“เ้ากล้าหรือ?”
“เหตุใดข้าจึงจะไม่กล้า?”
ใบหน้าของหลิวเฉิงกลายเป็แดงสลับเขียวด้วยความโมโห ชายหนุ่มกำหมัดแน่น เห็นทีสตรีผู้นี้คงจะอยากทำให้เขาต้องกระอักเืตาย
พลันชายหนุ่มก็คิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้
“อันที่จริง เ้าต้องไม่ลืมว่าตนเองเป็สตรี หากว่าเ้ากล้าเล่าเื่ของข้า ข้าก็จะป่าวประกาศว่าเป็เ้าที่ได้เห็นเรือนร่างทั้งหมดของข้าแล้ว ทั้งยังช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ข้าจึงยินดีจะพลีกายตอบแทนพระคุณ”
หว่านอิ๋งอิ๋งชะงัก แผนที่คิดจะข่มขู่เขากลับกลายเป็แผนทำร้ายตนเอง นางลืมไปได้อย่างไรว่าตนเองจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
“เ้าคงหมดเื่ที่จะพูดแล้ว เื่การหมั้นระหว่างเรา หากเ้าอยากจะเปิดเผยก็ตามใจ”
“ไม่ควร! ข้าไม่้าให้ผู้อื่นรู้ จนกว่าเราจะตกลงกันเรียบร้อย”
“ดี! ถ้าอย่างนั้น เื่นี้ห้ามพูดออกไปเด็ดขาด ผู้ใดพูดผู้นั้นเป็หมู?” หว่านอิ๋งอิ๋งเชิดหน้าขึ้น นึกถึงตอนที่เมาอยู่ในจวนเ้าเมืองฉู่จิ้ง นี่นางบอกเสิ่นฮูหยินกับเจียงลี่จังไปแล้ว นางก็เท่ากับกลายเป็คนโง่เสียแล้ว
“ท่านนั้นล่ะ อย่าเผลอบอกผู้ใดก็แล้วกัน?”
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้อยากหมั้นหมายอยู่แล้ว ย่อมไม่้าให้ผู้ใดรู้?”
“แน่ใจหรือ? จ้งซูกับจ้งหนิงแอบเก็บเศษจดหมายที่ท่านเผาในกองใบไม้แห้งไปอ่าน พวกนางรู้แล้วว่าท่านมีคู่หมั้น”
“หา! นี่พวกนางทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ?”
“ใช่! ยามนี้พวกนางกำลังพยายามสืบว่าคู่หมั้นของท่านคือผู้ใด?”
สายตาของหลิวเฉิงขวางขึ้นมาทันควัน
“เ้าคงยังไม่คิดจะบอกพวกนางหรอกนะ”
“ไม่บอกแน่นอน ข้าอยากเป็องครักษ์หญิงที่เก่งกาจ ไม่เคยคิดอยากจะเป็สตรีอยู่เรือนหลังเฝ้ารอสามีกลับจากทำงานหรอกนะ”
“เ้าเองก็มิใช่สตรีที่เหมาะกับการเป็ภรรยาที่ดี”
“ในเมื่อข้าไม่ได้ชอบท่านและท่านไม่ได้ชอบข้า ถ้าอย่างนั้น พวกเราต่างคนก็ต่างไปหาทางออกกันดีหรือไม่?”
“ทางออกมีหนทางเดียวคือ เ้าถอนหมั้น”
“หลิวเฉิง! ท่านนี้มันหัวดื้อเสียจริง”
องครักษ์หนุ่มลุกขึ้นยืน คว้ากระบี่ที่วางอยู่บนโต๊ะ
“นี่ก็นับว่าข้าถอยถึงที่สุดแล้ว ที่เหลือเ้าก็หาทางเองก็แล้วกัน”
หว่านอิ๋งอิ๋งหัวเสียกลับไปยังห้องพัก นางอุตส่าห์เปิดใจคุยกับเขาแล้วก็ยังไม่อาจจะตกลงกันได้อีก
...โลกที่มีบุรุษเป็ใหญ่ ช่างน่าหงุดหงิดใจเสียเหลือเกิน...
หลิวเฉิงกลับไปนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง จดหมายของบิดาฉบับนั้นไม่ได้บอกรายละเอียดเื่การหมั้นหมาย ไม่น่าเชื่อว่าคู่หมั้นของเขาจะกลายเป็สตรีที่เขาได้เห็นเรือนร่างของนาง
มโนสำนึกหนึ่งก็เตือนเขาว่า...เขาสมควรจะรับผิดชอบในตัวนางแล้ว อีกอย่างตัวนางก็ได้เห็นเนื้อตัวเปล่าเปลือยของเขาแล้วเช่นกัน
คิดไปคิดมา หลิวเฉิงก็ไม่อาจจะนอนอยู่ต่อไปได้ เขาลุกขึ้นเดินไปเคาะประตูห้องไห่ฮ่าวที่อยู่ถัดไป
“เ้ามีสุราเหลือบ้างหรือไม่?”
“หัวหน้าหลิว ข้าไม่ได้ร้านจำหน่ายสุรานะขอรับ หากท่านอยากดื่ม ข้ายินดีเป็ดื่มด้วย เพียงแต่ท่านจะต้องจ่ายค่าสุรา”
“ได้” หัวหน้าองครักษ์หนุ่มโบกมือไปมา “เ้าสั่งมาเลย คืนนี้ข้าจะดื่มอยู่ในห้องของเ้านี่ล่ะ”
ไห่ฮ่าวเห็นว่าตนเองไม่ต้องจ่ายเงินจึงได้แอบกระซิบให้เสี่ยวเอ้อนำสุรามาสองไหและกาสุราขนาดใหญ่หนึ่งอัน หลิวเฉิงเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า
“วันนี้ข้านับได้ว่าหนีเสือปะจระเข้แท้ๆ”
องครักษ์หนุ่มรีบเทสุราจากไหใส่ในกาสุราใหญ่ แล้วพลิกจอกขึ้นมารินให้ไว เลื่อนไปตรงหน้าหลิวเฉิง
“จอกที่ข้าสั่งให้เสี่ยวเอ้อเอามา เหมาะแก่การดื่มเพื่อผ่อนคลายโดยแท้ หัวหน้าหลิว ท่านดูสิ จอกนี้มีขนาดเป็สองเท่าของจอกสุราปกติ รับรองว่าคืนนี้ดื่มได้อย่างเพลิดเพลินแน่นอน”
“เ้าจงใจจะมอมเหล้าข้าหรือ?”
“ท่านก็ดื่มๆ ไปเถิด มีสิ่งใดที่อยากจะพูดก็จะได้กล้าพูดออกมา”
หลิวเฉิงรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ เขานึกถึงสิ่งที่พูดกับหว่านอิ๋งอิ๋งแล้วก็หงุดหงิดไม่น้อย นางกล้าพูดออกมาอย่างเต็มปากว่าจะถอนหมั้นกับเขา
ไห่ฮ่าวยิ้มมีเลศนัยเมื่อเห็นหลิวเฉิงยกจอกขึ้นกระดกถี่ๆ
“เดี๋ยวๆ ท่านไม่ต้องรีบเมานักก็ได้ ข้าเพิ่งสั่งกับแกล้มไป หากท่านดื่มโดยมิได้กินอาหารไปรองท้องเสียบ้าง ประเดี๋ยวก็ปวดท้องแย่”
พอเห็นสิ่งที่เสี่ยวเอ้อนำมาส่งถึงโต๊ะ หลิวเฉิงก็เหลือบตามองไห่ฮ่าว
“นี่เ้ากินข้าวมื้อค่ำไม่อิ่มอีกหรือ?”
“นานทีท่านจะรับปากเลี้ยงข้า ข้าก็ต้องสั่งให้เต็มทีสิ เบี้ยหวัดขององครักษ์ผู้น้อยหรือจะสู้เบี้ยหวัดของหัวหน้าองครักษ์ได้”
“พอๆ ไม่ต้องเยินยอข้าแล้ว เ้าสั่งมาก็กินให้หมดด้วยเล่า ไม่เช่นนั้นข้าจะจับทั้งหมดนี้ยัดใส่ปากเ้าให้หมด”
ไห่ฮ่าวตกตะลึงมองจานและถ้วยอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ ในใจเขาก็นึกหาวิธีมอมเหล้าหลิวเฉิงให้เมาเสียโดยไว จะได้ให้เสี่ยวเอ้อแอบเก็บอาหารเอาไว้สำหรับวันพรุ่งนี้
“ไม่ต้องห่วง ข้าว่าคืนนี้กว่าท่านจะพูดความในใจจบ ข้าคงกินหมดแน่”
“ดีๆ อย่าให้ข้าเห็นก็แล้วกันว่าเ้ากินทิ้งกินขว้าง”
ไห่ฮ่าวได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงมาจากตึกฝั่งตรงข้ามจึงได้ลุกขึ้นเปิดหน้าต่าง เสียงพิณบรรเลงแว่วหวานลอยมาเข้ามา
“ดีจริง ฝั่งตรงข้ามเป็หอบรรเลงดนตรี พวกเราจึงได้ฟังโดยไม่ต้องออกจากห้องพัก หัวหน้าหลิวท่านไม่ได้ไปสถานเริงรมย์มานานเท่าใดแล้ว?”
