#ดันเจี้ยนชั้น60#
ณ ห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่สูงโออ่าห้องหนึ่ง กำแพงสีเขียวมรกตตั้งตรงดิ่งทั้ง3ทิศประกอบติดกันเหลือไว้เพียงทางเข้าออกเพียงทางเดียว บริเวณตรงกลางมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ตัวหนึ่งนั่งอยู่ในท่าทางสงบนิ่ง
ขนสีแสดส่องประกายแวววับเจิดจรัส
กงเล็บยาวคมกริบสีน้ำเงินสวยงามดั่งใบมีดอัญมณี
แผงคอหนาเต็มไปด้วยขนสีเหลืองซึ่งมีเปลวเพลิงสถิตอยู่โดยรอบ
หางเรียวยาวงอกออกมาจากบั้นท้าย บริเวณปลายหางมีเปลวไฟสีส้มเล็กๆสถิตอยู่ที่ปลาย
สิ่งมีชีวิตนี้ดูสง่างามเกินจะเรียกว่าสัตว์ปีศาจ แม้ว่าส่วนหัวจะคล้ายหัวของสิงโตธรรมดาก็ตาม แต่ภัยคุกคามและความกดดันที่แผ่ออกมาคงไม่แปลกเลยถ้าจะเรียกว่าแข็งแกร่งกว่าสัตว์ปีศาจทั้งมวลในดันเจี้ยนแห่งนี้
----------------
[เคออสสฟิงซ์ (เทวทูตแห่งการเริ่มต้น)]
สัตว์ปีศาจ: LV90
เผ่า: สัตว์เทวะ
รายละเอียด:
-ผู้พิทักษ์คริสตัลมหาเวทมนตร์แห่งความมืด
----------------
‘พวกนั้นเกือบถึงชั้นล่างสุดแล้วสินะ…ข้าฝากด้วยล่ะ…เจ้าหนู’
สิ่งมีชีวิต4ขากำลังยืนในท่านั่งดุจพญาราชสีห์ ตัวมันหลับตานึกถึงคนกลุ่มหนึ่งที่พึ่งฝากภารกิจบางอย่างเอาไว้
ตอนนั้นเองตัวตนนั้นสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง
“!”
‘มีการต่อสู้ในชั้นนี้งั้นรึ….’
เคออสสฟิงซ์ผงกหัวแล้วลืมตาขึ้นทันที
'พวกนั้นมาแล้วสินะ…’
ตัวมันหรี่ตาลง
‘ไม่..
ไม่ใช่
ไม่มีจิตมุ่งร้ายเลย…เป็นแค่มนุษย์ที่หลงเข้ามางั้นหรอ…ไม่สิ..เป็นไปไม่ได้..ถ้าหากต่อสู้กับทหารยามได้ง่ายๆแบบนี้คงไม่ดีแน่’
“เอาเถอะ..เดิมทีข้าจะไม่แทรกแซงภารกิจของทหารยาม แต่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ใช่คนกลุ่มนั้น...ยังไงข้าคงต้องไปดูสักหน่อยแล้ว…หากไม่เป็นอย่างที่คิดหรือมีแนวโน้มไม่หวังดีคงต้องขอกำจัดด้วยตัวข้าเองล่ะนะ”
เมื่อกล่าวจบแล้วสิงโตสีส้มร่างกายสูงใหญ่ได้เดินออกจากห้องสี่เหลี่ยมนั้นไปด้วยฝีเท้าอันหนักอึ้งจนพื้นดินสะเทือน
***
#ดันเจี้ยนชั้น91#
กำแพงผลึกเป็นสีม่วงอมเข้ม ส่องแสงสีม่วงจางๆออกมา นับเป็นชั้นแรกที่มีแสงสว่างถือกำเนิดนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ชั้นลึก
โครงสร้างดันเจี้ยนแห่งนี้ชั้นที่1-10 จัดเป็นชั้นต้นหรือชั้นบนสุด
11-50 จัดเป็นชั้นกลาง และ 51-100 จัดเป็นชั้นลึก
