สิบนาทีต่อมาวูล์ฟและมาร์ตินก็ลากวัวกลายพันธุ์ตัวใหญ่กลับไปยังฟาร์มเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ หนูน้อยเวอร์เนอร์ตัวน้อยเฝ้ามองจากด้านข้างอย่างกระตือรือร้น ตอนนี้เวอร์เนอร์ตัวน้อยมีความสูงเท่ากับผู้ใหญ่และร่างกายของเขาก็อ้วนท้วมเหมือนหมู แต่เขาก็มีความแข็งแกร่งไม่น้อยเลย อีกทั้งร่างกายของเขายังว่องไวอีกด้วย ยกเว้นยีนเจ้าพูพูหมูแคระและยีนโคเนื้อ หนูน้อยเวอร์เนอร์ก็ได้เรียนรู้ทุกอย่างตามหงฉี่ฮว๋ารวมถึงความคุ้นเคยในการต่อสู้ด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากหนูน้อยเวอร์เนอร์ยังเป็นเด็ก ไป๋อี้จึงไม่ปล่อยให้เขาเข้าร่วมการต่อสู้เร็วเกินไป เพียงแค่ให้เขาฝึกฝนออกกำลังเป็นกิจวัตรก็พอแล้ว
แม้ว่าทุกคนจะเข้าใจสิ่งที่ไป๋อี้พูดก่อนหน้านี้ ที่ว่าอย่าถูกจำกัดความสามารถโดย ‘จิตใต้สำนึก’ ที่ก่อตัวมาแต่เดิม อย่างไรก็ตามอาจารย์ที่ดีที่สุดก็คือไป๋อี้และหงฉี่ฮว๋า
เช่นเดียวกับสิ่งที่เฮลัวส์กล่าว บางคนอาจเกิดมาเพื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมและยุคสมัยในสถานการณ์พิเศษบางอย่าง
“ลำบากหน่อยนะ!” ไป๋อี้กล่าว
“อื้ม” หงฉี่ฮว๋าตอบกลับอย่างแผ่วเบา
“ไป๋อี้ วันนี้กินหม้อไฟเนื้อวัวกันเถอะ คิดว่ายังไง ฉันจำได้ว่าฉันเจอหม้อใบหนึ่งเมื่อครั้งที่แล้ว” วูล์ฟพูดอย่างตื่นเต้น
“ตกลง!” ไป๋อี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แม้เครื่องเทศปรุงรสสำหรับหม้อไฟคงไม่เพียงพอสำหรับทุกคนอย่างแน่นอนและจำเป็นต้องแบ่งสรรเอาไว้ด้วย
หลังจากเดินทางมาเกือบสามวัน พวกเขาก็มาถึงละแวกเทามารูนุย เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการหาวัตถุดิบทำอาหารและพักผ่อน อันที่จริงจะใช้เวลาในการเดินทางไม่มากนัก แต่นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เมื่อร่างกายของไป๋อี้ฟื้นตัวช้ามากและเขาไม่ควรเหนื่อยล้าจากการเดินทางมากเกินไป ในระยะหิวโหยพวกเขาต้องเตรียมวัตถุดิบอาหารอยู่ตลอดเวลาเพราะความหิวโหยที่ไวกว่าปกติ
อย่างไรก็ตามไม่มีเวลาที่แน่นอนสำหรับอาหารการกิน เมื่อเขารู้สึกหิวก็จะเริ่มเตรียมอาหารทันที ไป๋อี้จึงไม่รอช้าอีกต่อไป เขาเริ่มเตรียมอาหารจากเนื้อวัวกลายพันธุ์ที่เพิ่งตาย
