ร่างงามระหงปรากฏขึ้นตอนเช้าตรู่หน้าโรงเตี๊ยมใกล้ท่าเรือเฉิงซี เป็นหญิงสาวอายุประมาณสิบแปดสิบเก้าปี รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้างดงาม ดวงตาสองเป็นประกายจ้องมองไปที่ทะเล
นางคือซานซานนั่นเอง ลมทะเลพัดมาเอื่อยๆ ผมยาวสลวยเหมือนเมฆปลิวไสวไปด้านหลังศีรษะ เสื้อคลุมสีดำนนั้นกระพือไปตามแรงลม ซานซานทอดสายตาออกไปไกล ในดวงตาของนางมองตามเรือโดยสารที่กำลังแล่นไปตามสายลมและคลื่นซัดสาดให้มันค่อยๆ ลอยออกห่างออกไป เมื่อเห็นเรือลำเล็กหายไปตรงรอยบรรจบระหว่างน้ำและขอบฟ้า ซานซานอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจนางมีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าเหมือนสูญเสียอะไรไป
“นายหญิง บ่าวมีบางอย่าง ไม่ทราบควรจะพูดหรือไม่?” ห่างจากซานซานไปสองสามเมตร หญิงชราผมสีขาวในชุดดำก็กระซิบถาม "ป้าจาง ท่านอยากจะพูดอะไรก็ว่ามาเถอะ" ซานซานสงบอารมณ์แล้วหมุนตัวกลับมาหา บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ
"นายหญิง ชายคนที่ชื่อถังฮวนนั้นดูโดดเด่นจริงๆ นะเจ้าคะ"หญิงชราชุดดำเหล่ตา ปรากฏรอยยิ้มใจดีบนใบหน้าเหี่ยวย่น
"ร่างกายของเขามีธาตุทั้งห้าเป็นทองคำ แต่กลับสามารถกระตุ้นเปลวไฟบนแท่นวังวนได้สูงถึงสิบสองเมตร เพียงไม่นานหลังจากการหลอมรวมอัคคีพิสุทธิ์สำเร็จในสิบวัน ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกยุทธระดับสี่ และนักหลอมระดับกลางได้ อนาคตของเขาย่อมไร้ขีดจำกัด " "ป้าจาง ท่านพยายามจะบอกอะไรกันหรือ?" ซานซานกระพริบตาด้วยสงสัยเล็กน้อย
"ข้าคิดว่า นายหญิงสามารถเชิญชายหนุ่มคนนี้ให้อยู่ได้ ครอบครัวของเรายังขาดนายท่านผู้ชาย" หญิงชราชุดดำกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ขาดนายท่านหรือ?”ซานซานนิ่งงันไปครู่หนึ่งถึงจะเข้าใจความหมายของคำพูดของหญิงชรา จากนั้นนางก็หน้าแดงกล่าวว่า "ป้าจาง ทำไมพูดอย่างกะทันหันเช่นนี้?"
“นายหญิงปีหน้าท่านก็จะอายุครบยี่สิบปีแล้ว” หญิงชราในชุดดำถอนหายใจ
"นายหญิงหากอายุมากแล้ว ไม่สามารถรอช้ากว่านี้ได้อีกแล้ว" “ท่านแม่ ... ท่านพี่ ... ” ซานซานพึมพำคำเหล่านี้เบา ๆ ความเศร้าก็ปรากฏขึ้นในดวงตา แต่แล้วการแสดงออกของซานซานก็กลายเป็นความดื้อรั้น นางขบริมฝีปากสีแดงแล้วพูดว่า "ถ้าข้าไม่ได้แก้แค้นให้ท่านพ่อ และตามหาพี่ใหญ่ ข้าจะไม่พูดถึงเรื่องการแต่งงาน แม่บุญธรรมกลับเมืองเทียนจู้กันเถอะ! " “นายหญิง ... อย่าคิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไปเลย” หญิงชราในชุดดำตัวแข็งทื่อ
"ข้าคิดไว้แล้วว่าต้องการเพิ่มการฝึกฝนให้เร็วที่สุด ถ้าข้ายังอยู่ในเมืองนี้คงจะไม่สะดวกในการฝึกฝน!" ซานซานกัดฟันแน่น ตอนแรกที่นางตามอยู่ข้างกายถังฮวน เพียงเพราะสงสัยว่าเขาใช้วิธีใดในการระงับความร้อน 'พลังหยางบริสุทธิ์' ในร่างนางได้ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าผู้ชายคนนั้นได้ขโมยหัวใจของนางไปแล้ว ยามคิดถึงเขานางก็รู้สึกมีความสุขที่ยากจะอธิบาย
ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ทำให้นางรู้สึกหอมหวานและหวาดกลัว
ตอนนี้ถังฮวนได้ออกจากเมืองนู่ลั่งไปแล้ว นางก็ตัดสินใจที่จะจากไป ถ้าไม่จากไปตอนนี้ เมื่อถังฮวนกลับมา เกรงว่านางจะไม่สามารถจากเขาไปได้อีก
"แล้วพ่อหนุ่มคนนั้นล่ะ ภูเขาเฟิงหมิงเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง!"
