หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    หยางจื่อหายตัวไป

            ​เมื่อร่างของหยางจื่อหายไปในผนังที่มีรูปสลักชายวัยกลางคนถือดาบสีแดงฉานเล่มนึงฝู่หลงพยายามที่จะตามหยางจื่อไปแต่​ก็ไม่สามารถทำได้ฝู่หลงได้โจมตีไปยังรูปสลักที่อยู่ติดกับผนังแต่ก็ไม่ได้ทำให้รูปนั้นมีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่นิดเดียวทำให้ฝู่หลงโกรธอย่างมาก

            "ถ้ามันรอดไปได้จะต้องเป็นเรื่องยุ่งแน่ตระกูลหยางอาจจะเคลื่อนใหวเเล้วประกาศสงครามกับนิกายมารทมิฬเลยก็ได้"ฝู่หลงคิด

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อยู่ในสายตาของหญิงสาวชุดแดงในตอนแรกนางตั้งใจจะออกไปเมื่อหยางจื่อถูกโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสแต่นางไม่คิดว่าอยู่ ๆหยางจื่อก็หายไป

            เมื่อฝู่หลงจากไปนางก็ออกไปและพยายามสำรวจตรงผนังแต่นางก็คว้าน้ำเหลวแต่ในตอนนั้นเองนางได้เดินไปยังอีกผนังซึ่งมีรูปแกะสลักเป็นดาบสีแดงฉานเพียงแค่มองก็ทำให้นางรู้สึกถึงความร้อนและความทรงพลังของมันหญิงสาวชุดแดงเอามือไปจับที่รูปสลักในตอนั้นเองแสงสว่างก็ปรากฏเเล้วนางก็หายไป

            เมื่อนางลืมตาโลกที่นางอยู่คือทะเลเปลวเพลิงที่ร้อนแรงแต่มันกลับไม่ได้ทำร้ายนางและตรงใจกลางทะเลเปลวเพลิงคือดาบสีแดงฉานดาบเล่มนี้คือดาบอัคคีผลาญสวรรค์ซึ่งเป็นดาบคู่กายของราชันดาบอัคคี

            "ในที่สุดข้าก็พบมันด้วยการมีดาบเล่มนี้ข้าก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นเเละดาบเล่มนี้ยังเป็นอาวุธระดับเซียนมูลค่าของมันไม่สามารถประเมิณได้เลย"หญิงสาวชุดแดงกล่าวขึ้น

            ในตอนนั้นเองเปลวเพลิงก็ก่อรูปร่างเป็นชายวัยกลางคน

            "ในที่สุดก็มีผู้ที่เหมาะสมกับดาบเล่มนี้ แต่ข้าอยากจะบอกเจ้าเอาไว้นะสาวน้อยการที่เจ้าจะทำให้มันยอมรับเจ้าได้หรือไม่มันขึ้นอยู่กับเจ้า"เมื่อชายวัยกลางคนกล่าวเสร็จก็หายไปในทันที

            ทางด้านหยางจื่อที่หมดสติไปได้ไม่นานก็ตื่นขึ้นมาที่แผ่นหลังของหยางจื่อเกิดรอยแผลเป็นรูปฝ่ามืออยู่

            "ถ้าเจ้าไม่มีทักษะกายาทรราชและสำเร็จกายาเพชรเเล้วละก็เจ้าอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยก็ได้"หญิงสาวชุดขาวกล่าวขึ้น

            "ข้าเองก็ไม่คิดว่าพลังโจมตีของฝู่หลงจะน่ากลัวขนาดนี้" หยางจื่อกล่าว

            หยางจื่อหันมองไปรอบๆก็ต้องตกตะลึงเพราะตัวเขาในตอนนี้อยู่ในทะเลเปลวเพลิงที่ร้อนแรงและตรงกลางของทะเลเปลวเพลิงมีแผ่นศิลาสีแดงและมีตัวอักษรสลักอยู่

            "คัมภีร์เปลวเพลิงผลาญสวรรค์!!!!!!!"

