ยุทธจักรบู้ลิ้ม ออนไลน์ (online)

    ตอนที่ 34 มนุษย์ผู้นี้...คืออาหารของราชันย์ทุกตน

     ตอนที่34  มนุษย์ผู้นี้...คืออาหารของราชันย์ทุกตน

    .......................................................................................................................



    (กำไลผู้เล่น) ฟังชันก์ - กำไลเทพอสูรกิลกาเมซ ระดับ ???

            ฟังชั่นที่ 1 สามารถควบคุมสัตว์อสูรให้เชื่อฟังได้โดยสัตว์อสูรต้องอยู่ในระยะไม่ห่างจากร่างของผู้ครอบครองกำไลมากเกินไประยะห่างและการส่งผลบังคับผกผันกับระดับชั้นปราณของผู้ครอบครอง

    -                   ผู้ครอบครองชั้นรวบรวมปราณ สามารถควบคุมสัตว์อสูรในระยะ 5 เมตรรอบตัว

    -                   ผู้ครอบครองชั้นปราณเริ่มต้น สามารถควบคุมสัตว์อสูรในระยะ 10 เมตรรอบตัว

    -                   ???

            #สัตว์อสูรที่มีชั้นปราณเทียบเท่ากับหรือต่ำกว่าผู้ครอบครองส่งผลบังคับเพียง100 เปอร์เซ็นต์(เชื่อฟังอย่างเต็มใจ)

            ## สัตว์อสูรที่มีชั้นปราณสูงกว่าผู้ครอบครอง 1ชั้นปราณส่งผลบังคับเพียง 90 เปอร์เซ็นต์(เชื่อฟังแต่ต้องมีการบังคับหรือต้องมีของรางวัล)

            ##สัตว์อสูรที่มีชั้นปราณสูงกว่าผู้ครอบครอง 2ชั้นปราณส่งผลบังคับเพียง 80 เปอร์เซ็นต์ (เชื่อฟังเพียงบางคำสั่ง)

            ฟังชั่นที่ 2 ผู้ครอบครองกำไลสามารถผนึกและปลดปล่อยร่างของสัตว์อสูรที่เป็นสัตว์เลี้ยงไว้ในกำไลได้ไม่จำกัดจำนวน

            # ในอัญมณีทั้ง 9ที่ฝังเอาไว้บนกำไลมีมิติเล็กๆที่บรรจุโลกขนาดเล็กๆเอาไว้จำนวน 9 โลกโดยโลกขนาดเล็กๆแต่ละใบจะมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน 9 แบบสำหรับสัตว์อสูรที่มีธาตุต่างๆกัน 9 แบบ

             (เรื่องราว) ในยุคโบราณมีตำนานเรื่องเล่าขานกันว่าเทพอสูรกิลกาเมซเป็นเทพเจ้าของเหล่าสัตว์อสูรทั้งปวงผู้ปกครองและเป็นที่เคารพบูชาของเหล่าสัตว์อสูรน้อยใหญ่ในยุคมหาสงครามชิงพิภพระหว่างสามโลกเทพอสูรกิลกาเมซได้นำพากองทัพสัตว์อสูรนับหมื่นล้านตนเข้าร่วมต่อสู้ในสงครามศักดิ์สิทธิ์นี้เช่นกันกล่าวกันว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เทพอสูรกิลกาเมซสามารถควบคุมและบังคับสัตว์อสูรน้อยใหญ่ได้เพราะเขาครอบครองกำไลวิเศษชิ้นหนึ่ง

            “เยี่ยมเลย! กำไลนี้สามารถใช้ควบคุมบังคับสัตว์อสูรแล้วยังสามารถเก็บสัตว์เลี้ยงได้ไม่จำกัดจำนวน” ฟงอวิ๋นคิดในใจด้วยความตื่นเต้นเขาไม่เคยคาดหวังว่าการเข้าดันเจี้ยนครั้งนี้ จะมีผลรับที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้

            “ระยะที่กำไลส่งผลคือ 10เมตรรอบๆตัวของฉันแล้วจะทำยังไง ให้ราชันย์สัตว์อสูรเหล่านั้นเข้ามาอยู่ในระยะ 10เมตรรอบๆร่างของฉันได้ล่ะ”ฟงอวิ๋นถามเหล่าสัตว์เลี้ยงของเขา

            แม้ได้ของดีมาแต่การใช้กลับมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะทาง ระยะ 10เมตรรอบตัวแม้ดูเหมือนกว้างพอสมควรแต่จะให้สัตว์อสูรทั้งหมด 23ตัวเข้ามาในระยะโดยพร้อมเพรียงกันกลับเป็นเรื่องยาก

            “นายท่านข้ามีแผน ไม่ทราบว่านายท่านสนใจหรือไม่”งูมรกตลู่เป้าฉีเสนอความคิด

            “แผนอะไร”ฟงอวิ๋นถาม

            “แผนของข้านั่นอาจต้องทำให้นายท่านลำบากเล็กน้อยนั่นคือ......”งูมรกตลู่เป้าฉีอธิบายแผนของตนให้กับฟงอวิ๋นฟังซึ่งเมื่อฟังแล้วฟงอวิ๋นก็เห็นด้วยจากนั้นเขาก็สั่งการให้สัตว์อสูรทุกตัวทำตามแผนของงูมรกตลู่เป้าฉี

            ....................................................

            "ฉันไม่สามารถรู้สึกถึงกลิ่นอายของน้องเล็กเฟิงฮุ่ยเปียวได้นี่มันเกิดอะไรขึ้น" "สัตว์อสูรจิ้งจอกสีขาวที่มีหางจำนวนสามหางกล่าวขึ้นในช่องสนทนาของพันธะมิตรสัตว์อสูรตอนนี้มันได้เคลื่อนร่างเข้ามาใกล้หุบเขาเขี้ยววายุแล้วพร้อมกับสัตว์อสูรชั้นปฐพีระดับปราย อีก 6 ตัว

            "น้องเล็กเฟิงฮุ่ยเปียวอาจตายไปแล้ว ได้หรือไม่?"สัตว์อสูรช้างงาดำขนาดใหญ่ที่เดินทางมาพร้อมกันคาดเดาสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้

            แม้มันจะไม่อยากเชื่อแต่มันเองก็ไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายของราชันย์สัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุเฟิงฮุ่ยเปียวได้เหมือนกัน

            "พวกเราเร่งรีบเดินทางมาด้วยความรวดเร็วไม่น้อย น้องเล็กเฟิงฮุ่ยเปียวน่าจะกำลังต่อสู้กับศัตรูเป็นระยะเวลาสั้น ๆเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้น้องเล็กเฟิงฮุ่ยเปียวกลับตายแล้วอย่างนั้นรึ" สัตว์อสูรนางพญามดคันไฟชั้นปฐพีตัวเท่าถังน้ำขนาด200 ลิตรกล่าวด้วยความไม่อยากเชื่อ

            แม้แต่สัตว์อสูรชั้นปฐพีตนอื่น ๆ เองก็ไม่กล้าเชื่อ!

            “ลองเข้าไปดูกันเถอะ ถึงอย่างไร พี่ชายจินแก้ง(คิงคองขนขาว)พี่ชายจินหนิง(นกอินทรีทอง) พี่ชายมู่กวง(ตะขาบยักษ์)และพี่ชายลู่เป้าฉี (งูมรกต)ทั้งหมดล้วนอยู่ที่นั่น”สัตว์อสูรนกยูงทองกล่าวเพราะมันรับรู้จากกลิ่นอายของราชันย์สัตว์อสูรทั้งสี่ตัวนั่นเองก่อนจะรีบโผบินเข้าไปในหุบเขาเพื่อดูสถานการณ์โดยมีร่างของสัตว์อสูรชั้นปฐพีตัวอื่นๆเหินร่างตามไปใกล้ๆ

            .......

            ภายในหุบเขาตอนนี้มีร่างของเสี่ยวกงเป้านอนแน่นิ่งคลายสัตว์ที่กำลังได้รับบาดเจ็บหนักส่วนทางด้านข้างก็มีร่างของฟงอวิ๋นนอนจมกองเลือดอยู่ใกล้ๆกันส่วนร่างของเสี่ยวฉือเป้ากลับหายไป

            ทั้งฟงอวิ๋นและเสี่ยวกงเป้าต่างก็นอนระทวยจมกองเลือดอยู่ในกลางวงล้อมโดยมีร่างของเหล่าราชันย์สัตว์อสูรทั้งสี่อันได้แก่ จินแก้ง(คิงคองขนขาว) จินหนิง(นกอินทรีทอง)มู่กวง(ตะขาบยักษ์)และลู่เป้าฉี(งูมรกต)ยืนรายล้อมอยู่รอบๆคล้ายกำลังมองดูเชลยที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้และก็คล้ายอารักขาผู้ที่อยู่ตรงกลางวงล้อม

            “พี่ชายจินแก้ง มันเกิดอะไรขึ้น”สัตว์อสูรจิ้งจอกสีขาวที่มีหางจำนวนสามหางกล่าวถามราชันย์คิงคองขนขาวทันทีที่มันทะยานร่างลงมาถึงจุดที่ราชันย์สัตว์อสูรทั้งสี่กำลังยืนอยู่

            “อ้อ!..ก็เจ้าสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวนี้พร้อมด้วยทาสมนุษย์คนนี้ได้บุกรุกเข้ามาสังหารน้องเล็กเฟิงฮุ่ยเปียวเพื่อยึดครองอาณาเขตของน้องเล็งน่ะสิ”ราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งตอบพร้อมกับชี้ไปที่ร่างของฟงอวิ๋นและเสี่ยวกงเป้าที่อยู่ตรงกลางวงล้อมของพวกตน

            “อืม!..อย่างนั้นรึ!”สัตว์อสูรจิ้งจอกสีขาวมองดูอย่างลังเลเพราะเป็นสัตว์ที่เด่นในเรื่องภูมิปัญญา จึงดูเหมือนว่ามันไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่

            เพราะตอนนี้แม้ว่าร่างของเสี่ยวกงเป้าที่นอนบนพื้นเหมือนจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่มันก็สามารถรับรู้ได้ว่าเสี่ยวกงเป้านั่นเป็นถึงสัตว์อสูรชั้นปราณสวรรค์

            แล้วสัตว์อสูรชั้นปราณสวรรค์จะบาดเจ็บได้อย่างไรกัน?

            “แล้วน้องเล็กเฟิงฮุ่ยเปียวอยู่ที่ไหน ในตอนนี้?”สัตว์อสูรจิ้งจอกสีขาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อถึงเจ้าของหุบเขาตัวจริง

            “น้องเล็กเฟิงฮุ่ยเปียวตายแล้วถูกเจ้าสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวนี้สังหาร”ราชันย์งูมรกตลู่เป้าฉีตอบ

            “อ้า!...”สัตว์อสูรตัวอื่นๆที่กำลังมาถึงพอได้ยินคำพูดของราชันย์งูมรกตลู่เป้าฉีต่างก็อุทานด้วยความตื่นเต้น

            ครั้งแรกพวกมันต่างก็พากันขบคิดไปว่าในพื้นที่รอบนอกป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้จะมีใครที่สามารถสังหารราชันย์หมาป่าเขี้ยววายุเฟิงฮุ่ยเปียวได้แต่พอเห็นร่างของเสี่ยวกงเป้าพวกมันต่างก็ยินยอมเชื่อแล้วว่าเฟิงฮุ่ยเปียวได้ตายไปแล้วจริงๆ

            “ช่างหน้าเสียดายยิ่งนัก! แล้วทำไมสัตว์อสูรชั้นปราณสวรรค์ตนนี้ถึงได้รับบาดเจ็บแบบนี้”สัตว์อสูรช้างงาดำกล่าว

            พวกมันต่างก็พากันกังวลเกี่ยวกับเสี่ยวกงเป้าโดยไม่สนใจฟงอวิ๋นแม้เพียงนิดเดียวเพราะพวกมันเห็นว่าฟงอวิ๋นนั้นเป็นเพียงมนุษย์ที่อยู่ในชั้นปราณเริ่มต้นเท่านั้น

             ในสายตาของพวกมันฟงอวิ๋นนั้น..ต่ำต้อยยิ่งกว่ามดตัวหนึ่งเสียอีก!

            “มันช่างโชคดีตอนที่พวกเรากำลังมาถึงเจ้าสัตว์อสูรพยัคฆ์ตนนี้กำลังต่อสู้กับน้องเล็กเฟิงฮุ่ยเปียวอยู่เมื่อเห็นแบบนั้นพวกเราทุกตัวต่างก็พากันแอบโจมตีทันทีไม่ให้มันรู้ตัวจึงสามารถทำให้มันได้รับบาดเจ็บหนักทันทีจากนั้นพวกเราก็พากันรุมโจมตีด้วยความสามัคคีจนในที่สุดก็สามารถกำหราบสัตว์อสูรพยัคฆ์และมนุษย์ตนนี้ได้”ราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งอธิบายให้เหล่าสัตว์อสูรราชันย์ที่กำลังมาถึงฟัง

            “อืม! ดีๆๆๆ..”สัตว์อสูรทั้งหมดที่มาใหม่ทั้ง 7ต่างก็พากันชมเชยราชันย์คิงคองขนขาวจินแก้งและพวกเป็นการใหญ่

            “ถ้าอย่างนั้น..ตามข้อตกลงของพวกเราเหล่าพันธะมิตร....”สัตว์อสูรนางพญามดคันไฟถามขึ้น แต่ยังไม่ทันจบคำ

            “แน่นอนเชลยพวกนี้ทั้งสัตว์อสูรพยัคฆ์และมนุษย์ผู้นี้....จะกลายเป็นอาหารของพวกเราราชันย์ทุกตน”ราชันย์ตะขาบยักษ์มู่กวงรีบพูดขัดขึ้น

            “เพียงแค่รอคอยให้ราชันย์ทุกตนมาครบพวกเราจะร่วมทานอาหารมื้อนี้ร่วมกัน”ราชันย์งูมรกตลู่เป้าฉีกล่าวชี้แจงแผนการ

            “แน่นอน!..มันต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน”ราชันย์สัตว์อสูรแมวป่ากล่าวด้วยแววตาตื่นเต้นมันผ่านมานานกว่าสองเดือนแล้วที่มันไม่ได้กินเนื้อมนุษย์

            จากนั้นราชันย์สัตว์อสูรต่างก็พากันนั่งรอคอยมื้ออาหารอันโอชะอย่างใจจดจ่อพวกมันกำลังรอคอยให้ราชันย์สัตว์อสูรที่เหลือมาให้ครบก่อนลงมือจัดปาร์ตี้ฉลองมื้ออาหารนี้