หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

             ประมาณหนึ่งชั่วยามได้ที่จินเฉียนหยินปรากฏตัวในตำหนักหลักของสาขาเทียนซิง พร้อมกับศิษย์พี่จูผู้มีดวงหน้างดงาม หากแต่รูปร่างกลับสูงใหญ่ประดุจถังน้ำเกินกว่าผู้ใดซึ่งศิษย์พี่จูก็ยังคงเอาแต่ทำหน้าเหนียมอายเหมือนกับคราแรกที่เจอกัน 

            “ศิษย์น้องหลิน ไม่ใช่ว่าอีกตั้งห้าวันถึงจะทำการประเมินเข้าสาขาหรอกหรือ?เหตุใดถึงประเมินก่อนกำหนดล่ะ?” จินเฉียนหยินเอ่ยถาม

            “ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ไม่ต่างกัน” หลินโม่ตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด

            “สู้เขานะ ข้าจะคอยเอาใจช่วยเจ้าเอง” จินเฉียนหยินตบบ่าหลินโม่สีหน้าพลันฉายแววเสียใจและเสียดายเล็กน้อย ในฐานะที่เป็นหนึ่งในศิษย์น้องของสาขาเทียนซิง เขาย่อมทราบดีว่าการประเมินเข้าสาขานั้นยากถึงเพียงใด

            ผู้ฝึกตนที่สามารถผ่านการประเมินขั้นที่หนึ่งไปได้หากนับจากศิษย์ทั้งสำนักเทียนซิงแล้ว มีไม่เกินยี่สิบคนเท่านั้น ซึ่งศิษย์เหล่านี้ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์ที่อยู่ในอันดับต้นและมีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นอย่างมากในสี่สาขาใหญ่

            คนเหล่านี้เมื่ออยู่ในสาขาทั้งสามที่เหลือต่างมีสวัสดิการอำนวยในระดับสูงทั้งนั้นผู้ใดที่กินอิ่มอยู่สบายไม่มีเรื่องต้องทำแต่ยังอยากดันทุรังหาเรื่องล่ะก็ เชิญวิ่งมาที่สาขาเทียนซิง สาขาขยะนี่สิ เพราะจะได้เข้าร่วมการประเมินเข้าสาขาที่ยากยิ่งเช่นนี้นั่นเอง   

            ดังนั้น ศิษย์ที่ถูกคัดเลือกเข้าสู่สาขาเทียนซิงต่างเป็นผู้ที่ถูกคัดออกจากสามสาขาใหญ่ซึ่งคะแนนของเหล่าศิษย์ที่เข้าสาขาเทียนซิงนั้นอยู่ในระดับต่ำที่สุด ศิษย์ประเภทนี้เดิมทีก็ไม่มีทางผ่านการประเมินเข้าสาขาได้อยู่แล้ว ท้ายที่สุดจึงถูกคัดออกเช่นกัน

            รู้จักกันมาหลายวันความประทับใจของจินเฉียนหยินที่มีต่อหลินโม่นั้นไม่เลวเลย แม้ว่าเจ้าศิษย์น้องผู้นี้จะบ้าระห่ำไปบ้างแต่นิสัยกลับดีไม่เบา หากแต่หลังจากเสร็จสิ้นการประเมินเข้าสาขาครานี้ เกรงว่าหลินโม่อาจจะต้องออกจากสาขาเทียนซิงไป

            “ท่านเจ้าสาขา หลังจากศิษย์น้องหลินโม่ประเมินเสร็จจะยังอยู่ต่อได้หรือไม่?”จินเฉียนหยินมองไปยังเทียนซิงจื่อพลางเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล

            “หากเขาผ่านการประเมินแน่นอนว่าต้องอยู่ต่อ หากไม่มีทางผ่านไปได้ก็ทำได้เพียงออกไปเท่านั้น”เทียนซิงจื่อตอบกลับ

            “หรือจะไม่มีกรณียกเว้นอย่างนั้นเลยหรือ...ตัวข้าในคราแรกก็ไม่ได้ประเมินเข้าสาขาเช่นกันนี่”จินเฉียนหยินรีบแย้งขึ้น

            “เจ้ากับจูจิงจื่อต่างเป็นกรณียกเว้น ว่ากันอย่างจริงจัง พวกเจ้าก็มิอาจนับได้ว่าเป็นศิษย์ของสาขาเทียนซิง การประเมินเข้าสาขาคือประเพณีที่สืบทอดกันมาโดยตลอดของสาขาเทียนซิง เมื่อเข้าร่วมการประเมินแล้วหากไม่สามารถผ่านการไปได้ก็ไม่อาจอยู่ที่สาขาเทียนซิงได้ นี่คือกฎที่กำหนดไว้มาตั้งแต่อดีตกาลมิอาจขัดทำลายลงได้” เทียนซิงจื่อค่อยๆ เล่า

            จินเฉียนหยินถอนหายใจยาวเหยียดพลางตรงไปตบบ่าแกร่งของหลินโม่ “ศิษย์น้องหลิน ศิษย์พี่ทำเต็มที่แล้ว”

            “ขอบใจศิษย์พี่จินมาก” หลินโม่เอ่ย ความแปลกใจพลันผุดขึ้นในใจไม่คิดว่าจินเฉียนหยินจะออกตัวไปขอร้องเพื่อเขาด้วยตัวเอง

            “ข้าไม่ได้ช่วยอันใด ขอบใจอะไรกันเล่า หากจะขอบคุณข้าล่ะก็ เช่นนั้นเจ้าต้องพยายามผ่านการประเมินเข้าสาขาให้ได้นะ”แม้จินเฉียนหยินจะพูดเช่นนี้ แน่นอนว่าเขาทราบดี นี่เป็นเพียงการปลอบใจหลินโม่ก็เท่านั้น

            จูจิงจื่อไม่ได้เอ่ยอันใดหากแต่ปราดตามองหลินโม่พลางฉีกยิ้มจริงใจดูเขินอายให้เขา

            ยามนี้ร่างอรชรสีแดงกำลังมุ่งเข้ามาจากระยะไกลชื่อหงเหลียนยังคงสวมชุดสีแดงเลือดนก ทรวดทรงงดงามเผยเสน่ห์แบบผู้ใหญ่จนแทบหยุดหายใจทว่าท่าทางเรียบง่ายนั่นกลับให้ความรู้สึกร้อนแรงมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้

            ชื่อหงเหลียนเดินถึงหน้าตำหนักหลักท่าทางเงียบขรึม ดวงตาฉายแววร้อนแผดเผาราวกับมีเปลวเพลิงสองกองกำลังโหมไหม้อยู่อย่างไรอย่างนั้นซึ่งก็คืออายจิตแห่งการรบนั่นเอง

            “ท่านเจ้าสาขา ข้าขอความกรุณาเข้าร่วมการประเมินเข้าสาขาขั้นที่สองด้วยเถิด”ชื่อหงเหลียนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

            “การประเมินขั้นที่สอง...หรือว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่จะเตรียมตัวเสร็จแล้ว?”

            จินเฉียนหยินตกใจระคนแปลกใจเขารู้ว่าชื่อหงเหลียนคิดจะเข้าร่วมการประเมินเข้าสาขาขั้นที่สองมานานแล้ว แต่เพราะที่ผ่านมานั้นนางไม่ได้เตรียมตัวดีนักดังนั้นจึงไม่ได้ขอเข้าร่วมการประเมินเข้าประเมินขั้นที่สองนั่นเอง

            การประเมินขั้นที่สองของสาขาเทียนซิงนั้นศิษย์ธรรมดาจำต้องผ่านการเลื่อนขั้นเป็นศิษย์หลักแล้วเท่านั้นจึงจะเข้าร่วมได้ แม้ในยามนี้ชื่อหงเหลียนจะสมควรได้เป็นศิษย์อันดับหนึ่งของสาขาเทียนซิงแล้วทว่าสำหรับตัวชื่อหงเหลียน การที่ยังไม่ผ่านการประเมินขั้นที่สองนั้น ฉายาศิษย์อันดับหนึ่งนั้นก็ไร้ความหมายอีกทั้งนางยังต้องการไขว่คว้าให้สูงไปกว่านั้นอีกด้วย

            “อนุญาต!” เทียนซิงจื่อปราดตามองชื่อหงเหลียนพลางพยักหน้า

            “ขอบคุณท่านเจ้าสาขา!”

            นัยน์ตาของชื่อหงเหลียนฉายแววยินดีพลันหันมองหลินโม่ที่อยู่อีกด้าน “ความยากของการประเมินขั้นที่หนึ่งนั้นเหนือกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้หวังว่าเจ้าอย่าถูกส่งกลับออกมาทั้งที่เพิ่งเข้าไปได้ก็แล้วกัน”

            “ข้าเป็นชายชาตรี จะปล่อยให้หญิงสาวผิดหวังได้อย่างไรกัน” หลินโม่ยกยิ้มมีเสน่ห์พลางเอ่ยขึ้น

            จินเฉียนหยินเบิกตาค้างอีกครั้งความกล้าหาญของเจ้าศิษย์น้องผู้นี้ไม่ธรรมดาเสียจริง ริอาจเกี้ยวหยอดศิษย์พี่หญิงใหญ่ต่อหน้าเจ้าสาขาเทียนซิงจื่อมองชื่อหงเหลียนด้วยความแปลกใจพลางหันมองหลินโม่อีกครา แต่ก็ไม่ได้ปริปากเอ่ยอันใดออกมา

            กลับกัน ชื่อหงเหลียนเป็นฝ่ายตกตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่าถูกหลินโม่ฉวยโอกาสเข้าให้แล้ว

            “หวังว่าพลังที่แท้จริงของเจ้า จะสมกับความบ้าระห่ำอวดดีของเจ้าก็แล้วกัน”ชื่อหงเหลียนตะโกนเสียงดัง

            “เจ้าทั้งสองเลิกทะเลาะกันได้แล้ว เตรียมเริ่มการประเมินกันเถิด”

            เทียนซิงจื่อหัวเราะเบาๆพลางหยุดทั้งสองที่กำลังเอะอะลงแล้วหยิบแผ่นหยกดำเก่าแก่ชิ้นหนึ่งออกมา ด้านบนสลักเต็มไปด้วยลวดลายพิเศษอันซับซ้อนนี่คือค่ายกลที่รวมตัวอัดแน่นอยู่บนแผ่นหยก ครั้นสังเกตเห็นลวดลายด้านบนก็รู้ได้ว่าค่ายกลนี้มีระดับสูงมากถึงเพียงใด

            ตามด้วยเทียนซิงจื่อใช้นิ้วจี้จุดบนจินตภาพว่างเปล่า  แผ่นหยกดำพลันเปล่งแสงขึ้น ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ผสานเข้าด้วยกันกระแสประจุไฟฟ้าปะทุกะพริบขึ้น ครั้นแสงสีดำถูกปลดปล่อยออกมาแผ่นหยกก็สลายไป แสงสีดำรวมตัวอย่างรวดเร็วพริบตาก็แปรเปลี่ยนตำหนักหลักเบื้องหน้าทั้งหลังให้กลายเป็นประตูแสงสีดำ

            “นี่คือแผ่นกระดานข้ามภพที่สืบทอดสถานที่ทำการประเมินของนิกายเทียนซิงในอดีตมารุ่นต่อรุ่นเมื่อเข้าไปด้านในก็จะส่งตัวไปยังสถานที่ประเมิน สถานที่ในการประเมินคือพื้นที่ที่ประมุขเทียนซิงสร้างขึ้นเป็นพิเศษส่วนเนื้อหาในการประเมินนั้นง่ายมาก เพียงแค่เดินจากจุดเริ่มต้นมาถึงจุดสุดท้ายเป็นเส้นตรงได้ก็เพียงพอแล้วระหว่างการประเมินนั้นมีอันตรายแฝงอยู่มากมาย พวกเจ้าทั้งสองควรระวังตัวกันสักหน่อยหากดูท่าว่าจะไม่ผ่านการประเมินเป็นแน่ ก็รีบหวนคะนึงถึงการถอยกลับเอาไว้ในใจทันทีเท่านี้ก็จะสามารถออกจากสถานที่ประเมินได้แล้ว” เทียนซิงจื่ออธิบายอย่างละเอียด

            “รับทราบ!” หลินโม่และชื่อหงเหลียนเอ่ยประสานเสียงพร้อมกัน

            “ไปเถิด ระวังตัวกันด้วย” เทียนซิงจื่อสะบัดแขนเสื้อ

            ทั้งสองไม่ได้เอ่ยอันใดไปมากกว่านี้ชื่อหงเหลียนทะยานนำหน้าไปยังประตูแสง ตามด้วยหลินโม่ที่เข้าไปต่อ ร่างของทั้งสองพลันหายไปจากสายตาของคนที่เหลือ

            เทียนซิงจื่อมองตามแผ่นหลังของทั้งสองแววตาเผยความคาดหวังเฝ้าปรารถนา

            ครั้นสังเกตถึงสีหน้าของเทียนซิงจื่อจินเฉียนหยินราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง พลันรีบเอ่ยถามด้วยความตกใจ “ท่านเจ้าสาขา ที่ท่านให้ศิษย์น้องหลินทำการประเมินเข้าสาขาล่วงหน้าท่านคงรู้ว่าศิษย์น้องหลินมีความมั่นใจว่าจะผ่านการประเมินขั้นที่หนึ่งไปได้ใช่ไหม?”

            “การประเมินขั้นที่หนึ่ง?” เทียนซิงจื่อปราดตามองเจินเฉียนหยินพลางยิ้มส่ายหน้า“ที่หลินโม่เข้าร่วมนั้นไม่ใช่การประเมินขั้นที่หนึ่ง แต่เขาเข้าร่วมการประเมินขั้นที่สามของการสอบเข้าสาขาต่างหากล่ะ”

            “การประเมินขั้นที่สาม...”

            จินเฉียนหยินงงเป็นไก่ตาแตกในพริบตาแม้แต่ใบหน้าเขินอายของจูจินจื่อยังเผยร่องรอยแห่งความแปลกใจขึ้น

            ทั้งสองต่างเป็นศิษย์แห่งสาขาเทียนซิง แม้นยังไม่ได้เป็นศิษย์อย่างทางการ ทว่าอยู่สาขาเทียนซิงมาเนิ่นนานหลายปีถึงเพียงนี้ย่อมรู้ดีว่ามาตรฐานของการประเมินเข้าสาขาขั้นที่สามนั้นคืออะไร

            การประเมินขั้นที่หนึ่งคือการประเมินขั้นพื้นฐานของสาขาเทียนซิง ขั้นที่สองคือการยกระดับการประเมิน เฉกเช่นกับชื่อหงเหลียน ผู้เป็นศิษย์ที่มีคุณสมบัติพอในการร่วมการประเมินขั้นที่สองนี้หากแต่จะเข้าร่วมการประเมินขั้นที่สามนั้น ความหวังก็ยังเลือนรางอยู่มาก

            ประการแรกคือ ไม่เพียงแค่ความยากของการประเมินขั้นที่สามจะเหนือกว่าขั้นที่สองไปมากทว่าการประเมินขั้นที่สามยังมีความพิเศษอยู่ ที่ต่อให้มีฝีมือในการผ่านขั้นที่สามมาได้แต่ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในการเข้าร่วมการประเมินขั้นที่สามให้ได้อีกด้วย

            นับแต่ก่อตั้งสำนักเทียนซิงเมื่อห้าร้อยปีเป็นต้นมามีเพียงคนเดียวที่เคยเข้าร่วมการประเมินขั้นที่สาม ซึ่งคนผู้นี้ก็คือเจ้าสาขาเทียนซิงรุ่นที่หนึ่งนั่นเองและยังเป็นเจ้าสาขาหลักของทั้งสี่สาขาใหญ่อีกด้วย

            ทันใดนั้น จินเฉียนหยินพลันนึกอะไรบางอย่างออกสีหน้าจึงเต็มไปด้วยความตกตะลึง “หรือว่าที่ศิษย์น้องหลินบอกตอนนั้นจะเป็นความจริง...เขา...ก็คือผู้บุกรุกสาขาลัวซาชายหนุ่มลึกลับคนนั้น ผู้เอาชนะสุ่ยหลิวเฟิง หนึ่งในสิบมหาอำนาจผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์ได้...”ยามนั้นเขาคิดว่าคำพูดของหลินโม่เป็นเรื่องล้อเล่นน่าขัน ไม่ใช่เพียงเขาแม้แต่ชื่อหงเลียนเองก็ยังเหยียดหยามและหักหน้าเขาด้วยเช่นกัน

            “มิน่า ศิษย์น้องหลินถึงได้ไม่เกรงกลัวศิษย์พี่หญิงใหญ่...” จินเฉียนหยินพึมพำขึ้น

            ณ เวลานี้ จินเฉียนหยินพลันนึกถึงอีกเรื่องขึ้นได้ชั่วพริบตาสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นขมขื่นราวกับกินมะระ หากชื่อหงเหลียนรู้เรื่องราวที่แท้จริงล่ะก็ศิษย์พี่หญิงใหญ่จะทำหน้าอย่างไรกัน? จะหาเรื่องหลินโม่หรือ? จากพลังของหลินโม่ เกรงว่าจะไม่กลัวศิษย์พี่หญิงใหญ่เลยสักนิดน่ะสิ ถึงยามนั้นศิษย์พี่หญิงใหญ่ที่เต็มไปด้วยโทสะไร้ซึ่งการระบาย...ครั้นคิดดูดีๆจินเฉียนหยินก็ตัวสั่นระริกขึ้นอย่างอดไม่ได้

            จินเฉียนหยินจึงตัดสินใจว่าตีให้ตายอย่างไรก็จะไม่ยอมเอ่ยถึงเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด

            เวลานี้เทียนซิงจื่อพลันส่งเสียงสงสัยขึ้นพลางรีบมุ่งไปยังตำหนักใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล จินเฉียนหยินและจูจิงจื่อทอดมองไปยังตำหนักใหญ่ด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ตกตะลึงขึ้นอย่างอดไม่ได้ ยามนี้ภายนอกของตัวตำหนักใหญ่กลับเต็มไปด้วยน้ำแข็งปกคลุมทั่วทุกส่วนราวกับตำหนักผลึกน้ำแข็งอย่างไรอย่างนั้น

            ปัง!

            ทันใดนั้นประตูของตำหนักใหญ่พลันถูกทะลวงเปิดออกชายชราคนหนึ่งที่ทั้งหัวเต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งพุ่งออกจากออกจากในตำหนักอย่างจนตรอกบนร่างของชายคนนี้ปกคลุมไว้ด้วยศาสตร์วิชาเวทย์โบราณอันซับซ้อนล้ำลึกที่สุด ซึ่งศาสตร์วิชาเวทย์โบราณนี้กำลังต้านการรุกล้ำเข้ามาของไอพลังเยือกเย็นเอาไว้

    คล้ายกับเรื่องหมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34