ซูฉางเซิงเก็บซ่อนสีหน้าแววตาฉายประกาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จีหวงก็ตกใจดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย และหันกลับไปมองซูฉางเซิงอย่างรวดเร็ว
“กลิ่นอายของหงส์วิญญาณบริสุทธิ์หรือ!”
เดิมทีจีหวงก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้างนางคาดหวังว่าจะได้รับโอกาสและสัมผัสระดับของราชันเซียนอมตะได้
แต่ผู้ใดจะไปคาดคิดว่าที่นี่กลับมีเพียงพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพราย และถูกซูฉางเซิงจัดการทำให้ไม่สามารถก้าวหน้าไปได้
ทว่าคำพูดของซูฉางเซิงในตอนนี้ก็จุดไฟแห่งความหวังที่ดับมอดไปแล้วของนางให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
“ถูกต้อง!”
“ในเขตหวงห้ามนั้นมีกลิ่นอายของหงส์เพลิงวิญญาณบริสุทธิ์ที่แข็งแกร่งการที่พญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายถูกผนึกไว้ที่นี่อาจเป็นฝีมือของหงส์เพลิงวิญญาณบริสุทธิ์…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จีหวงก็ดีใจอย่างมาก
ไม่คิดเลยว่าพวกนางจะพบร่องรอยของหงส์เพลิงวิญญาณบริสุทธิ์เข้าจริงๆ
“แต่น่าเสียดาย ที่เวลาผ่านไปนานเกินไปแล้วข้าไม่รู้ว่าหงส์เพลิงวิญญาณบริสุทธิ์ตัวนั้นยังอยู่ในโลกแห่งนี้หรือไม่...”
ซูฉางเซิงกล่าวต่อด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จีหวงก็ตั้งสติได้นางรู้ว่าซูฉางเซิงกำลังปลอบโยนนาง
“ไม่เป็นไร เราลองหากันต่อ หากหาไม่พบก็ไม่เป็นไรข้าสามารถทะลวงผ่านได้ด้วยตัวของข้าเอง!”
จีหวงยิ้มอย่างมั่นใจและเป็นอิสระมองซูฉางเซิงพร้อมกับกำหมัดให้กำลังใจตัวเอง
เมื่อเห็นดังนั้น ซูฉางเซิงก็ยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดูและอ่อนโยน
ฮูหยินตัวน้อยช่างมีเหตุผลเสียจริง
การที่สามารถปราบพญาหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายในระดับกึ่งราชันเซียนอมตะได้นั้นหงส์เพลิงวิญญาณบริสุทธิ์ตัวนั้นต้องมีพลังอยู่ในระดับราชันเซียนอมตะเป็นอย่างน้อย
ด้วยพลังในระดับราชันเซียนอมตะ การจะออกจากดินแดนเซียนโบราณแห่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก
การที่จะตามหาร่องรอยของนางคงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง...
อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถพบหงส์วิญญาณบริสุทธิ์เพื่อช่วยจีหวงฝ่าทะลวงขีดจำกัดได้ตราบใดที่จีหวงให้กำเนิดทายาทให้เขา และได้รับผลตอบรับจากระบบก็จะสามารถทำให้ร่างกายศักดิ์สิทธิ์ของจีหวงก้าวหน้าไปอีกขั้นได้
มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
“เอาล่ะ ไปกันเถิด ดินแดนเซียนโบราณแห่งนี้ไม่เล็กเลย เราต้องรีบสำรวจกันแล้ว”
ซูฉางเซิงยิ้มอย่างอ่อนโยน เดินไปข้างหน้าจีหวงเอามือลูบศีรษะของจีหวงอย่างเอ็นดูเบาๆ จากนั้นก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังที่ไกลๆ อย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นจีหวงและฉางเยวี่ยก็ตามติดไปข้างหลัง
...
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ณ แดนอมตะแห่งความมืดมิด ในส่วนลึกของดินแดนปิศาจที่เสื่อมทรามแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีไอปิศาจหนาแน่น โลกทั้งใบเป็นสีดำสนิทแม้แต่หินก็ยังเปล่งแสงสีดำทมิฬ ไร้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์และชีวิตชีวา
แต่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้กลับมีกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่โอ่อ่าและยิ่งใหญ่อลังการตั้งตระหง่านอยู่
พระราชวังตั้งสูงตระหง่านความรู้สึกกดดันและน่าสะพรึงกลัว ทำให้หายใจลำบาก!
และที่นี่ก็คือดินแดนของเผ่าพันธุ์หงส์เพลิงโลหิตพลัดพราย
“ตูม!”
ในทันที!
พระราชวังโบราณที่ลอยอยู่ก็ระเบิดออกอย่างรุนแรงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่ไร้ขอบเขตก็ปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลันกวาดล้างไปทั่วทั้งเก้าสวรรค์และสิบทิศ!
“ผู้ใดกันบังอาจทำร้ายบุตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าข้า!”
เสียงคำรามต่ำที่น่าสะพรึงกลัวดังออกมาจากการระเบิด
เสียงดังก้องราวกับฟ้าร้องพร้อมด้วยกฎแห่งความน่าสะพรึงกลัว ทำให้ห้วงมิติสั่นสะเทือน!
ฟ้าดินเลื่อนลั่น!
“โฮก!”
จากนั้นพญาหงส์โลหิตขนาดมหึมาก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพุ่งขึ้นไปบนฟากฟ้าเก้าหมื่นลี้ เมื่อกางปีกออก บดบังโลกทั้งใบในทันที!
กลิ่นอายนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้!
ปราบปรามทุกสิ่งทำให้เทพปิศาจและสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนหวาดกลัว ยืนนิ่งอยู่กับที่และสั่นเทา!
ยิ่งไปกว่านั้น บางตัวถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น!
นี่คือการสะกดข่มจากสายเลือด!
“บรรพบุรุษ!”
“บรรพบุรุษตื่นแล้ว!”
“บรรพบุรุษออกจากการบำเพ็ญเพียรแล้ว!”
...
ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากในเผ่าพันธุ์หงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจและส่งเสียงด้วยความยินดี
เมื่อมองไปยังร่างเงาหงส์ขนาดใหญ่บนท้องฟ้าที่ไม่สามารถมองเห็นได้ทั้งร่าง พวกเขาก็เต็มไปด้วยความปีติยินดี
“วูบ วูบ!”
ในไม่ช้า!
ในชั่วพริบตา ผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์หงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายหลายคนก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศมองไปยังร่างอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
“ขอต้อนรับท่านบรรพบุรุษ!”
บรรดาผู้อาวุโสที่อย่างน้อยก็เป็นผู้มีอำนาจจอมอมตะต่างก็คำนับต่อร่างนั้นด้วยความเคารพ
เสียงดังราวฟ้าร้องสั่นสะเทือนไปทั่วเก้าชั้นฟ้า!
“บุตรีศักดิ์สิทธิ์ถูกผนึกพวกเจ้ามีความผิดเช่นไรรึ”
ท้องฟ้าสั่นสะเทือนเสียงคำถามที่น่าสะพรึงกลัวพร้อมกับแรงกดดันอันไร้สิ้นสุดดังออกมาจากห้วงมิติ
“ตูม!”
ในวินาทีต่อมา!
พร้อมกับการปรากฏของเสาพลังปิศาจหลายต้นเหล่าผู้อาวุโสที่เคยมีตำแหน่งสูงส่ง กลับถูกกดจนคุกเข่าลงกับพื้น!
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมเข้ามาทำให้เหล่าผู้อาวุโสเปลี่ยนสีหน้า ใบหน้าซีดเผือดหยาดเหงื่อเม็ดโตก็ไหลออกมาจากหน้าผากทันที
“เรียนท่านบรรพบุรุษ พวกข้ารู้ความผิดแล้ว!”
“ตอนนี้ได้ตรวจสอบแล้วว่าบุตรีศักดิ์สิทธิ์น่าจะอยู่ในโลกแห่งเสวียนหวง”
“ก่อนหน้านี้เหตุผลที่เราไม่พบท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์อาจเป็นเพราะมีผู้ใดก้าวก่ายและตัดขาดกลิ่นอายทั้งหมดของท่านหญิงศักดิ์สิทธิ์!”
