อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__44_เลขาชาย ฮ่าๆๆ

    ตอนเช้าตรู่

    เซียวเฉิน ตื่นตั้งแต่เช้า ลงมาทำอาหารและทำไข่เจียวพิเศษที่ ซู่เสี่ยวเหมิง ชอบด้วย

    แม้ว่าเรื่องเมื่อคืนจะ ‘จบลงอย่างสันติ’ แต่เขาก็ได้ประโยชน์จากมัน เขาได้มองเห็นบั้นท้ายเล็ก ๆ ของสาวน้อย ที่เขาเจียวไข่นี้ก็เพื่อที่จะปลอบโยนรักษาจิตใจที่ได้รับบาดเจ็บของเธอ

    “อรุณสวัสดิ์”

    ซู่ฉิง เดินลงมาจากชั้นบน แล้วเอ่ยทักทาย เซียวเฉิน

    “โอ้ อรุณสวัสดิ์”

    เซียวเฉิน ยิ้มแล้วพยักหน้ารับ

    “เซียวเฉิน เกิดอะไรขึ้นกับหน้าของนาย?”

    ซู่ฉิง สังเกตเห็นรอยขีดข่วนบนใบหน้าของ เซียวเฉิน เธอก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม

    “อ้อ รอยนี้นะเหรอ เมื่อวานฉันฝันร้าย เลยข่วนตัวเอง...” เซียวเฉิน พูดเขาโบกมือแล้วพูดต่อ “เล็บยาวไป มันไม่ดีเลย”

    “อ้อ”

    แม้ว่าในใจ ซู่ฉิง รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก เธอพยักหน้ารับ

    เซียวเฉิน ถอนหายใจอย่างโล่งอก ให้ตายเถอะ เขาต้องกลายเป็นแพะรับบาปให้กับเด็กสาวคนนี้อีกแล้ว!

    ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ซู่เสี่ยวเหมิง ก็เดินหาวลงมาพร้อมกับขอบตาที่ดำสนิทจากชั้นบน

    “เสี่ยวเหมิง เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับเหรอ?”

    ซู่ฉิง มองเห็นน้องสาวของเธออยู่ในอาการงัวเงีย เหมือนยังไม่ตื่นเต็มที่เลยถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

    “ห๊ะ? อ้อ เมื่อคืนหนูนอนดึกไปหน่อยน่ะ ”

    เมื่อ ซู่เสี่ยวเหมิง พูดจบ ทันใดนั้นก็สังเกตเห็น เซียวเฉิน ที่ยืนอยู่ตรงโต๊ะกินข้าว เธอลอบกัดฟัน ชายคนนี้มันสมควรตายจริงๆ!

    เมื่อคืนหลังจากที่เธอกลับไปที่ห้อง เธอก็นอนไม่หลับพลิกตัวไปมา ในหัวของเธอเต็มไปด้วยภาพที่ตัวเองถูก เซียวเฉิน กดลงกับเตียง และท่าทางที่ เซียวเฉิน มองมาที่ตัวของเธอ…

    แม้กระทั่งเธอนอนไปแล้ว ก็ยังฝันถึงภาพที่ไม่เหมาะนี้วนไปวนมาอีก...

    ความจริงแล้วมันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องผิดปกติอะไร จะมีเด็กสาวคนไหนบ้างที่ไม่มีความรัก มันเป็นเรื่องปกติที่จะฝันเห็นภาพที่ไม่เหมาะสม แต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือเจ้าชายขี่ม้าขาวในฝัน มันกลายเป็น เซียวเฉิน !

    และเมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอก็ยิ่งตกใจยิ่งกว่าเดิม ปรากฏว่าตัวเธอกำลังเปียกอยู่...

    ซู่ฉิง สังเกตเห็นท่าทางของน้องสาวตัวเอง ในใจเต้นโครมคราม เป็นไปได้ไหมว่า… เมื่อคืนนี้เกิดเรื่องขึ้นกับทั้ง 2 คน? หรือว่ารอยข่วนบนใบหน้าของ เซียวเฉิน มาจากน้องสาวของเธอเองอย่างนั้นเหรอ?

