ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    บทที่32 ฟางเส้นสุดท้าย



    ในห้องโถงขนาดใหญ่ ที่รองรับผู้เข้าประชุมได้มากกว่าสามสิบคน เหล่านักเรียนห้องหนึ่งต่างนั่งลงบนเก้าอี้อย่างพร้อมเพียง เรนเดลนั่งลงบนฝั่งตรงข้ามของอาจารย์ใหญ่แถวหน้าสุด เพื่อเตรียมพูดคุยเรื่องสำคัญ


    “เรนเดล ช่วยบอกทีเถอะ ว่าเธอเป็นใครกันแน่...ฉันสงสัยถึงความสามารถในการพัฒนาพลังเวทของเธอ”


    อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์เอ่ยถามในสิ่งที่หลายๆคนก็อยากรู้ ไม่เคยมีใครเรียนรู้เวทมนตร์ได้รวดเร็วเท่าเขามาก่อน และยิ่งพัฒนามหาเวทถึงสองขั้นซ้อน พวกเขายิ่งไม่เคยพบไม่เคยเห็น


    “ถ้าผมบอกว่าผมคืออาร์กัส เวอร์มิเลี่ยนกลับชาติมาเกิดใหม่ ทุกคนจะเชื่อมั้ยล่ะครับ”


    เรนเดลแกล้งพูดทีเล่นทีจริง พลางส่งสายตามองรอบๆ โคโตโนฮะพยักหน้ารับเป็นคนแรก หลังจากเรนเดลกวาดสายตามอง


    “ฉันเชื่อค่ะ เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ ที่คนธรรมดาจะเรียนรู้ได้ไวเท่าเรนเดล ต่อให้มีพรสวรรค์เท่าไหร่ก็ตาม...ฉันเชื่อว่าเรนเดลคืออาร์กัส เวอร์มิเลี่ยน อดีตจอมเวทเจ็ดดารากลับชาติมาเกิดใหม่”


    “ไม่อยากจะบอกหรอกนะ” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้มให้โคโตโนฮะ “โคโตโนฮะ ถ้าเธอเกิดในสมัยของฉัน เธอจะเป็นจอมเวทเจ็ดดาราที่แข็งแกร่งที่สุด เธอมีพรสวรรค์ยิ่งกว่าฉันในวัยเดียวกันเสียอีก”


    “ขอบคุณค่ะ” โคโตโนฮะยิ้มร่าเมื่อได้รับคำชม สายตาของเธอจ้องมองเรนเดลด้วยความชื่นชม เรนเดลต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาของเธอเสียเอง เพราะถ้าจ้องกันนานเกินไป เขาคงเผลอมีหน้าแดงแน่ๆ


    “ฉันจะเก่งได้เหมือนเรนเดล...ไม่สิ คุณอาร์กัสไหมคะ” เซร่าเอ่ยถาม “คุณพร่ำสอนวิชาเวทมนตร์ให้ฉันมาโดยตลอด”


    “เรียกฉันว่าเรนเดลเถอะ เซร่า อาร์กัสน่ะ มันชื่อของคนตายเมื่อสามร้อยปีก่อน” เรนเดลกล่าวด้วยท่าทีเป็นกันเองกับอีกฝ่าย “วิชาโกรธาวารีที่เธอถือครอง เป็นวิชาของพี่สาวฉัน จอมเวทเจ็ดดาราธาตุน้ำในสมัยนั้น ฉันจึงสามารถให้คำแนะนำเธอได้ยังไงล่ะ”


    เซร่ายิ้มด้วยความดีใจ ที่เธอรู้สึกว่าได้สนิทกับเรนเดลในฐานะพี่น้อง แต่อีกใจหนึ่งเธอก็รู้สึกเจ็บปวด เรนเดลไม่ได้เข้าหาเธอในฐานะคนรัก แต่เข้าหาเธอ เพราะเธอเหมือนพี่สาวของเขา


    “นายมั่นใจได้อย่างไร ว่านายคืออาร์กัสกลับชาติมาเกิดใหม่” ไอรินเอ่ยถามเรนเดลเสียงเรียบ “ตอนนายตกน้ำ อาจปลุกพลังที่แท้จริงของสายเลือดฟอกการ์ดให้ตื่นขึ้นมาก็ได้นะ”


    “และตัวฉันที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้...มันเหมือนกับเรนเดลคนเก่าที่จมน้ำตายไหมล่ะ” เรนเดลตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไอริน เขายังคงโกรธเธอที่เล่นละครเพื่อกันเขาออกจากฟรังซัวร์อยู่


    “เป็นเรื่องจริงสินะ” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “แม้จะไร้หลักฐานพิสูจน์ แต่การที่เธอเป็นทวิธาตุ นั่นก็อาจเป็นไปได้ว่าเธอมีดวงวิญญาณถึงสองดวงในร่างเดียว ดวงวิญญาณที่ถนัดเวทธาตุแสงของเรนเดลคนเดิม และดวงวิญญาณที่ถนัดเวทธาตุมืดของอาร์กัส”


    “ถ้าใช้ทฤษฏีนั้น” เรียวจิกล่าวพลางยกมือ “เท่ากับว่าผมเองก็ต้องเป็นแบบเดียวกับเรนเดลสิครับ เพราะผมเองก็เป็นผู้มีพลังทวิธาตุเหมือนกัน ทั้งดินและไฟในร่างเดียว”


    “ไม่เหมือนกันหรอกค่ะเจ้าชาย” โคโตโนฮะกล่าว “จักรวรรดิมังกรไฟเรามีพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ ที่จะแฝงพลังในร่างของจอมเวทให้เป็นทวิธาตุได้ตั้งแต่เกิด แต่โอกาสสำเร็จมีแค่หนึ่งในสิบ และสงวนเอาไว้ให้เชื้อพระวงศ์เท่านั้น กรณีของเจ้าชายจึงต่างจากเรนเดลมากนัก”


            “นั่นสินะ” เรียวจิกล่าว “เหมือนฉันเองก็เคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน”


    “เหมือนหรือครับเจ้าชาย” ฮายาโตะกล่าวด้วยน้ำเสียงตะลึง “ท่านผ่านพิธีนั้นมาเองเลยนะ”


    “ไอ้บ้าฮายาโตะ” เร็นกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “เจ้าชายยังเป็นทารก จะจำอะไรได้วะ”


    “มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ” ไอรินกล่าวค้านทุกคนที่ทำท่าจะเชื่อ “เรนเดลจะไปเป็นคนอื่นได้ยังไงกัน เรนเดลก็คือเรนเดลสิ”


    “แต่มันก็เป็นไปแล้วนะ” โจแอนนากล่าว “ฉันสงสัยตั้งแต่ตอนที่เขาหยุดมหาเวทธารเหมันต์ของฉันได้แล้วล่ะค่ะ”


    “ตอนนั้นเธอสลบอยู่นะ คุณหนูโจแอนนา” ลูเธอร์ที่นั่งฟังเงียบๆมาตลอดกล่าวพลางอมยิ้ม “จะสงสัยอะไรเรนเดลเขาล่ะ”


    “ลูเธอร์ นายน่ะเงียบไปเลย” โจแอนนาแหวใส่ ก่อนจะสงบปากสงบคำทันทีที่ถูกทัก


    “ไหนๆทุกคนก็เชื่อเรื่องที่ผมพูดแล้ว” เรนเดลกล่าวพลางยกมือ เพื่อให้ทุกคนฟังเขา “ท่านอาจารย์ใหญ่ ผมมีเรื่องจะขอร้องสักหน่อยน่ะครับ”


    “ว่ามาสิ” อาจารย์ใหญ่กล่าว “หากสิ่งนั้นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ ข้ายินดีที่จะทำให้”


    “มันต้องเป็นประโยชน์อยู่แล้วครับ” เรนเดลกล่าว “ตำแหน่งจอมเวทเจ็ดดาราอย่างเป็นทางการในตอนนี้ เหลือเพียงแค่จอมเวทเจ็ดดาราธาตุแสงและธาตุดิน ผมขออนุญาติประจำการในตำแหน่งจอมเวทเจ็ดดาราธาตุมืด และขอดำรงตำแหน่งผู้นำของเหล่าเจ็ดดาราด้วยได้มั้ยครับ”


    อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กลืนน้ำลายคำโต อาจารย์ทุกคนก็มีสีหน้าเครียดทันที ที่ได้ยินคำขอนั้น


    “นั่นเทียบเท่ากับจอมเวทระดับลูกแก้วสีดำเลยนะ” อาจารย์ใหญ่กล่าว “คนดำรงตำแหน่งตอนนี้มีเพียงคนเดียว คือจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิมังกรไฟ...ข้าเกรงว่าอำนาจของข้าจะไม่ถึงน่ะสิ”


    “งั้นผมขอดำรงตำแหน่งเจ็ดดาราธาตุมืดก็พอ” เรนเดลกล่าว “ส่วนตำแหน่งเจ็ดดาราคนอื่นๆที่ขาด ผมจะขอรับหน้าที่ฝึกสอนเพื่อนๆในห้องให้ไปประจำการ”


    เพื่อนทุกคนในห้องต่างตาลุกวาว เมื่อได้ยินเรนเดลกล่าวเช่นนั้น เรนเดลจะทำการฝึกสอนทุกคนในห้องให้แข็งแกร่งจนเป็นถึงระดับจอมเวทเจ็ดดาราได้ มันเหมือนกับคำพูดของคนบ้า ถ้าหากมันไม่ได้หลุดออกมาจากปากของเรนเดล


    “เอาจริงดิ” เรียวจิกล่าว “แบบนี้ฉันก็ต้องเตรียมตัวเป็นจอมเวทเจ็ดดาราประจำธาตุไฟสินะ”

    “ฉันธาตุลมหรือ” เร็นกล่าวพลางยิ้มเยาะ “น้ำนี่ฉันไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่สายฟ้าฮายาโตะและโคโตโนฮะคงต้องชิงดีชิงเด่นกันแน่ๆ”


    “ฉันคงชวดล่ะ” ฮายาโตะกล่าวพลางไหวไหล่ “ไม่ได้ยินที่เรนเดลเขาบอกหรือ ว่าเธอเก่งกว่าเขาในตอนที่อายุเท่ากันเสียอีก”


    “ยังเหลือฉันอยู่นะ” เจ้าชายนิโคลัสกล่าว “ฉันไม่รู้หรอก ว่าโคโตโนฮะจะเก่งแค่ไหน แต่ฉันฝึกมหาเวทประจำตระกูลตั้งแต่อายุห้าขวบ และมีอาวุธในตำนานที่สืบทอดกันมาก่อนยุคสมัยของอาร์กัส ฉันมั่นใจว่าไม่เป็นรองใครแน่ๆ”


    “ก่อนยุคสมัยของฉัน” เรนเดลกล่าว “มันชื่อว่าอาวุธอะไรหรือ ชักสนใจแล้วสิ”


    “ไว้ตอนที่ฉันต่อสู้ นายก็จะได้เห็นเอง” นิโคลัสกล่าว “ไม้ตายเด็ดของฉัน ฉันขอไม่แพร่งพรายออกไป คงไม่โกรธกันนะ”


    “เรื่องที่นายอยากจะเป็นจอมเวทเจ็ดดาราธาตุมืด ฉันช่วยได้” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “เพราะฉันก็เป็นคณะกรรมการในสมาคมเวทมนตร์ และมีตำแหน่งใหญ่พอจะจัดการเรื่องนี้ แต่เรื่องหาผู้สืบทอดตำแหน่งอื่นๆโดยการช่วยเหลือของนาย อาจจะยากซะหน่อย”


            “ทำไมหรือครับ” เรนเดลเอ่ยถามเสียงเรียบ อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์พยักหน้าก่อนจะอธิบายต่อ


            “ฉันอยากจะบอกว่าจอมเวทเจ็ดดาราธาตุแสง และองค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิมังกรไฟ พวกเขาต่างก็หาลูกศิษย์ที่จะสืบตำแหน่งที่เหลือเช่นกัน คงต้องให้เธอพูดคุยกับพวกเขาและสมาคมจอมเวท ว่าจะเอายังไง”


