พรลภัสยอมรับออกมาตามตรงเลยว่า เกร็งมากถึงมากที่สุด เวลาที่กรวีร์สอนงานให้เธอ แค่เห็นเขาอยู่ห่างๆ เธอก็ยังเกร็งเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วนี่ยังต้องมานั่งสอนงานอยู่ใกล้ๆ เธอก็เกร็งชนิดที่นั่งตัวแข็งทื่อไปเลยสิ
“ที่สอนมานี่เข้าใจไหม?”
“เอ่อ!... ขะ เข้าใจค่ะ”
กรวีร์สอนงานที่หน้าจอคอมพิวเตอร์จบ ก็หันมามองใบหน้าสวยหวาน ปากเอ่ยถามไปด้วยในคราวเดียวกัน ทำให้หญิงสาวตัวเล็กถึงกับสะดุ้งน้อยๆ กันไปเลยทีเดียว ก่อนหญิงสาวตัวเล็กจะละล่ำละลักพูดบอกเขาออกมา ด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“เข้าใจว่ายังไง?”
ดวงตาคมกริบจับจ้องมองดวงตากลมโตคู่สวยอย่างไม่วางตา สายตาของกรวีร์หลุบลงมองปากบางจิ้มลิ้มอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมามองสบประสานสายตากันอีกครั้ง พร้อมกับยิงคำถามที่ทำให้หญิงสาวตัวเล็กเกิดอาการสั่นสะท้าน ประหม่า วาบหวามภายในร่างกายสาว
“ห๊า!... เอ่อ!... เอกสารอันนี้จัดอยู่ในหมวดของใบสั่งซื้อ”
ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกตากว้าง ก่อนจะกะพริบตาถี่ๆ ขณะพยายามควบคุมความรู้สึกตัวเองให้มีสติมากยิ่งขึ้น ก่อนจะตอบคำถามในสิ่งที่กรวีร์ถามมา แต่น้ำเสียงที่ตอบ หากฟังดีๆ ก็จะรู้ว่ามีอาการสั่นเทาให้ได้ยิน
“อืม... ถูกต้องตามนั้น เอาล่ะวันนี้สอนงานพอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ถ้ายังไงลองทำดู หากมีตรงไหนสงสัย ก็เข้าไปถามฉันได้”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
กรวีร์พยักหน้าพร้อมกับพูดออกมา โดยที่ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องมองใบหน้าสวยหวานอยู่เช่นนั้น ในใจของเขาอยากจะมองเธอนิ่งนานอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ซึ่งเขาก็รู้แหละว่าพรลภัสเกร็งมาก ทั้งเกิดความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องสังเกต เขาไม่อยากทำให้เธอเกร็งและประหม่าไปมากกว่านี้ จึงให้เวลาเธอได้ผ่อนคลายบ้างอะไรบ้าง แล้วค่อยมาสอนงานกันใหม่
“เฮื่ออออออ......”
พรลภัสถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างรู้สึกโล่งใจ เมื่อชายหนุ่มตัวโตเ้าของไร่ข้าวโพดแห่งนี้ ลุกออกจากเก้าอี้เดินหายเข้าไปในห้องทำงานของเขา
นี่เพียงแค่ครึ่งวันของการทำงานวันแรกเอง เธอยังเกร็งและประหม่าได้ขนาดนี้ แล้วหากว่ามีเขาสอนงานให้เธออย่างนี้หลายๆ วัน เธอจะไม่เกร็งจนตัวชาเลยหรือยังไงกันนะ
“คุณวีเขาใจดี อย่ากลัวเขาไปเลย”
เสียงของนพมาศ ผู้ซึ่งเป็พนักงานบัญชี ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานถัดไปจากโต๊ะทำงานของพรลภัส หันมาเอ่ยกับพรลภัส เพื่อให้พรลภัสผ่อนคลายความเกร็งและประหม่า เพราะจากที่คอยสังเกตั้แ่เข้ามา นพมาศรู้เลยว่าพรลภัสเกร็งและประหม่าเป็อย่างมากเลยทีเดียว
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ เอ่อ!... พี่ชื่ออะไรเหรอคะ?”
พรลภัสหันไปส่งยิ้มหวานให้กับนพมาศ ก่อนจะกล่าวขอบคุณนพมาศออกไป และเอ่ยถามชื่อไปด้วย เพื่อจะได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้น เพราะั้แ่ที่เธอมานั่งทำงาน เธอยังไม่ได้ทำความรู้จักกับคนอื่นๆเลย ตอนที่ว่างจากการถูกสอนงาน จึงเป็โอกาสอันดีที่เธอจะได้รู้จักกับคนอื่นๆบ้างอะไรบ้าง
“พี่มาศจ้ะ เป็พนักงานบัญชีของที่นี่”
“พี่ชื่อเข้ม เป็พนักงานส่งของจ้ะ”
นพมาศยิ้มหวานให้กับพรลภัสบ้าง ก่อนจะบอกชื่อเล่นและตำแหน่งงานให้พรลภัสรู้ พอนพมาศกล่าวแนะนำตัวจบ คงเข้มที่นั่งรอเอกสารเพื่อเอาไปส่งให้กับลูกค้า เอ่ยแนะนำตัวยิ้มๆ เป็กันเองด้วยอีกคน
“ค่ะ สวัสดีค่ะ ชื่อพรนะคะ พึ่งมาทำงานเอกสารเป็วันแรก หากพรผิดพลาดอะไรก็บอกก็สอนได้เลยนะ”
พรลภัสยกมือเรียวเล็กขึ้นไหว้คนทั้งสอง พร้อมกับกล่าวทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้มหวาน เธอพูดด้วยถ้อยคำเจียมเนื้อเจียมตัวเป็อย่างยิ่ง เพื่อสร้างมิตรภาพอันดีกับคนที่ทำงานร่วมกัน
“คงจะสอนให้ไม่ได้หรอกนะ เพราะเธอออกจะเส้นใหญ่ออกปานนั้น ใครจะกล้าสอนเธอได้กันล่ะ”
เพ็ญรภัส ที่นั่งอยู่โต๊ะทำงานอีกโต๊ะพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน ไม่เพียงแต่คำพูดเท่านั้นหรอก สายตาที่มองมาที่พรลภัส ก็ยังดูไม่ค่อยเป็มิตรสักเท่าไรเลย พรลภัสก็ไม่รู้และไม่เข้าใจว่าทำไมเพ็ญรภัสถึงได้เป็เช่นนี้ ทั้งๆที่เธอก็พึ่งมาทำงานที่นี่เป็วันแรก และพึ่งรู้จักกับทุกคนเอง
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