ปราสาทพรอว็องค์เบิร์ก
กองกำลังราชองครักษ์พรอว็องค์เรียงแถวประจำการอย่างพร้อมเพรียง
แม่ทัพเอสต้ากำลังเดินตรวจตราจากแนวประตูหน้าปราสาทตลอดแนวสะพานไปจนถึงพระตำหนักราชวงศ์
เหล่านางรับใช้เร่งมือเปิดช่องแสงบนหอโดมชั้นสองและสามของโถงกว้างแห่งท้องพระโรงพรอว็องค์อันประดับไปด้วยผ้าม่านบางโปร่งสีแดงสดนำแสงสว่างสาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนเห็นเป็สีชมพู
บิชอปแห่งพรอว็องค์สีหน้าเรียบนิ่งยืนอยู่ข้างอิกดราซิเอลชายชราผงกศีรษะแสดงความเคารพเมื่อลุดวิจเดินผ่านธรณีประตู
หลุยส์เพิ่งสังเกตเห็นว่าช่องแสงด้านหลังต้นอิกดราซิเอลและพระบัลลังก์คือทัศนียภาพธรรมชาติของทะเลสาบราชวงศ์ป่าเขาอันกว้างใหญ่ และแนวเทือกเขา
แสงยามเวลาสองส่วน คือลำแสงผ่านช่องหน้าต่างกลมบนหอโดมชั้นที่สามส่องลงมายังเสาพระราชวังต้นที่สองทางทิศตะวันตก ซึ่งประดับด้วยกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่กำลังทอแสงใบสีทองเจิดจ้าราวสรวง์
โคนต้นสานรากเป็บัลลังก์สีน้ำตาลเข้มบุเครื่องปักสีแดง เด่นสง่าเมื่อตัดกับสีขาวของโถงท้องพระโรงหินอ่อน
หลุยส์มองจนเกือบลืมคำพูดของตนเอง“ตามพระราชินีกีเนเวียเข้าเฝ้า”
แม่ทัพโพเทย์กระแทกอกคำนับแล้วรีบไปพาตัวราชินีสาวมาตามนัดหมาย
ขบวนเสด็จของพระราชินีกีเนเวียเต็มไปด้วยธงผ้าขาวตราอิกดราซิเอลทองคำระยิบระยับ
ราชินีกีเนเวียสวมชุดไหมสูงศักดิ์โอบประคองดาบเดสติโอเนลระหว่างเดินอยู่กลางขบวน กายของนางเปล่งแสงเจิดจ้าราวดวงตะวันกำลังเคลื่อนไหลสู่บัลลังก์
ดาบเพชรเก็บอยู่ในฝักดาบอันทำด้วยทองคำติดประดับเพชรพลอยหลากสี
หลุยส์เคยเห็นแต่ดาบเปลือยเปล่าฝักดาบแสนฟู่ฟ่าอลังการนั้นทำให้สิ่งตรงหน้าเสมือนวัตถุปลอมแปลง
ลุดวิจจะรู้ความจริงก็ต่อเมื่อจับดาบชักออกมาฆ่ากีเนเวียให้ตายดับตรงหน้า
ขณะเดียวกันนั้น นักฆ่าสวมชุดทหารพรอว็องค์ย่องเงียบสังหารราชองครักษ์บนเฉลียงชั้นสอง
คนของเอสต้าถูกสับเปลี่ยนั้แ่เมื่อคืนจำนวนเก้ากองร้อยดังนั้น ในตอนนี้ทหารบาวาเรียจึงอยู่เต็มพระราชวังเหลือแต่เพียงทหารคุ้มกันเอสต้า
