“จะทันไหมว๊ะเนี่ย” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังวิ่งอย่างเร่งรีบ
วันนี้เป็นวันนัดสัมภาษณ์งานในรอบหลายอาทิตย์ของเขา ถ้าหากเขาพลาดงานครั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีบริษัทไหนเรียกไปสัมภาษณ์อีก ในเมื่อครั้งนี้โอกาสมาถึงแล้วเขาไม่คิดจะพลาดมันแม้แต่น้อย
แต่ใครจะไปรู้ว่าวันนี้จะเป็นทั้งวันดีและวันซวยซะงั้น มอเตอร์ไซคันเก่าที่เขาใช้มานานแสนนาน วันก่อนยังดีๆ อยู่เลย แต่วันนี้กลับเสียขึ้นมาดื้อๆ มันช่างเลือกวันที่เสียได้ถูกวันมาก
ด้วยเงินที่มีเหลืออยู่ไม่มาก อะไรที่ประหยัดได้ชายหนุ่มต้องประหยัดเขาจึงตัดสินใจที่จะไม่ใช้บริการแท็กซี่ ด้วยระยะทางที่ไม่ได้ไกลมากนัก สุดท้ายชายหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะวิ่งไปแทน ซึ่งเขาคิดไว้ว่าถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาดเขาน่าจะไปทันเวลาที่นัดสัมภาษณ์แต่ก็อย่างที่เคยมีคำกล่าวเอาไว้ ‘คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต’ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังรอข้ามทางม้าลายอยู่นั้น ได้มีหญิงชราคนหนึ่งได้เดินเข้ามาหาตนเอง
“พ่อหนุ่ม ยายกำลังไปที่ XXX พ่อหนุ่มพอจะพายายไปได้ไหม?” หญิงชราเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นมาพร้อมกับหยิบกระดาษที่เขียนแผนที่ไว้อย่างลวกๆ ซึ่งมีที่อยู่ระบุไว้ด้วยที่มุมบนกระดาษ
หลังจากที่พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รู้ทันทีว่าที่อยู่ในกระดาษคือที่ไหนเพียงแต่ทางที่จะไปมันค่อนข้างจะซับซ้อน ถ้าหากเป็นเวลาปกติ เขาคงจะเป็นคนพาคุณยายไปด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้เขากำลังรีบมากๆ สุดท้ายชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแค่บอกทางคร่าวๆ ให้แก่หญิงชราคนนี้ก่อนจะรีบจากไปอย่างเร่งรีบ...“ขอบคุณมากนะพ่อหนุ่ม ถ้าไม่ได้พ่อหนุ่มช่วย ยายก็คงมาไม่ถูกแน่ๆ ” หญิงชราเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มคนนี้ด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่ชายหนุ่มคนนี้พาตนมาส่งถึงที่หมายอย่างถูกต้อง
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของคนหนุ่มๆ แบบพวกผมอยู่แล้ว” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจของเขาจะร้อนรนมากก็ตาม
“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วเดี๋ยวผมไปก่อนนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยลาหญิงชรา“เดี๋ยวก่อนพ่อหนุ่ม” หญิงชราเอ่ยขึ้น
“ครับผม?” ชายหนุ่มหันกลับมาด้วยความสงสัย แม้ภายในใจกลับรู้สึกเร่งรีบอย่างถึงที่สุด
‘จะทันไหมวะ จะทันไหมวะเนี่ย’ ชายหนุ่มนึกขึ้นในใจ แม้ภายนอกของเขาจะดูยิ้มแย้มก็ตามที
“พ่อหนุ่มรู้จักองค์กร DrawkCab รึเปล่า” หญิงชราเอ่ยถามขึ้น
“Dog Cap?” ชายหนุ่มทวนคำขึ้นด้วยความสงสัย
‘องค์กรอะไรชื่อ หมวกหมา แปลกจริงๆ ’ ชายหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยตอบออกไป
“ผมไม่รู้จักครับยาย มันคือองค์กรเกี่ยวกับสุนัขอะไรพวกนี้หรือเปล่าครับ?”
คุณยาย “......”