            “ตัวเต็งธาตุแสงคนต่อไปคือฟรังซัวร์” เรียวจิกล่าว “ส่วนอาจารย์เขาจะปลดเกษียณไปสอนที่มหาวิทยาลัยเวทมนตร์ ธาตุดินก็มีท่านเรอาอยู่ เท่ากับจะเหลือตำแหน่งว่างอีกสี่ที่เท่านั้น”


            สุดท้ายกลุ่มอาจารย์ก็คุยกับเรนเดลอยู่ราวครึ่งชั่วโมง รวมทั้งยังถามวิธีฝึกเวทมนตร์ของเขาที่ทำให้ล้ำหน้ากว่าใคร แน่นอนว่าเรนเดลไม่ได้บอก เนื่องจากมันเป็นวิธีฝึกลับของเขา และเขาจะเผยแพร่ให้กับคนที่คิดว่าสามารถฝึกได้เท่านั้น


            สุดท้ายการประชุมจบลง ก่อนที่ทุกๆคนจะแยกย้ายกันกลับหอพัก ยกเว่นเซร่าที่เรนเดลนัดเธอเพื่อไปฝึกสอนวิชาอีกทีหนึ่ง


            “เรนเดล ฉันขอไปฝึกวิชากับเธอด้วยสิ” โคโตโนฮะเดินตามมา ก่อนจะสะกิดไหล่ของเขา เรนเดลยิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้า


            “เอ่อ...ฉันด้วยได้ไหม” โจแอนนารวบรวมความกล้า ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้ามาหาเรนเดลบ้าง เรนเดลพยักหน้ารับโดยไม่ได้ห้ามอะไร


            “เอ่อ หยุดก่อนทุกคน” เรนเดลยกมือห้ามทันที เมื่อเขาพบว่าทุกๆคนกำลังจะกรูกันเข้ามาหาเขา “ฉันจะสอนเพื่อนๆทุกคนอย่างแน่นอน ไม่ต้องห่วง ดังนั้นอย่าพึ่งรีบร้อน ทุกๆคนในห้องน่ะ มีแววพัฒนาตัวเองได้อยู่แล้วล่ะนะ”


            หลังจากรับปากว่าจะช่วยสอนทุกๆคนแล้ว พวกเพื่อนๆก็แยกย้ายกันกลับหอพักตัวเอง เพราะไม่มีคาบเรียนตอนเช้าแล้ว เรนเดลพูดคุยเรื่องจิปาถะกับอาจารย์ฟิลิปปาต่อสักเล็กน้อย และเมื่อเขาออกมาจากห้องประชุม เขาก็พบว่าไอรินดักรอเขาอยู่


            “ฉันขอคุยกับเธอหน่อยจะได้ไหม” ไอรินกล่าวเสียงเรียบ เรนเดลถอนใจเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า


            “มีอะไรก็รีบๆว่ามาล่ะ ฉันนัดเซร่าเอาไว้แล้ว”


            “เรนเดลคนเดิมที่ฉันรู้จัก เขายังอยู่ในนั้นไหม” ไอรินกล่าวก่อนจะเอามือไปจับที่หัวใจของเรนเดล แต่ทว่าเรนเดลกลับคว้ามือของเธอไว้ แล้วค่อยๆเอาลง


            “เรนเดลคนเดิมที่เธอรู้จัก เขาตายไปแล้ว” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เธอเป็นคนฆ่าเขาเองนะ ไอริน และเรนเดลที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้านี้ คือตัวฉันที่เกิดใหม่ และฉันคนนี้ จะไม่มีวันรักเธอได้มากกว่าไปกว่าเพื่อน เลิกพยายามเสียเถอะนะ และกลับไปหาฟรังซัวร์ซะ”


            ไอรินก้มหน้านิ่ง ก่อนจะปล่อยให้เรนเดลเดินผ่านไปโดยไม่ห้ามอะไร เธอเม้มปากแน่น สองมือของเธอสั่นเทาน้อยๆ


            “เห็นฉันเป็นตัวอะไร ไล่กันขนาดนี้” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “หนทางสู่บัลลังค์ของนายจะง่ายขึ้นแท้ๆ ถ้าได้รับการช่วยเหลือจากฉัน และพ่อของฉัน”

    “ก็ไม่เคยคาดหวังอะไรจากเธอนี่” เรนเดลหยุดเดินก่อนจะหันมากล่าว “ครั้งนี้ฉันจะพูดในนามของอาร์กัสนะ แม่หนูน้อย หยุดสำคัญตัวเองเสียเถอะ มันน่ารำคาญ และก็น่าหงุดหงิดมากๆด้วย เข้าใจมั้ย!!”


    “เรนเดล...และนายจะเสียใจ ที่ปฏิเสธฉัน” ไอรินกล่าวพลางส่งเสียงแหลมเล็กๆด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะกระทืบเท้า และเดินหนีออกไปทันที เสียงส้นสูงของเธอก้องสะท้อนตลอดทางจนได้ยินเด่นชัด


    “ยัยบ้า จะไปทำอะไรที่ห้องธุรการน่ะ” เรนเดลกล่าวพลางส่ายหัว เมื่อเห็นทิศทางที่ไอรินเดินไป “แต่ช่างเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของฉันอีกแล้ว”


    ไอรินร้องไห้ตาแดงก่ำ เธอปาดน้ำตาก่อนจะเดินไปหาเจ้าหน้าที่ธุรการผู้ชาย เจ้าหน้าที่มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่ทว่าเขาไม่จำเป็นต้องถามอะไร เพราะไอรินชิงบอกเสียก่อน


    “หนูมาขอใบส่งตัวค่ะ จะทำเรื่องย้ายไปเรียนที่ใหม่...หนูไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกแล้ว”


    “ครับ” เจ้าหน้าที่กล่าวสั้นๆ ก่อนจะขอข้อมูลของเธออย่างละเอียด เพื่อช่วยทำเรื่องส่งย้ายที่เรียน และภายในวันนี้ ไอรินก็สามารถทำเรื่องโอนย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเวทมนตร์ที่จักรวรรดิมังกรไฟได้สำเร็จ เนื่องจากทั้งสองโรงเรียน ต่างพึ่งเปิดภาคเรียนไม่นาน


    เรนเดลมายังสวนหย่อมข้างหอพักหญิง ตามที่นัดกับเซร่าเอาไว้ เขารีบปั้นสีหน้าเครียดให้ยิ้มแย้มทันที เมื่อเจอกับเซร่าที่รออยู่ ซึ่งครั้งนี้โคโตโนฮะมารอเขาด้วย


    “ฉันไม่ยอมให้เซร่าได้อะไรดีๆจากนายคนเดียวหรอกนะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางยิ้มร่า “มีอะไรเอาออกมาให้หมด สอนฉันซะดีๆ เรนเดล”


    “ได้สิ จะสอนให้ทุกอย่างเลย”  เรนเดลกล่าวก่อนจะเรียกสมุดพกขนาดเล็กออกมาจากเวทเก็บของ “วันนี้เรามาทวนวิธีลัดบทเวทโดยไม่ต้องร่ายกันนะ และจะฝึกการต่อสู้จริง โดยให้เซร่าจับคู่ประลองกับโคโตโนฮะล่ะกัน”


            “และโจแอนนาจะคู่กับใครล่ะ” โคโตโนฮะกล่าว ก่อนจะกวักมือเรียกโจแอนนาที่มองดูอยู่ไกล ๆ ดวงตาสีแดงทับทีมของเธอฉายแววเขินอาย ไม่กล้าเดินเข้ามา เพราะเธอเคยมีเรื่องกับเรนเดล


            “โจแอนนาคู่กับฉันก็ได้” เรนเดลกล่าว “และเดี๋ยวค่อยสลับไปฝึกซ้อมกับเซร่าและโคโตโนฮะ เราจะผลัดวนกันนะ”