            หยางจื่ออดที่จะตกตะลึงไม่ได้เพราะนี่คือทักษะเปลวเพลิงที่แข็งแกร่งที่สุดของราชันดาบอัคคีและมันยังเป็นสิ่งที่สำนัก ตระกูลหรือนิกายที่ฝึกฝนทักษะอัคคีต้องการเก็บเอไว้ในครอบครองมากที่สุดอีกด้วย

            "ในที่สุดเจ้าก็ตื่น" เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้น

            เปลวเพลิงเริ่มก่อรูปร่างเป็นชายวัยกลางคนและยืนอยู่ต่อหน้าหยางจื่อหยางจื่ออดที่จะตกตะลึงไม่ได้เพราะรูปร่างหน้าตาของชายวัยกลางคนคนยี้เหมือนกับรูปเเกะสลักบนผนังที่เขาเข้ามา

            "ท่านคือผู้อาวุโสราชันดาบอัคคีใช่หรือไม่" หยางจื่อกล่าวถาม

            "ไม่ใช่ ข้าเป็นแค่เศษเสี้ยวของดวงวิญญาณที่คอยทำหน้าที่หาผู้ที่เหมาะสมกับสมบัติทั้งสองของข้า"ชายวัยกลางคนกล่าว

            "เหมือนกับอาจารย์สินะ" หยางจื่อคิด

            "ในตอนแรกข้าคิดว่าจะให้เจ้าได้รับสมบัติที่สำคัญที่สุดของข้าทั้งสองอย่างแต่ว่าตัวเจ้านั้นมีดาบที่ทรงพลังกว่าดาบอัคคีผลาญสวรรค์ของข้าอยู่เเล้วข้าเลยยกดาบให้กับคนอื่นที่เหมาะสมรองจากเจ้าแต่ข้าจะให้เจ้าได้ศึกษาทักษะของข้าจนกว่าเจ้าจะเข้าใจทักษะนี้อย่างถ่องแท้จึงจะสามารถออกจากที่นี่ได้" ชายวัยกลางคนกล่าว

            หยางจื่อหน้าซีดลงในทันทีนนี่เท่ากับว่าถ้าเกิดเข้าไม่สามารถทำความเข้าใจทักษะนี้ได้เขาจะต้องอยู่ข้างในนี้ตลอดชีวิตอย่างงั้นหรือ

            "เอาละข้าไม่ได้ให้เจ้าอยู่ที่นี่เพื่อทำความเข้าใจทักษะของข้าเพียงอย่างเดียวแต่ข้าจะช่วยยกระดับพลังของเจ้าให้ด้วย"ชายวัยกลางนกล่าว

            หยางจื่ออดที่จะยิ้มอย่างขมขื่นไม่ได้เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้เเล้วเขามีแต่ต้องพยายามเท่านั้นวันเวลาผ่านไป 1 เดือนสุสานของราชันดาบอัคคีก็ปิดลงอัจฉริยะมากมายได้ออกมาจากสุสานกันจนหมดและมีบางกลุ่มที่ไม่ได้กลับออกมาอีกเลยแล้วในตอนนั้นเองที่หญิงสาวชุดแดงก็ปรากฏพร้อมกับดาบสีแดงฉานอยู่ในมือ

            เมื่อนางปรากฏเหยาเย่รีบเข้าไปหานางในทันทีรวมทั้งผู้อาวุโสหลายคนด้วยเช่นกันพวกเขาต่างก็สังเกตุเห็นดาบสีแดงที่หญิงสาวชุดแดงถืออยู่

            "เหยาเซียน ดาบเล่มนี้คือ" เหยาเย่ถาม

            "ดาบอัคคีผลาญสวรรค์" เหยาเซียนกล่าวอย่างแผ่วเบา

            เหล่าผู้อาวุโสที่มากจากตำหนักฟีนิกซ์อัมตะต่างก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นนี่คือสมับิที่มีค่ามากที่สุดของราชันดาบอัคคีและดาบเล่มนี้ก็อยู่ในระดับเซียน