ที่จริงเกณฑ์พวกนี้ไม่ได้ตั้งเอามั่วๆ แต่เป็นเกณฑ์วัดระดับทางภูมิศาสตร์และแบ่งเขตทรัพยากรตามที่นักวิชาการดันเจี้ยนกำหนด เพราะสิ่งที่เหมือนกันแทบจะทุกๆดันเจี้ยนเลยคือจะมีภูมิศาสตร์จะเป็นรูปกรวยคว่ำ และ 10% 40% 50% เป็นเส้นแบ่งอาณาเขตของชั้นต้น,กลาง,ลึก ตามลำดับ ส่วนสิ่งที่ต่างกันก็มีแค่มอนสเตอร์ ,จำนวนชั้น และทรัพยากรที่ดันเจี้ยนมอบให้เท่านั้น
“อีกแค่9ชั้นพวกเราจะไปถึงชั้นที่100 ซึ่งเป็นชั้นล่างสุดแล้วค่ะ”
เซซิเลียกล่าวพร้อมกับวิ่งตามหลังคนที่อยู่ด้านหน้าไปเรื่อยๆ โดยตำแหน่งของเธอตอนนี้อยู่แนวหลังสุดคอยป้องกันด้านท้ายขบวน
รูอันอยู่แนวกลาง ส่วนเรเวลและเซเลน่าอยู่หัวขบวนรับหน้าที่บุกทะลวงฝ่าด่านศัตรูออกไป แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีสัตว์ปีศาจปรากฎตัวมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม
“อืม..เข้าใจละ” เรเวลขานรับ
“ชิ..บัพนั่นเหลืออีกแค่ 3ชั่วโมงเท่านั้น” เซเลน่าสบถออกมา
เพราะถ้าหากระยะเวลาบัพสัตว์เทพหมดลง ตัวพวกเขาจะกลับมาที่เลเวล50เหมือนเดิม
“นี่มันหนักกว่าที่คิดอีกแหะ..ตั้งแต่ขึ้นเลเวล50มา ไม่ว่าจะโค่นสัตว์ปีศาจกี่ตัว EXP ก็ไม่ขึ้นสักแต้ม..แบบนี้ไม่ต่างจากเหนื่อยฟรีๆเลย..” เรเวลกล่าว
“เอาน่าๆ..แค่พวกเราออกจากดันเจี้ยนนี้ได้ก็พอแล้วแหละครับ..ผมอยากกลับ รร.อัศวินเวทมนตร์จะแย่อยู่แล้ว” รูอันพูดปลอบใจ
“ตอนนี้ไม่มีใครไม่อยากกลับหรอก..เจ้าบ้าาา” เซเลน่าตะโกนด่า
“ขะ..ขะ..ขออภัยครับ..อะ..เอ่อถ้าบัพสัตว์เทพหมด..พวกเราจะทำยังไงต่อหรอครับ?” รูอันถาม
“ชั้นนี้เป็นชั้นสุดท้ายที่มีสัตว์ปีศาจแล้วค่ะ"
เซซิเลียซึ่งรับหน้าที่ปิดท้ายป้องกันแนวหลังตอบแบบนั้น
“แน่นอนว่าถ้าบัพสัตว์เทพมันไม่หมดระหว่างทางขณะ..ที่เรายังอยู่ในชั้นนี้น่ะนะ” เรเวลกล่าวเสริมขณะวิ่งไปข้างหน้าไม่หยุด มือขวาถือหอกสีขาวเงินบริสุทธิ์ไว้แน่นสแตนบายพร้อมสู้ทุกเมื่อ โดยมีเด็กสาวผมยาวสีแดง สวมถุงมือสีแดงทั้ง2ข้างวิ่งควบอยู่ข้างกาย
ณ ตอนนี้พวกเขากำลังวิ่งไปทางตรงเพื่อมุ่งไปยังบันไดของชั้นที่92 และนับว่าค่อนข้างโชคดีที่ดูเหมือนชั้นยิ่งลึกจะยิ่งให้กำเนิดสัตว์ปีศาจได้ไม่เยอะเหมือนกับมอนสเตอร์ในชั้นบนๆ ทำให้ไม่ต้องเผชิญศึกหนักมากแม้ศัตรูจะแข็งแกร่งมากขึ้นก็ตาม เพราะแค่สเตตัสระดับเลเวล60ชั่วคราวตอนนี้ก็ผ่านไปได้สบายๆ
“เซซิเลีย..ตั้งแต่ชั้นถัดไปเป็นเซฟตี้พ้อยท์หมดเลยใช่ไหม…” เรเวลถามยืนยันอีกครั้งเพื่อความชัวร์ เพราะหลังจากสู้กับเซนทอร์ในครั้งนั้นจนถึงตอนนี้ เขาต้องสู้และวิ่งไม่หยุด เรียกได้ว่าไม่ได้พักและไม่ได้นอนเลย ซึ่งกินระยะเวลาเกือบจะ2วันครึ่งแล้วที่พวกเขาทั้งทีมต้องสู้ไปวิ่งไปต่อเนื่องไม่ได้หยุด
“ใช่แล้วค่ะ…”
“อา..งั้นพวกเราจะพักที่ชั้น...”
‘เปรี๊ยะ…ๆ..’
รอยกำแพงผลึกสีม่วงโดยรอบปริแตกเป็นแนวยาว
“ชิ..มาอีกแล้วงั้นหรอ…เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ววู้ยยยย..”
เซเลน่าโวยวายตั้งท่าเตรียมต่อสู้
“โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก…”
ตอนนั้นเองมีฝูงสัตว์ปีศาจทำลายกำแพงผลึกสีส่วงโผล่ออกมาราว12ตัว
------------------
[คิเมร่า]
สัตว์ปีศาจ: LV54
เผ่า: อสรพิษ (พันธุ์ผสม)
รายละเอียด: -
------------------
“อึ้ยยย…คราวนี้มาเยอะจัง!” รูอันสะดุ้งโหยง
ทุกคนหยุดนิ่งเพื่อรอดูสถานการณ์และคำสั่งจากคนๆหนึ่ง
สัตว์ปีศาจรูปร่างคล้ายแมงป่องยักษ์แต่มีหัวเป็นมังกร โผล่ออกมาปิดวงล้อมจนรูอันถึงกับผงะ
“ฝ่าแนวนั้นออกไป”
เรเวลกล่าวจบแล้ววิ่งไปยังทิศตะวันออกซึ่งมีคิเมร่า2ตัวรออยู่
ขาถีบพื้นเร่งความเร็ว..สเตตัสระดับเลเวล60แม้จะชั่วคราว แต่ก็รู้สึกเหนือกว่าเลเวล50อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้
‘เวทไฟ-แอ็คเซเลอะเรชั่นไดร์ฟ’
แสงสีเหลืองห่อหุ้มรอบตัวและอาวุธ ปรากฎข้อความขึ้นในทัศนวิสัยตรงมุมสายตา
[Accel Mode Start]
:Agility Upgrade:
→Speed +40 LV (with related status)
Duration: 15 Sec
คิเมร่าใช้แขนขวาซึ่งเป็นกล้ามคล้ายแมงป่องปักไปที่พื้น เกิดทะเลพิษสีเขียวพวยพุ่งเป็นแนวยาวในทิศทางที่เรเวลวิ่งมาแต่เด็กหนุ่มได้หายไปจากตรงนั้นแล้ว
“?”
สัตว์ปีศาจงงเล็กน้อย…ตอนนั้นมันสัมผัสได้ถึงบางอย่างจากด้านบนจึงรีบยกแขนป้องกัน
หอกสีเงินปะทะกับกล้ามแมงป่องสีดำเกิดเคลื่อนกระแทกอย่างรุนแรง พัดทะเลพิษกลายเป็นหมอกกระจายไปทั่ว
“ยะ..แย่แล้วครับ..”
รูอันรีบร่ายสกิลอัญเชิญเสาซึ่งลบล้างสถานะปกติปักลงที่พื้น เกิดบัพสีเขียวผสานกับสายลมฟุ้งกระจายไปทั่ว
“ชิ…”
“อึก..”
เซเลน่ากับเซซิเลียยกแขนขึ้นมาบังเพื่อต้านเอาไว้ไม่ให้ถูกพัดไปด้วย
"ควบคุมสกิลของนายให้มันดีๆหน่อยสิยะ..."
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบคิเมร่า2ตัวกระโดดพุ่งลงมาราวกับอุกาบาตตก
'ตู้มมมมมมมมมมมมมม'
เศษผลึกสีม่วงฟุ้งกระจาย
เซเลน่าเอี้ยวตัวหลบแล้วม้วนตัวถอยไปด้านหลัง
“โถ่..เอ้ยย…แบบนี้ก็ฝ่าไปไม่ได้น่ะสิ…มีแต่ต้องสู้งั้นหรอ…”
เด็กสาวเปลี่ยนถุงมือสีแดงเป็นดาบเปลวเพลิงห่อหุ้มแขนขวาแล้วฟันไปทางด้านบนซึ่งมีเงาบางอย่างลาดผ่านลงมา
ก้ามแมงป่องของคิเมร่าปะทะกับซอร์ดเบลด
เซเลน่าเบี่ยงดาบไปด้านข้างเพื่อเปลี่ยนทิศทางการโจมตีของศัตรูแล้วเข้าคลุกวงใน
….
