ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 6 บทที่ 166 ถ่ายทอดเคล็ดลับ

            ทั้งๆ ที่วิธีการเดินหมากของหมากดำนั้นแสนจะธรรมดาไม่อาจกล่าวได้ว่าดีแต่ก็ไม่เลว ไม่มีท่าไม้ตายอันใด ไม่มีค่ายกลอันยุ่งยากซับซ้อนกระทั่งค่ายกลเจดีย์ที่เขาเคยใช้เป็นประจำก็ไม่ได้นำออกมาใช้วิธีการเดินหมากธรรมดาๆ ถึงขั้นที่กล่าวได้ว่าน่าเบื่อหน่ายอยู่บ้างทว่ากลับเป็นฝ่ายได้เปรียบและควบคุมเกมได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!

            ในมือถือหมากขาว นางเท้าคางครุ่นคิด

            ไท่จื่อน้อยมองหมากบนกระดานแล้วหันกลับมามองคนทั้งสองในแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยทว่ายังคงรอคอยเงียบๆอย่างว่าง่ายรู้ความ

            เซวียนหยวนเช่อเงยหน้าขึ้นมองเฟิ่งเฉี่ยนที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนนัยน์ตาดำขลับนั้นทอประกาย เขาเอ่ยปากเนิบๆ “อยากรู้ว่าปัญหาของเจ้าอยู่ที่ไหนหรือไม่”

            เฟิ่งเฉี่ยนช้อนตามองเขาอย่างกระตือรือร้น

            เซวียนหยวนเช่อพูดไม่ช้าไม่เร็ว “ที่จริงสาเหตุอยู่ที่ความต้องการเอาชนะของเจ้ามีมากเกินไป!”

            เฟิ่งเฉี่ยนไม่เข้าใจ “เดินหมากก็มิใช่เพื่อเอาชนะหรือ”

            เซวียนหยวนเช่อหัวเราะเบาๆ “ใช่เป้าหมายสุดท้ายของการเดินหมากคือชัยชนะ แต่หากเจ้ามัวแต่คิดที่จะเอาชนะตั้งแต่ต้นจนจบความคิดของเจ้าจะเป็นธนูที่ถูกน้าวขึ้นแล่งอย่างเต็มที่และจะอยู่ในภาวะที่ตึงเครียดตลอดเวลา แต่ความคิดของคนเรานั้นไม่อาจอยู่บนจุดสูงสุดตลอดเวลาเมื่อขึ้นสู่จุดที่สูงสุดแล้วย่อมต้องลงสู่จุดต่ำสุด! และเมื่อลงมาถึงจุดต่ำสุดก็จะเกิดช่องโหว่ง่ายที่สุดและเมื่อช่องโหว่ที่ว่านี้ปรากฏอยู่ต่อหน้าคู่ต่อสู้แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือการโจมตีขั้นปลิดชีพ ความพยายามทั้งหมดที่ทำมาย่อมกลายเป็นศูนย์!”

            เฟิ่งเฉี่ยนสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ เหตุผลง่ายดายเช่นนี้ ใครๆ ก็รู้แต่นางกลับไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน และไม่เคยนำมาเชื่อมโยงกับการเดินหมากเวลานี้ได้ยินเขาวิเคราะห์เหตุและผลแล้ว ราวกับเส้นผมที่บังภูเขานั้นถูกเขี่ยออกไปทุกอย่างกระจ่างแจ้งแก่สายตา และได้สติกลับมา!