ตอนนี้การเคลื่อนไหวของไป๋อี้ไม่ใช่ปัญหา แม้จะกล่าวว่าการฟื้นตัวของเขานั้นช้ากว่าเมื่อเทียบกับวูล์ฟและคนอื่น ๆ แต่ก็เร็วกว่าคนธรรมดาไม่รู้กี่เท่า
ถนนไปยังเทามารูนุยถูกสร้างขึ้นเลียบแม่น้ำวังกานุยซึ่งตั้งอยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำไวปาและฟาร์มเล็ก ๆ ซึ่งตอนนี้ไป๋อี้และคนอื่น ๆ อยู่กันที่ริมแม่น้ำ ไป๋อี้จัดการวัตถุดิบอาหารบนพื้นที่โล่ง โดยมีซาร่าและเฮลัวส์มาช่วยด้วยอีกแรง หงฉี่ฮว๋าถามเมย์ริสเกี่ยวกับปัญหาทางการแพทย์บางอย่าง ส่วนโม่โม่เธอขี่ชาร์ไป่วิ่งไปรอบ ๆ และเล่นกันอย่างสนุกสนานอยู่บริเวณนั้น
“ดูนี่ ฉันว่า สิ่งนี้จะต้องเป็นประโยชน์” มาร์ตินค้นหาของในตู้รถบรรทุกอยู่พักหนึ่งก่อนจะหยิบเบ็ดตกปลาออกมาและมอบเป็นของขวัญล้ำค่าให้วูล์ฟ
“จะว่าไป ฉันไม่ได้กินปลามานานแล้ว น่าจะมีปลาอยู่เยอะทีเดียวในแม่น้ำแห่งนี้” วูล์ฟกล่าว
“มันเคยมีปลาจำนวนมาก แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือน” มาร์ตินพูดในขณะที่วูล์ฟเดินไปที่แม่น้ำ ตอนนี้ไม่มีเหยื่อตกปลา ทั้งสองจึงหยิบเอาอวัยวะบางส่วนของวัวจากไป๋อี้มาเพื่อเตรียมที่จะใช้เป็นเหยื่อล่อ
“ของนายเป็นคันเบ็ดแบบไหน ตอนนี้ยังใช้คันเบ็ดแบบนี้อยู่หรือเปล่า?” วูล์ฟพูดขึ้นทันทีเมื่อมาร์ตินกำลังจะตกปลา
“นายไม่รู้หรอกว่าทักษะการตกปลาของฉันดีแค่ไหน”
“ตอนนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตที่ปกติเหลืออยู่ในนิวซีแลนด์แล้ว มันคงแปลกพิลึกถ้าเบ็ดตกปลาธรรมดาของนายจะสามารถตกปลาได้” วูล์ฟคิดอะไรที่เฉลียวฉลาดขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะวิ่งกลับไปที่รถบรรทุก วูล์ฟจำได้ว่ามีเหล็กเส้นยาวกว่าสามเมตรอยู่บนรถบรรทุกและยังมีลวดเหล็กอยู่บางส่วน หลังจากหาไปหามาสักพักวูล์ฟก็ถือ “เบ็ดตกปลา” ของตัวเองมานั่งข้าง ๆ มาร์ตินพลางขยิบตาให้มาร์ตินอย่างลำพองใจ
“ถ้านายต้องการจะตกปลาในนิวซีแลนด์ตอนนี้นายต้องใช้แบบฉันนี่” วูล์ฟกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“แบบนายน่ะเหรอ มันเป็นการตกปลาที่แปลกมาก”มาร์ตินมองไปที่คันเบ็ดของเขา