            "เเล้วเจ้าได้รับทักษะมาหรือไม่" เหยาเย่กล่าวด้วยความตื่นเต้น

            "ไม่ ข้าได้รีบเพียงแค่ดาบเล่มนี้แต่ข้าว่าทักษะนั้นคงจะมีคนที่เหมาะสมกว่าข้าได้รับไปเเล้ว" เหยาเซียนกล่าว

            เหยาเย่อดที่จะตกตะลึงไม่ได้มีคนที่เหทาะสมกว่าเหยาเซียนได้รับไปเเล้วนางไม่สามารถนึกได้ว่าใครกันที่ได้รับไปแต่เหยาเซียนนั้นรู้อยู่เเล้วว่าเป็นใครแต่นางเลือกที่จะไม่พูดออกมา

            "หืมนายน้อยทำไมยังไม่ออกมา" หยางคงคิด

            ใบหน้าของหยางคงเริ่มเป็นกังวลเข้าเริ่มเข้าไปถามหวงเย่และหวงอี้ชิงแต่ทั้งสองก็ไม่ได้อยู่กับหยางจื่อเมื่อเข้าไปในสุสาน

            หยางคงหันหน้าไปมองทางนิกายมารทมิฬและนิกายอาคทรังสีสังหารเริ่มสาดประกายขึ้นแต่ในตอนนั้นเองเหล่าตัวตนที่ทรงพลังเริ่มเข้าไปล้อมกลุ่มของตำหนักฟีนิกซ์อัมตะไว้

            "สหายเหยาเย่ไม่คิดจะบอกพวกเราหน่อยหรือว่าดาบเล่มนั้นคือสิ่งใด"ผู้อาวุโสจากดินแดนเทวะตะวันตกกล่าว

            "หืม นี่พวกเจ้าคิดจะมาแย่งสมบัติไปจากพวกเราพวกเจ้าคิดดีเเล้วหรือพวกเจ้าไม่กลัวว่าพวกเราจะไปทำลายขุมกำลังของพวกเจ้าทีหลัง"เหยาเย่กล่าวอย่างเย็นชา

            "ถ้าเป็นสถานการณอื่นพวกเราอาจจะไม่กล้าเเต่กับดาบเล่มนั้นข้าสามารถบอกได้เลยว่ามันคือดาบข้างกายของราชันดาบอัคคีดาบอัคคีผลาญสวรรค์"

            "ใช่เเล้วจะยอมส่งมันมาให้พวกเราหรือจะต่อสู้เลือกมาเลย"ผู้อาวุโสนิกายมารทมิฬกล่าว

            เหล่าขุมอำนาจอื่นๆต่างก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายในอตนั้นเองที่ที่เหยาเซียนหันไปทางหยางคงเเล้วกล่าว

            "ผู้อาวุโสหยางคง นายน้อยหยางจื่อถูกฝู่หลงทำร้ายไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร"เหยาเซียนกล่าว

            ตูม!!!!พลังปราณมังหาศาลของหยางคงระเบิดออกมาด้วยความโกรธถึงขีดสุดจากพลังของหยางคงอยู่ปราณนักบุญเทวะขั้นที่ 8 ก็ทะลวงสู่ขั้นที่9 ในทันทีเพราะความโกรธของหยางคงในตอนนี้สูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน หยางจื่อคือความหวังของตระกูลหยางผู้ซึ่งสามารถใช้สมบัติประจำตระกูลได้และผู้ที่มีโอกาสที่จะไปถึงระดับเซียนสวรรค์การที่ต้องสูญเสียหยางจื่อเท่ากับเป็นการทำลายอนาคตของตระกูลหยางด้วยเช่นกัน

            --------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน