ตู้เสี่ยนและคนอื่นๆ สีหน้าหม่นหมองก้มหน้าก้มตาไม่กล้าพูดอะไรสักคำการเดิมพันใหญ่ตรงหน้าครั้งนี้ ลูกหลานเจ้านครชั้นสูงถูกกดไว้อย่างสิ้นเชิง
ก่อนหน้าเยี่ยซิงฮุยถูกกำจัด ต่อมากงซุนกวนหมดสติไปในห้องโถงใหญ่พนันหินเซียวอวี้ข้ามหน้าข้ามตาตู้เสี่ยนและคนอื่นๆ ราวกับภูตผีปีศาจทำให้เจ้านครชั้นสูงพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ
“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นศิลาโลหิตหงสาดูเหมือนว่าข้าจะดวงดียิ่งนัก เลือกหินไปตามประสาก็เอาชนะสหายกงซุนได้นี่สหายกงซุนตั้งใจมอบหินวิญญาณบรรพกาลให้ข้าเป็นพิเศษหรือเปล่าเนี่ย”
กงซุนกวนเพิ่งถูกคนปลุกให้ฟื้นได้ยินเสียงกระแหย่ของเซียวอวี้ดังตรงข้างหู พลันถลึงตาจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “เซียวอวี้อย่าให้มันเกินไปนัก”
ซูเฮ่าหัวเราะเยาะพลางเอ่ย“ใครทำเกินไปกันแน่ พวกเจ้าอยากทำลายชื่อเสียงของเซียวอวี้ไม่ใช่หรือแหะๆ คิดไม่ถึงไม่เพียงทำลายไม่ได้ กลับทำให้ชื่อเสียงของเขายิ่งโด่งดังดั่งดวงอาทิตย์กลางท้องฟ้ากงซุนกวน เมื่อก่อนเจ้ากับเซียวอวี้ไม่รู้จักกันจริงๆ หรือไม่ว่าจะดูอีท่าไหนก็เหมือนพวกเจ้ากำลังรวมหัวเล่นละครกันอยู่นะเนี่ย”
เซียวอวี้ฉีกยิ้มพลางเอ่ย“สหายกงซุนเป็นคนใจกว้างมีเมตตา”
“ฮ่าๆๆใช่ ใจกว้างเกินไปแล้วด้วย” ซูเฮ่าหัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงกลัว
แววตากงซุนกวนเต็มไปด้วยเพลิงโทสะกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล “พอแล้วเซียวอวี้ เจ้าอย่าถือดีจนเกินไปนัก วันนี้ข้ายอมแพ้ก็แค่หินแร่ผลึกบรรพกาลระดับล่างบางส่วนไม่ใช่หรือ คุณชายอย่างข้ารับผิดชอบไหวอยู่แล้ว”
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าลูกหลานเจ้านครชั้นสูงต่างอึดอัดใจมากวันนี้ถูกเซียวอวี้ตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าพวกเขาขายขี้หน้าจนสิ้นท่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่น่าโมโหก็คือสุดยอดผู้กล้าคนหนุ่มสาวหลายคนที่น่ากลัวที่สุดยังฝึกฝนอยู่นอกเมืองมิเช่นนั้นจะเกิดเรื่องที่เซียวอวี้ทำตัวโดดเด่นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
ฟึบบบ
ในเมื่อพ่ายแพ้ราบคาบตู่เสี่ยนและคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าอยู่ที่นี่ต่อไปอีก พากันขออภัยกับหลี่เสียวอวี่แต่ละคนกลับไปพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึง
ทันใดนั้นภายในห้องโถงใหญ่ที่ใหญ่โตโอฬารก็เหลือเพียงฝ่ายทายาทเจ้านครชั้นล่างรวมถึงเซียวอวี้กับพวกอีกไม่กี่คน
หลี่เสียวอวี่มองเซียวอวี้ด้วยสายตาลุ่มลึกยิ้มแฉล้มชดช้อยแล้วเอ่ย “พี่เซียวช่างมากด้วยเล่ห์เหลี่ยมยิ่งนักกำจัดเยี่ยซิงฮุยทิ้ง แล้วยังเดิมพันชนะกงซุนกวนอีก พอรวมสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันสามารถทำให้ทายาทเจ้านครชั้นสูงลุกขึ้นผงาดไม่ได้ไปอีกนานเลยละ”
เซียวอวี้หัวเราะ“ท่านหญิงกล่าวหนักไปแล้วเอาชนะเยี่ยซิงฮุยอยู่ในความคาดหมายของข้า ส่วนพนันหินนี่ก็แค่ดวงดีเท่านั้น ข้าเองก็ไม่รู้ว่าที่นี่จะซ่อนศิลาโลหิตหงสาเอาไว้เช่นกัน”
“อย่างนั้นหรือ”
ดวงตางามล้ำของหลี่เสียวอวี่เป็นประกายทำหน้าคล้ายจะยิ้มก็มิเชิง เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำโกหกของเซียวอวี้
เซียวอวี้ยิ้มบางพลางกล่าว“ท่านหญิง ศิลาโลหิตหงสาชิ้นนี้ ข้าจะเอากลับไปด้วยค่าคนกลางร้อยละสิบ ข้าจะให้คนส่งมาให้ในวันพรุ่ง ท่านคิดว่าได้หรือไม่”
หลี่เสียวอวี่พยักหน้าพลางตอบด้วยรอยยิ้ม“ข้าไม่เอาค่าคนกลางหรอก วันนี้อุตส่าห์ได้เห็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่ยอดเยี่ยมนี่ก็คุ้มค่าแล้วละ”
เซียวอวี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธสนทนากับหลี่เสียวอวี่ไปเรื่อยเปื่อยอีกไม่กี่คำก็ออกจากคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยส่วนซูเฮ่าจำเป็นต้องอยู่ต่อ ตอนค่ำตามหลี่เสียวอวี่ไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิถึงในวัง
ตอนออกมาจากคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยก็เกือบจะเป็นเวลาช่วงพลบค่ำแล้ว ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับฟ้าแดงก่ำราวกับโลหิตท้องฟ้ามืดสลัวทิวทัศน์ตรงหน้าขมุกขมัว
หลี่ผิงเฉาและคนอื่นๆแยกย้ายกันบอกลาเซียวอวี้ อีกทั้งต่างพูดกันอีกว่าอีกสองวันจะไปชมการต่อสู้ ให้กำลังใจเซียวอวี้ถึงในงาน
หลังจากเซียวอวี้แยกย้ายกับคนกลุ่มนี้แล้วก็ขึ้นรถม้าพร้อมกับหวงฝู่หลิงซีเพียงสองคน
“พี่เซียววันนี้สร้างชื่อเสียงในคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยได้อย่างรวดเร็วเกรงว่าตอนนี้จะกลายเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลของเมืองหลวงไปแล้ว” หวงฝู่หลิงซีเอ่ยพร้อมหัวเราะคิกคัก
เซียวอวี้ส่ายหน้าไปมาแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“น่าเสียดาย วันนี้ไม่ได้พบสุดยอดผู้กล้าของเมืองฉังอานไม่ว่าจะเป็นเยี่ยซิงฮุยหรือว่าตู้เสี่ยนข้าคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะเป็นตัวแทนพลังต่อสู้ระดับสุดยอดของรุ่นคนหนุ่มสาวแห่งเมืองฉังอานได้หรอก”
สีหน้าหวงฝู่หลิงซีหม่นหมองลงเล็กน้อยคล้ายว่าจะคิดถึงใครบางคน เอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “พี่เซียว พี่มีโอกาสแน่”
“คุณชายหก!”
“คุณชายหกอยู่ในรถหรือเปล่าขอรับ”
เซียวอวี้กำลังเปิดปากอยากจะถามว่าคนกลุ่มไหนในเมืองฉังอานถึงเป็นผู้กล้าที่แท้จริงแต่จู่ๆ ก็มีเสียงรีบร้อนดังมาจากข้างนอก น้ำเสียงยังระคนไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดผวาอย่างหาประมาณมิได้
“หืม?”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วมุ่นบัดนี้รถม้าหยุดลงแล้ว เขาเลิกผ้าม่านเปิดออก
“คุณชาย!”