            เซวียนหยวนเช่อเห็นดวงตาที่ทอประกายแรงกล้าของนาง รู้ว่านางฟังทุกอย่างกระจ่างแจ้งจึงพูดอีกว่า “นับตั้งแต่เริ่มเปิดกระดานเจ้ามิใช่วางกับดักไม่หยุดหย่อน วางค่ายกล ใช้ท่าไม้ตายคิดจะโจมตีเจิ้น...แต่เจ้ากลับลืมไปว่าเมื่อคนเราอยู่ในสภาวะที่ต้องการเอาชนะอย่างแรงกล้าจะเป็นเวลาที่ใจร้อนที่สุดเวลาที่ดีที่สุดในการโจมตีคู่ต่อสู้คือเวลาที่ปราการการป้องกันของอีกฝ่ายกำลังอ่อนแอที่สุดดังนั้น แม้เจ้าจะใช้กลเม็ดเด็ดพรายอยู่ตลอดเวลา เจิ้นกลับทำลายได้อย่างง่ายดายพบค่ายกลทำลายค่ายกล และยังคงเป็นฝ่ายครองความได้เปรียบตั้งแต่ต้นจนจบ”

            เฟิ่งเฉี่ยนหยักหน้าช้าๆ นางกล่าวอย่างเห็นด้วย “สิ่งที่ท่านพูดมีเหตุผล! ทุกครั้งหลังจากใช้ท่าไม้ตาย ข้าจะรู้สึกไม่ได้ดั่งใจอยู่บ้างและก้าวต่อมาอีกหลายๆ ก้าวที่เดินก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้นัก”

            เซวียนหยวนเช่อพยักหน้า “หลังจากทุ่มเทกำลังเต็มที่แล้วจะต้องผ่อนคลาย หลังจากส่องสว่างเต็มที่ จำต้องมีเวลาที่ดับมืด! ก้าวของคนเราใหญ่เท่าใดยิ่งมีโอกาสที่จะเหยียบลงบนความว่างเปล่าได้มากเท่านั้น! แต่น่าเสียดาย น้อยคนนักที่จะเข้าใจจุดนี้!”

            ดวงตาของเฟิ่งเฉี่ยนทอประกายเจิดจ้า บังเกิดความเลื่อมใสในตัวเขานางพูดอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน “เช่นนั้นท่านทำได้อย่างไร ทำอย่างไรจึงจะใจเย็นไม่วู่วามและไม่พ่ายแพ้อีกต่อไป”

            “ถามได้ดี!” เซวียนหยวนเช่อมองนางด้วยสายตาชื่นชมปราดหนึ่ง“หลักในการเดินหมากของเจิ้นจะใช้พละกำลังเพียงหกส่วนในการโจมตีเสมอส่วนพละกำลังอีกสี่ส่วนนั้นต้องป้องกันกักเก็บเอาไว้ เช่นนี้แล้วจึงจะสามารถรักษาสมดุลให้ตนเองใจเย็นสุขุมมั่นคงได้ตั้งแต่ต้นจนจบกระดานยืนอย่างมั่นคงเดินหมากอย่างมั่นคง ย่อมลดโอกาสผิดพลาดได้ทำให้ศัตรูไม่มีทางฉวยโอกาสโจมตี!”

            ดวงตาของเฟิ่งเฉี่ยนเปล่งประกายอีกครั้ง “กำลังหกส่วนโจมตีสี่ส่วนรักษาไว้หรือ”

            เซวียนหยวนเช่อพยักหน้า

            เฟิ่งเฉี่ยนใคร่ครวญคำพูดของเขาแล้วถามอีกว่า “หรือพวกเราไม่จำเป็นต้องค้นคว้าหากลเม็ดเด็ดพรายหรือท่าไม้ตายอีกแล้วหรือ”

            เซวียนหยวนเช่อยกยิ้มมุมปากอย่างสง่างาม “ในสายตาของเจิ้นแล้วการเดินหมากที่งดงามที่สุดก็คือเมื่อมองออกถึงความเย้ายวนของเคล็ดลับนั้นๆ แล้วเดินหมากที่สุดแสนจะธรรมดาก้าวหนึ่ง”

            “ที่แท้เป็นเช่นนี้!” เฟิ่งเฉี่ยนพลันแจ่มแจ้งแก่ใจ

            คำพูดเหล่านี้ของเซวียนหยวนเช่อทำให้ความคิดในการเดินหมากของนางหกคะเมนตีลังกาเสียสิ้น ราวกับนางเพิ่งตื่นขึ้นมาและได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง!

