เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 129: ปมภายในใจ (The Weak Point)

            ทางด้านคินทาโร่นั้นเมื่อได้รู้ความจริงทุกอย่างก็โกรธมาก เขาจึงรีบทำการร่ายเวทย์ธาตุลมลงบนขวานยักษ์ก่อนที่เขานั้นจะตวัดปล่อยลูกพายุที่มีขนาดใหญ่ออกมาในลักษณะเป็นแนวตรงโจมตีใส่คิโดวมารุเข้าอย่างจังแต่มันก็สามารถแก้เกมด้วยการตวัดขวานไฟขนาดใหญ่ปล่อยเปลวไฟอันร้อนระอุออกมาต้านทานกับลูกพายุของคินทาโร่จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น

            ในจังหวะเดียวกันทางด้านสึนะก็รีบร่ายเวทย์ธาตุสายฟ้าลงบนคมดาบโอนิกิริก่อนที่เขานั้นจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของมันอย่างไม่ยั้งก่อนที่เขานั้นจะรีบกระโดดถอยหลังออกมา ในขณะเดียวกันนั้นโยริมิทสึก็รีบทำการร่ายเวทย์ธาตุน้ำแข็งลงบนคมดาบโดจิกิริก่อนที่เขานั้นจะรีบตวัดปล่อยคลื่นดาบธาตุน้ำแข็งออกมาโจมตีใส่อย่างต่อเนื่อง

            “ไรชิกะ / เอ็นชิ”ทั้งโยริมิทสึและสึนะต่างก็เอ่ยเรียกภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนออกมาโจมตีใส่คิโดวมารุเข้าอย่างจังโดยภูติพิทักษ์กวางสายฟ้าไรชิกะของโยริมิทสึนั้นจะปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงออกมาโจมตีใส่คิโดวมารุเข้าอย่างจังจนทำให้ร่างของมันนั้นชาไปทั่วร่างและภูติพิทักษ์สิงโตไฟเอ็นชิของสึนะนั้นจะพ่นลูกไฟที่มีขนาดใหญ่ออกมาโจมตีใส่คิโดวมารุเข้าอย่างจังจนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น

            จากนั้นทั้งโยริมิทสึและสึนะต่างก็ทำการร่ายเวทย์เสริมพลังลงบนคมดาบเวทย์โดจิกิริและโอนิกิริก่อนที่พวกเขาทั้งสองนั้นจะพุ่งเข้าฟาดฟันใสร่างของคิโดวมารุในระยะประชิดอย่างต่อเนื่องจนทำให้ร่างของมันนั้นแทบจะทรุดลงกับพื้นและทั้งสองต่างก็รีบกระโดดถอยหลังออกมาด้วยความรวดเร็ว

            ทางด้านเซย์เมย์นั้นก็รีบโปรยแผ่นยันต์ทั้ง 35 แผ่นขึ้นไปบนกลางอากาศก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์ด้วยความรวดเร็ว เพื่อที่จะเสกแผ่นยันต์ทั้ง 35 แผ่นให้กลายเป็นปลากระเบนสีชมพูอ่อนๆและบินวนไปมาอยู่ล้อมรอบคิโดวมารุพลางระดมยิงกระสุนผลึกที่มีขนาดยาวออกมาโจมตีใส่อย่างไม่ยั้งทันทีที่กระสุนผลึกขนาดยาวนั้นกระทบเข้ากับวัตถุใดๆ ก็ตามมันก็จะแตกสลายไปพร้อมกับแรงระเบิดที่แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างและเสียงดังสนั่นในทันที

            ทางด้านคิโดวมารุนั้นเกิดอาการฉุนจัดจึงยิงเปลวไฟพลังไสยเวทย์ที่มีขนาดใหญ่ออกมาโจมตีใส่พวกเซย์เมย์ทันทีแต่พวกเขาทั้งหมดนั้นต่างก็รีบทำการร่ายเวทย์สร้างแผงอาคมป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิดมันมีลักษณะเป็นบาเรียทรงกลมที่คอยโอบล้อมพวกเขาแต่ละคนเอาไว้

