บทที่ 7 ฝากฝัง
วันถัดมาเจียงเสิ่นเย่วและเจียงอันเล่อก็เดินทางออกจากจวน ทั้งสองก้าวเท้าขึ้นไปบนรถม้าที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยก่อนที่คนขับจะบังคับม้าตรงไปยังด้านหน้าของสำนักโยธา
“เล่อเอ๋อร์...แม้เ้าจะพรางตัวเช่นนี้แต่ข้าก็อดรู้สึกหวาดหวั่นใจไม่ได้ทีเดียว”เจียงเสิ่นเย่วกล่าวออกมาพร้อมจ้องมองบุตรสาวตรงหน้า หญิงสาวที่มัดผมรวบขึ้นศีรษะดั่งเช่นชายหนุ่มทั้งยังแต่งกายเฉกเช่นบุรุษด้วยชุดผ้าต่วนสีเทา รูปร่างเล็กผิวขาวซีดจนดูนุ่มนิ่ม เจียงเสิ่นเย่วยังคงมองบุตรสายด้วยสายตาเป็กังวลแม้ว่าฝีมือในการแต่งหน้าพรางตัวของแม่นมหลินจะดีเยี่ยมแต่ด้วยรูปร่างที่แตกต่างจากชายหนุ่มอย่างลิบลับก็ทำให้เขายังคงไม่สบายใจอยู่ดี
“ท่านพ่ออย่าได้กังวลไปเลย ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่มิให้ผู้ใดจับได้”เจียงอันเล่อยื่นมือไปบีบมือหนาของบิดาเอาไว้ พร้อมมองเขาด้วยสายตาออดอ้อน
“ข้าจะลองดูแล้วกัน” เจียงเสิ่นเย่วเบือนหน้าหนีอย่างนึกระอาใจนี่คงเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของตนหรือไม่กันแน่
“เช่นนั้นเ้าจงจำไว้ ต่อไปนี้เ้าคือ “หลงซีอ่าว”เด็กหนุ่มกำพร้าไร้ซึ่งญาติมิตรและชาติกำเนิด”
“ขอรับนายท่าน ต่อไปนี้ซีอ่าวจะจดจำคำของนายท่านให้ขึ้นใจ”เจียงเสิ่นเย่วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขึงขังแต่ท่าทางกลับล้อเลียนบิดาของตนอย่างชอบใจ
เมื่อรถม้าจอดเทียบที่ด้านหน้าสำนักโยธาเจียงเสิ่นเย่วก้าวเท้าลงจากรถม้าพร้อมเดินตรงไปยังประตูโดยมีชายหนุ่มเดินตามหลังเขาอย่างห่างกาย
“คารวะท่านโหว” ทหารเวรด้านหน้าโค้งกายคำนับเจียงเสิ่นเย่วในทันที
“ข้า้าพบใต้เท้าหาน” เจียงเสิ่นเย่วเอ่ยปากออกมา
ทหารรีบโค้งกาย ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปภายในโดยทันทีเพียงไม่นานทหารคนดังกล่าวก็กลับมายังหน้าประตูพร้อมโค้งกายเชิญเจียงเสิ่นเย่วเข้าไปด้านใน
เจียงเสิ่นเย่วหันมองเจียงอันเล่ออีกครั้งอย่างชั่งใจก่อนจะถอนหายใจออกมา และก้าวเท้าเดินตรงไปยังเรือนรับรอง
เมื่อเจียงเสิ่นเย่วเข้าไปภายในห้องรับรอง หานอี้หลงที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่เื้ัโต๊ะทำงานใหญ่เมื่อหานอี้หลงเห็นเจียงเสิ่นเย่วจึงรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกมาต้อนรับเขาอย่างสุภาพ
“คารวะท่านโหว...เชิญท่านนั่งก่อน”หานอี้หลงผายมือให้เจียงเสิ่นเย่วนั่งที่เก้าอี้รับแขกด้านข้าง สายตาของเขาปราดมองไปยังชายหนุ่มรูปร่างเล็กที่ติดตามเจียงเสิ่นเย่วเพียงชั่วแวบหนึ่ง
“ท่านโหวมาหาข้าถึงที่นี่ ไม่ทราบว่ามีเื่อันใดหรือ”
“ใต้เท้าหาน เช่นนั้นข้าไม่ขอเกรงใจ วันนี้ที่ข้ามา...ข้ามีเื่้าไหว้วานท่านจริงๆนั่นแหละ” เจียงเสิ่นเย่วกล่าวพลางหันมามองชายหนุ่มข้างกาย “นี่คือหลงซีอ่าวเขาเป็เด็กกำพร้าที่ข้าเคยช่วยเหลือไว้ ข้าเห็นว่าชายผู้นี้มีหน่วยก้านดีจึงอยากขอให้ใต้เท้าหานรับเขาเข้าทำงานในสำนักโยธา”เจียงเสิ่นเย่วกล่าวออกมาโดยยังคงสีหน้านิ่งเรียบราวกับเป็เื่ปกติทั่วไป
