หญิงสาวที่ยืนทำหน้าเหนื่อยหน่ายเต็มทนลอบถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน เธอยืนกอดอกพิงกำแพงโดยจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง เพราะตอนนี้ใต้เหนือกำลังนั่งอยู่บนโซฟากลางห้องรับแขก พ่อแม่ของเหมียวก็นั่งขนาบข้างพลางพูดคุยกันถูกคอเลยทีเดียว ส่วนครามกับเอกก็ยืนห่างไปไม่ไกลนัก
พอเห็นภาพตรงหน้าแล้วก็ทำให้เหมียวหมดคำจะพูด เพราะพวกเขาสามคนเหมือนพวกทวงหนี้มากกว่า ใต้เหนือใส่ชุดสูทเนี๊ยบ ลูกน้องสองคนใส่เสื้อกล้ามรัดติ้ว.. ดูดิบเถื่อนไม่แพ้กันทั้งเ้านายลูกน้อง..
“คิกๆ เหมียวก็เป็แบบนี้แหละลูก ดื้อมากกก มึนล่ะที่หนึ่ง!”
“แม่คะ..”
“ใครบอกใครเตือนอะไรก็ไม่รู้จักฟังหรอก นี่ถ้านางคิดจะทำอะไรจริงจังแล้วนะ เอาช้างมาฉุดก็ไม่ยอมล้มเลิก”
“หึๆ สงสัยจะจริงนะครับคุณแม่”
หนุ่มหล่อที่นั่งอยู่ช้อนสายตาเ้าเล่ห์มามองเธอแวบหนึ่ง ส่วนคนที่เพิ่งกลอกตามองบนก็ได้จ้องมองใต้เหนือเขม็ง เธอถลึงตาใส่เขาแต่ก็มีเพียงความเฉยชาส่งกลับมา
“ใต้เหนือโสดใช่ไหมเนี่ยตอนนี้”
“ครับ ผมโสด”
“แหม่.. ่เวลานี้มันพอดีจังเลยนะลูกนะ คิกๆ เหมียวนางก็โสดเหมือนกัน โสดสนิทไม่มีใครมาจีบเล๊ยยยยยยยย!!”
“คุณก็ขายลูกเราเกินไปแล้วนะ”
พลเอ่ยปรามภรรยาอย่างใจเย็น แต่เขาปรามพอเป็พิธีได้แค่ห้าวิเท่านั้น
“แต่ลูกสาวของผมเขาเป็คนที่รักจริงมากเลยครับคุณใต้เหนือ เขาจริงจังกับความรักมาก แต่ก่อนตอนอกหักนี่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็เด็กเลย เวลามีคนจะมาจีบก็เลือกคบ เหมียวไม่คบใครสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เวลารักนี่.. รักแล้วรักเลยครับ”
“พ่อ!! ไปเล่าให้เขาฟังทำไมเล่า!” เหมียวรีบแทรกเมื่อเห็นว่าเื่มันชักจะเลยเถิด
“เอ้า ไม่เล่าได้ไงลูก เื่ขี้มูกโป่งนี่จุดไคลแม็กซ์เลยนะ”
“พ๊อออออออ!!”
สีหน้าแดงก่ำของเธอจ้องมองไปทางพ่อด้วยความโมโห ตัดภาพไปที่ใต้เหนือที่หลุดยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ไม่เว้นแม้แต่ครามกับเอกที่ยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้ด้วย
“หึๆ เหมียวนี่น่ารักดีนะครับ”
“น่ารักสิลูก แม่น่ะเลี้ยงมาเองกับมือ ก็รอแต่ให้คนมารักลูกสาวแม่เนี่ยแหละ”
หญิงสาวที่เริ่มเปรยยิ้มใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับแขนล่ำของหนุ่มหล่อแน่น แววตาแน่วแน่จ้องมองไปทางเขาก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เหมียวแทบเป็ลม
“แต่จะดีมากเลยถ้าใครคนนั้น.. เป็ใต้เหนือนะลูก”
“โอ๊ยยยยยยย แม่หยุดเลย!”