    “แค่กๆ เสี่ยวเหมิง รีบมากินข้าวเถอะ ฉันทำไข่เจียวที่เธอชอบที่สุดมาให้แล้ว”

    เซียวเฉิน เห็นแววตาสงสัยของ ซู่ฉิง หัวใจก็เริ่มกรีดร้องและรีบเอ่ยปากทักขึ้น

    “อื้อ”

    เมื่ออยู่ต่อหน้าพี่สาว ซู่เสี่ยวเหมิง ก็ไม่กล้าทำตัวมีปัญหากับ เซียวเฉิน เธอพยักหน้าแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร

    ซู่ฉิง มองไปที่ เซียวเฉิน สลับกับมองน้องสาวตัวเอง เธอก็รู้สึกได้ว่าจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้ง 2 อย่างแน่นอน! เมื่อคืนนี้น้องสาวของเธอยังเรียกเขาว่า ‘พี่เฉิน’ อยู่เลย พวกเขาน่าจะสนิทกันแล้ว แค่คืนเดียวเท่านั้นก็เปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนตอนก่อนหน้านี้อีกแล้วงั้นเหรอ?

    ทั้ง 3 คนนั่งล้อมโต๊ะกินข้าวและครุ่นคิด ทำให้เวลานี้จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเงียบ

    “เสี่ยวเหมิง พรุ่งนี้เป็นวันหยุด เธอมีแผนจะทำอะไรไหม?”

    ระหว่างกินข้าว ซู่ฉิง เงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับน้องสาวของตัวเอง

    “เอ่อ ฉัน… ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลย”

    “ถ้าไม่มีธุระอะไรก็อย่าออกไปข้างนอกเลย ตอนนี้ข้างนอกค่อนข้างวุ่นวาย ดูเหมือนว่าพวกโจรปล้นธนาคารก็ยังคงลอยนวลอยู่”

    “อื้อ หนูรู้แล้ว”

    “หากว่ามีธุระอะไรต้องไปทำข้างนอก ก็ให้ เซียวเฉิน ไปกับเธอด้วยนะ”

    “อืม..ห๊ะ? จะให้เขาอยู่กับหนูเหรอ?”

    “ใช่สิ มีอะไรหรือเปล่า?”

    “เปล่า ไม่มีอะไรค่ะ”

    ซู่เสี่ยวเหมิง ก้มหน้าและกินข้าวต่อไปโดยไม่พูดอะไรอีก

    เซียวเฉิน ก็ก้มหน้าลง ตอนนี้ ซู่ฉิง อาจจะนึกสงสัย ทางที่ดีอย่าได้เปิดช่องโหว่ให้เธอรู้ตัวจะเป็นการดีกว่า

    เมื่อกินข้าวเสร็จ ทั้ง 3 คนก็ออกจากวิลล่า ไปส่ง ซู่เสี่ยวเหมิง ที่โรงเรียน แล้วก็เดินทางไปที่บริษัทตามเดิม

    “เซียวเฉิน เดี๋ยววันนี้ออกไปข้างนอกกับฉันหน่อยสิ” ระหว่างขับรถ ซู่ฉิง หันไปพูดกับ เซียวเฉิน

    “ไปไหน?”

    “ไปที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ฉันจะไปพูดคุยเกี่ยวกับสินค้าเสริมความงามตัวใหม่สักหน่อย”

    “แล้วจะไปกี่โมง?”

    “เดี๋ยวรอฉันจัดการธุระให้เสร็จก่อน แล้วจะโทรไปบอกนายอีกที...”

    “ตกลง”

    ซู่ฉิง กลับเข้าไปที่ห้องทำงาน ส่วน เซียวเฉิน ก็เดินเล่นรอบบริษัทจากนั้นก็กลับไปที่แผนกรักษาความปลอดภัย

    เมื่อเขามาถึงแผนกรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดทั้งหมดก็ได้มารวมตัวกันหมดแล้ว แม้แต่ เกาผิง ก็อยู่ด้วย

    “หัวหน้าเซียว อรุณสวัสดิ์”

    เกาผิง ยิ้มทักทาย เซียวเฉิน ตอนนี้เขาเป็นเหมือนกับรองหัวหน้าของแผนกรักษาความปลอดภัย นอกจากหัวหน้าแผนกแล้วก็เป็นเขาที่มีหน้าที่รับผิดชอบรองลงมา!

    “โอ้ว อรุณสวัสดิ์” เซียวเฉิน พยักหน้าตอบรับ “หัวหน้าเกา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางฝั่งโรงงานมาด้วยงั้นเหรอ?”

    “นอกจากพวกที่เข้าเวร ทุกคนล้วนมาหมด”

    “เอาล่ะ งั้นพวกเรามาเริ่มประชุมกัน”

    เซียวเฉิน พยักหน้า ตอนนี้แผนกรักษาความปลอดที่บวกรวมกับเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาใหม่ก็มีอยู่ทั้งหมด 70กว่าคนแล้ว “พี่เฉิน ต้าหานยังไม่มาเลย”

    ติงลี่ เอ่ยกระซิบบอกเขา

    “อ๋อ พอดีว่าแม่ของเขารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ฉันจึงให้เขาลาไปในช่วงไม่กี่วันนี้ หากเขาอยากจะมาเมื่อไหร่ก็ให้เขามา”

    เซียวเฉิน บอกคำพูดนี้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใหม่ เพื่อที่จะได้ไม่ให้พวกเขาคิดอะไรอื่น

    “เอาละ ในเมื่อคนส่วนใหญ่มากันแล้ว งั้นพวกเรามาเริ่มการประชุมกันเถอะ… ตั้งแต่ที่ฉันเข้ารับตำแหน่งมา นี่เป็นครั้งแรกที่เรียกประชุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ฉันเพิ่งคิดเรื่องนี้ขึ้นได้ หลังจากตอนที่รับสมัครเพื่อนร่วมงานใหม่เมื่อวานนี้เอง...”

    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั่งตัวตรงและตั้งใจฟัง พวกเขาจริงจังยิ่งกว่านักเรียนประถมซะอีก!

    ทางฝั่งคนเก่าของบริษัทนี้ ต่างกันตระหนักถึงตัวตนของ เซียวเฉิน ดีอยู่แล้ว ส่วนคนที่เข้ามาใหม่ก็ได้เห็นความแข็งแกร่งของเขาเมื่อวานนี้ ซึ่งในตอนนั้นพวกเขาตกใจมากจริง ๆ !

    สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มาจากทางโรงงาน ก็ยังเคยได้ยินเรื่องนี้มาจากเพื่อนร่วมงานที่อยู่ฝั่งบริษัท แม้ว่าจะยังมีข้อสงสัยอยู่ แต่ก็ไม่กล้าที่จะไปทดสอบ แต่เขาคือคนที่บีบบังคับให้พญามารหลิวต้องลาออก ซึ่งนี่คือความจริง!

    “หัวหน้าเกา เมื่อวานผมไปลองคิดดูแล้ว และได้ตัดสินใจที่จะใช้ระบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ระหว่างบริษัทกับทางฝั่งของโรงงาน โดยการหมุนเวียนนี้...1 เดือน เราจะทำการเปลี่ยนกัน 1 ครั้ง คุณมีความเห็นอะไรไหม?” เซียวเฉิน หันไปถาม เกาผิง

    เกาผิง ส่ายหน้า “ทั้งหมดแล้วแต่หัวหน้าแผนกเซียวจะจัดการเลยครับ”

    “ดี งั้นหลังจากนี้เป็นต้นไป แผนกรักษาความปลอดภัยทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม โดยทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริษัท 2 กลุ่ม และอยู่ทางฝั่งโรงงานอีก 2 กลุ่ม...”

    การประชุมทั้งหมดใช้เวลาไปเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง และ เซียวเฉิน ก็ได้มีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้ามาใหม่ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เป็นยอดฝีมือ!

    และสิ่งที่คุ้มค่าอย่างหนึ่งคือ เซียวเฉิน ได้เสนอให้ ติงลี่ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อย วิธีการแบบนี้ทำให้เจ้าหน้าที่เก่าหลายคนรู้สึกอิจฉา เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นคนที่ถูกทุกคนรังแก แต่เพราะว่าเขามาอยู่ใกล้กับหัวหน้าแผนกคนใหม่ เหมือนกับได้รับชีวิตใหม่จนได้กลายเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อย!

    หลังจากประชุมเสร็จ เซียวเฉิน ก็แยกไปคุยกับ เกาผิง เป็นการส่วนตัว เพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้นกับทางฝั่งของโรงงาน และนัดวันเพื่อไปดูสภาพของทางฝั่งโรงงาน

    “เป็นหัวหน้าแล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นห่วงให้มากเกินไปหรอก”

    หลังจากที่ เกาผิง จากไปแล้ว เซียวเฉิน ก็ถอนหายใจออกมา และตบไปที่เอวของตัวเอง

    ก๊อกๆ

    มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น จากนั้น ติงลี่ ได้เปิดประตูเข้ามาในห้อง

    “พี่เฉิน ไม่มีอะไรผิดปกติเลยครับ”

    “ฮ่าๆๆ จะตกปลาก็จำเป็นต้องอดทน ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป อย่าใจร้อน”

    เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น จากนั้นก็มอบหมายงานใหม่ให้ ติงลี่ ไปจัดการ สิ่งแรกที่เขาจะต้องทำก็คือคอยหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ที่พวกเขา ‘แอบไป’ ติดตั้ง ดูว่าพบอะไรไหม

    “เอ่อ พี่เฉิน ผมมีความสามารถพอจะเป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยจริง ๆ เหรอครับ?”

    “ทำไมจะไม่ได้? นายต้องเชื่อมั่นในตัวเองหน่อย”

    “แต่ว่า...ผมคิดว่าผมทำไม่ได้ครับ”

    “ฉันบอกว่านายทำได้ก็ทำได้สิ ถึงไม่ได้ก็ต้องทำให้ได้!” เซียวเฉิน ยื่นบุหรี่ให้ ติงลี่ ไป 1 มวน “มีฉันอยู่ทั้งคน นายจะกลัวอะไร? อะไรที่ควรทำนายก็ไปจัดการ และอย่าทำให้ฉันต้องผิดหวัง!”

    ติงลี่ รับบุหรี่มา จากนั้นก็มอง เซียวเฉิน ด้วยแววตาขอบคุณ เขารู้ว่า เซียวเฉิน ต้องการฝึกฝนเขา!

    “พี่เฉิน พี่วางใจเถอะ ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้พี่รู้สึกผิดหวัง!”

    “ฮ่าๆๆๆๆ ดี ฉันเชื่อนาย ไปทำงานได้แล้วไป”

    เซียวเฉิน หัวเราะพร้อมกับพยักหน้า แม้ว่า ติงลี่ จะอ่อนแอ แต่เขาเป็นคนที่มีจิตใจดีงามและเป็นคนที่ซื่อสัตย์ ดังนั้นเขาจึงปฏิบัติกับ ติงลี่ ในฐานะที่เป็นคนติดตามของเขา!

    ในตอนที่ ติงลี่ เพิ่งจะออกไป โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น

    “เฮลโหล ประธานซู่ จะออกไปแล้วหรอ?”

    “ใช่ นายยังจัดการธุระไม่เสร็จงั้นเหรอ?”

    “ผมจัดการเสร็จแล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวผมจะไปรอคุณที่ลานจอดรถ”

    “ได้ อีก 10 นาที เดี๋ยวฉันลงไป”

    “ตกลง”

    เซียวเฉิน วางหูโทรศัพท์ไป แล้วนึกเรื่องบางอย่าง เขาหยิบมีดออกมาจากในกระเป๋าของตัวเอง แล้วนำมันมาควงเล่น...

    มีดเล่มนี้เป็นสิ่งที่คนชุดดำเมื่อวานเหลือทิ้งเอาไว้ มันปักเข้าไปในกำแพงถึง 3 ส่วน แสดงให้เห็นถึงพละกำลังของเขาหรือเธอ ได้อย่างชัดเจน!

    “สุดท้ายแล้วมันเป็นใครกันแน่? ดูเหมือนว่าคนที่พุ่งเป้ามาที่ตัวของ ซู่ฉิง จะไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว! และตัวของเธอเอง จะมีความเข้าใจขนาดไหนกัน?”

    เซียวเฉิน หรี่สายตาลง เขารู้สึกว่า ซู่ฉิง ยังมีเรื่องบางเรื่องที่ปิดบังเขาอยู่!

    หลังจากผ่านไป 10 นาที เซียวเฉิน ที่อยู่ในลานจอดรถก็มองเห็น ซู่ฉิง แล้ว

    “ทางฝั่งของนายเป็นยังไงมั่ง? จัดการเรียบร้อยดีไหม?” ซู่ฉิง ขึ้นมานั่งรถและเอ่ยถาม

    “ก็ดี” เซียวเฉิน ตอบกลับไปสั้น ๆ เกี่ยวกับการจัดการเรื่องเวรยามของแผนกรักษาความปลอดภัย จากนั้นพูดต่อว่า “ผมวางแผนที่จะฝึกอบรมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทางที่ดีที่สุดก็คือการหาคนสัก 20 คนมาเพื่อทำการฝึกพิเศษ...”

    “งั้นเหรอ? นายคงจะไม่ฝึกให้พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษหรอกใช่ไหม?” ซู่ฉิง เอ่ยถามพร้อมกับหัวเราะ

    “ด้วยวิธีการเช่นนี้ หลังจากที่ผมช่วยคุณจัดการปัญหาเสร็จ ผมก็สามารถจากไปได้… หากว่าคุณมีกองกำลังยอดฝีมืออยู่ หลังจากนี้ไปไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องตกอยู่ในอันตรายแล้ว” เซียวเฉิน พูดด้วยท่าทีที่จริงจัง

    เมื่อ ซู่ฉิง ได้ยินคำพูดนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหายไป “เซียวเฉิน นายบอกว่าพี่ของเราไม่สามารถกลับออกมาจากกองทัพได้ใช่ไหม?”

    “น่าจะกลับออกมา...ไม่ได้แล้ว”

    เซียวเฉิน ใจเต้น จากนั้นก็ส่ายหน้าพร้อมกับพูดต่อ

    “อ้อ” ซู่ฉิง รู้สึกผิดหวัง อย่างไรก็ตามเธอก็เลิกพูดถึงเรื่องนี้อีก “นายรู้ทางไปสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไหม?”

    “ฮ่าๆๆๆ ผมไม่รู้ทางถ้าหากไม่มีเนวิเกชั่นบอก”

    เซียวเฉิน เห็น ซู่ฉิง เปลี่ยนเรื่องคุยก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาหัวเราะขึ้น จากนั้นก็ตั้งเนวิเกชั่น เพื่อขับรถไปที่สำนักงานคณะกรรมอาหารและยา

    ประมาณครึ่งชั่วโมงนิด คนทั้ง 2 ก็ได้มาถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นที่เรียบร้อย

    “จะให้ผมรออยู่ที่ข้างนอกหรือว่าให้เข้าไปกับคุณด้วย?”

    “พวกเราเข้าไปด้วยกันเถอะ”

    “ตกลง”

    เซียวเฉิน พยักหน้า และเดินเข้าไปพร้อมกับ ซู่ฉิง บางทีก่อนหน้านี้เธออาจจะได้ทำการนัดเอาไว้ ดังนั้นพนักงานจึงได้นำทางพวกเขาไปที่ห้องทำงานห้องหนึ่งในทันที

    “ผู้อำนวยการสวี๋ สวัสดีค่ะ”

    ภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยม พบชายอายุประมาณ 40 กว่าคนหนึ่งนั่งอยู่ เขามีลักษณะเหมือนกับเจ้าหน้าที่ราชการของจีนส่วนใหญ่ ร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้ามันเยิ้ม และก็หัวล้าน

    “โอ้ ประธานซู่มาแล้ว เชิญนั่งๆ” ชายคนนั้นมองเห็น ซู่ฉิง มาแล้ว ก็แย้มยิ้ม แต่ว่าหลังจากเห็นว่า เซียวเฉิน ติดตามมา รอยยิ้มนั้นก็หายไป “ท่านนี้คือ?”

    “ผู้อำนวยการสวี๋ เขาเป็นเลขาของฉันค่ะ ชื่อ เซียวเฉิน” ซู่ฉิง เอ่ยแนะนำด้วยรอยยิ้ม “และคน ๆ นี้ก็คือ ผู้อำนวยการสวี๋”

    “สวัสดีครับ ผู้อำนวยการสวี๋” เซียวเฉิน ปั้นยิ้ม และเอ่ยทักทายอีกฝ่าย แม้ว่าจะเป็นข้าราชการ แต่ก็เป็นคนที่จัดการธุระต่าง ๆ ให้กับ ซู่ฉิง ดังนั้นเขาจึงทำตัวสุภาพ!

    “อืม”

    แต่เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของผู้อำนวยการสวี๋ ตอบกลับมาแค่สั้น ๆ เขาพยักหน้า จากนั้นก็ไม่สนใจ เซียวเฉินอีก สายตาของเขาตกไปอยู่บนหน้าอกของ ซู๋ฉิง จากนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยท่าทางที่แปลกประหลาด “ไม่คิดจริงๆว่า ประธานซู่จะหาเลขาชายได้ด้วยนะ ฮ่าๆๆ”

    คล้ายกับเรื่องอย่างนายเหรอบอดี้การ์ด ที่คุณอ่าน