3 มิตินี่นาไม่คิดว่ามันจำเป็นต้องสลับมิติงั้นเหรอครับ ทำได้ยังไงกันน่ะครับพวกท่าทางที่เหมือนกับหนังไซไฟแบบนั้นน่ะ หือ ให้ผมไปอาศัยในโลก 2 มิติงั้นเหรอ? ไม่ล่ะ ถึงผมจะต้องการอย่างนั้นก็เถอะ!ถึงผมจะฝันเรื่องแบบนั้นมาบ้างก็เถอะ! และถึงแม้ตอนนี้ก็ยังคงคิดแบบนั้นอยู่ก็เถอะ!
การที่หลงทางในสถานที่ที่ตัวเองรู้จักเนี่ยมันเป็นเพราะว่าข้อมูลในสมอง และข้อมูลที่ได้รับรู้ในตอนนั้นมันไม่สอดคล้องกันครับผมเคยมีประสบการณ์ในครั้งที่ผมคิดกับตัวเองอย่างภาคภูมิใจว่า “เอาล่ะสถานที่เป้าหมายจะต้องเปลี่ยนรถที่สถานีนี้”แต่กลายเป็นว่านั่งรถไฟฟ้าย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นเสียอย่างนั้นซ้ำยังเป็นบ้านเกิดอีกด้วย แม้ว่าผมจะรู้เส้นทางที่ถูกต้องแล้วก็ตามแต่น่าจะเป็นเพราะว่าไม่สามารถเดินไปตามภาพที่เห็น หรือความคุ้นชินได้เลยล่ะมั้ง
ที่นั่นคือเกียวโตครับ
บางทีคุณอาจจะคิดว่าทำไมจู่ ๆ ถึงมีชื่อเกียวโตโผล่ออกมากันอาจจะมีทฤษฏีต่าง ๆ เช่น “เกียวโต = เมืองเก่า” ไม่สิ“เกียวโต = โอตะเบะ” หรือไม่ก็ “เกียวโต = เทศกาลกิอง” หรือ “เกียวโต = ศูนย์การค้า” อยู่แต่ว่า ณ ที่แห่งนี้จะขอใช้ “เกียวโต = เมืองเก่า” ก็แล้วกัน
เมืองเก่าที่พูดถึงก็คือวิธีการวาดผังเมืองแบบสมัยกลางถึงสมัยเก่าที่เป็นจุดตัดราวกับกระดานหมากโกะไอ้เจ้านั่นที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานกับเมืองนารา หรือเมืองเกียวโตสินะหลายคนอาจจะนึกถึงรูปภาพประกอบในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์อยู่เป็นแน่
เกียวโตนั้นหลงเหลืออิทธิพลจากเมืองเก่าเหล่านั้นและทำให้ถนนภายในเมืองวิ่งตรงไปทั้งทิศเหนือใต้ออกตก ส่วนคำว่า “วิ่งตรงไป” เนี่ยสำหรับผมเองก็ยังรู้สึกขอบคุณถึงขั้นที่ว่าเอาอะไรมาแทนที่ไม่ได้เลยล่ะครับ
ลองไปเที่ยวที่อื่นนอกเหนือจากเกียวโตกันผมรู้ว่าสถานที่เป้าหมายอยู่ทางเหนือ และตอนนี้สี่แยกได้โผล่ขึ้นมาอยู่ตรงหน้าแน่นอนว่าจะต้องเลือกเส้นทางที่มุ่งหน้าไปทางเหนือแต่ทว่าถ้าเส้นทางนั้นกลับมีโค้งขึ้นมา จะทำยังไงดี?เส้นทางที่ควรจะมุ่งตรงไปทางเหนือแท้ ๆ แต่จู่ ๆ กลับมุ่งไปทางตะวันตกหรือตะวันออกแทนไปเสียอย่างนั้นเพราะเรื่องพวกนี้ต่างหากที่ทำให้ผมต้องมาหลงทิศแบบนี้ ไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอครับ? หรือว่าพวกมันกำลังเล่นกับผมอยู่?ตอนนี้ผมเพิ่งรู้สึกตัวครับว่าคนที่หลงทิศเนี่ยก็เหมือนกับผู้ชายที่ไม่มีดวงเรื่องผู้หญิงนั่นล่ะครับเหมือนกันในด้านที่ถูกหน้าตาของสิ่งของหลอกลวงซ้ำไปซ้ำมาเสียจนเข็ดกับประสบการณ์ที่โหดร้าย
เอ่อ จะพูดอะไรนะ ------อ้อ สรุปก็คือผมต้องการจะบอกว่าเกียวโตนั้นเป็นเมืองที่อ่อนโยนกับพวกหลงทิศมาก ๆ ครับราวกับถูกโอบกอดด้วยสายตาของกระดานหมากโกะที่ราวกับมีความรู้สึกเหมือนกับแม่(ถึงจะจินตนาการไม่ออกว่าเป็นแบบไหนก็เถอะ)
ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงชอบเกียวโตมาก ๆ เลยล่ะครับ
นอกเรื่องนิดหน่อยนะครับ ในขอบเขตความรู้ของผมเมืองที่ไม่อ่อนโยนกับพวกหลงทิศน่ะ คือโอซาก้าล่ะครับเพราะว่าเส้นทางสถานีรถไฟที่ซับซ้อน มันคือดันเจี้ยนแปลก ๆ หรือเปล่านะ? มันต้องการให้พวกเราเดินเล่นเป็น 1000รอบเลยใข่ไหม? แต่ความเป็นจริงแล้วต้องหิวจนหมดแรงแน่ ๆ
หนังสือเล่มนี้เองก็ได้รับความช่วยเหลือจากหลาย ๆ ท่าน
ทั้งคุณคะโบะจะ ผู้วาดภาพประกอบ คุณไซโต้ ผู้ดูแล รวมไปถึงทุก ๆคนในแผนงานแก้ไข ต้องขอโทษด้วยที่ผมส่งล่าช้าทุกครั้ง ขอขอบคุณทุก ๆ ท่าน ตั้งแต่ทีมพิสูจน์อักษรทีมออกแบบ ฝ่ายดูแลเรื่องการตีพิมพ์ ฝ่ายตัวแทนจำหน่ายหรือร้านค้าต่าง ๆ ทุกท่านรวมถึงท่านอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในการกระจายหนังสือเล่มนี้ด้วยครับครั้งนี้เองก็ต้องขอฝากตัวด้วยนะครับ
เช่นนั้น ไว้พบกันอีกครั้งในเล่มที่ 4 นะครับ
เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2009 สุเอะบะชิ เคน