ไป๋อี้และคนอื่น ๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก เมื่อเห็นการกระทำของมาร์ตินและวูล์ฟพวกเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พวกนั้นคิดจะตกปลาเหรอ ในสภาวะแบบนี้พวกนั้นจะจับได้ปลาประเภทไหนกัน ฉลามหรือไง? ในไม่ช้า โม่โม่ก็ถูกดึงดูดความสนใจเช่นกัน หนูน้อยนำชาร์ไป่ไปหามาร์ตินและวูล์ฟ
“ฉันว่าไม่มีปลาหรอก คราวก่อนไป๋อี้ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าสิ่งมีชีวิตจำนวนมากในนิวซีแลนด์ถูกล่าและถูกกินเป็นอาหารหมดแล้วเพราะอยู่ในระยะหิวโหย” หลังจากจ้องมองลูกลอยของเบ็ดตกปลาอยู่นานสองนาน วูล์ฟก็ทนไม่ไหว เขาไม่ใช่คนที่มีความอดทนมากนัก
“นายคิดว่าเรากำลังตกอะไรอยู่ แม้แต่ในสถานการณ์ปกติการตกปลาก็ไม่ได้ติดเบ็ดเร็วขนาดนั้นใช่ไหม?” มาร์ตินโต้กลับ พลางโบกมือขวาแล้วปล่อยให้วูล์ฟทำเป็นเล่นไป ทันใดนั้นมาร์ตินรู้สึกว่ามือซ้ายของเขารัดแน่นขึ้นอย่างกะทันหันเนื่องจากมีแรงมหาศาลมาจากคันเบ็ด
“ติดเบ็ดแล้ว!” มาร์ตินตะโกนอย่างตื่นเต้นแล้วยกคันเบ็ดขึ้นด้วยความยากลำบาก
มีเสียงดังเปรี๊ยะเกิดขึ้น เป็นอย่างที่วูล์ฟพูดไว้ไม่มีผิด แค่ออกแรงเบา ๆ สายเบ็ดแบบดั้งเดิมก็ขาดได้โดยง่าย แต่ทันใดนั้นเองวูล์ฟก็รู้สึกตึง ๆ ที่มือ เขาเริ่มใช้แรงจับเหล็กเส้นของเขาทันที
“ก็ฉันบอกแล้ว เบ็ดตกปลาแบบดั้งเดิมของนายตกปลาไม่ได้หรอก”ขณะที่วูล์ฟกำลังออกแรง เขาก็พูดเหน็บไปด้วย
“บ้าเอ๊ย มันแรงเยอะมาก มาช่วยฉันที” วูล์ฟพูด ทั้งสองเริ่มออกแรงดึงเหล็กเส้นเข้ามา ในขณะนี้ลวดเส้นบางยังตรึงเปรี๊ยะอยู่
ทันใดนั้นวูล์ฟและมาร์ตินก็หมดแรงที่จะดึงและนั่งลงกับพื้น ในเวลานั้นเองก็มีน้ำกระเซ็นจากแม่น้ำอย่างกะทันหัน จากนั้นก็มีหัวขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมา หัวของมันแหลมเล็กน้อยและหลังของมันก็ปกคลุมด้วยหนามแหลมเหมือนเม่น มีลวดลายสีม่วงดำล้อมรอบปากของมัน ตัวมันอยู่ในน้ำ มีเพียงร่างกายท่อนบนขนาดประมาณเท่าล้อเท่านั้นที่ปรากฏเหนือผิวน้ำและดูเหมือนว่าเจ้าสิ่งนี้จะมีลักษณะเรียว ไม่รู้ว่ามันอยู่ในน้ำมานานแค่ไหนแล้ว
กิ้งก่าหนามพิษหลากสี!