             “ค่าาาา” สามสาวประสานเสียง ก่อนจะหัวเราะให้กันเอง ทำเอาเรนเดลเกาหัวด้วยความเขินอาย และหลังจากฝึกสอนไปได้สักพัก เรนเดลพบว่าโจแอนนาเรียนรู้ได้ไวมากๆ เธอสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องอธิบายซ้ำแบบเซร่า ทำให้เรนเดลรู้สึกลำบากใจ เพราะเดิมทีเขาตั้งใจจะช่วยส่งเสริมให้เซร่าเป็นจอมเวทเจ็ดดาราธาตุน้ำ หากโจแอนนาเข้ามาฝึกซ้อมแบบนี้ด้วย เธออาจนำหน้าเซร่าที่เขาหมายมั่นจะปั้นมือ



            ที่พระราชวังราชรัฐจิ้งจอกแดง มังกรเพลิงบินลงมาจอดที่หน้าลานพระราชวัง ไอรินลงจากหลังมังกรด้วยท่าทีเศร้าสร้อย เธอโผเข้ากอดพ่อของเธอที่ออกมารับถึงหน้าประตู แล้วสะอื้นไห้ไม่หยุด


            “ไม่เป็นไร ลูกเอ๋ย” มาริคกล่าวเสียงเครียด พลางลูบหัวลูกสาวของเขาด้วยมืออันสั่นเทา “พ่อทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ในเมื่อเรนเดลไม่รับน้ำใจจากเรา เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องสนับสนุนเขาต่อไป”


            “นับแต่นี้ไป ฉันจะสนับสนุนให้ตระกูลราฟบลัดเป็นกษัตริย์” มาริคกล่าว “เรนเดลเอ๋ย แกเสียโอกาสสุดท้ายที่จะได้ใจของเหล่าขุนนางไปล่ะนะ...แกเตรียมตัวพบกับนรกที่รออยู่เถอะ ที่กล้ามาทำลูกสาวของฉันร้องไห้ได้ถึงขนาดนี้”


            “หนูอุตส่าห์เห็นใจในความพยายามของเขา ที่สู้พัฒนาตัวเองอย่างหนัก” ไอรินกล่าวพลางสะอื้นไปด้วย “ยอมให้โอกาสเขา คุยกับท่านพ่อเพื่อให้หนูไปหมั้นหมายกับเขา...แต่เรนเดลน่ะ...เรนเดลใจร้ายมากๆเลยล่ะค่ะ”


            “ไม่เป็นไร ไอรินลูกรัก” มาริคกล่าว “ฟางเส้นสุดท้ายมันได้ขาดลงไปแล้ว ถึงเวลาที่ราชรัฐจิ้งจอกแดง จะผลัดแผ่นดินจริงๆเสียที...พ่อผิดเองที่ตอนนั้นปล่อยให้เชื้อสายฟอกการ์ดคนสุดท้ายรอดไปได้”


            ไอรินเงยหน้าขึ้นทันที เมื่อได้ยินพ่อของเขาพูดเมื่อกี้


            “ใช่แล้วล่ะ ลูกเอ๋ย การตายปริศนาของราชา และราชินีองค์ก่อน รวมถึงรัชทายาท เป็นฝีมือของพ่อและรอนสัน ท่านรัฐมนตรีกลาโหมยังไงล่ะ พวกเราร่วมมือกัน...แต่ท่านเจ้าหญิงออโรร่า แม่ของฟรังซัวร์โอบกอดเรนเดลเอาไว้แน่น และร้องขอชีวิตของมันเอาไว้ เราจึงไม่อาจทำอะไรมันได้ยังไงล่ะ และปล่อยให้มันเป็นหอกข้างแคร่มาจนถึงทุกวันนี้”


            “หนูเข้าใจทุกอย่างแล้วค่ะ คุณพ่อ” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หนูจะกลับไปหาฟรังซัวร์อีกครั้ง และหนูจะเป็นราชินีของเขา...เรนเดลต้องตาย เพื่ออนาคตของพวกเราค่ะ”

    คล้ายกับเรื่องถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic ที่คุณอ่าน