ทางด้านเรเวล..ตัวเขาตกใจเล็กน้อยที่สัตว์ปีศาจตัวนี้ตามความเร็วของเขาทัน ทั้งที่สเตตัสความเร็วของเขาน่าจะพอๆกับเลเวล100แท้ๆ
‘นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย…ทำไมก่อนโจมตีเมื่อกี้ความเร็วเราถึงดรอปลงล่ะ…’
“ยังไม่ชินงั้นรึ?....เออออช่างมัน..คิดแล้วปวดหัวเว้ยยยยยยยยยยยย”
เรเวลใช้หอกปัดกล้ามแมงป่อง
คิเมร่าซึ่งตามความเร็วคราวนี้ไม่ทันถูกแทงทะลุกลางหลัง
‘เวทไฟ-เบิร์สแลนซ์’
หอกศักดิ์สิทธิ์ห่อหุ้มด้วยแสงสีเหลืองเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วเกิดระเบิดขึ้น
ทั้งกล้าม คอ หาง และหัว ของสัตว์ปีศาจถูกแยกออกจากกันในพริบตา
คิเมร่าอีกตัวที่อยู่ห่างไปหน่อยอ้าปากแล้วพ่นลมหายใจพิษออกมา
น้ำพิษผสมกรดพุ่งออกมาเป็นแนวตรงม้วนเป็นเกลียวคลื่น
‘ช้าไป…’
เด็กหนุ่มเอามือแตะพื้นก้มตัวหลบแบบสบายๆ ท่ามกลางแสงสีเหลืองที่ห่อหุ้มรอบตัว เขาใช้ปลายหอกเล็งไปยังสัตว์ปีศาจที่มีหัวเป็นมังกร
‘เวทไฟ-สเปียร์เจวาลิน’
แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งออกจากปลายหอกเข้าใส่คิเมร่า
สัตว์ปีศาจยกเลิกการโจมตีแล้วสั่นร่างกายรัวๆ ตอนนั้นเองเกิดเกราะทรงกลมสีชมพูขึ้นห่อหุ้มตัวสะท้อนแสงเลเซอร์กระดอนออกไปในพริบตา
'โฮ่..มีสกิลป้องกันด้วยแหะ..'
เรเวลกับคิเมร่าถีบพื้นแล้วพุ่งเข้าหากัน..
กล้ามของศัตรูเปล่งแสงเขียวกระแทกพื้นผลึกเกิดคลื่นกระแทกไล่เป็นขั้นบันไดรัวๆ
เรเวลวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆซิกแซกซ้ายขวาแล้วหลบแบบสบายๆด้วยสเตตัสความเร็วที่เหนือกว่า
เมื่อเข้าประชิดตัวได้สำเร็จก็เตะเสยคางของคิเมร่าชู้ตลอยขึ้นไปด้านบน
จากนั้นเร่งความเร็วครั้งสุดท้ายถีบพื้นขึ้นไปเตะอัดศัตรูลงมาใส่คิเมร่าอีกตัวที่กำลังวิ่งไล่งับตูดรูอันอยู่
“เหวอออออออ…”
เด็กหนุ่มผมน้ำตาลหมอบลงเลียดกับพื้น...เพราะไม่มีสกิลโจมตีจึงทำได้แค่หนีอย่างเดียว
เด็กหนุ่มผมขาวไม่รอช้า..ทันทีที่แสงสีเหลืองหายไปจากร่างกายและอาวุธ เพราะ<แอ็คเซลโหมด>ถูกปลดออก..เขาก็ร่ายสกิลต่อเนื่องทันทีขณะลอยอยู่กลางอากาศ
ฝ่ามือที่ว่างอยู่ยื่นไปข้างหน้า
‘Firemagic’
เกิดอักขระวงเวทขึ้นซ้อนทับกับคิเมร่า2ตัวที่กระเด็นไป
สัตว์ปีศาจสร้างเกราะทรงกลมสีชมพูอีกครั้งเพื่อเตรียมป้องกัน
อุณหภูมิรอบเกราะร้อนระอุไปจนถึงภายในท่ามกลางอักขระวงเวทที่เข้มข้นและขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
‘Altimate Atlas Flame’
เกิดเสาเปลวเพลิงสีทองขนาดใหญ่พวยพุ่งจากใต้เท้าคิเมร่ากระแทกผ่านเกราะและลำตัวจนทะลุติดเพดาน
เกราะสะท้อนเวทสีชมพูแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะทนต่ออานุภาพของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่ไหว
สัตว์ปีศาจที่อยู่ภายในเกราะมอดไหม้เป็นจุลในทันที
แสงสีทองของเปลวไฟสะท้อนในดวงตารูอัน..เด็กหนุ่มตัวน้อยมองภาพนั้นด้วยแววตาตื่นเต้น
“สุดยอดดด”
เรเวลร่อนลงมาเหยียบพื้นอย่างสวยงาม
“ระ…รูอันระวังหลัง”
เซเลน่าซึ่งอยู่ห่างกันไม่มากรีบตะโกนบอก
“ห้ะ!..”
คิเมร่าซึ่งถูกเด็กสาวซัดลอยมากำลังเปลี่ยนเป้าหมาย ใช้ปลายหางแมงป่องแทงเข้าใส่รูอันจากข้างหลัง
ตอนนั้นเองมีเถาวัลย์ลอยมาพันตัวรูอันแล้วลากหลบทันที
“คุณรูอันระวังหน่อยสิคะ…”
เซซิเลียซึ่งช่วยรูอันได้ทันแบบฉิวเฉียดรีบกล่าวเตือน
เรเวลกับเซเลน่าวิ่งเข้ามาพร้อมกัน
หอกสีขาวเงินห่อหุ้มด้วยแสงสีเขียว
'Eclipse Slash'
ถุงมือสีแดงเปลี่ยนเป็นใบมีดยาว
'Flame Blade'
"ฉับบบบ"
กล้ามแมงป่องของคิเมร่าขาดออกจากกันทั้ง2ข้าง
เรเวลและเซเลน่าเหวี่ยงขาเตะพร้อมกันจนศัตรูถอยกรูดพื้นไป
คิเมร่าเตรียมพ่นลมหายใจพิษอีกครั้ง..แต่ว่า
"ฉันจัดการเอง!"
เซเลน่ารีบวิ่งเข้ามากระโดดถีบซ้ำอัดคิเมร่าติดกำแพงด้วยเท้าเปล่าธรรมดา จากนั้นสร้างบอลพลาสม่าทรงกลมที่ฝ่ามือแล้วปาใส่
คิเมร่ารีบสร้างเกราะป้องกัน
“ไม่ได้ผลหรอกน่าาาาาา”
พลาสม่าบอลทะลุเกราะบาเรียแบบสบายๆระเบิดร่างกายคิเมร่าออกเป็นเสี่ยงๆ
'บึ้มมมมมมมมมมมม'
…..
อีกด้านตอนนี้คิเมร่า4ตัวกำลังปะทะกับตัวตนคล้ายสิ่งมีชีวิตบางอย่างอยู่
หน้าตาบางตัวคล้ายเซนทอร์ หน้าตาบางตัวคล้ายสกูร์ชิพ และหน้าตาบางตัวก็คล้ายคิเมร่าเช่นกัน
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีผิวสีน้ำตาลและมีใบหญ้าสีเขียวพันตามตัวคล้ายมัมมี่
#คุยกับไรท์(คนเขียน)#
-ขออภัยที่อัพช้าอีกแล้วครับ จริงๆตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้เพื่อนนัดไปกินเลี้ยงนอกบ้าน3-4แห่ง เลยออกจากบ้านหลายวัน แถมยังมีไม่สบายท้องเสียแถมให้ด้วย (แต่ก็สนุกมากๆและอร่อยมากๆเช่นกัน) โดยรวมๆแล้วหมดเวลาไปเกิน1สัปดาห์ที่ไม่ได้แต่งนิยายเลย
-ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณนักอ่านจริงๆครับที่ยังคงติดตามและให้กำลังใจมาเสมอ ขอบคุณมากๆเลยครับ