“ฮ๊ากกก……!” จู่ ๆ มันก็อ้าปากส่งเสียงร้องอย่างดุร้าย ที่ปากของมันมี ‘ตะขอ’ ขนาดใหญ่เกี่ยวอยู่ มันมองวูล์ฟ มาร์ติน และโม่โม่ด้วยสายตาถมึงทึง
วูล์ฟและมาร์ตินตะลึงตาค้าง
“บ้าเอ๊ย ทั้งหมดก็เพราะนายบอกว่าอยากตกปลา นายดูสิว่าตกได้อะไรมา” ทันใดนั้นวูล์ฟก็ปัดความรับผิดชอบอย่างไร้ยางอาย
“นี่มันเป็นสิ่งที่นายตกมาได้ใช่ไหม ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน” มาร์ตินโต้กลับทันที
โม่โม่ตกตะลึงกับสัตว์ประหลาดที่โผล่ขึ้นมาจากแหล่งน้ำ ทันทีที่ชาร์ไป่ได้เผชิญหน้ากับกิ้งก่าหนามพิษหลากสี ร่างกายของมันก็หดเกร็งเพื่อเตรียมพร้อม และไม่กี่อึดใจมันก็กระโจนเข้าใส่อย่างดุร้าย ขณะที่สัตว์ประหลาดยังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรกลับ ก็โดนกรงเล็บอันแหลมคมของชาร์ไป่ก็ตะปบเข้าที่จมูกของมันเสียก่อน
“ฟึ่บ ฟึ่บ……!” หนามบนร่างกายของกิ้งก่าหนามพิษหลากสีตัวนี้กางออกทันที ในเวลานี้ชาร์ไป่ได้กระเด้งผละหนีออกมาอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าพวกเขาจะตำหนิกัน แต่เขาทั้งสองก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มาร์ตินรีบตรงไปหาโม่โม่ที่อยู่ข้าง ๆ เขาทันที โม่โม่คือหัวใจและจิตวิญญาณของไป๋อี้ หากเกิดเหตุใด ๆ ขึ้นกับหนูน้อย ไป๋อี้อาจจะฆ่าพวกเขาทันที ในขณะนั้นวูล์ฟถือเหล็กเส้นไว้ในมือและแทงตรงไปที่กิ้งก่าหนามพิษหลากสี ตอนนี้เขาทั้งสองไม่มีอาวุธติดตัวเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น
กิ้งก่าหนามพิษหลากสีตัวนี้โกรธมาก มันหิวมากมันจึงกัดเข้าไปที่ชิ้นเนื้อที่มันได้กลิ่นเลือดโชยมา แต่มันไม่รู้ว่านั่นจะทำให้มันถูกจับ ทว่าเมื่อขึ้นมาจากน้ำก็ถูกตะปบเข้าที่จมูกอีก ซึ่งจะเห็นได้ว่าบาดแผลลึกมากทีเดียว
มันส่งเสียงร้องอีกครั้งและหยุดชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นก็ถูกชาร์ไป่กัดเข้า ทำให้ตอนนี้เผยให้เห็นร่างกายของมันในแม่น้ำอย่างชัดเจน มันดูคล้ายกับกิ้งก่า มีสี่ขาและตัวไม่ใหญ่ แต่หางเรียวยาวถึงหกหรือเจ็ดเมตร และด้านหลังของมันเต็มไปด้วยหนามแหลมหลากสี
ในตอนนี้ไป๋อี้ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนี้ก็ได้สังเกตเห็นถึงความเคลื่อนไหว เขาจึงผละสิ่งที่อยู่ในมือออกและรีบวิ่งมาที่นี่ทันที
ชาร์ไป่เห็นหนามแหลมหลากสีบนผิวของกิ้งก่าหนามพิษหลากสี มันก็รู้ว่าเป็นส่วนที่แตะต้องไม่ได้ เมื่อกิ้งก่าหนามพิษหลากสีกระโจนเข้ามาหมายจะกัด ชาร์ไป่ก็รีบหลบหลีกไปด้านข้างอย่างว่องไวและพยายามมองหาโอกาสจู่โจม
ในขณะนั้นวูล์ฟได้จับเหล็กเส้นเอาไว้และแทงเข้าที่กิ้งก่าหนามพิษหลากสี มันงอตัวเข้าหากันทำให้หนามรอบตัวของมันหุบเข้าหากันทันที แท่งเหล็กของวูล์ฟพุ่งเข้าใส่ แต่มันก็เฉไปอีกทาง ลื่นจริงๆ ... วูล์ฟสบถอยู่ในใจ ในเวลาเดียวกันกิ้งก่าหนามพิษหลากสีก็คลี่หนามแหลมออกมาอีกครั้ง แต่เนื่องจากวูล์ฟคำนวณการออกแรงผิดไปจึงทำให้ร่างกายของเขาเซไปมา
ในตอนนี้ไป๋อี้วิ่งมาจากอีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็วและพุ่งตัวตรงเข้ามายังวูล์ฟอยู่ที่ริมขอบแม่น้ำ จากนั้นก็หันไปทางกิ้งก่าตัวนั้น
เมื่อมองไปที่หนามแหลมหลากสีไป๋อี้ก็เดาได้ทันทีว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้เป็นสัตว์มีพิษ ขณะนี้ไป๋อี้เห็นหนามของกิ้งก่าหนามพิษบวมเล็กน้อยจากนั้นก็เปลี่ยนสีหลากหลายสี
แกต้องตาย!