            สักพัก ทางด้านเซย์เมย์ก็รีบโปรยแผ่นยันต์ทั้ง 45 แผ่นขึ้นไปบนกลางอากาศก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์ด้วยความรวดเร็ว เพื่อเสกแผ่นยันต์ทั้ง 45 แผ่นให้กลายเป็นฝูงนกเหยี่ยวและพากันกระพือปีกทั้งสองข้างเพื่อปล่อยลูกพายุที่มีขนาดกลางออกมาจำนวนหลายลูกโจมตีใส่คิโดวมารุเข้าอย่างจังจนแทบจะทำให้ร่างของมันแทบจะทรุดลงที่พื้นในทันที

    จากนั้น เซย์เมย์ก็รีบทำการร่ายเวทย์กระบี่สายฟ้าลงบนแขนข้างซ้ายจนเกิดเป็นคมกระบี่สายฟ้าที่ยืดยาวออกมาและพุ่งเข้าแทงใส่ร่างของคิโดวมารุเข้าอย่างจังจนทะลุออกมา สักพักทางด้านโยริมิทสึกับสึนะต่างก็รีบทำการร่ายเวทย์ธาตุไฟลงบนคมดาบจนเกิดเป็นเปลวไฟอันร้อนระอุที่ลุกโชนไปทั่วทั้งคมดาบและยืดยาวออกมา

            ทั้งสองต่างก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของคิโดวมารุเข้าอย่างจังด้วยความเร็วสูงจนทำให้ร่างของมันนั้นทรุดเข่าลงที่พื้นในทันที สักพักทางด้านคินทาโร่ก็รีบทำการร่ายเวทย์ธาตุน้ำแข็งลงบนคมขวานที่มีขนาดใหญ่ก่อนที่ตัวเขานั้นจะรีบกระโดดลอยขึ้นไปบนกลางอากาศ แล้วฟันเข้าไปที่ร่างของมันในลักษณะแนวตั้งจนทำให้ร่างของมันนั้นถูกแช่แข็งด้วยกลุ่มก้อนน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกที่ค่อยๆผุดขึ้นมาบนพื้นตรงบริเวณที่มันอยู่

            จากนั้น คินทาโร่ก็รีบดึงขวานออกมาอย่างเต็มแรงจนทำให้ร่างของมันที่ถูกแช่แข็งนั้นได้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับผลึกแก้วที่ตกลงสู่พื้นเข้าอย่างจังจนแตกละเอียด

            พวกเซย์เมย์นั้นสามารถเอาชนะคิโดวมารุได้อย่างหวุดหวิดและพระราชวังเกียวโตนั้นก็ได้กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้งเซย์เมย์กับศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามนั้นต่างก็รีบเดินออกมาจากพระราชวังและเดินทางกลับไปที่ตำหนักองเมียวที่อยู่ภายในเมืองหลวงเกียวโตทันที

            “ข้าจะต้องอยู่เหนือกว่าเจ้าให้ได้ อาเบะ โนะ เซย์เมย์”

            แต่หากรู้ไม่ว่า อาชิยะ โดมันที่เป็นองเมียวจิคู่แข่งของเซย์เมย์นั้นกำลังเฝ้ามองจากทางด้านหลังด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยา

            และภาพเหตุการณ์ก็ได้ตัดกลับมายังปัจจุบันทางด้านเซย์เมย์กับโดมันก็ยังคงพุ่งเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่องและดุเดือดด้วยพลังเวทย์กระบี่แสงเสียงกระทบกระทั่งกันของสองคมกระบี่แสงที่เกิดจากพลังเวทย์นั้นยังคงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณกลางสะพานทางด่วนอันโล่งโจ้งและไม่มีรถยนต์คันไหนแล่นสัญจรไปมาซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าในยามรัตติกาลอันมืดมิด

            “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้ามักจะถามกับตัวเองอยู่เสมอว่าทำไมองเมียวจิที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์จักรพรรดิและความศรัทธาจากชาวบ้านนั้นมันไม่ใช่ข้า ทั้งๆที่ข้าก็เป็นถึงทายาทในสายเลือดแห่งตระกูลฟูจิวาระ ตระกูลขุนนางที่ทรงอิทธิพลและใกล้ชิดกับราชสำนักมากที่สุดในตอนนั้นอันที่จริงแล้วพระองค์ควรที่จะสนับสนุนข้าไม่ใช่องเมียวจิที่เป็นทายาทในสายเลือดจากตระกูลมินาโมโตะอย่างเจ้า อาเบะ โนะเซย์เมย์”

            ในระหว่างนั้น โดมันก็กล่าวระบายความในใจออกมาเป็นพลางๆด้วยความรู้สึกคับแค้นใจอย่างที่สุด

            “แต่ถึงอย่างนั้น พระองค์ก็กลับเลือกที่จะสนับสนุนและแต่งตั้งให้เจ้าขึ้นมาเป็นองเมียวจิแห่งราชสำนัก ทั้งๆที่องเมียวจิที่ได้รับเลือกจากพระองค์นั้นควรจะเป็นข้าแต่พระองค์นั้นกลับเลือกเจ้า เพียงเพราะว่าเจ้าเป็นบุตรชายเลือดผสมครึ่งเทพที่เกิดจากนางพญาจิ้งจอกขาวที่เป็นร่างจำแลงของเทพีอินาริ”

            “เพราะงั้นเจ้าก็เลยเข้าหาพลังเวทย์แห่งศาสตร์มืดนั่นอย่างงั้นหล่ะสินะ...”เซย์เมย์เอ่ยถามในเชิงคาดเดาออกมา

            “ใช่แล้ว ถ้าข้าไม่เข้าหาพลังเวทย์แห่งศาสตร์มืดนั่นข้าก็คงไม่ได้เก่งกาจจนถึงขนาดนี้หรอก”

            “เจ้านี่ยังหลงตัวเองไม่เปลี่ยนเลยนะ อาชิยะ โดมัน”

            “หนวกหู”โดมันตวาดกร้าวพลางปัดคมกระบี่แสงของเซย์เมย์อย่างเต็มแรงจนทำให้อีกฝ่ายถึงกับต้องรีบกระโดดถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว

            “อะไรกัน เจ้ายอมรับในความจริงไม่ได้รึยังไง...ว่าคนอย่างเจ้าหน่ะต่อให้เจ้าจะสามารถใช้มนต์ดำได้อย่างเก่งกาจสักแค่ไหนเจ้าก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะข้าได้อยู่ดี”เซย์เมย์นั้นเหมือนว่าจะจับจุดอ่อนของโดมันได้จึงกล่าวคำเสียดแทงใส่อีกฝ่ายเข้าอย่างจัง

            “หุบปาก!!” ด้วยความโมโหอย่างสุดขีดโดมันจึงรีบทำการร่ายมนต์ดำในการยิงลำแสงสายฟ้าสีดำทมิฬออกมาเพื่อหวังจะปลิดบัญชีซะให้รู้รอดแต่เซย์เมย์นั้นก็สามารถทำการร่ายเวทย์ในการยิงลำแสงสายฟ้าสีเหลืองอ่อนเพื่อตอบโต้อีกฝ่ายจนเกิดการต้านทานกันระหว่างลำแสงสีดำทมิฬของโดมันกับลำแสงสีเหลืองอ่อนของเซย์เมย์จนกระทั่งเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณพร้อมกับมีกลุ่มควันจากแรงระเบิดที่มีจำนวนมหาศาลลอยฟุ้งออกมาเป็นวงกว้าง

            และไม่นานทางด้านโดมันก็ได้ยินเสียงรถยนต์ขับออกไปจากบริเวณตรงนั้นด้วยความรวดเร็วหลังจากที่ควันนั้นค่อยๆ จางหายลงโดมันก็ได้พบว่าเซย์เมย์นั้นได้ขับรถหนีออกไปจากบริเวณตรงนั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน