ตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 39 ของล้ำค่า

    ตู้เสี่ยนและคนอื่นๆ สีหน้าหม่นหมองก้มหน้าก้มตาไม่กล้าพูดอะไรสักคำการเดิมพันใหญ่ตรงหน้าครั้งนี้ ลูกหลานเจ้านครชั้นสูงถูกกดไว้อย่างสิ้นเชิง

            ก่อนหน้าเยี่ยซิงฮุยถูกกำจัด ต่อมากงซุนกวนหมดสติไปในห้องโถงใหญ่พนันหินเซียวอวี้ข้ามหน้าข้ามตาตู้เสี่ยนและคนอื่นๆ ราวกับภูตผีปีศาจทำให้เจ้านครชั้นสูงพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ

            “ไม่คิดเลยว่าจะเป็นศิลาโลหิตหงสาดูเหมือนว่าข้าจะดวงดียิ่งนัก เลือกหินไปตามประสาก็เอาชนะสหายกงซุนได้นี่สหายกงซุนตั้งใจมอบหินวิญญาณบรรพกาลให้ข้าเป็นพิเศษหรือเปล่าเนี่ย”

            กงซุนกวนเพิ่งถูกคนปลุกให้ฟื้นได้ยินเสียงกระแหย่ของเซียวอวี้ดังตรงข้างหู พลันถลึงตาจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “เซียวอวี้อย่าให้มันเกินไปนัก”

            ซูเฮ่าหัวเราะเยาะพลางเอ่ย“ใครทำเกินไปกันแน่ พวกเจ้าอยากทำลายชื่อเสียงของเซียวอวี้ไม่ใช่หรือแหะๆ คิดไม่ถึงไม่เพียงทำลายไม่ได้ กลับทำให้ชื่อเสียงของเขายิ่งโด่งดังดั่งดวงอาทิตย์กลางท้องฟ้ากงซุนกวน เมื่อก่อนเจ้ากับเซียวอวี้ไม่รู้จักกันจริงๆ หรือไม่ว่าจะดูอีท่าไหนก็เหมือนพวกเจ้ากำลังรวมหัวเล่นละครกันอยู่นะเนี่ย”

            เซียวอวี้ฉีกยิ้มพลางเอ่ย“สหายกงซุนเป็นคนใจกว้างมีเมตตา”

            “ฮ่าๆๆใช่ ใจกว้างเกินไปแล้วด้วย” ซูเฮ่าหัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงกลัว

            แววตากงซุนกวนเต็มไปด้วยเพลิงโทสะกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล “พอแล้วเซียวอวี้ เจ้าอย่าถือดีจนเกินไปนัก วันนี้ข้ายอมแพ้ก็แค่หินแร่ผลึกบรรพกาลระดับล่างบางส่วนไม่ใช่หรือ คุณชายอย่างข้ารับผิดชอบไหวอยู่แล้ว”

            ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าลูกหลานเจ้านครชั้นสูงต่างอึดอัดใจมากวันนี้ถูกเซียวอวี้ตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าพวกเขาขายขี้หน้าจนสิ้นท่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ที่น่าโมโหก็คือสุดยอดผู้กล้าคนหนุ่มสาวหลายคนที่น่ากลัวที่สุดยังฝึกฝนอยู่นอกเมืองมิเช่นนั้นจะเกิดเรื่องที่เซียวอวี้ทำตัวโดดเด่นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน

            ฟึบบบ

            ในเมื่อพ่ายแพ้ราบคาบตู่เสี่ยนและคนอื่นๆ ก็ไม่กล้าอยู่ที่นี่ต่อไปอีก พากันขออภัยกับหลี่เสียวอวี่แต่ละคนกลับไปพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึง

            ทันใดนั้นภายในห้องโถงใหญ่ที่ใหญ่โตโอฬารก็เหลือเพียงฝ่ายทายาทเจ้านครชั้นล่างรวมถึงเซียวอวี้กับพวกอีกไม่กี่คน

            หลี่เสียวอวี่มองเซียวอวี้ด้วยสายตาลุ่มลึกยิ้มแฉล้มชดช้อยแล้วเอ่ย “พี่เซียวช่างมากด้วยเล่ห์เหลี่ยมยิ่งนักกำจัดเยี่ยซิงฮุยทิ้ง แล้วยังเดิมพันชนะกงซุนกวนอีก พอรวมสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันสามารถทำให้ทายาทเจ้านครชั้นสูงลุกขึ้นผงาดไม่ได้ไปอีกนานเลยละ”

            เซียวอวี้หัวเราะ“ท่านหญิงกล่าวหนักไปแล้วเอาชนะเยี่ยซิงฮุยอยู่ในความคาดหมายของข้า ส่วนพนันหินนี่ก็แค่ดวงดีเท่านั้น ข้าเองก็ไม่รู้ว่าที่นี่จะซ่อนศิลาโลหิตหงสาเอาไว้เช่นกัน”

            “อย่างนั้นหรือ”

            ดวงตางามล้ำของหลี่เสียวอวี่เป็นประกายทำหน้าคล้ายจะยิ้มก็มิเชิง เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำโกหกของเซียวอวี้

            เซียวอวี้ยิ้มบางพลางกล่าว“ท่านหญิง ศิลาโลหิตหงสาชิ้นนี้ ข้าจะเอากลับไปด้วยค่าคนกลางร้อยละสิบ ข้าจะให้คนส่งมาให้ในวันพรุ่ง ท่านคิดว่าได้หรือไม่”

            หลี่เสียวอวี่พยักหน้าพลางตอบด้วยรอยยิ้ม“ข้าไม่เอาค่าคนกลางหรอก วันนี้อุตส่าห์ได้เห็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่ยอดเยี่ยมนี่ก็คุ้มค่าแล้วละ”

            เซียวอวี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธสนทนากับหลี่เสียวอวี่ไปเรื่อยเปื่อยอีกไม่กี่คำก็ออกจากคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยส่วนซูเฮ่าจำเป็นต้องอยู่ต่อ ตอนค่ำตามหลี่เสียวอวี่ไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิถึงในวัง

            ตอนออกมาจากคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยก็เกือบจะเป็นเวลาช่วงพลบค่ำแล้ว ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับฟ้าแดงก่ำราวกับโลหิตท้องฟ้ามืดสลัวทิวทัศน์ตรงหน้าขมุกขมัว

            หลี่ผิงเฉาและคนอื่นๆแยกย้ายกันบอกลาเซียวอวี้ อีกทั้งต่างพูดกันอีกว่าอีกสองวันจะไปชมการต่อสู้ ให้กำลังใจเซียวอวี้ถึงในงาน

            หลังจากเซียวอวี้แยกย้ายกับคนกลุ่มนี้แล้วก็ขึ้นรถม้าพร้อมกับหวงฝู่หลิงซีเพียงสองคน

            “พี่เซียววันนี้สร้างชื่อเสียงในคฤหาสน์บนภูเขาจูเชวี่ยได้อย่างรวดเร็วเกรงว่าตอนนี้จะกลายเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลของเมืองหลวงไปแล้ว” หวงฝู่หลิงซีเอ่ยพร้อมหัวเราะคิกคัก

            เซียวอวี้ส่ายหน้าไปมาแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“น่าเสียดาย วันนี้ไม่ได้พบสุดยอดผู้กล้าของเมืองฉังอานไม่ว่าจะเป็นเยี่ยซิงฮุยหรือว่าตู้เสี่ยนข้าคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะเป็นตัวแทนพลังต่อสู้ระดับสุดยอดของรุ่นคนหนุ่มสาวแห่งเมืองฉังอานได้หรอก”

            สีหน้าหวงฝู่หลิงซีหม่นหมองลงเล็กน้อยคล้ายว่าจะคิดถึงใครบางคน เอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “พี่เซียว พี่มีโอกาสแน่” 

            “คุณชายหก!”

            “คุณชายหกอยู่ในรถหรือเปล่าขอรับ”

            เซียวอวี้กำลังเปิดปากอยากจะถามว่าคนกลุ่มไหนในเมืองฉังอานถึงเป็นผู้กล้าที่แท้จริงแต่จู่ๆ ก็มีเสียงรีบร้อนดังมาจากข้างนอก น้ำเสียงยังระคนไปด้วยความหวาดกลัวและหวาดผวาอย่างหาประมาณมิได้

            “หืม?”