            ก่อนหน้านี้คู่ต่อสู้ที่นางเผชิญหน้ามาล้วนอ่อนด้อยดังนั้นการเดินหมากที่เป็นกลเม็ดของนางจึงใช้ได้ผลและควบคุมศัตรูจนตนเองเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะแต่เมื่อใดที่นางต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับแนวหน้าเช่นเซวียนหยวนเช่อ นางจะไม่ได้เปรียบแม้สักกระผีกเดียวนางขบคิดปัญหานี้ไม่แตกมาโดยตลอด บัดนี้ได้ยินเซวียนหยวนอธิบายอย่างละเอียดนางราวกับเห็นพระอาทิตย์หลังจากเมฆาเคลื่อนคล้อย ทุกอย่างแจ่มแจ้งกระจ่างตา

            เซวียนหยวนเช่อมองแววตายินดีลึกๆ ของนางแล้วพูดอีกประโยคหนึ่ง “มอบอักษรให้เจ้าอีกแปดตัว-- “ไม่โลภเอาชนะคว้าชัยชนะเสมอ!”

            “ไม่โลภเอาชนะ คว้าชัยชนะเสมอ!” เฟิ่งเฉี่ยนท่องคำแปดคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาสายตาที่มองเซวียนหยวนเช่อเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปอีก

            ไม่โลภเอาชนะ คว้าชัยชนะเสมอ...การเดินหมากเป็นเช่นนี้การเป็นคนก็เป็นเช่นนี้

            ทุกคนล้วนคิดแต่จะเป็นผู้ชนะทว่าจิตใจที่โลภในชัยชนะกลับรังแต่จะทำให้คนอยู่ห่างจากชัยชนะมากขึ้น!

            นาทีนี้นางจึงกระจ่างแจ้งแก่ใจว่าที่จริงแล้วตนเองมิได้พ่ายแพ้ให้กับศิลปะการเดินหมากอะไรเลยแต่นางพ่ายแพ้ให้กับทัศนคติและประสบการณ์!

            ใช่แล้วทัศนคติและประสบการณ์ของนางยังหยุดอยู่แพ้ชนะกันด้วยการเดินหมากเพียงก้าวเดียวส่วนทัศนคติและประสบการณ์ของเขานั้นก้าวขึ้นไปสู่ขั้นสูงอีกขั้นหนึ่ง

            ดังนั้น นางไม่มีทางเอาชนะเขาได้!

            นางกระจ่างแจ้งโดยพลันและยิ้มกับเขาแล้วพูดว่า “พวกเราเดินหมากต่อ!”

            ในคฤหาสน์ลับตาคนแห่งหนึ่งในเมืองมู่เฉิงซือคงจวินเย่ถึงกับมีสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้รับรายงาน

            “เจ้ากำลังบอกว่าแม่นางเฟิงท่านนั้นไปวังหลวงหลังจากออกไปจากชุมนุมเดินหมากหรือ”

            บ่าวรับใช้ “พ่ะย่ะค่ะ ทูลไท่จื่อ! บ่าวทำตามที่พระองค์กำชับไว้ สะกดรอยตามไปตลอดทางเห็นแม่นางเฟิงท่านนั้นเข้าประตูวังไปกับตาพ่ะย่ะค่ะ”

            “ได้สืบฐานะที่แท้จริงของนางหรือไม่”

            บ่าวรับใช้ตอบ “แม่นางเฟิงท่านนั้นระมัดระวังตัวอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะราวกับเคยผ่านการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ บ่าวมิกล้าตามในระยะใกล้เกินไปดังนั้นขณะนี้ยังไม่ได้ตามสืบฐานะที่แท้จริงของนางแต่ได้ยินคนในชุมนุมเดินหมากเหล่านั้นพูดว่าดูเหมือนนางจะเป็นเพียงนางกำนัลธรรมดาสามัญคนหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”

            “นางกำนัลธรรมดาสามัญหรือ” ซือคงจวินเย่ส่ายหน้า “นางกำนัลธรรมดาสามัญไหนเลยจะมีบุคลิกท่าทางไม่ธรรมดาเหนือผู้อื่นเช่นนี้หากนางเป็นนางกำนัลธรรมดาคนหนึ่งจริงๆเซวียนหยวนเช่อก็มองข้ามบุคคลผู้มากความสามารถเกินไปแล้ว!”

            เขาพลันนึกถึงอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเปล่งประกาย “ช้าก่อน! แม่นางเฟิงท่านนั้นมีนามว่าอะไร”

            บ่าวรับใช้ตอบ “ดูเหมือนจะชื่อ เฟิงเฉี่ยน พ่ะย่ะค่ะ”

            คิ้วกระบี่ของซือคงจวินเย่ขมวดน้อยๆ “เฟิงเฉี่ยนหรือเฟิงเฉี่ยน...เหตุใดชื่อนี้จึงฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน”

            เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คิ้วที่ขมวดนั้นคลายตัวลง เขานึกออกแล้ว “เฟิงเฉี่ยน เฟิ่งเฉี่ยน! หรือ...นางก็คือเฟิ่งเฉี่ยนฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยเยียนหรือ”

            ต่อมาเขาส่ายหน้าอีก “แต่ไม่ถูกต้องตามที่ได้ยินมาคนกล่าวว่า เฟิ่งเฉี่ยนฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยเยียนเป็นสตรีหน้าอกใหญ่ไร้สมองคนหนึ่ง เหตุใดจึงมีบุคลิกและความสามารถเหนือผู้อื่นเช่นนี้ซ้ำยังเป็นนักเดินหมากฝีมือยอดเยี่ยมคนหนึ่งอีก”

            เขาหัวเราะกับตัวเองเบาๆ “หากเฟิงเฉี่ยนคนนี้คือเฟิ่งเฉี่ยนคนนั้นเหตุใดจึงถูกเซวียนหยวนเช่อทอดทิ้งมาหลายปีเช่นนี้กลายเป็นสตรีที่ถูกทอดทิ้งในวังหลวง ต้องเป็นเพราะข้าคิดมากเกินไปแน่ๆ!”

            บ่าวรับใช้กล่าวอีกว่า “เช่นนั้นจะส่งสารเข้าไปในวังหลวงให้องค์หญิงตรวจสอบดูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

            ซือคงจวินเย่ใคร่ครวญแล้วพยักหน้า “ก็ดี มีข่าวอะไรให้รีบมารายงานเปิ่นไท่จื่อทันที”

            “พ่ะย่ะค่ะ” บ่าวรับใช้อออกไปอย่างรวดเร็ว

            เฟิ่งเฉี่ยนไม่รู้เลยว่าเวลานี้มีคนกำลังตรวจสอบฐานะของนางคืนนี้นางและเซวียนหยวนเช่อประลองกันหลายกระดาน เมื่อได้พบคู่ต่อสู้ที่คู่ควรจึงเดินหมากกระดานแล้วกระดานเล่า

            เฟิ่งเฉี่ยนรู้สึกว่าความสามารถในการเดินหมากของนางกำลังพัฒนาก้าวหน้าขึ้นแบบก้าวกระโดดภายใต้การชี้แนะของเซวียนหยวนเช่อขณะที่กำลังเดินหมากอย่างเมามัน ยังคิดจะเดินหมากอีกสักกระดานหนึ่งเซวียนหยวนเช่อกลับลุกขึ้นกล่าวว่า “วันนี้ถึงตรงนี้ก็พอกระมังที่เหลือต้องอาศัยตัวเจ้าเองแล้ว!”

            เฟิ่งเฉี่ยนคิดถึงการเดินหมากในวันรุ่งขึ้น นางทอดถอนใจยืดยาว

            เซวียนหยวนเช่อถาม “อย่างไรเล่า รู้สึกไม่มั่นในตัวเองหรือ”

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808