หานอี้หลงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปเพ่งมองที่ชายหนุ่มตรงหน้า“หลงซีอ่าว” แม้เจียงเสิ่นเย่วจะแต่งกายเป็ชายหนุ่ม แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูอ้อนแอ้นกับผิวขาวนวลเนียนนั้นทำให้หานอี้หลงรู้สึกขัดหูขัดตาขึ้นมาในทันที ท่าทางบอบบางเช่นนี้จะทำงานในสำนักโยธาได้เช่นใด
“ท่านโหว...มิใช่ว่าข้าอยากขัดใจท่านหรอกนะแต่ว่าชายหนุ่มผู้นี้...ดูไม่ค่อยเหมาะกับงานที่นี่มากนักข้าว่าท่านควรหางานที่สบายกว่านี้ให้กับเขาจะดีกว่า” หานอี้หลงกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมาสายตาจ้องมองหลงซีอ่าวด้วยสายตาดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด
เจียงเสิ่นเย่วหัวเราะเจื่อนๆ ในลำคอ ก่อนจะพยายามโน้มน้าวใจหานอี้หลงอีกครั้ง“ใต้เท้าหาน แม้ซีอ่าวจะดูผอมแห้งไปสักหน่อย แต่เขานั้นมีความฉลาดหลักแหลมอยู่มากทีเดียวข้าคิดว่าหากท่านให้โอกาสเขาสักหน่อย เขาจะสามารถช่วยผ่อนงานของท่านได้อยู่มาก...ตัวข้าเองเคยเห็นความสามารถของเขามาแล้วก็ได้แต่อดเสียดายที่จะปล่อยให้คนมีความสามารถเช่นนี้อยู่เฉยๆ ในจวนของข้า”
“แต่การรับคนเข้ามาทำงานในสำนักโยธา มิใช่เื่ที่จะตัดสินใจได้ง่ายดายนัก...”หานอี้หลงยังคงมีสีหน้าลำบากใจ เขาหลุบตามองหลงซีอ่าวอีกครั้งอย่างประเมิน แต่กลับพบว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังยืนนิ่งอย่างสงบดวงตากลมโตยังคงจับจ้องมองเขาราวกับกำลังวอนขอคำตอบ
“ใต้เท้าหาน” เจียงเสิ่นเย่วกล่าวเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยเขาขมวดคิ้วแน่นอย่างเริ่มรู้สึกไม่พอใจนัก “การที่ข้ามาฝากฝังเขาเช่นนี้มิใช่เพื่อร้องขอท่านอย่างไม่สมเหตุผลตัวข้าเองเป็ราษฎรแคว้นเจี้ยนย่อม้าให้บ้านเมืองเกิดความผาสุกดังนั้นข้าจึงเห็นว่าความสามารถของซีอ่าวนั้นย่อมเกิดประโยชน์ต่อแว่นแคว้นได้เป็แน่ ขอเพียงท่านยอมให้เขาได้พิสูจน์ตัวเอง หากซีอ่าวสามารถช่วยเหลืองานท่านได้ดีนั่นก็เป็ผลดีต่อบ้านเมือง แต่หากเขาไร้ความสามารถ ข้าจะเป็ผู้รับผิดชอบเื่ทั้งหมดด้วยตนเอง”
หานอี้หลงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา “ในเมื่อท่านโหวเอ่ยมากถึงเพียงนี้ข้าก็มิมีเหตุผลอันใดที่จะขัดข้อง ขอเพียงเขาผ่านการทดสอบจากข้า ข้ายินดีให้เขาทำงานในที่แห่งนี้ท่านโหวจะขัดข้องหรือไม่”
หานอี้หลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับจ้องมองหลงซีอ่าวด้วยสีหน้าประเมินมอง
เจียงเสิ่นเย่วหันมองเจียงอันเล่ออย่างครุ่นคิดและชั่งใจแต่เมื่อเห็นบุตรสาวพยักหน้าเล็กๆ ให้เขาเจียงเสิ่นเย่วก็ยืดตัวยืนตรงพร้อมเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ “เช่นนั้นก็ตามที่ใต้เท้าหานเห็นสมควรก็แล้วกัน”
เจียงอันเล่อยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะก้มศีรษะต่ำให้หานอี้หลงอย่างรู้สึกมั่นอกมั่นใจ สาวจากโลกอนาคตมีดีกรีจบถึงปริญญาวิศวกรรมโยธาแถมยังรู้วิทยาการสมัยใหม่อีกต่างหาก
“ขอบคุณใต้เท้าหานที่ยินดีให้โอกาสข้าขอรับ”เจียงอันเล่อกล่าวออกมาพร้อมประกายตาที่แสดงถึงความเชื่อมั่นในใจ