‘องค์กรดีๆ เรียกซะเสียเลยไอ้หนุ่มนี่’ หญิงชรานึกในใจ
ชายหนุ่มเห็นหญิงชราตรงหน้าเงียบไปจึงคิดว่าตนเองได้กล่าวอะไรบางอย่างผิดไปรึเปล่า
“เอ่อ...ผมพูดอะไรผิดรึเปล่าครับคุณยาย” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจนัก
“จริงๆ แล้วมันสะกดว่า D R A W K C A B แบบนี้น่ะพ่อหนุ่ม นี่เป็นองค์กรที่ดีมากองค์กรหนึ่งเลยนะ ยายอยากให้คนดีๆ อย่างเราลองไปสมัครดู” หญิงชราเอ่ยชักชวน
“อ๋อมันอ่านแบบนี้นี่เอง ได้ครับเดี๋ยวผมจะลองไปดู” ชายหนุ่มหัวเราะแก้เขินให้ตัวเองเบาๆ หลังจากที่รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดไป
“อย่ารับปากยายส่งๆ นะพ่อหนุ่ม โกหกคนแก่มันจะบาปเอานะ” หญิงชราเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ชายหนุ่ม “....”
‘WT!!! อยู่เฉยๆ บาปก็ถามหา นี่มันวันอะไรวะเนี่ย’
“ถ้าผมกลับบ้าน เดี๋ยวจะลองไปดูแน่นอนครับ” ใช่แล้วเขาไม่ได้โกหก เขาจะลองไปดูจริงๆ ไม่ได้บอกว่าจะสมัครซะหน่อยหญิงชราพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเบาๆ
“ถ้ายายไม่มีอะไรแล้วงั้นผมไปก่อนนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนจะรีบหันหลังวิ่งจากไป“โชคดีนะพ่อหนุ่ม” หญิงชราเอ่ยตามหลังเบาๆ
ขณะเดียวกันหญิงสาวคนหนึ่งก็เปิดประตูบ้านด้านหลังหญิงชราออกมา
“แม่ ไปไหนมาอีกแล้วเนี่ย” หลังจากที่มองเห็นหญิงชรา หญิงสาวจึงเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะช่วงนี้แม่ของตนเองชอบออกไปนอกบ้านบ่อยๆ แถมไม่ยอมบอกตนเองอีกด้วย
“ก็ไปเดินเล่นตามประสาคนแก่นั่นแหละ” หญิงชราเอ่ยตอบกลับไป
“นี่ตั้งแต่แม่หายจากมะเร็งก็ไม่เคยอยู่ติดบ้านเลยนะ เวลาจะออกไปไหนก็ไม่ยอมบอกหนูก่อน แม่ก็ไม่ใช่อายุน้อยๆ แล้วนะ ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง” ลูกสาวของหญิงชราบ่นขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงอย่างแท้จริง
แม้ในใจลึกๆ จะรู้สึกดีที่แม่ของตนกลับมาเดินได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องนอนป่วยอยู่บนเตียงคนไข้มานานหลายปีแต่ตนเองก็ยังคงเป็นห่วงแม่อยู่ดี เพราะช่วงนี้ท่านชอบทำตัวแปลกๆ เช่น การไปไหนมาไหนก็ไม่ยอมบอก
‘จะให้บอกว่า ออกไปทำภารกิจของ DrawkCab น่ะเหรอ ถ้าบอกแก แกก็ไม่ให้ฉันออกไปแล้วน่ะสิ’หญิงชรานึกขึ้นในใจ
“ตกลงแกเป็นแม่หรือลูกฉันเนี่ย ไปๆๆ เข้าบ้านๆ ” หญิงชราเอ่ยขึ้นพลางรีบเดินสวนลูกสาวเข้าบ้านด้วยความรวดเร็วหญิงสาวมองตามแม่ของตนเองด้วยความเอือมระอา เวลาที่แม่ของเธอไม่ต้องการสนทนาเรื่องใดต่อก็มักจะชอบเดินหนีไปดื้อๆ แบบนี้ไปซะทุกที
และนิสัยอีกอย่างที่เปลี่ยนไปของแม่เธอก็คือชอบเล่นโทรศัพท์ ทั้งๆ ที่มันผิดวิสัยคนแก่ ปกติคนที่มีอายุ จะไม่ค่อยทันเทคโนโลยีเรื่องพวกนี้ซักเท่าไหร่แต่นั่นกลับใช้ไม่ได้กับแม่เธอแม้แต่น้อย
บางครั้งที่เธอแอบสังเกตแม่ของตนเองพบว่า แม่ของเธอจะชอบเล่นโทรศัพท์ด้วยท่าทีมีพิรุธหรือมีท่าทีแปลกๆ เหมือนมีลับลมคมในตลอดเวลา
ซึ่งเธอรู้ว่าแม่ของตัวเองต้องมีความลับอะไรบางอย่างแน่ๆ แต่พอเธอถามออกไป แม่ของเธอจะบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมบอกเลยแม้แต่น้อย
ตอนแรกเธอเป็นห่วงกลัวว่าแม่ของเธอจะถูกมิจฉาชีพหลอกหรือไม่ แต่กลับพบว่าแม่ของตนเองไม่มีเรื่องที่เกี่ยวกับเงินมาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย นั่นจึงทำให้เธอเองก็รู้สึกเบาใจลงไปบ้าง
สุดท้ายแล้ว เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรแม่ของตนเองแม้แต่น้อย อย่างน้อยๆ เธอก็เห็นว่าแม่ของตนเองก็มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำ ไม่ต้องนอนป่วยอย่างทรมานบนเตียงอีก
สำหรับหญิงชราแล้ว แม้เธอจะรู้สึกดีใจมากหลังจากที่เธอหายจากการเป็นโรคร้ายมานานหลายปี แต่สำหรับเธอกลับเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากที่ต้องคอยอยู่บ้าน คอยให้ลูกหลานดูแลประหนึ่งคนป่วยที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้
ตอนที่เธอหายจากการเป็นมะเร็งแรกๆ ลูกหลานของเธอแทบจะไม่ให้เธอทำอะไรด้วยตัวเองแม้แต่น้อย เพราะกลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เธอเข้าใจว่าลูกหลานเป็นห่วงตนเองมากแต่ว่าการถูกดูแลเอาใจใส่มากเกินไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นักสำหรับเธอ
ถ้าหากเป็นเธอขณะที่กำลังเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายตอนนั้น การดูแลเอาใจใส่แบบนั้น เป็นเรื่องที่เธอเข้าใจและยอมรับมันแต่ในตอนนี้เธอได้กลับมาเดินได้อีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนหลังจากที่จมอยู่ในน้ำมานาน ในที่สุดก็ได้โผล่ออกมาพ้นน้ำและได้รับอากาศอีกครั้ง เธอไม่ใช่หญิงชราที่นอนป่วยอีกแล้ว
ในตอนนี้เธอก็เป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่ร่างกายชราเท่านั้น จิตใจของเธอไม่ได้เหี่ยวเฉาหรือหมดซึ่งแรงไฟแม้แต่น้อย เธอยังคงอยากทำอะไรด้วยตัวของเธอเองและมีความสุขกับมัน
หลังจากที่เธอได้เข้าร่วมกับ DrawkCab เธอรู้สึกว่า ชีวิตที่เหี่ยวเฉาของเธอ เริ่มกลับมาสดใสและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง จากการที่ต้องคอยถูกลูกหลานดูแลให้มันผ่านๆ ไปในแต่ละวัน ชีวิตของเธอกับมีจุดหมายมากขึ้น
การที่เธอคอยทำภารกิจใน DrawkCab มันทำให้เธอมีเป้าหมายและการได้รับแต้มหลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้น เธอรู้สึกเหมือนเธอได้ทำอะไรบางอย่างสำเร็จและได้รับรางวัล แม้ว่าเธอเองจะไม่รู้ว่าแต้ม SP สามารถใช้ทำอะไรได้ก็ตาม
อย่างน้อยๆ การทำภารกิจใน DrawkCab ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร และเธอก็รู้สึกว่าเป็นองค์กรที่ดีมากองค์กรหนึ่งด้วยซ้ำ
เพราะว่ามันเป็นองค์กรที่ดีเธอจึงอยากเชิญชวนคนที่ดีๆ มาเข้าร่วมกับ DrawkCab เธอเองก็คาดหวังลึกๆ เช่นกันว่าองค์กรนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างที่บอกเอาไว้
นั่นจึงเป็นเหตุให้ หนึ่งในภารกิจประจำวันของเธอคือการไปเดินขอความช่วยเหลือ อยู่ตามถนน หากมีคนที่ให้ความช่วยเหลือเธอ เธอจึงจะเอ่ยชวนให้เข้าร่วมกับ DrawkCab
“ฉันไม่ได้หลอกลวงใครนะ ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจำทางไม่ได้หรือไปไม่ถูก แค่ขอให้พามาเฉยๆ ….หวังว่าพ่อหนุ่มจิตใจดีคนนั้นจะเข้าร่วมกับ DrawkCab นะ ไม่งั้นเสียดายแย่” หญิงชราเอ่ยกับตัวเองเบาๆ