นักรบคนหนึ่งกระโดดลงจากบนหลังม้าคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใบหน้ายังคงตื่นตระหนกระคนเคียดแค้นแทบจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นระรัว “คุณชายได้โปรดรีบกลับจวน ท่านโหว...ได้รับบาดเจ็บสาหัสขอรับ!”
“อะไรนะ!”
“อะไรนะ!”
เซียวอวี้และหวงฝู่หลิงซีสั่นเทิ้มไปทั้งตัวหน้าถอดสีทันที
ก้วนจวิ้นโหวที่มีอำนาจล้นฟ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสในเมืองหลวงนี่เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่อันน่าตกตะลึง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเซียวฉีสยงเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นลูกกลอนนิลหกชั้นฟ้าลำพังองครักษ์ขั้นลูกกลอนนิลคู่กายของเขาก็ไม่รู้ว่ามีมากตั้งเท่าไรสามารถทำให้เจ็บตัวได้ เกรงว่าจะเป็นนักพรตขั้นวิญญาณต้นกำเนิดเป็นคนลงมือ
“กลับจวน!”
เซียวอวี้สีหน้าถมึงทึงหมุนตัวพูดกับหวงฝู่หลิงซี “แม่นางหวงฝู่ข้ากลับจวนก่อนนะ”
สีหน้าของหวงฝู่หลิงซีอดเป็นกังวลไม่ได้พูดด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย “พี่เซียวพี่เองจะต้องระวังตัวด้วย ในเมื่อกล้าลอบสังหารท่านเซียวโหวถึงในเมืองฉังอานอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง เกรงว่าจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า“วางใจ ข้ารู้ว่าอะไรควรมิควร”
บอกลาหวงฝู่หลิงซีแล้วเซียวอวี้ขี่ม้าฝีเท้าดีของนักรบผู้นั้น ควบตะบึงกลับจวนสกุลเซียวด้วยความรวดเร็วในสมองครุ่นคิดทุกอย่างอย่างว่องไว เซียวฉีสยงถูกลอบสังหาร นับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่หลายปีมานี้ความขัดแย้งระหว่างเจ้านครชั้นสูงและเจ้านครชั้นล่างยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ดูจากภายนอกนี่เป็นการตอบโต้ครั้งสุดท้ายเพื่อขัดขวางเซียวฉีสยงในการควบคุมฝ่ายกลาโหมของเจ้าครองชั้นสูงแต่เซียวอวี้คิดว่าเรื่องราวไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น
หลังจากเวลาสองก้านธูปเซียวอวี้ก็กลับมาถึงจวนสกุลเซียว
จวนสกุลเซียวที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้เริ่มมาตรการป้องกันสูงสุดทหารถือคันธนูสวมเกราะนับไม่ถ้วนปิดล้อมรอบจวนโหวอย่างแน่นหนาแม้แต่น้ำสักหยดยังรอดผ่านไม่ได้ยังมีนักพรตที่แข็งแกร่งเกือบร้อยคนลาดตระเวนไปตามแต่ละแห่ง เรียกได้ว่าจวนสกุลเซียวในตอนนี้ ต่อให้นักพรตขั้นวิญญาณต้นกำเนิดมาโจมตี ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
“คุณชายตามข้ามา!”
เซียวอวี้เพิ่งลงจากหลังม้าเจียงไป๋หย่งก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่งรีบพาเซียวอวี้อเดินเข้าไปในจวน
คฤหาสน์ของจวนสกุลเซียวก็คุ้มกันอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกันรวมกับทหารที่อยู่ข้างนอก เกรงว่าในจวนตอนนี้จะมีเหล่าทหารที่มีฝีมือไม่น้อยกว่าห้าพันนายตั้งมั่นรักษาการณ์อยู่
ทั้งสองคนเดินรีบร้อนไปถึงเรือนเล็กที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งที่อยู่ลานด้านหลังหลังจากเจียงไป๋หย่งนำเซียวอวี้เดินเข้าไป ทั้งสองมือกดลงบนผนังด้านหนึ่งสิบกว่าทีติดต่อกันด้วยความว่องไว
โครม!
จู่ๆพื้นแยกออกจากกันตำหนักใต้ดินที่ลึกและเงียบสงัดแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเซียวอวี้
“คุณชายท่านโหวอยู่ในตำหนักใต้ดิน ท่านลงไปเองเถอะขอรับ ข้าน้อยจะเฝ้าอยู่ข้างนอก”เจียงไป๋หย่งพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ลำบากรองผู้บัญชาการแล้ว”เซียวอวี้พยักหน้า ค่อยๆ ย่างเท้าเดินเข้าไปในตำหนักใต้ดินประตูใหญ่ของตำหนักใต้ดินนั่นค่อยๆ ปิดลงทั่วทั้งห้องมองไม่ออกถึงความไม่ชอบมาพากลใดๆ
ตำหนักใต้ดินค่อนข้างกว้างขวางมีความยาวโดยรอบได้หลายสิบจั้ง ไข่มุกประกายราตรีขนาดใหญ่แต่ละเม็ดฝังประดับอยู่บนกำแพงทำให้ที่นี่สว่างไสวเหมือนตอนกลางวัน
เซียวอวี้มาถึงห้องโถงใหญ่ของตำหนักใต้ดินเห็นเซียวฉีสยงที่ร่างกายปกติดีกำลังนั่งดื่มชาอยู่อีกด้านพลันโล่งอกขึ้นในใจทันที
ถึงแม้เขาและเซียวฉีสยงยังไม่ได้ผูกพันกันลึกซึ้งมากนักแต่ตอนนี้เขาไปจากสกุลเซียวไม่ได้ และก็ไปจากเซียวฉีสยงไม่ได้เช่นกันหากไม่มีอิทธิพลของเซียวฉีสยงก็คงยากที่เขาจะได้เข้าไปฝึกบำเพ็ญเพียรในสำนักตอนนี้
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ในชาตินี้หรือว่าเพื่อแผนการในวันหน้า เซียวอวี้จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายเซียวฉีสยงเป็นอันขาด
“ท่านพ่อท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
หลังจากเซียวฉีสยงเห็นเซียวอวี้สีหน้าที่สุขุมลุ่มลึกถึงได้ผ่อนคลายลงบ้าง เผยรอยยิ้มบาง “นั่งเถอะ ข้าไม่เป็นไร”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ตอนนี้เมืองฉังอานเกิดความวุ่นวายไปทั่วแล้ว ต่างเล่าลือกันอย่างบ้าคลั่งถึงเรื่องที่ท่านถูกลอบสังหารท่านถูกลอบสังหารที่ใดกัน” เซียวอวี้รีบถามไถ่ ใบหน้าฉายความเป็นห่วงเป็นใยอย่างแรงกล้าไม่เสแสร้งเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าของเซียวฉีสยงเผยจิตสังหารอันโหดเหี้ยมหรี่ตาลงพร้อมเอ่ยขึ้น “พ่อถูกจู่โจมในระหว่างทางกลับบ้านนักพรตขั้นลูกกลอนนิลเก้าชั้นฟ้าสองคนลงมือพร้อมกันหากมิใช่ฝ่าบาทลอบส่งผู้กล้าขั้นวิญญาณต้นกำเนิดคนหนึ่งคอยคุ้มกันเกรงว่าคราวนี้พ่อคงตกอยู่ในอันตรายแล้วจริงๆ”
แววตาของเซียวอวี้ก็เยียบเย็นลงด้วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ฝ่ายตรงข้ามทรงอิทธิพลยิ่งนักนักพรตขั้นลูกกลอนนิลเก้าชั้นฟ้าต่อให้อยู่ในสำนัก ก็ไม่นับว่าอ่อนแอ”