“รูปหล่อเหมือนดารา เพอร์เฟคม๊ากมาก หุ่นดี นิสัยดี บ้านก็รวย แหม่..แม่ล่ะอยากได้เป็ลูกเขยจังเลยจ้ะ คิกๆ”
ตึก.. ตึก..
แต่ทว่าบุคคลสำคัญอีกคนที่เหมียวไม่อยากให้โผล่มามากที่สุดก็ปรากฏตัว หนุ่มร่างสูงใหญ่นามว่าแมนเดินดุ่มๆเข้ามากลางบ้าน สีหน้าเรียบเฉยที่เต็มไปด้วยคำถามจ้องมองหนุ่มหล่อในชุดสูท
“ลูกเขยอะไรแม่ แล้วนี่ใครเนี่ย?”
ผ่าง!
“พี่แมน! นี่พี่เข้าบ้านได้ไง วันนี้เอากุญแจไปเหรอ”
เหมียวแทรกถามเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองเดินหน้าโง่ๆเข้ามาในบ้าน เพราะปกติเขาจะกดกริ่งเรียกตลอด
“เออ วันนี้ลืมเอาไป ก็เลยปีนกำแพงเข้ามา”
“เฮ้ออออ ทำตัวเหมือนโจรอีกแล้ว! แม่ดูพี่แมนดิ!”
“เออๆ จะทะเลาะกันทำไมเนี่ย เห็นไหมว่ามีแขกคนสำคัญนั่งอยู่ สำรวมกิริยามารยาทกันหน่อย!”
คำห้ามปรามของมะลินั้นทำให้ใต้เหนือหัวเราะร่าออกมาในทันที ประโยคของสองพี่น้องที่เพิ่งเถียงกันเมื่อกี๊นั้นเหมือนกับสถานการณ์ของเขาและอคิราไม่มีผิด
‘นั่งรถมาไร่กูดีๆเป็ไหมห๊ะ จะขี่ม้ามาให้เมื่อยทำไม’
‘ก็ผมชอบอะไรที่มันยากๆไง ท้าทายดี’
‘ทำตัวยั่งกะโจร ครั้งที่แล้วกูล็อคบ้านมึงก็งัดเข้ามา ไอ้เวร..’
‘ก็ฝึกสกิลโจรไงพี่คิ ความสามารถพิเศษอะ’
‘กูบอกให้เรียกคิรา!!’
พอคิดถึงเื่ราวของเขากับพี่ชายจอมเฮี้ยวที่อยู่ไร่เขาก็อดขำไม่ได้ ใต้เหนือลอบยิ้มพลางมองไปที่สาวสวยในคราบเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขายาว ใบหน้าเซ็กซี่ที่ไร้เครื่องสำอาง เห็นแบบนี้แล้วยิ่งดึงดูดสายตาของเขาเข้าไปใหญ่
“มึงชื่อใต้เหนือเหรอ?” แมนหันมาถามหลังจากที่เหมียวแนะนำเพื่อนจอมปลอมให้ฟังคร่าวๆ
“ครับ ผมชื่อใต้เหนือ”
“นี่เป็แฟนกับยัยเหมียวมันหรือไง ห๊ะ!?” แมนเอ่ยถามโดยที่เผลอยื่นหมวกกันน็อคเน่าๆมาทางใต้เหนือด้วย
“ไม่ใช่โว้ยยยยยย เขาเป็เพื่อนเหมียว เฮ้อ! พี่ขึ้นไปข้างบนได้แล้วไปๆๆ”
เหมียวรีบออกแรงผลักร่างพี่ชายที่ยืนจ้องมองหนุ่มหล่ออย่างมีคำถาม แต่คนที่อยากรู้อยากเห็นอย่างแมนก็ยังคงยืนกรานอยู่ที่เดิม เขาถลึงตาโปนใส่ใต้เหนือก่อนจะก้าวขาเดินมาใกล้มากยิ่งขึ้น ดวงตาโตหรี่มองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาอยู่สักพัก
“เหมือนว่าจะเห็นผ่านๆจากในทีวี.. มึงใช่น้องชายคุณอคิราหรือเปล่า?”