การเชิญชวนคนให้ร่วมกับ DrawkCab นั้นเป็นภารกิจพื้นฐานของ DrawkCab และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการรับ ถ้าหากเชิญสำเร็จและ DrawkCab ตรวจสอบแล้วว่าคนคนนั้นมีคุณสมบัติที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ จะได้รับแต้มของภารกิจเชิญสมาชิกเข้าร่วม 2 SP...สำหรับชายหนุ่มผู้มีจิตใจที่แสนดีผู้นั้น เป็นไปอย่างไม่ต้องคาดเดา นั่นคือเขาไปไม่ทันเวลาที่นัดสัมภาษณ์ หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงเดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก
“รอมาตั้งนาน สุดท้ายพลาดจนได้ วันนี้มันวันซวยอะไรกัน!!!” ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง
‘ถ้าหากไม่เข้าไปช่วยหญิงชราคนนั้น เราก็คงไปทันนัดสัมภาษณ์แล้ว’ ชายหนุ่มนึกกับตัวเองในใจ
‘แต่ถ้าหากเราไม่ช่วยหล่ะ ถ้าหากหญิงชราคนนั้นหลงทาง ไปไม่ถูก หรือถูกคนไม่ดีหลอกลวงไป หรือถ้าหากพลัดหลงจนกระทั่งกลายเป็นหญิงชราเร่ร่อน ไม่ได้พบหน้าลูกหลานอีก แบบนั้นคงแย่’
ชายหนุ่มคิดแย้งกับตัวเองในใจ
ใจหนึ่งก็โทษตัวเอง ว่าถ้าหากตัวเองไม่ได้ช่วยเหลือหญิงชราก็อาจจะไปทันนัดสัมภาษณ์ แต่อีกใจหนึ่งก็ปลอบตัวเองว่าที่ทำไปนั้นถูกต้องแล้ว ถ้าหากหญิงชราไปเจอคนไม่ดีหลอกลวงเอา ผลลัพธ์ที่เลวร้ายอาจจะเกิดขึ้น
“โอ๊ย!!! ไอ้เต้ ไอ้โง่เอ๊ย!!! กี่ครั้งแล้วที่กุบอกว่าอย่าเป็นคนดีเกินไป เป็นคนดีทีไรมึงต้องตกที่นั่งลำบากตลอดทำไมมึงไม่จำวะ” ชายหนุ่มตะโกนด่าตัวเอง นั่นทำให้คนรอบข้างหันมามองด้วยความตกใจ
“แฮะๆ ขอโทษครับ ขอโทษครับ” ชายหนุ่มผงกหัวก้มพร้อมเอ่ยขอโทษคนรอบข้างเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งออกจากจุดนั้นด้วยความรู้สึกอาย...หลังจากชายหนุ่มกลับมาถึงบ้าน เขาก็ไม่ได้เสียเวลาแม้แต่น้อย รีบเปิดหาเว็บเพื่อสมัครหางานทันที
“เฮ้อ ช่างมันเถอะ เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วนี่ จะแก้ไขอะไรได้หล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยกับตัวเอง
แต่ในระหว่างนั้น คำพูดของหญิงชราก็คอยวนเวียนในหัวของชายหนุ่ม
‘DrawkCab DrawkCab DrawkCab’
“DrawkCab มันคือองค์กรอะไรกัน” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างสงสัย ก่อนที่จะลองค้นหาดูในอินเทอร์เน็ต
“จัดตั้งเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้….. ดูๆ แล้วมันเหมือนเว็บไซ์หลอกลวงผู้บริโภคซะมากกว่า” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ
แต่หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พบว่า มันก็ไม่ได้มีอะไรที่ระบุถึงเรื่องการเงินหรือสิ่งที่เข้าข่ายการหลอกลวงแม้แต่น้อย แม้ลักษณะมันจะเหมือนเว็บไซต์หลอกลวงก็ตามที
“ลองสมัครดู คงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง” ชายหนุ่มคิดอยู่สักครู่ก่อน ที่จะกรอกข้อมูลลงไป หลังจากกรอกข้อมูลลงไปจนครบ ชายหนุ่มจึงกดสมัครสมาชิกไป ไม่นานหลังจากนั้น ก็ได้มีข้อความส่งเข้ามือถือของเขาสามข้อความ โดยระบุไว้ว่า
‘คุณได้เป็นสมาชิกของ DrawkCab เรียบร้อยแล้ว’
‘โทรศัพท์ของคุณไม่ลองรับ Application ของ DrawkCab’
‘DrawkCab กำลังดำเนินการจัดหา...’
“จะสมัครเข้าองค์กร แต่ขนาดโทรศัพท์ที่สามารถเล่น Application ได้ ก็ยังไม่มีปัญญาซื้อเลย..เฮ้อ” ชายหนุ่มดูแคลนตนเองเบาๆเพราะในขณะนี้เขาก็ยังคงใช้โทรศัพท์ที่มีไว้เพื่อโทรจริงๆ เป็นโทรศัพท์ที่มีอินเตอร์เฟสโชว์เป็นภาพขาวดำเท่านั้น จริงๆ รุ่นนี้แทบจะไม่มีใครใช้แล้วด้วยซ้ำ เพราะมันไม่สามารถ ถ่ายรูปได้ เล่นเน็ตได้ มีไว้แค่โทรเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากซื้อโทรศัพท์รุ่นที่ดีกว่านี้ แต่เขาไม่มีปัญญาซื้อมันต่างหาก
แต่ที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยเช่นกันก็คือ ข้อความสุดท้ายที่ขึ้นโชว์ว่า DrawkCab กำลังจัดหา…
‘DrawkCab กำลังจัดหา… จัดหาอะไรกัน... จัดหาโทรศัพท์ให้เราเหรอ?’
“555 เป็นไปไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ ตนเองพึ่งสมัครสมาชิก เมื่อสักครู่และพึ่งได้รับการยอมรับเป็นสมาชิก สดๆ ร้อนๆ ทาง DrawkCab จะยอมเสียเงินซื้อโทรศัพท์ให้ตนเองได้ยังไง และมันก็ไม่ใช่ของราคาแค่หลักร้อยอีกด้วย เพราะอย่างน้อยๆ ที่ราคาถูกที่สุดก็ปาเข้าไปหลักพันแล้ว...ณ บริษัทแห่งหนึ่งในเมือง xxx
หลังจากที่ประชุดบอร์ดบริหารเสร็จ ชายในชุดสูทสีเข้มก็ได้กลับเข้าออฟฟิศทำงานของตนเอง ป้ายประจำตำแหน่งที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ พอจะบอกระดับของเขาได้เป็นอย่างดี ว่าค่อนข้างมีตำแหน่งที่สูงพอสมควร
ชายคนนี้อายุ 50 กว่าๆ เป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง เขามีทั้งอำนาจและเงินทอง เรียกได้ว่าไม่ขาดแคลนเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้เขาก็คือผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งที่มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานเช่นกันและเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับการช่วยเหลือจากเว็บไซต์ Black Box ตอนที่เขาป่วยและได้ยินข่าวเกี่ยวกับ Vaccine ที่สามารถรักษามะเร็งได้จริง
เขาได้พยายามติดต่อหาทางที่จะได้ครอบครองวัคซีนชนิดนี้ ถ้าหากมีคนขายเขาพร้อมจะยินยอมซื้อมันในราคาหลักล้านหรือสิบล้านด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเป็นเพราะมันมีจำนวนที่น้อยนิดเขาจึงไม่ได้มันมาครอบครอง
สุดท้ายเขาจึงได้พึ่งโชคของตัวเขาเองเพื่อเข้าไปสุ่มในเว็บไซต์ Black Box เพื่อหวังจะได้เป็น 1 ใน 5,000 คนต่อวันนั้น ซึ่งโอกาสสุ่มได้มีไม่ถึง 0.01% ด้วยซ้ำ
สุดท้ายเหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างเขา เพราะเขาสุ่มได้มันมาจริงๆ และเสียค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 5,000 บาทเท่านั้น แค่ 5,000 บาทเท่านั้น ทั้งๆ ที่ต่อให้มีคนมาเสนอขายเขาเป็นล้านเขาก็ยอมซื้อด้วยซ้ำ
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก เพราะขนาดเขารวย แต่เขาก็จ่ายแค่เพียงราคา 5,000 เหมือนที่คนอื่นจ่าย ไม่ได้มีการเอาเปรียบแม้แต่น้อย ทำให้เขากลายมาเป็น FC ของ Black Box อย่างลับๆ
ตั้งแต่วันแรกที่ มีการเปิดตัวองค์กร DrawkCab เขาก็ไปสมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่วันแรก จากที่เขาได้เห็นภารกิจต่างๆ บนหน้าต่างภารกิจ เขาก็พอจะเข้าใจถึงแนวคิดของคนที่อยู่เบื้องหลัง DrawkCab ขึ้นมา
ด้วยประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจมานาน ทำให้เขารู้ว่าจุดประสงค์ของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง DrawkCab นี้คือการช่วยเหลือคนอื่นอย่างแท้จริงและนั่นทำให้เขารู้สึกนับถือคนผู้นั้นเป็นอย่างมาก ทั้งความคิดที่จะช่วยเหลือผู้อื่นและความสามารถในการควบคุมและจัดการข้อมูลที่มหาศาลได้มากมายขนาดนี้
ภารกิจที่ขึ้นโชว์ของ DrawkCab มีตั้งแต่ภารกิจที่ ต้องสำรวจ ต้องลงพื้นที่ ต้องลงมือด้วยตัวเอง ให้ความคุ้มครอง รวมไปถึง การให้การสนับสนุนด้วยเงิน
ซึ่งเขาที่ร่ำรวยเงินทองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เวลาที่หน้าต่างภารกิจขึ้นมา เขาจะคอยมองหาภารกิจที่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินหรือภารกิจที่ต้องซื้ออุปกรณ์เอาไว้ เพราะเขาค่อนข้างสะดวกที่จะทำภารกิจในลักษณะนั้น
เมื่อชายคนนี้กลับมานั่งที่โต๊ะ เขาก็ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนที่จะเปิดเข้าไปยัง Application ของ DrawkCab เพื่อมองหาภารกิจใหม่
“ต้องการอาสาสมัครสอนเด็กยากจน [5 SP] ”
“สำรวจหาเด็กยากไร้ รอบบริเวณเมือง XXX [5 SP] ”
“มองหารถจำนวนมากเพื่อส่งอาสาสมัครไปยังถิ่นทุระกันดาร [10 SP] ”
ชายในชุดสูทเลื่อนอ่านหน้าจอภารกิจ เพื่อมองหาภารกิจที่ตนเองสนใจ
“หาโทรศัพท์ให้แก่ สมาชิกใหม่ของ DrawkCab จำนวน 1 เครื่อง [5 SP] ”
“ต้องการเงินสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การเรียนจำนวน 200,000 บาท [10 SP] ”
“สองอันนี้แหละ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะกดขอทำภารกิจ ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักก็ได้รับการยืนยันจาก DrawkCab ว่าอนุญาตให้ทำได้
ซึ่งเขาก็มีเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของ DrawkCab เช่นกัน หลังจากที่เขาลองไปพูดคุยและให้เพื่อนคนนั้นลองทำภารกิจที่ใช้เงินที่ค่อนข้างมากสำหรับเพื่อนคนนั้นดู พบว่า DrawkCab ไม่อนุญาตให้ทำ
แต่พอเขาลองขออนุญาตทำดูกลับพบว่า DrawkCab อนุญาตให้ทำโดยไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย นั่นทำให้เขารู้ว่า DrawkCab มีข้อมูลรายละเอียดของสมาชิกจริงๆ แม้กระทั่งเรื่องการเงิน ถ้าหากมันเป็นการรบกวนสมาชิกมากเกินไปหรือเป็นภารกิจที่ DrawkCab พิจารณาแล้วว่า เกินความสามารถของสมาชิก ทาง DrawkCab จะปฏิเสธคำขอทำภารกิจทันที
หลังจากนั้น ชายคนนี้จึงได้ให้เลขาของตนเองจัดหาโทรศัพท์และส่งไปตามที่อยู่ที่ได้รับมา โดยได้เขียนจ่อหน้าซองไปว่า ผู้ที่ส่งคือ DrawkCab หลังจากนั้นจึงให้เลขาของตนได้โทรไปขอบริจาคเงินเพื่อเป็นเงินสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การเรียนจำนวน 200,000 บาท โดยให้บอกว่า เป็นเงินสมทบทุนที่มอบให้จากองค์กร DrawkCab
ซึ่งตั้งแต่เจ้านายของตนเองได้กลับมานั่งทำงาน เลขาคนนี้รู้สึกว่าตัวเองได้ยินคำว่า DrawkCab บ่อยมาก บ่อยจนมันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว วันไหนที่เจ้านายของตนไม่ได้สั่งให้ตนทำอะไรที่เกี่ยวกับ DrawkCab ต่างหาก ถึงจะไม่ปกติ