ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 3 บทที่ 89 พบเพื่อนเก่าอีกครั้ง (4)

            ริมฝีปากซีดเซียวของหูปาสั่นระริก ลำคอเกร็งค้างไร้คำเอื้อนเอ่ยเหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

            สวีหยางอี้เดินเข้าไปหาหูเจียวเจียวที่ยืนตัวสั่นเทิ้มผมที่ลู่ไปด้านหลังตามแรงลมของเธอค่อยๆ ทิ้งตัวลง

            “แหมะ...” เสียงกระเป๋าร่วงลงพื้นเธอมือสั่นจนถือกระเป๋าแอร์เมสสุดหรูไว้ไม่อยู่ ขาทั้งสองข้างสั่นงั่กเมื่อเห็นสวีหยางอี้ที่ค่อยๆ เดินเข้ามา สีหน้าก็ถอดสีลงทันที

            แบบนี้มันสัตว์ประหลาดชัดๆ !

            ไม่มีใครรู้ซึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ไปดีกว่าเธอ! ราวกับเธออยู่ตรงใจกลางพายุหมุนก็ไม่ปาน!ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในห้วงกระบวนท่าของจอมยุทธ์ชาวจีนยุคโบราณ!

            ความรู้สึกของเสี้ยววินาทีแห่งการกลัวตายฝังลงไปในใจเธอเกินคณาเมื่อเห็นสวีหยางอี้เดินเข้ามาเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ตัวเธอก็เริ่มสั่นรุนแรงขึ้น!

            และแล้วความกลัวพุ่งขึ้นมาถึงขีดสุด!

            “นะ นายอย่าเข้ามานะ!” เธอพูดน้ำเสียงสั่นเครือหนึ่งนาทีก่อนหน้านี้เธอยังตะโกนด้วยวาจาห้าวหาญ บอกให้อีกฝ่ายออกมาหาเธอทว่านาทีนี้กลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังข่มขู่ตัวเธอซะงั้น!

            มุมปากของสวีหยางอี้ผุดยิ้มขึ้นในขณะที่ฝีเท้ายังคงเดินหน้าเข้าไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว

            “อย่าเข้ามานะ! บอกว่าอย่าเข้ามาไง!” “ปึก!”แผ่นหลังของหูเจียวเจียวถอยไปแนบกับรถ เธอกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ

            “นายรู้หรือปล่าว่าพี่ใหญ่ฉันเป็นใคร!” ภาพสะท้อนบนม่านตาของเธอฉายเงาร่างสวีหยางอี้ใกล้เข้ามาและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเธอกลัวจนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบรรยาย แต่กระนั้นเสียงเล็กแหลมแหบๆ ของเธอก็แผดขึ้น“ถ้านายทำไรอะไรฉันแม้แต่ปลายนิ้ว! พี่ใหญ่ของฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!ทั่วทั้งมณฑลหมิงสุ่ย... ไม่สิ! นายจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้อย่างลำบากแน่!อย่าเข้ามานะ!!”

            สวีหยางอี้เดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าเธอ พวกเขาอยู่ห่างกันไม่เกิน 20 ซม.

            “ไอ้หน้าโง่งั้นเหรอ?” เขามองหูเจียวเจียวด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งหุบ“ด่าฉันงั้นเหรอ?”

            “ไม่! ไม่ใช่! ไม่ได้ด่านาย! จะ จริงๆ!!” หูเจียวเจียวตอบกลับเสียงสูงด้วยความตื่นกลัวจนแทบจะร้องไห้

            “ฟึบ!” สวีหยางอี้ง้างมือขึ้นในบัดดล “อ้ายยยยยยยย!”หูเจียวเจียวกรี๊ดพลางทิ้งตัวลงบนพื้นทันที

            ก็แค่ง้างมือขึ้นดีดนิ้วเท่านั้น สวีหยางอี้เผยคลี่ยิ้มอย่างขบขันพลางมองหูเจียวเจียวที่เริ่มร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ

            ในเวลานั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงสดใสของผู้ชายคนหนึ่ง

            “ไม่ได้เจอกันสามปี ทำไมนายถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”

            เพียงประโยคเดียวก็ปลุกหูเจียวเจียวให้ตื่นจากฝันร้ายนี้ได้เธอยืนขึ้นพลางปาดน้ำตาพร้อมกับตะโกนสุดเสียง “พี่ใหญ่!”