ไม่มีทางหรอกมั้ง.. นังเหมียวมันไม่มีเพื่อนเป็ถึงคนใหญ่คนโตหรอก
“ครับ ผมเป็น้องแท้ๆ”
กึก
“เขาเป็เ้าของคาสิโนเทวาอนันต์ด้วยไอ้แมน!” มะลิกัดฟันบอกลูกไปเพื่อให้คนซื่อเข้าใจเื่ทุกอย่างโดยเร็ว
“คาสิโนเทวาอนันต์.. พ..เพื่อนไอ้เหมียว..”
และคนที่รู้ความจริงทุกอย่างก็ค่อยๆเบิกตาโพลงกับสิ่งที่เห็น แมนรีบเอาหมวกกันน็อคของตัวเองมาโอบกอดไว้แน่น ก่อนที่เขาจะรีบยกมือไหว้ใต้เหนือด้วยท่าทีร้อนรนใจ สีหน้าของแมนไม่ต่างอะไรจากตอนที่แม่ของเหมียวรู้ความจริงเลยสักนิด
“โอ้โห! น้องใต้เหนือสุดหล่อของพี๊!! พี่ขอโทษนะที่ตอนแรกใช้คำพูดหยาบคาย พี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ โอ้วววนี่.. ลูกน้อง..”
แมนหันไปมองทางหนุ่มกล้ามปูที่ยืนแน่นิ่งเป็หุ่นยนต์ สีหน้าดุดันอันเรียบเฉยนั้นทำให้แมนกลืนน้ำลายลงคอ เกือบไปแล้วจริงๆ ถ้ารู้ตัวช้ากว่านี้เขาได้โดนครามกับเอกจับทุ่มเป็มวยปล้ำแน่
“เฮ้อ.. ฉันจะบ้าตายรายวัน นี่เล่นละครลิงกันอยู่หรือไงเนี่ย”
เหมียวบ่นพึมพำกับตัวเองเสียงอ่อน เธอเดินดุ่มๆไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะมาเล่นฆ่าเวลา เพราะในตอนนี้ดูเหมือนครอบครัวของเธอกับใต้เหนือจะเข้าขากันได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะแม่นางมะลิ
LINE
ตี๋ : เที่ยงแล้วหาอะไรกินด้วยน้าพี่เหมียว อย่าทำงานจนลืมกินข้าวล่ะ
: ผมเป็ห่วงนะครับ
แจ้งเตือนในไลน์ที่ถูกส่งมาจากรุ่นน้องคนสนิทก็ทำให้เธอแน่นิ่งไปสักพัก ก่อนเหมียวจะเงยหน้าขึ้นไปมองครอบครัวตัวเองที่แทบจะหมอบกราบใต้เหนือ การกระทำที่ดูสองมาตรฐานนั้นทำให้เธอรู้สึกแย่ไม่น้อย เพราะครอบครัวของเธอเลือกปฏิบัติกับคนที่มีอิทธิพลเป็อย่างดี ผิดกับผู้ชายฐานะยากจนที่เธอเคยพาเข้าบ้านคนนั้น..
‘ห๊ะ! เก็บของเก่าขายเหรอ’
‘ครับคุณแม่ เอ่อ..พ่อกับแม่ผมเก็บพวกกล่องลังขายด้วยครับ บางทีก็มีของเก่าบ้าง พวกขวดอะไรแบบนี้ด้วย’
‘…..’
‘ส่วนผมเองก็ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยหรอกครับ ผมเสียสละให้น้องชายกับน้องสาวของผมเรียนแทน’
‘หึ..ฉันว่าแกควรเรียนต่อนะตี๋ เพราะฐานะทางบ้านแกมันยากจน ยิ่งบ้านจนแกก็ต้องยิ่งดิ้นรนเรียนสูงๆเพื่อหางานดีๆทำสิ! ไม่ใช่ทำงานเป็บาร์โฮสต์อะไรนั่น! นี่แกหลอกเงินผู้หญิงด้วยหรือเปล่า!?’
‘ม..แม่คะ!!’
เหมียวที่ยืนอยู่หน้าโซฟาเอ่ยปรามแม่ตัวเองเสียงแข็ง แม้เธอจะทำใจมาก่อนล่วงหน้าว่าแม่ของเธออาจจะไม่ยอมรับตี๋ แต่เธอก็ไม่คิดว่าแม่ของเธอจะพูดจารุนแรงใส่เขาถึงขนาดนี้
ใบหน้าขาวที่เคยมีรอยยิ้มสดใสนั้นแปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มฝืนๆ ตี๋เหลือบมองไปทางเหมียวแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาทางมะลิ
‘ผมไม่ได้หลอกผู้หญิงนะครับคุณแม่ งานที่ผมทำ..มันคืองานสุจริต’
‘เหอะ ฉันรู้ว่ามันสุจริต แต่ยังไงฉันก็รู้สึกว่ามันไม่โอเคอยู่ดี’
‘ครับ ผมเข้าใจ’
‘เข้าใจก็กลับบ้านไปได้ละ ยัยเหมียว! พารุ่นน้องของแกกลับไปซะ!’
‘แม่..’
‘แล้วทีหลังของพวกนี้ไม่ต้องซื้อมานะ เก็บเงินไว้ซื้อข้าวกินเถอะ’
มะลิชี้นิ้วไปทางถุงธัญพืชอบกรอบขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหาร สีหน้าที่ไม่ต้อนรับผู้ชายตรงหน้าจ้องมองไปทางตี๋ ก่อนที่ร่างของหญิงสาววัยกลางคนจะลุกออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ วินาทีนั้นเหมียวที่ยืนน้ำตาคลอค่อยๆเหลือบมองไปทางรุ่นน้อง
และเขาก็เห็นว่าตี๋ก้มหน้าตัวเองลงด้วยความเ็ปเช่นเดียวกัน
“ใต้เหนือหิวอะไรไหมลูก! อยากกินอะไรเดี๋ยวแม่ไปหามาให้”
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่ ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ผมทานข้าวมาแล้ว”
“แหม่.. แม่ไม่ได้ลำบากเลยจ้ะ เพื่อเพื่อนของลูกสาวแม่เนี่ย แม่น่ะยอมทุกอย่างเลย”
วินาทีนี้เองที่เหมียวละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์เพื่อจ้องมองภาพตรงหน้า แววตาที่ซ่อนเร้นไปด้วยเื่ราวในอดีตนั้นทำให้เธอลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้ง น่าแปลกที่สถานการณ์เดียวกัน.. แต่ต่างก็ตรงที่แม่ของเธอเลือกปฏิบัติอย่างไร้เหตุผล
ถ้าใต้เหนือไม่ได้เป็ลูกชายของตระกูลเทวาอนันต์ ถ้าเขาเป็ผู้ชายธรรมดาอย่างตี๋.. เขาจะมีสิทธิ์ได้เห็นรอยยิ้มกว้างๆแบบนี้ของแม่เธอไหม?
“มาเยี่ยมครอบครัวเธอแค่นี้ถึงกับหน้ามุ่ยเลยเหรอ ฉันทำผิดขนาดนั้นเลยงั้นดิ”
หนุ่มหล่อที่ยืนอยู่หน้าบ้านโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใส่เธอเสียงอ่อย ใต้เหนือหรี่ตาจ้องมองสีหน้าหงอยๆของเธอพลางยื่นมือไปเล่นหัวเธอด้วย
“เปล่าสักหน่อย อื๊อออ..เอามือออกไปเลยนะไอ้คนบ้า” เหมียวชักสีหน้ารำคาญพลางหยิบมือหนานั่นออก
“ด่าอีกทีจับจูบจริงๆด้วย”
“ไม่เอา! เดี๋ยวแม่ฉันก็มาเห็นหรอก”
“แอะแฮ่มมมม..”
แต่ทั้งครอบครัวของเหมียวที่เดินออกมาทันเห็นช็อตเด็ดก็อมยิ้มกริ่มกันเป็แถว โดยเฉพาะนางมะลิ เธอเห็นสายตาของใต้เหนือที่มองลูกสาวของเธอแล้ว เธอก็รู้สึกว่าตัวเองมีหวังขึ้นมาในทันที
“งั้นผมขออนุญาตพาเหมียวไปทานมื้อกลางวันนะครับ แล้วก็จะเลยไปส่งเธอที่คอนโดด้วย”
“ตามสบายเลยจ้ะใต้เหนือ! จะไปส่งกันถึงไหนก็แล้วแต่เลย คิกๆ แม่ไม่ขัดหรอก”
ประโยคของแม่นั้นทำให้เหมียวกลอกตามองบนเป็รอบที่ล้าน เธอยืนกอดอกก่อนจะเหลือบมองไปทางครามที่ถือกระเป๋าเสื้อผ้าให้
พอรู้ว่าเขาจะรับเธอกลับไปทำงาน เหมียวก็รีบขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวทำผมใหม่ เธอเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างยัดลงกระเป๋า เพราะตอนแรกว่าจะมานอนที่บ้านสักคืนและทักบอกใต้เหนือว่าขอหยุดงาน แต่เมื่อเ้านายมาตามถึงบ้าน..เธอจึงจำใจต้องกลับไป
“หึๆ ครับ งั้นผมลานะครับ สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่ พี่แมน..”
“จ้าาา ขับรถดีๆกันนะ เดินทางปลอดภัยนะลูก”
“สวัสดีนะครับคุณใต้เหนือ!”
คำกล่าวลาของครอบครัวเธอดังไล่หลังมาอย่างนั้นก่อนที่ใต้เหนือจะเดินนำหน้าเธอไปด้วยรอยยิ้ม ส่วนทางเหมียวเองก็แสดงสีหน้าซังกะตายเหมือนเดิม แม้ว่าหนุ่มหล่อที่พยายามกวนประสาทเธอทุกวินาทีจะพยายามทำดีกับเธอมากแค่ไหน
“เชิญครับคนสวย” ใต้เหนือเปิดประตูรถให้กับเธอพลางเปรยยิ้มเ้าเล่ห์
“ขอบคุณนะคะคุณใต้เหนือ..”
เหมียวกัดฟันกรอดพลางหันไปแสร้งยิ้มใส่เ้านายก่อนจะเข้าไปนั่งในรถอย่างจำยอม
นั่นจึงทำให้เฮียใหญ่หัวเราะเบาๆในลำคออย่างชอบใจ เขาเดินอ้อมไปนั่งเบาะหลัง โดยมีครามเป็คนขับ ส่วนเอกก็นั่งอยู่ข้างๆ รถเบนซ์คันหรูที่ถูกสตาร์เครื่องจอดแน่นิ่งสักพักก่อนจะถูกขับออกไป แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง..ผู้ชายร่างสูงหน้าตี๋คนหนึ่งที่ยืนแอบอยู่ตรงเสาไฟหน้าบ้านก็จ้องมองรถราคาแพงนั่น เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก่อนหน้านี้ และเห็นด้วยว่าครอบครัวของเหมียวชอบหนุ่มไฮโซคนนั้นมากแค่ไหน
ดวงตาแดงก่ำของตี๋มีน้ำใสๆเอ่อคลอด้วยความเ็ป ตอนนี้เขารู้เหตุผลสำคัญที่เหมียวยอมห่างกับเขาแล้ว
“พี่เหมียว..คบกับผู้ชายคนนั้นเหรอ..”