เหล่านักฆ่าสวมตำแหน่งทหารพรอว็องระหว่างกีเนเวียกำลังเดินบนพรมแดง
เกาทัณฑ์ขึ้นไกเตรียมสังหารรอลุดวิจให้สัญญาณแห่งการเข่นฆ่า
การยกดาบเดสติโอเนลขึ้นเหนือหัวคือสัญญาณสังหารหมู่
หลุยส์ยิ้มหวานกับทุกก้าวที่นางเคลื่อนหาความตาย
เมื่อกีเนเวียยกดาบออกจากอกให้แก่หลุยส์ดาบเดสติโอเนลก็เปล่งแสง
ชายผู้ทรงอำนาจคว้าจับด้วยความกล้าแล้วชักดาบออกจากฝักแสดงให้ผู้คนประจักษ์ว่าเขาคือผู้สืบทอดฟรังเกีย
ทันใดนั้น ประกายดาบก็เปลี่ยนเป็สีฟ้า
แสงอรุณกลับกลายเป็ความมืดมิด
ใบต้นอิกดราซิเอลดับแสงทองทุกกิ่งก้านต้นไม้แปรเปลี่ยนเป็สีม่วงจนดำสนิทแล้วทิ้งใบปลิวไปตามกระแสลมแรง
หมู่เมฆดำครึ้มบดบังดวงตะวัน
ไฟแลบฟ้าส่งเสียงคำรามดังสนั่นราวอาเพศ
แสงสว่างในท้องพระโรงพลันมืดครึ้มจนแทบมองไม่เห็น
ลุดวิจชูดาบขึ้นเหนือศีรษะเพื่อให้สัญญาณทันใดนั้นก็บังเกิดสายฟ้าผ่าลงที่ต้นอิกดราซิเอล
ต้นไม้มนตราแตกหักแยกออกเป็สองส่วนพร้อมประกายไฟลุกโหมด้วยแรงลมที่พัดเข้ามาภายในท้องพระโรงราวพายุ
เหล่ามือสังหารใช้แสงสว่างจากฟ้าแลบชั่วครู่จับที่อยู่ของผู้ที่สวมชุดขาวสีมุกแล้วก็รีบลั่นไกเกาทัณฑ์สังหารเป้าหมายทันที
ดอกเกาทัณฑ์ชนผ้าสีขาวจำนวนมากบนเสาธงขบวนเสด็จ
แต่ไม่ว่าจะลั่นศรมาเท่าใดต่างก็เสียหลักพลัดตกตามแรงลม
“ถอนกำลัง!” แม่ทัพเอสต้าคำรามลั่น
ราชองครักษ์อาศัย่ชุลมุนในหมู่เหล่าทหารของหลุยส์ตั้งขบวนทัพตีฝ่าออกจากท้องพระโรงพรอว็องค์เบิร์ก
แต่เมื่อถอยออกมาจากท้องพระโรงก็พบว่าทหารชุดเกราะพรอว็องค์ได้เปลี่ยนเป็บาวาเรียรอพวกเขาอยู่เต็มท่าน้ำหลวง
“พวกพรอว็องค์มาแล้ว!”ทหารบาวาเรียร้องคำรามแล้วกรูเข้ามาหาเอสต้าผู้วิ่งนำขบวนพ้นทางแยกท่าน้ำ
“อารักขาราชินี!” เอสต้าคำราม
ขบวนวิ่งไปทางระเบียงวังซึ่งอ้อมไปหลังปราสาททางทิศเหนือ
“หนึ่งกองขึ้นไปจัดการหอคอยตะวันออก”แม่ทัพใหญ่ถีบประตูไม้ครั้งเดียวบานไม้ก็แตกเป็สองส่วนเปิดทางให้ทหารสิบนายวิ่งขึ้นหอคอย
เมื่อทหารโถงระเบียงรอบปราสาทเห็นว่าเอสต้าตรงเข้ามาก็ยิ้มหวานตั้งหอกเตรียมจ้วงแทงแม่ทัพร่างใหญ่
ทันใดนั้นมือหนาก็คว้าดาบั์ยาวเท่าความสูงเอสต้าออกจากความว่างเปล่าพร้อมพุ่งกระโจนหาทหารนับร้อย
บาวาเรียเตรียมตัวรับการปะทะดวลศึกดาบยาวซึ่งเป็อาวุธบนหลังเอสต้า
ทุกคนรู้ ทุกคนเห็นพวกเขาจึงเตรียมพลหอกเหล็กอันได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
แต่เอสต้ากลับพลิกสถานการณ์ด้วยการเหวี่ยงดาบหนาเล่มใหญ่กวาดทั้งหอกทั้งดาบอีกทั้งบดชุดเกราะหนังบุเหล็กกล้าและขยี้ร่างทหารแยกออกเป็สองเสี่ยง
ของเหลวสีแดงคาวสาดกระจายลงพื้นพระราชวังหินอ่อน
ทหารบาวาเรียหวีดร้องสติกระเจิง แตกขบวนทัพ แต่ท้ายขบวนคือผู้กล้า ต่างก็บุกดันหลังเพื่อนทหารกองหน้าเข้ามาหาเอสต้าขณะที่กองหน้ากำลังตะกายถอยหนีตาย หวีดร้องตื่นกลัว บางคนร้องไห้อ้อนวอนขอชีวิตจนไม่ทันได้ตอบโต้เอสต้า
ชายดวงตาสีเข็มคิ้วขมวดดุราวราชสีห์กำลังจ้องขย้ำเหยื่อบัดนี้เขาไม่เหลือความปรานีใด มีเพียงผู้ฆ่าและผู้ถูกฆ่าเท่านั้น
แขนกำยำกวัดแกว่งดาบต่อเนื่องด้ามเหล็กหนักสลับมือซ้ายทีขวาที แผ่นดาบใหญ่ใช้เป็โล่คุ้มกันแล้วโต้กลับ
แม่ทัพปีศาจยังคงเคลื่อนไหวรวดเร็วผ่านทหารบาวาเรียเหลือไว้แต่ร่างฉีกขาดเกลื่อนพื้นราวโรงฆ่าสัตว์
ผ้าคลุมแดงหนักชุ่มไปด้วยเืไหลอาบเกราะเหล็กหยาดโลหิตกระจายฟุ้งเกาะตามหนวดเครา อาบใบหน้าชายดวงตาอำมหิต
กระนั้นทหารบาวาเรียก็ยังไม่หยุดเข้ามาสังเวยคมดาบใหญ่
เอสต้าจึงสามารถพากีเนเวียอ้อมมาถึงทางเชื่อมสะพานไปยังตำหนักราชวงศ์ได้“คุ้มกัน!” เสียงห้าวคำรามสั่งทหารยี่สิบนายเข้ารับการปะทะดันทหารจากสะพานเชื่อมตำหนักราชวงศ์ทางทิศจะวันตกแล้วเคลื่อนขบวนไปยังโถงวังหน้า
ตรอกทางเดินจากท้องพระโรงจนถึงประตูวังนั้นกว้างเท่าระยะวงดาบในมือทหารบาวาเรียจึงไม่สามารถโอบแนวทัพล้อมขบวนราชินีกีเนเวียไว้ได้
แม่ทัพแห่งพรอว็องค์ยังคงนำหน้าพร้อมคมดาบขยี้ร่างทหารอย่างไม่รู้เหนื่อย
เสียงหวีดร้องไม่ทันได้เตือนปลายแถวก็ดับลงพร้อมชีวิตเอสต้าแกว่งดาบผ่าประตูทางเข้าหอคอยตะวันตกก่อนจะแกว่งกลับมาขย้ำร่างเนื้อของศัตรู
“บุกหอคอยตะวันตก”เอสต้าโบกมือสั่งทหารอีกสิบนาย
ดาบั์พาขบวนคุ้มกันเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประตูวังอย่างง่ายดาย
เอสต้าเสียบดาบแทงร่างนายทหารสามคนซ้อน
เมื่อโผล่พ้นประตูเขาก็เหวี่ยงดาบไปด้านขวา
ศพลอยในอากาศตกกระแทกใส่พลธนูบนกำแพงปราสาท
เสียงหวีดร้องเป็สัญญาณฆ่าฟันดังระงมจากปีกหอคอยทั้งสองฝั่ง
เป็ช่องว่างโอกาสเดียวเท่านั้น
เอสต้ารีบนำขบวนพุ่งผ่านประตูวังชั้นนอกอันกำลังโกลาหล
ผ้าคลุมแดงชุ่มเืสะบัดลอยขึ้นตามลมแรงเป็โล่คุ้มกันหลังจากดอกศร
ทุกคนวิ่งเร็วผ่านสะพานพระราชวังพรอว็องค์เบิร์กขึ้นมายังฝั่ง
เมื่อวิ่งผ่านเชิงสะพานเชื่อมปราสาทไปได้ไม่ถึงยี่สิบก้าวทหารพรอว็องค์ซึ่งมีหน้าที่คุ้มกันเมืองก็ถอยร่นมายังคอสะพาน
แม่ทัพโพเทย์ชักม้าเข้าขนาบตีจนทหารพรอว็องค์ล้มตายเกือบทั้งหมด
เอสต้าวิ่งนำบนทางโล่ง “เร่งเท้า!เร่งฝีเท้า!” คำพูดเสียดตามการหายใจหนัก
กีเนเวียวิ่งเร็วอยู่กลางขบวนพระนางหอบหายใจไม่ต่างไปจากทหารทุกคน
“เอสต้า” กีเนเวียดึงผ้าคลุมของเขา“ข้างหน้าไม่ใช่ทหารของเรา”
ทว่าคำเตือนมาช้าเกินไปเมื่อเอสต้าผ่านจัตุรัสกลางเมืองตรงหัวมุมก็ถูกหอกเสียบบนหัวไหล่เข้าไปเกือบข้อนิ้ว
ปฏิกิริยาตอบสนองฉับไวมาพร้อมกับคมดาบเหล็กหั่นร่างศัตรู
“อารักขาราชินี!”
กองกำลังบาวาเรียโห่ร้องพากันกรูเข้ามาขนาบตีขบวนเสด็จ
ทหารพรอว็องค์ไม่ทันระวังตัวจึงเสียท่าไปหลายคน
กลศึกต่างกับการตีฝ่าจากประตูท้องพระโรงออกมานอกวัง
พื้นที่กว้างเพิ่มระยะการกวัดแกว่งดาบในมือเอสต้าก็จริงแต่จำนวนศัตรูมากล้นราวสู้กับคลื่นทะเลบ้าคลั่ง ความตื่นตระหนกจึงใช้ได้ไม่นานเหมือนฝ่าออกจากวัง
เสียงหวีดร้องเริ่มแ่เบาและลดจำนวนลงทหารบาวาเรียเริ่มได้สติเมื่อเห็นพวกพ้องถูกหั่นร่างแล้วกลับมาฮึกเหิมกรูเข้าหาเอสต้าด้วยสีหน้าเคียดแค้น
ดาบในมือแม่ทัพเอสต้าเริ่มทื่อคมบิ่นจนตัดด้ามหอกด้ามทวนไม่ได้ทั้งหมดส่งผลให้แรงเหวี่ยงหลายครั้งเพียงทำให้เหล่าทหารบาวาเรียเสียหลักล้มลงหรือไม่ก็เกราะเหล็กยุบด้ามหอกบิดงอ ไม่ได้คร่าชีวิตเหมือนอย่างเคย
โพเทย์ผู้ขนาบตีตามหลังมาจากฝั่งปราสาทควบขี่ม้าสังเกตอยู่ครู่ใหญ่เมื่อเห็นคมดาบเอสต้าสิ้นฤทธิ์ก็คำรามร้องสั่งไม่หยุดปากขึ้นว่า “ล้อมเข้าไป!อย่าให้มีพื้นที่เหวี่ยงวงดาบ!”
ดาบบิ่นอาศัยวงดาบกว้างเพื่อเพิ่มกำลังทำลายให้เท่าเดิม
เอสต้าไม่เปิดโอกาศให้วงดาบแคบลงบางจังหวะจึงต้องใช้ใบดาบตบร่างทหารบาวาเรียจนลอย เมื่อได้พื้นที่เขาก็เหวี่ยงดาบแหกร่างศัตรู
คมดาบสามารถพลิกสลับด้านบิ่นกับด้านคมไปมาก็ยังพอกวัดแกว่งฉีกกระชากร่างพาให้ทหารศัตรูทั้งตื่นกลัวทั้งรุก ทั้งถอย พากันเสียขบวนปั่นป่วนไปทั่ว
แต่เมื่อไปได้เกินครึ่งทางเอสต้าก็ต้องยกมือซ้ายขึ้นสั่งชะลอทัพ
แม่ทัพเอียมุสนำกองทหารเครื่องเกราะหนักโผล่มาดักหน้าขบวน
“เอียมุสต้องอยู่ที่ตำหนักราชวงศ์ไม่ใช่เหรอ”ทหารพรอว็องค์เริ่มแตกตื่น
“เขาควบม้าเร็วมาคุมทหาร”เอสต้าหอบแรง “ปกป้องราชินี”
“ท่านแม่ทัพทหารกองหน้าคงเสียท่าไปแล้ว!” นายกองร้องเตือน
เอสต้าพยักหน้า “ชาล์รอเราอยู่ที่ปลายสะพาน”คมดาบหั่นไปอีกสองร่าง
“ล้อมเอาไว้!”เอียมุสชักดาบชี้หน้าเอสต้า “อย่าให้ผ่านเมืองเวอุสไปได้!”
โพเทย์ชักม้าคุมทหารทางตะวันออกและตอนเหนือ
ส่วนเอียมุสนำกองทัพเกราะหนักสกัดทางทิศตะวันตกและทิศใต้
“จับตาย!” คำประกาศจากแม่ทัพทั้งสองพาคมหอกจ้วงแทงใส่ขบวนเสด็จ
“ล้อมเข้าไป!”เอียมุสคำรามถี่ แต่นายทหารใต้บัญชากลับไม่ฟัง
แม้ทหารเกราะหนักจะเข้ามาช่วยเสริมทัพแต่วงดาบกว้างก็ไม่อาจหยุดคมปีศาจแหวกร่างกระเด็นเป็สองส่วน ส่งผลให้ทหารหลายนายเสียขวัญถอยตัวกลับ
แม่ทัพโพเทย์ฟันลงกลางศีรษะนายทหารที่แตกตื่นทัพทันใด“ใครกล้าถอย! ข้าจะฟันมันให้ตาย!” เสียงคำรามปลุกจิตทหาร
ในเมื่อถอยก็ตายไม่ต่างกันจึงทำให้ทหารหันคมทวนเหล็กป้องกันตัวแล้วดันรุกเข้าไปใกล้ขบวนพรอว็องค์จนเอสต้าต้องทิ้งดาบั์
กีเนเวียถูกดันส่งจากนายทหารตอนหลังไปหาเอสต้า
แขนกำยำโอบร่างบางปกป้องไว้ในอ้อมกอด
“ท่านเอสต้า สถานการณ์เป็เช่นไร”เสียงบางกระซิบแ่
“ขออภัยกองทหารคุ้มกันหน้าสะพานเวอุสแตกพ่าย” หน้าเอสต้าชุ่มเื
ทหารพรอว็องค์ต่างหันแผ่นหลังเข้าหากันเพื่อเตรียมรับการปะทะรอบทิศ
“ยิง!” โพเทย์โบกดาบบนหลังม้าดอกเกาทัณฑ์พุ่งลอยขึ้นจนมืดดำเต็มท้องฟ้า โดยมีคมหอกจากบาวาเรียตั้งเรียงสกัดล้อมไม่ให้เอสต้าหนีออกจากห่าฝนธนู
“ยกโล่!” เอสต้าคำรามแล้วพากีเนเวียถอยไปอยู่กลางวง
เสียงศรกระหน่ำซัดโล่ไม้ครู่ใหญ่พร้อมคมหอกจ้วงเข้ามาคร่าชีวิตพลโล่
“ผลักกระแทก!” เอสต้าสั่งเปิดโล่แล้วเขาก็ต้องเผชิญกับฟ้าดำมืดด้วยดอกศร