            “พี่ใหญ่ ช่วยหนูด้วย! พวกเขาไม่ช่วยหนูแล้ว!”

            “นะ หนูถูกไอ้สารเลวนี้รังแก! ฮือๆๆ!”

            ใบหน้าของเธอแดงเรื่อ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน และพยายามบีบน้ำตาเรียกความสงสารครั้นหันหน้าไปมองทางต้นเสียงก็พบกับผู้ชายในชุดลายพรางคนหนึ่งที่กำลังยืนยิ้มแปลกๆอยู่ข้างรถ โดยสายตาของชายผู้นั้นดูไม่แยแสเธอแม้แต่น้อย

            “นายมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” สวีหยางอี้เอ่ยถามอย่างแปลกใจก่อนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “อ่อ ทะเบียนรถแบบนี้... เป็นรถของในกระทรวงสินะ?”

            “นี่เป็นรถของฉัน!” ผู้ชายกำหมัดทาบที่หน้าอกเหมือนทำความเคารพ “ในที่สุดอันดับหนึ่งทุกคนในมณฑลหนานถงที่รอดชีวิตมาได้ก็ได้เจอกันพร้อมหน้าสักที!”

            “ยินดีต้อนรับกลับมา เจ้าผู้ชนะ!”

            หูปาเหงื่อนกาฬแตกพลั่กเต็มหัว ปากละล่ำละลักเหมือนอยากพูดแต่ก็พูดไม่ออกสักคำ

            เขามองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านหลังเขารู้เพียงแค่ตัวเองไม่เคยเห็นหมัดแบบนี้ที่ไหนมาก่อน!แม้แต่ยอดนักหมัดแม่ไม้มวยไทยที่เขาเคยเรียนด้วยคนนั้นก็ไม่อาจปล่อยแรงบีบอัดของลมออกมาจากหมัดได้!

            นี่มันวรยุทธ์ในตำนาน!

            มันคือยุทธวิชาล้ำเลิศ!

            ในโลกนี้ ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่อีเหรอ!

            นอกจากเขา ทุกคน ณ ที่แห่งนั้นต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน

            ณ ที่ตรงนั้น มีคนอีกเจ็ดคนเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่มีใครรู้ตัว ไม่มีใครสนพวกเขาเพราะทุกกำลังตกตะลึงกับสวีหยางอี้อยู่

            “พระเจ้าช่วย...” นักศึกษามหาลัยฯ คนหนึ่งพูดขึ้นเสียงสั่น “พะ พะพวกนายเห็นเมื่อกี้ไหม? ผมของยายผู้หญิงนั่นปลิวไปด้านหลังเลยอ่ะ!”

            “ยังต้องถามอีกเหรอ?! เห็นเต็มสองเบ้าตาเลยแหละ!”นักศึกษาหญิงคนหนึ่งจับแขนเพื่อนนักศึกษาชายแน่น ดวงตาวาวประกาย“เขาคนเดียวคงเอาชนะสิบคนได้ใช่ไหม!”

            “อย่าว่าแต่สิบคนเลย...” แววตาของเพื่อนผู้ชายอีกคนหลังจากแววตาตกตะลึงหายไป แววตาแห่งความประทับใจและเลื่อมใสก็ผุดขึ้นแทนที่ทันที“ห้าสิบคนก็ยังไหว...”

            “นี่มันเรื่องจริงรึเปล่าเนี่ย...”ชายวัยกลางคนคนหนึ่งคีบบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งมวนแต่เนื่องจากมือสั่นจึงเล็งไม่เข้าปากสักที “ในโลกนี้ยังมีปรมาจารย์วรยุทธ์แบบนี้อยู่อีกเหรอ?อายุยังน้อยอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”

            หมัดเมื่อครู่ทำเอาทุกคนตื่นตะลึงไปตามๆ กัน

            หากเส้นผมของหูเจียวเจียวไม่ลู่ไปด้านหลังตามแรงลมเมื่อครู่ ในสายตาทุกคนหมัดนั่นก็อาจเป็นหมัดเร็วที่แบบโคตรของโคตรเร็วเลยก็ว่าได้

            แต่พอเส้นผมของหูเจียวเจียวลู่ไปด้านหน้าภายในเสี้ยวพริบตา...

            เหตุการณ์เมื่อครู่ช่างน่าน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน!

            พลังของอมนุษย์ชัดๆ !

            “พี่ใหญ่ พี่ใหญ่!” หูเจียวเจียวร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลพลางวิ่งไปหาผู้ชายชุดลายพรางราวกับนกน้อยไร้ที่พักพิง เธอกลัวหมัดเมื่อครู่จนลืมกระเป๋าแอร์เมสราคาหลายหมื่นที่ตกอยู่บนพื้นไปเลย

            ชายชุดลายพรางเหลือบหางตามองไปที่หญิงสาวที่วิ่งเข้ามาพลันสลับไปเลิกคิ้วถามสวีหยางอี้ “เกิดอะไรขึ้น?”

            “นายก็น่าจะรู้นะ ฉู่เจาหนาน” สวีหยางอี้ยักไหล่อย่างไม่รู้สึกผิด“ฉันแค่นึกไม่ถึงว่านี่เป็นรถของนาย ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยสะดวกแวะไปหานายด้วยสิ”

            ฉู่เจาหนานพยักหน้าก่อนหันกลับไปมองหูเจียวเจียวที่วิ่งเข้ามาในระยะครึ่งเมตรทันใดนั้นฝ่ามือของเขาก็ฟาดเข้าไปที่หน้าของเธออย่างจังโดยที่เขาไม่ชายตามองหน้าเธอสักนิด!

            “เพี้ยะ!” เสียงตบดังสนั่น ถือว่าเป็นการเรียกสติทุกคนออกจากความตื่นตะลึง

            ผู้หญิงทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยกมือขึ้นมาจับแก้มตัวเองอย่างไม่รู้ตัวขนาดพวกเธออยู่ห่างขนาดนี้ ยังสัมผัสได้ว่าการตบเมื่อครู่คงเจ็บน่าดู

            ส่วนผู้ชายทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างกลืนน้ำลายอึกเพราะพวกเขารับรู้ได้ถึงน้ำหนักมือเมื่อครู่

            หูเจียวเจียวถูกตบจนกระเด็นล้มไปกองอยู่บนพื้นเธอใช้มือกุมจมูกตัวเองพลางส่งเสียงโอดโอย หลังจากพยุงร่างลุกขึ้นและเห็นเลือดกำเดาที่ไหลเต็มฝ่ามือตัวเองก็ส่งแผดเสียงกรี๊ดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ“อ๊ายยยยยยย!!!”

            ทำไมกัน!

            พี่ใหญ่ที่ดีกับตัวเธอมาตลอดพี่ใหญ่ที่เป็นที่ยอมรับในตระกูลเศรษฐีด้วยกัน พี่ใหญ่ที่ตัวเธอคลั่งไคล้ทำไมถึงกล้าตบเธอได้ลงคอ?

            เอ๊ะ! ไม่ใช่! อย่าบอกนะว่าพี่ใหญ่รู้จักกับไอ้สารเลวนั่น?

            เขาตบสั่งสอนฉันเพื่อเขางั้นเหรอ? !

            “พะ พี่ใหญ่! ทะ ทำไมพี่ถึง...” คำพูดของเธอยังไม่ทันสิ้นสุดลง 

            ฉู่เจาหนานก็ยื่นมือออกไปบีบคอเธอยกขึ้นอย่างเย็นชา “ขอโทษเขาซะ!”

            หูเจียวเจียวไม่รู้จะพูดอะไรขึ้นอีกเธอไม่เคยเห็นพี่ใหญ่ตัวเองเย็นชาขนาดนี้มาก่อน

            สำหรับคนในระดับสังคมอย่างพวกเขา ก็มีการแบ่งชนชั้นเช่นกันฉู่เจาหนานคือหลานชายของรองผู้ว่าการมณฑลและยังเป็นลูกชายคนเดียวของผู้ว่าการมณฑลจึงถือศักดิ์สูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย แม้หูเจียวเจียวจะเป็นผู้ดีเอาแต่ใจแต่เหนือกว่าเธอก็คือฉู่เจาหนาน!

            เขาคือที่หนึ่งในมณฑลแห่งนี้!

            ทุกๆ คำสั่งของฉู่เจาหนาน เธอไม่มีความคิดต่อต้านแม้แต่น้อยเธอทำได้เพียงอย่างเดียวคือพยักหน้าทำตาม

            “โห...” เกาเย่ส่งเสียงอุทานมาจากด้านหลัง“ฉันได้ยินนายพูดถึงแม่สาวน้อยคนนี้อยู่หลายครั้งก็ดูเหมือนนายค่อนข้างเอ็นดูเธอหนิ ไม่คิดว่าจะกล้าตบเธอได้ลง”

            ฉู่เจาหนานคลี่ยิ้มพลางก้มลงไปใช้มือคีบหน้าของเธอเข้ามาใกล้ๆ “จงฟังให้ดีพี่ไม่เคยติดหนี้บุญคุณเธอ”

            เขาบิดหน้าเธอไปมองที่สวีหยางอี้ “แค่ว่าติดหนี้ชีวิตกับเขาคนนี้”

            หูเจียวเจียวไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดี! เธอไม่คิดว่าพี่ใหญ่จะเข้าใกล้ขนาดนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงดีใจจนอกแตกตาย ทว่าตอนนี้กับกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม

            เป็นไปได้อย่างไร!

            พี่ใหญ่ไปติดค้างหนี้ชีวิตกับคนบ้านนอกแบบนี้ได้อย่างไร? นี่กำลังล้อเล่นอยู่เหรอ?

            ฉู่เจาหนานสะบัดมือออก ตอนนี้หูเจียวเจียวไม่มีกะจิตกะใจมาคิดเรื่องเสียหน้าอะไรพวกนี้แล้วเธอร้องไห้พลางคลานเข่าเข้าไปด้านหน้าสวีหยางอี้ ก่อนส่งเสียงพร่าแหบขึ้น“ฉันผิดไปแล้วค่ะ! คุณผู้ชาย! ฉัน...”

            “เขาแซ่สวี” ฉู่เจาหนานพูดเสียงเรียบอยู่ด้านหลังเขา

            “ฮือ...” หูเจียวเจียวร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังลั่น “คุณสวีคะ!ฉันขอกราบขอโทษ! ดิฉันผิดไปแล้ว! ฉันผิดไปแล้วจริงๆ ! คุณ... ฮือๆๆ ... ได้โปรด...ให้อภัยฉันด้วย...”

            ทุกคนรอบๆ นิ่งเงียบไปตามๆ กัน

            ละครเรื่องนี้มันอะไรกัน? เปลี่ยนฉากหักมุมเร็วเกินไปรึเปล่า!

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน?” คนขับแท็กซี่คนหนึ่งยืนสูบบุหรี่“เศรษฐีคนหนึ่งหาเรื่องคนอื่น...แล้วหลังจากนั้นก็มีเศรษฐีที่รวยกว่าโผล่มาให้เศรษฐีคนนั้นขอโทษคนอื่น”

            “ฉากหักหน้ากันแบบนี้น่าสนุกจริงๆ !” กลุ่มนักศึกษายืนอยู่กันอย่างสนุกสนานราวกับกำลังดูละครเรื่องหนึ่ง

            หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ค่อยๆทยอยขึ้นรถของตนและขับจากไป

            สำหรับพวกเขา แม้จะตกเย็นแล้ว แต่การที่ได้เห็นละครที่หาดูยากแบบนี้พวกเขาก็พอใจแล้ว ซ้ำยังมีเรื่องราวโพสต์ลงโลกโซเชี่ยลให้ผู้คนกดติดตามอีก

            “ฉันกล้าพนันเลยว่า!ตอนที่ผมของยายผู้หญิงนั่นถูกลมพัดตีไปด้านหลังตอนนั้น อย่างน้อยต้องมีคนกดถูกใจมากกว่าหนึ่งพันคน!”

            “ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้” รถขับโฉบผ่านพวกเขาไปทีละคันสวีหยางอี้มองฉู่เจาหนานด้วยสีหน้าเหยเก “นายไม่ติดค้างอะไรฉันสักหน่อย... อ่อจริงสิ เธอลุกขึ้นได้แล้ว”

            หูเจียวเจียวหยุดร้องไห้ลงทันที ก่อนกระโดดมุดหัวเข้าไปในรถอย่างหวาดกลัว

            “ติดสิ” ฉู่เจาหนานตอบกลับอย่างไรอารมณ์

            “ว่าไง ไอ้ลูกพี่สวีตัวดี” หลัวซานเฟิงเดินถูไม้ถูมือเข้ามาพร้อมหาเรื่อง“ฉันรอเอาคืนมานานแล้ว... เอ๊ะ นะ นะ นี่นายบรรลุขั้นเลี่ยนระดับกลางแล้วเหรอ?!”

            หลัวซานเฟิงพูดขึ้นเสียงดังอย่างลืมตัว ท่าทางหาเรื่องเมื่อครู่หายไปทันทีสวีหยางอี้จึงคลี่ยิ้มเอ่ย “แค่เรื่องบังเอิญน่ะ”

            “โกหก!” หลัวซานเฟิงยกนิ้วกลางให้สวีหยางอี้อย่างเจ็บใจ

            “นอกจากฉันที่บรรลุขั้นเลี่ยนชี่ระดับกลางได้เมื่อครึ่งปีก่อนหน้านี้คนอื่นๆ ยังอยู่ที่ระดับต้นกันเหมือนเดิม” ฉู่เจาหนานระบายยิ้ม“ฉันบอกให้พวกนายตั้งใจฝึกตนตั้งแต่แรกก็ไม่ยอมฟังตอนนี้รู้ถึงความห่างชั้นกันรึยัง?” 

            “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เราจะมาพูดคุยกัน” ฉู่เจาหนานหันมองดูรอบๆ“สามปีที่ผ่านมา มีหลายเรื่องเกิดขึ้น ฉันอยู่ตรงนี้นานกว่านี้ไม่ได้ นี่!ลูกพี่สวี สถานการณ์ของนายค่อนข้างหน้าเป็นห่วง พวกเราออกจากตรงนี้กันก่อนเถอะ”

            คนอื่นๆ เดินตามมาด้านเช่นกัน แต่ถูกฉู่เจาหนานยกมือห้ามไว้ก่อน“มีบางเรื่องที่พวกนายไม่ควรรู้จะดีกว่า”

            “เชอะ!”สมาชิกน่าตาน่ารักคนหนึ่งมองฉู่เจาหนานอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมกับยกนิ้วกลางใส่สวีหยางอี้จำได้ว่าเขาเป็นคนที่ถูกฉู่เจาหนานจัดการ

            จากนั้นฉู่เจาหนานกับสวีหยางอี้ก็กระโดดทะยานไปที่แปลงนาข้างถนนก่อนจะนั่งลงบนคันนา

            “ให้ตายสิ! นายช่วยทำตัวให้หาง่ายๆ หน่อยไม่ได้รึไง”ฉู่เจาหนานยื่นบุหรี่ให้สวีหยางอี้หนึ่งมวน “ฉันมีเวลาไม่มากมีบางเรื่องที่ฉันจำเป็นต้องบอกนาย”

            สวีหยางอี้พยักหน้า ความรู้สึกซาบซึ้งใจพลันเอ่อล้นขึ้นในใจดั่งคลื่นสมุทร

            สามปีแล้ว... ผ่านไปสามปีเต็มๆ คนพวกนี้สิ... ถึงจะเป็นเพื่อนเก่าตัวจริง

            ก่อนหน้านี้ อาจจะพูดได้ว่าพวกเขาทั้งสองไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไรแต่เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดำเนินมาถึงจุดนี้

            นั่นก็คือพวกเขาคือคนที่รอดออกมาจากเหตุการณ์สังหารหมู่อันนองเลือดครั้งนั้นเหมือนกัน

            คือกำลังรบที่ไร้เทียมทาน

            ในที่ที่คนอื่นมองไม่เห็น คนพวกนี้กำลังดิ้นต่อสู้เพื่อชีวิตของตนจากอันดับหนึ่งทั้งสิบสามคนในตอนนั้น ตอนนี้เหลือเพียงเจ็ดคน

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185