“ท่านปู่ลู่ตามไปแล้ว ไม่น่ามีอะไรต้องเป็นห่วง”
“ผู้เฒ่าลู่ตามไปแล้วรึ?”ร่างของซานซานและหญิงชราในชุดดำค่อยๆ หายลับไป ในโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ในฝั่งตรงข้าม ชายชราร่างท้วมกำลังถือบะหมี่ชามใหญ่กินอย่างมีความสุขขณะที่พึมพำกับตัวเอง “ดูเหมือนว่าคราวนี้ข้าจะได้พักผ่อนแล้วนะ... "… ตลอดทางที่ผ่านมีทั้งลมและคลื่น ถึงตอนเย็นเรือโดยสารก็ข้ามทะเลดุร้ายมาได้ในที่สุด และมาถึงแผ่นดินใหญ่ทวีปจี่หยวน เข้าสู่เมืองจันทร์เสี้ยวครานี้ กลับให้ความรู้สึกค่อนข้างแตกต่างกว่าคราวก่อนมาก ครั้งที่แล้ว ถังฮวนรีบร้อนและไม่กล้าแม้แต่จะค้างคืนในเมืองจันทร์เสี้ยว เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกติดตามโดยตระกูลถัง แต่คราวนี้ถังฮวนสงบเยือกเย็นลง เนื่องจากใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาก ตกกลางคืน ถังฮวนก็ยังประหลาดใจกับใบหน้าที่ผอม ดูแปลกประหลาดและไม่คุ้นเคยจากกระจกในห้องของโรงเตี๊ยมทางตอนเหนือของเมือง นี่คือผลงานชิ้นเอกของแม่บุญธรรม...ท่านป้าจางคนนั้นจากการทำศัลยกรรมหรือการแต่งหน้าในชาติก่อน เป็นไปได้สบายๆ ที่จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ของคนๆหนึ่ง ตอนนี้ถังฮวนก็เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน วิธีการดังกล่าวน่าทึ่งมากตอนนี้ ถึงแม้ว่าถังจ้าวและถังหงจะมายืนอยู่ตรงหน้า เกรงว่าพวกมันก็ไม่อาจจำได้ว่าเขาคือถังฮวน แน่นอนว่าถ้าเป็นคนที่คุ้นเคยกับถังฮวนเป็นพิเศษ เช่น ชายชราร่างท้วมในร้านขายอาวุธ ก็อาจจะจำเขาได้ในพริบตา ยิ่งไปกว่านั้น วิธีนี้ยากที่จะใช้ต่อยาวนานเกินไป อย่างมากที่สุดก็สิบวัน รูปลักษณ์ของถังฮวนจะค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม สำหรับถังฮวนสิบวันก็เพียงพอแล้ว เมืองจันทร์เสี้ยว อยู่ห่างจากภูเขาเฟิงหมิงราวสิบวัน หลังจากสิบวันถังฮวนสามารถไปถึงเมืองฟีนิกซ์ที่เชิงเขาเฟิงหมิง ที่นั่นสามารถเข้าไปสู่ภูเขาเฟิงหมิงได้ทุกเมื่อ ถึงตอนนั้นแม้ว่าคนของตระกูลถังจะตามมาทัน พวกมันอาจจะต้องควาญหาเขาเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ในสถานที่ที่กว้างใหญ่กว่าป่าที่สาบสูญหลายเท่า
“ตระกูลถัง!” ถังฮวนคลี่ยิ้มแล้วจึงอุ้มเสี่ยวเป่าออกจากกระเป๋าผ้าแล้ววางไว้บนเตียง เจ้าตัวเล็กยังคงหลับอยู่ แต่หลังจากตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ถังฮวนพบว่าเขาแหลมสีทองบนศีรษะของเสี่ยวเป่าดูสว่างขึ้นเล็กน้อย ถังฮวนกระตือรือร้นมาก เขายกกระเป๋าผ้าและเปิดมันสักสองสามครั้ง จนเห็นกล่องไม้ที่ทำจาก ‘ต้นไม้ภูตวิจิตร’ อยู่ข้างใน เพียงแค่กดฝากล่องก็เปิดออก ในนั้นมีสีสันสวยงามแปลกตาออกมา และมีลมหายใจที่มีลักษณะแตกต่างกันพัดเติมเข้าไปข้างใน อัญมณีทั้งหมดในกล่องนี้เป็นอัญมณีระดับกลาง!รวมทั้งสิ้นหนึ่งร้อยก้อน! นี่เป็นคำสั่งของซานซานที่ให้ชายชราแซ่ลู่ไป หลังจากที่นางทราบเกี่ยวกับอาการของเสี่ยวเป่า เขาเพิ่งได้รับอัญมณีพวกนี้มาเมื่อเช้า ถังฮวนเองก็ตกใจเช่นกัน นี่มันไม่ใช่อัญมณีระดับกลางธรรมดา แต่ละก้อนล้วนมีค่ามาก อย่างน้อยหินตาข่ายสวรรค์นี้ควรจะได้มาจากรางวัลจากการแข่งขันซะมากกว่า เพราะมันมีค่ามหาศาลมาก ถังฮวนสงสัยว่าชายชราแซ่ลู่ ไปกวาดอัญมณีระดับกลางที่มีค่าจากร้านอัญมณีทั้งเมืองนู่ลั่งมาเลยรึยังไง แน่นอนว่า แม้อัญมณีเหล่านี้จะได้มาด้วยวิธีใด ถังฮวนก็ไม่ปฏิเสธเจตนาดีของซานซาน และอัญมณีกล่องนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องการเร่งด่วน อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ปัจจุบัน เขาก็ยังไม่ทราบว่าเสี่ยวเป่าจะสามารถฟื้นตัวจากอัญมณีระดับกลางร้อยก้อนนี้ได้หรือไม่ "จงมา!"เมื่อคว้าอัญมณีระดับกลางสีเขียวขึ้นมา ถังฮวนก็จุดเปลวไฟขนาดเล็กขึ้น แม้ว่าเปลวไฟจะไม่ใหญ่นักแต่ความร้อนนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที อัญมณีระดับกลางในฝ่ามือก็กลายเป็นหยดน้ำสีเขียวข้นขนาดเล็ก หลังจากหลอมจนได้อัญมณีเหลวและขจัดสิ่งสกปรกออกหมดแล้ว ถังฮวนก็เปิดปากเสี่ยวเป่าให้กลืนลงไป จากนั้นก็เริ่มหลอมอัญมณีชิ้นที่สอง ... หลังจากป้อนอัญมณีระดับกลางจำนวนสิบก้อนให้เสี่ยวเป่า ถังฮวนก็หยุดและเริ่มฝีกฝน
ภายในจุดตันเถียน "เตาสวรรค์เก้าสุริยัน" และวงล้อวิญญาณหมุนด้วยความเร็วสูง ถังฮวนสงบจิตใจแล้วค่อยๆ กลั่น 'พลังหยางบริสุทธิ์' ที่หลอกล่ออกมาจากร่างกายของซานซาน
-โปรดติดตามบทต่อไป-