ไป๋อี้ยกดาบคะตะนะในมือขวาขึ้น แม้กระทั่งมีดทำครัวในมือซ้ายที่ใช้เตรียมวัวกลายพันธุ์ก็ยังถืออยู่ไม่ห่างมือ เขารวบรวมพลังทั้งหมด ในชั่วพริบตาเดียว หนามแหลมเหล่านั้นก็กระเด็นออกมาจากกิ้งก่าหนามพิษเหมือนกับลูกธนูหน้าไม้ที่ดุร้าย ขนอ่อนตามใบหน้าของไป๋อี้สั่นสะท้านหลายครั้ง รูม่านตาของเขาหดลงทันที นั่นสื่อว่าเขาได้รวบรวมพลังถึงขีดสุด
ร่างกายของไป๋อี้มีอิริยาบถที่บิดไปมาเล็กน้อย ท่วงท่าของมีดสองเล่มในมือกวัดแกว่งอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันเกำลังเริงระบำ กลายเป็นภาพที่หลังจากมีเสียงดังลั่นนับไม่ถ้วนดังออกมา ไม่กี่วินาทีไป๋อี้ก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ อิริยาบถของร่างกายที่บิดไปมาช่างดูน่าอึดอัด ข้าง ๆ กายไป๋อี้ปรากฏหนามแหลมหลากสีหลายร้อยอันตกลงมาที่พื้น
เจ้ากิ้งก่าหนามพิษหลากสียังคิดจะขยับตัว ไป๋อี้จึงบิดตัวกลับมาและใช้ดาบคะตะนะฟันใส่มัน
ไป๋อี้ฟันคออ้วนของกิ้งก่าหนามพิษหลากสีตัวนี้อย่างรุนแรงด้วยดาบคะตะนะจนเกิดเสียงเสียงดังฟึ่บ เลือดหลากสีสาดกระเซ็นออกมา ทันใดนั้นไป๋อี้ก็กระโดดถอยหลังออกมาทันที หลังจากหัวถูกตัดออกแล้วตัวของกิ้งก่าหนามพิษก็ดิ้นไปมาสองสามครั้งก่อนจะค่อย ๆ หยุดนิ่ง
ขณะนั้นทุกคนมองไปที่เจ้าสิ่งนี้และมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ
“ต่อไปนำอาวุธติดตัวไปด้วยทุกครั้งไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม” ไป๋อี้พูดกับวูล์ฟและมาร์ติน
“ตกลง!” ทั้งสองลุกขึ้นยืนตรงทันที แม้ว่าน้ำเสียงของไป๋อี้จะไม่หนักแน่นนัก แต่ทุกคนก็ได้สัมผัสได้ถึงความโกรธในน้ำเสียงของไป๋อี้ ซึ่งไป๋อี้เน้นย้ำหลายครั้งว่าตอนนี้นิวซีแลนด์อันตรายมาก ไม่มีใครรู้ว่าอันตรายจะมาจากไหน พวกเราต้องเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา