เนื้อผัดนุ่มลิ้น รากบัวก็กรุบกรอบ น้ำยำที่ราดรากบัวก็กินแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น ซานซานน้อยวัยห้าขวบ รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่้าอะไรอีกแล้ว ได้กินอิ่มแล้วเอามือตบพุงน้อยๆของตนเองหลังอาหารมื้อใหญ่ นี่สิที่เรียกว่าความหมายของชีวิตตามที่อาจารย์ตาว่าไว้
“อร่อยหรือไม่” เหมยฺฮวาถามนาง
ซานซานพยักหน้าหลายที…ลิ้นเล็กๆประวัติเลียริมฝีปากกันมันแผล็บ
“อิ่มหรือไม่”
ซานซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า ไม่สิอีกวินาทีหนึ่งนางก็ส่ายหน้า แต่เดี๋ยวก่อน อีกพริบตาหนึ่งนางก็พยักหน้าอีกแล้ว ประเดี๋ยวก็ส่ายหน้าอีก ประเดี๋ยวก็พยักหน้าคล้ายกับว่าตัดสินใจไม่ได้จริงๆ
เหมยฮวามองใบหน้ากลมๆ พี่ฝันไปมาแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“ช่างน่ารักยิ่งนัก…” อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปบีบแก้มเล็กๆ ของคุณตรงหน้า
ซานซานน่ารักยิ่งนัก หรือจะเรียกว่านางรู้ความมากก็ว่าได้ เดิมทีการหยิกอย่างหมั่นเขี้ยวก็คงจะเจ็บไม่น้อย แต่นางก็อดกลั้นเอาไว้ แล้วฉีกยิ้มกว้างอย่างเอาใจให้กับคนที่เอ็นดูนาง
เหมยฮวาเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว “กินอิ่มแล้ว ก็มานี่เถอะ ข้าจะเกล้าผมให้เ้า”
ซานซานขยับตัวเข้ามาอย่างรู้ความ นางเป็เพียงเด็กหญิงชาวบ้านที่ชอบเล่นสนุกเท่านั้น สภาพโดยมากจึงมอมแมม ถ้าไม่ถูกอุ้มออกมาก่อนนางก็ว่าจะชวนพี่ชายไปดักปลากับกุ้งกัน เพราะว่าท่านลุงพ่อครัวใหญ่ตอนนี้กำลังเปิดหลักสูตรการทำอาหารที่มาจากสัตว์น้ำ นางได้ยินว่าหลักสูตรนี้เป็หลักสูตรยอดนิยม บรรดาคุณหนูก็ฮูหยินทั้งหลายในเมืองหลวงล้วนชอบมาลงทะเบียนเรียนกัน นางได้ยินอะไรประมาณว่าสาเหตุที่
หลักสูตรสอนทำอาหารจากกุ้งและปลาน้ำจืดเหล่านี้โด่งดังเป็พิเศษ เนื่องจากบรรดาสตรีในเรือนของผู้มียศมีศักดิ์ มักจะนิยมเอาอกเอาใจในท่านของพวกนางด้วยการเคี่ยวน้ำแกงต่างๆ และซานซานจะคิดว่าสุดยอดน้ำแกง จะต้องเป็น้ำแกงต้มกระดูกหมูเท่านั้น ต้มไฟอ่อนๆซักสอง ชั่วยาม จากนั้นก็ใส่เห็ดลงไปเยอะๆ ยิ่งเยอะยิ่งดี แล้วต้องต้มต่อไปอีกครึ่งชั่วยาม
จากนั้นจึงนำผ้าขาวบางกรองเนื้อออกให้เหลือแต่น้ำแกงสีน้ำนม ทั้งหอมและหวานจากเห็ดและกระดูกหมู เครื่องปรุงก็ไม่มีอะไรวุ่นวายมีเพียงแค่กลัวหยิบมือเดียวเท่านั้น น้ำแกงชนิดนี้เป็ความประทับใจในวัยเด็กของนาง (เหมยฮวา ..เ้าเพิ่งห้าขวบ) น้ำแกงหมูเห็ดชนิดนี้ ดีกว่าน้ำแกงใส่ปลาใส่กุ้ง แล้วยังดีกว่าน้ำแกงที่ท่านย่าของนางตัดใจเชือดไก่มาตุ๋นน้ำแกงบำรุงให้คนที่บ้านอีก
ใช่แล้ว…อาหารของพี่สาวหลันหลันยอดเยี่ยมเสมอ นางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดพวกขุนนางหิวข้าวเคี่ยวน้ำแกงปลาเป็อาหารว่าง เมื่อในหัวเล็กๆ มีความคิดมากมาย หัวเล็กๆที่กำลังโดนพี่สาวมวยผมเป็ลูกซาลาเปาให้ ก็โดนนิ้วเคาะเรียกสติ
“คิดอะไรอยู่ น้ำลายไหลออกมาจะถึงอกเ้าแล้ว น่าขยะแขยงเสียจริง” เหมยฮวาเบ้ปาก ถึงปากจะบอกุเหมือนว่ารังเกียจ จะสายตากับเอ็นดูน้องน้อยผู้นี้ ซ้ำยังเอามือล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบผ้าเช็ดหน้า ขึ้นมาเพื่อจะซับน้ำตาของเ้าเด็กตัวยุ่ง คาดไม่ถึงว่าพอจะเช็ดปากให้ก็ได้ยินเสียงดัง ซู้ดดดดดดดดด ยาวเหยียด น้ำลายที่ห้อยย้อยลงมาของเด็กห้าขวบ ถูกสูดเข้าไปในปากเล็ก ๆ ของนาง
“เสร็จแล้วไปกันเถอะ”
ซานซานไม่ถามสักคำว่าพี่สาวจะให้นางไปไหน ถึงอย่างไรนางก็เป็เพียงแค่เด็กห้าขวบเท่านั้นทจะโดนคนหลอกไปขายก็คงไม่เป็ไรกระมัง
เหมยฮวา : ….
ทั้งสองขี่ม้าไปคนละตัว ตอนนี้ท่านหญิงรองอย่างสุยโจวสูงขึ้นไม่น้อย นางจึงขี่ม้าตัวโตๆได้แล้ว ส่วนมากน้อยของนางแต่เดิมก็มีหลายตัว ตอนหลังก็ยังรับเข้ามาอีก คุณชายคนโปรดเห็นว่านางชอบม้ามาก จึงควรซื้อที่ดินหลังจวนเพิ่มขึ้นอีกหลายหมู่ ทำเป็คอกหมา ตอนนี้มีม้าอยู่ถึงสามสิบกว่าตัว ล้วนเป็ลูกรักของเสี่ยวฮวาฮวาทั้งสิ้น
แต่ม้าที่นางชอบขี่ที่สุดก็คงจะเป็เ้าลมกรดหรือลมตดตัวนี้ สาเหตุที่นางเรียกมันว่าลมตดก็เพราะว่าครั้งแรกที่เจอกันมันกลับตดใส่นางเหม็นยิ่งนัก ฮวาฮวาคับข้องใจยิ่งนัก จากนั้นมาเ้าลมกรดที่วิ่งเร็วเครื่องแรงยิ่งกว่าใครก็กลายถูกนางเรียกว่าลดตดมาโดยตลอด
ม้าคู่กายของคุณชายคุณโปรดมีอยู่สองตัว ตัวหนึ่งเป็ม้าตัวเมียชื่อว่าย่ำวสันต์ ปกติมันไม่เอาใครมีแต่คุณชายใหญ่เ้าของมันเท่านั้นที่จะขี่ได้ เพียงแต่ตอนนี้ด้วยคำสั่งอันเคร่งครัดของผู้เป็นาย ย่ำวสันต์ถึงกับยอมให้เหมยฮวาขี่ ไปเมืองหลวงรอบนี้ ลู่จางเหว่ยขี่ย่ำวสันต์ไป นางก็ทำได้เพียงแค่ขี่เ้าลมตด
“ไปไหนเ้าคะ” ซานซานถือถังหูลู่เลียแผล่บ ๆ ขณะที่บับคับม้าออกจากประตูเมือง
“ไปเมืองหลวง คุณชายผู้นั้นไปนานเกินไปแล้ว”
อันที่จริงลู่จางเหว่ยเพิ่งหายไปแค่หนึ่งวันเท่านั้น ทว่าเสี่ยวฮวาฮวากลับรู้สึกว่าชีวิตขาดหายไปแล้ว นั่นก็เพราะว่ายามปกติรอบ ๆ ตัวนางจะต้องมีเขา นางรู้สึกว่าเื่นี้แปลกไป จึงพาซานซานไปเป็เพื่อนด้วย
“เดินหน้าเต็มกำลัง” เหมยฮวาประกาศก้อง
“เอ็ม อำ อัง” ซานซานเลียนแบบพี่สาว แต่ในปากนางยังมีถังหูลู่อยู่ ว่าแล้วสาวน้อยห้าขวบก็บังคับม้าควบตามเหมยฮวาไปติด ๆ ชนิดที่ผู้ใหญ่ยังอาย...
/////
ด้านลู่จางเหว่ยยังไม่ถูกฮ่องเต้ปล่อยออกจากวัง เขานั่งมีสีหน้าเบื่อหน่าย อาหารในงานเลี้ยงคณะทูตเลิศรสก็ไม่อาจจะถึงความสนใจของเขาได้...ยามนี้ชายหนุ่มอยากจะกลับไปกินข้าวกับเ้าลูกวัวเท่านั้น