            เซียวอวี้ขมวดคิ้วมุ่นบัดนี้รถม้าหยุดลงแล้ว เขาเลิกผ้าม่านเปิดออก

            “คุณชาย!”

            นักรบคนหนึ่งกระโดดลงจากบนหลังม้าคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใบหน้ายังคงตื่นตระหนกระคนเคียดแค้นแทบจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นระรัว “คุณชายได้โปรดรีบกลับจวน ท่านโหว...ได้รับบาดเจ็บสาหัสขอรับ!”

            “อะไรนะ!”

            “อะไรนะ!”

            เซียวอวี้และหวงฝู่หลิงซีสั่นเทิ้มไปทั้งตัวหน้าถอดสีทันที

            ก้วนจวิ้นโหวที่มีอำนาจล้นฟ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสในเมืองหลวงนี่เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่อันน่าตกตะลึง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเซียวฉีสยงเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นลูกกลอนนิลหกชั้นฟ้าลำพังองครักษ์ขั้นลูกกลอนนิลคู่กายของเขาก็ไม่รู้ว่ามีมากตั้งเท่าไรสามารถทำให้เจ็บตัวได้ เกรงว่าจะเป็นนักพรตขั้นวิญญาณต้นกำเนิดเป็นคนลงมือ

            “กลับจวน!”

            เซียวอวี้สีหน้าถมึงทึงหมุนตัวพูดกับหวงฝู่หลิงซี “แม่นางหวงฝู่ข้ากลับจวนก่อนนะ”

            สีหน้าของหวงฝู่หลิงซีอดเป็นกังวลไม่ได้พูดด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย “พี่เซียวพี่เองจะต้องระวังตัวด้วย ในเมื่อกล้าลอบสังหารท่านเซียวโหวถึงในเมืองฉังอานอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง เกรงว่าจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”

            เซียวอวี้ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า“วางใจ ข้ารู้ว่าอะไรควรมิควร”

            บอกลาหวงฝู่หลิงซีแล้วเซียวอวี้ขี่ม้าฝีเท้าดีของนักรบผู้นั้น ควบตะบึงกลับจวนสกุลเซียวด้วยความรวดเร็วในสมองครุ่นคิดทุกอย่างอย่างว่องไว เซียวฉีสยงถูกลอบสังหาร นับได้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่หลายปีมานี้ความขัดแย้งระหว่างเจ้านครชั้นสูงและเจ้านครชั้นล่างยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

            ดูจากภายนอกนี่เป็นการตอบโต้ครั้งสุดท้ายเพื่อขัดขวางเซียวฉีสยงในการควบคุมฝ่ายกลาโหมของเจ้าครองชั้นสูงแต่เซียวอวี้คิดว่าเรื่องราวไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น

            หลังจากเวลาสองก้านธูปเซียวอวี้ก็กลับมาถึงจวนสกุลเซียว

            จวนสกุลเซียวที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้เริ่มมาตรการป้องกันสูงสุดทหารถือคันธนูสวมเกราะนับไม่ถ้วนปิดล้อมรอบจวนโหวอย่างแน่นหนาแม้แต่น้ำสักหยดยังรอดผ่านไม่ได้ยังมีนักพรตที่แข็งแกร่งเกือบร้อยคนลาดตระเวนไปตามแต่ละแห่ง เรียกได้ว่าจวนสกุลเซียวในตอนนี้ ต่อให้นักพรตขั้นวิญญาณต้นกำเนิดมาโจมตี ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

            “คุณชายตามข้ามา!”

            เซียวอวี้เพิ่งลงจากหลังม้าเจียงไป๋หย่งก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่งรีบพาเซียวอวี้อเดินเข้าไปในจวน

            คฤหาสน์ของจวนสกุลเซียวก็คุ้มกันอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกันรวมกับทหารที่อยู่ข้างนอก เกรงว่าในจวนตอนนี้จะมีเหล่าทหารที่มีฝีมือไม่น้อยกว่าห้าพันนายตั้งมั่นรักษาการณ์อยู่

            ทั้งสองคนเดินรีบร้อนไปถึงเรือนเล็กที่ไม่สะดุดตาแห่งหนึ่งที่อยู่ลานด้านหลังหลังจากเจียงไป๋หย่งนำเซียวอวี้เดินเข้าไป ทั้งสองมือกดลงบนผนังด้านหนึ่งสิบกว่าทีติดต่อกันด้วยความว่องไว

            โครม!

            จู่ๆพื้นแยกออกจากกันตำหนักใต้ดินที่ลึกและเงียบสงัดแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเซียวอวี้

            “คุณชายท่านโหวอยู่ในตำหนักใต้ดิน ท่านลงไปเองเถอะขอรับ ข้าน้อยจะเฝ้าอยู่ข้างนอก”เจียงไป๋หย่งพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

            “ลำบากรองผู้บัญชาการแล้ว”เซียวอวี้พยักหน้า ค่อยๆ ย่างเท้าเดินเข้าไปในตำหนักใต้ดินประตูใหญ่ของตำหนักใต้ดินนั่นค่อยๆ ปิดลงทั่วทั้งห้องมองไม่ออกถึงความไม่ชอบมาพากลใดๆ

            ตำหนักใต้ดินค่อนข้างกว้างขวางมีความยาวโดยรอบได้หลายสิบจั้ง ไข่มุกประกายราตรีขนาดใหญ่แต่ละเม็ดฝังประดับอยู่บนกำแพงทำให้ที่นี่สว่างไสวเหมือนตอนกลางวัน

            เซียวอวี้มาถึงห้องโถงใหญ่ของตำหนักใต้ดินเห็นเซียวฉีสยงที่ร่างกายปกติดีกำลังนั่งดื่มชาอยู่อีกด้านพลันโล่งอกขึ้นในใจทันที

            ถึงแม้เขาและเซียวฉีสยงยังไม่ได้ผูกพันกันลึกซึ้งมากนักแต่ตอนนี้เขาไปจากสกุลเซียวไม่ได้ และก็ไปจากเซียวฉีสยงไม่ได้เช่นกันหากไม่มีอิทธิพลของเซียวฉีสยงก็คงยากที่เขาจะได้เข้าไปฝึกบำเพ็ญเพียรในสำนักตอนนี้

            เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ในชาตินี้หรือว่าเพื่อแผนการในวันหน้า เซียวอวี้จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายเซียวฉีสยงเป็นอันขาด

            “ท่านพ่อท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่”

            หลังจากเซียวฉีสยงเห็นเซียวอวี้สีหน้าที่สุขุมลุ่มลึกถึงได้ผ่อนคลายลงบ้าง เผยรอยยิ้มบาง “นั่งเถอะ ข้าไม่เป็นไร”

            “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ตอนนี้เมืองฉังอานเกิดความวุ่นวายไปทั่วแล้ว ต่างเล่าลือกันอย่างบ้าคลั่งถึงเรื่องที่ท่านถูกลอบสังหารท่านถูกลอบสังหารที่ใดกัน” เซียวอวี้รีบถามไถ่ ใบหน้าฉายความเป็นห่วงเป็นใยอย่างแรงกล้าไม่เสแสร้งเลยแม้แต่น้อย

            ใบหน้าของเซียวฉีสยงเผยจิตสังหารอันโหดเหี้ยมหรี่ตาลงพร้อมเอ่ยขึ้น “พ่อถูกจู่โจมในระหว่างทางกลับบ้านนักพรตขั้นลูกกลอนนิลเก้าชั้นฟ้าสองคนลงมือพร้อมกันหากมิใช่ฝ่าบาทลอบส่งผู้กล้าขั้นวิญญาณต้นกำเนิดคนหนึ่งคอยคุ้มกันเกรงว่าคราวนี้พ่อคงตกอยู่ในอันตรายแล้วจริงๆ”

            แววตาของเซียวอวี้ก็เยียบเย็นลงด้วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ฝ่ายตรงข้ามทรงอิทธิพลยิ่งนักนักพรตขั้นลูกกลอนนิลเก้าชั้นฟ้าต่อให้อยู่ในสำนัก ก็ไม่นับว่าอ่อนแอ”


    คล้ายกับเรื่องตำนานเทพสงครามอมตะ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373