กึ่งราชันเซียนอมตะคนหนึ่งก้มศีรษะลงรายงานด้วยท่าทีประหม่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว!
ในวินาทีต่อมา
ทัศนียภาพรอบข้างก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วร่างกายขนาดมหึมาที่บดบังท้องฟ้าก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว และหายไปในพริบตา
สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือชายชราผู้สวมชุดสีม่วงทองคำผมสีขาว ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ ยืนเด่นอยู่กลางอากาศ
ปีกขนาดใหญ่ที่แสดงถึงพลังอำนาจและสถานะที่ด้านหลังก็สั่นไหวเบาๆ ราวกับพญาปักษามารจุติลงมายังโลก!
ดวงตาทั้งสองข้างของชายชราคมกริบและเย็นชา
“หึดูเหมือนว่าการที่ข้าโจมตีโลกนั้นจนพิการในครั้งนั้นไม่ได้ทำให้พวกแมลงเหล่านั้นหลาบจำเลยนะ...”
ชายชรากล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวใบหน้าเต็มไปด้วยรังสีอาฆาต
“ตั้งแต่การต่อสู้ครั้งนั้น โลกแห่งเสวียนหวงก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทว่าในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา ก็มีแนวโน้มที่จะกลับมามีอำนาจอีกครั้งมีแมลงบางตัวดูเหมือนจะกระโดดโลดเต้นอย่างโอหังมากขึ้นเรื่อยๆ…”
ผู้อาวุโสเผ่าในระดับกึ่งราชันเซียนอมตะ ขมวดคิ้วเล็กน้อยและกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับโลกแห่งเสวียนหวงมาบ้างแล้ว
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยใส่ใจเพราะคิดว่ามันเป็นแค่เพียงมดปลวก ไม่ต้องไปสนใจแต่ผู้ใดจะไปคิดว่าตอนนี้กลับยื่นมือเข้ามาล่วงล้ำเผ่าหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายของพวกเขาเป็นการรนหาที่ตายอย่างแท้จริง!
“หึหึ...”
“ดี ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็โจมตีมันอีกครั้ง!”
ชายชราเผยรอยยิ้มที่น่ากลัวราวปิศาจบนใบหน้าที่ซีดเผือดของเขาพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“จงประกาศออกไป เตรียมพร้อมที่จะทำลายโลกแห่งเสวียนหวงเสีย!”
“ข้าเข้าฌานบำเพ็ญเพียรมานานถึงเพียงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะยืดเส้นยืดสายเสียหน่อยแล้ว...”
ชายชรากล่าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
เมื่อคำสั่งนี้ถูกประกาศออกไปเสียงก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งโลกา!
“รับบัญชาบรรพบุรุษ!”
เหล่าผู้อาวุโสต่างก็คำนับรับบัญชาทันทีแต่ละคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
บรรพบุรุษหลับใหล เผ่าหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายของพวกเขาก็เงียบสงบมานานเกินไปแล้ว
จนทำให้เหล่ามดปลวกบางตัวลืมความน่าสะพรึงกลัวของเผ่าหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายไปเสียแล้ว!
มีผู้ใดกล้าผนึกบุตรีศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
นี่เป็นการยั่วยุเผ่าหงส์หงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายทั้งเผ่า!
การกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในคราวนี้จะต้องทำให้ทุกสำนักจดจำความเจ็บปวดจากการถูกเผ่าหงส์เพลิงโลหิตพลัดพรายกดกำราบอีกครั้ง!
“โลกแห่งเสวียนหวง…”
“ครั้งนี้ก็ถึงคราวที่จะต้องหายไปอย่างถาวรแล้ว …”
ดวงตาของชายชราฉายประกายเย็นเยียบบนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว สายตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานเมื่อมองไปยังทิศทางของโลกแห่งเสวียนหวง ราวกับทะลุผ่านห้วงมิติอันกว้างใหญ่ไพศาล