หัวหน้าหลิวส่ายหน้า “ไม่รู้สิ ข้าไม่ได้สนใจจำ ยิ่งข้าต้องมาคอยดูแลคุณหนูสี่ ข้าก็ยิ่งเข้มงวดกับตัวเองมากขึ้น”
“ทางบ้านท่านไม่เร่งรัดเื่แต่งงานบ้างหรือ? ดูจากอายุท่านแล้วก็อยู่ในระยะเหมาะสมแล้วนี่?”
“เ้าพูดเหมือนกับรู้เื่ซุบซิบเกี่ยวกับตัวข้า”
“เื่ใดหรือ?”
ใบหน้าของหัวหน้าองครักษ์แซ่หลิวแดงระเรื่อ เขาดื่มสุราหมดไปหนึ่งไหแล้ว ยามนี้แม้หลังก็ยังอาศัยพิงพนักเก้าอี้
“จ้งซูกับจ้งหนิงก็รู้แล้วว่าทางบ้านข้าได้หมั้นหมายสตรีผู้หนึ่งเอาไว้”
“อืม...ถ้าพวกนางรู้แล้ว เช่นนั้นอีกไม่นานคนทั้งละแวกถนนท่านเ้ากรมจะต้องรู้แน่นอน ที่สำคัญในบันทึกของหัวหน้าหลิวเล่มหน้า ต้องมีเื่ราวเกี่ยวกับคู่หมั้นของท่านปรากฎ”
“ข้าอุตส่าห์เผาจดหมายทิ้งแล้วเชียว ไม่คิดว่าพวกนางจะทุ่มเทถึงขนาดไปเก็บเศษกระดาษขี้เถ้าพวกนั้นออกมา ซ้ำยังอ่านจนรู้เื่อีก”
“เป็เพราะท่านไม่รอบคอบเอง ควรจะเฝ้าจนกว่าจะไหม้หมดสิขอรับ”
“ก็ได้ๆ เป็ข้าที่ผิดเอง”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านดื่มอีกหนึ่งจอก”
“ได้ๆ”
ไห่ฮ่าวมองดูท่าทางและใบหน้าของหลิวเฉิงก็เห็นว่าเขาเมามากแล้ว จึงได้คิดจะหลอกถามเื่คู่หมั้นของเขา
“สตรีผู้นั้น เหตุใดจึงได้หมั้นกับท่าน?”
“ทุกอย่างล้วนเป็บิดามารดาข้าตัดสินใจ พวกเขาอ้างความสนิทสนมและมีบุญคุณต่อกันจึงได้ตกลงหมั้นหมายโดยที่ข้ากับนางไม่รู้”
“ท่านเต็มใจหรือไม่?”
“ไม่”
“แล้วนางเล่า?”
“นางก็ไม่เต็มใจจะแต่งงานกับข้า”
“หัวหน้าหลิว ปกติท่านเป็คนเด็ดขาดยิ่งนัก ในเมื่อท่านไม่เต็มใจก็ถอนหมั้นเสียก็สิ้นเื่”
“ข้าเองก็อยากทำเช่นนั้น แต่....”
“แต่อันใดอีกเล่า? หรือว่าท่านคิดจะถอนหมั้นแต่ก็ยังเสียดายของหมั้นที่จะต้องยกให้นาง”
“มิได้ๆ เพียงแต่...ข้าเองก็เื่ที่ทำผิดต่อนางอยู่”
ไห่ฮ่าวเห็นสีหน้ายุ่งยากใจของหัวหน้าหลิวแล้วก็รู้สึกสะดุดใจ
“ท่านทำผิดต่อนาง ท่านไปทำสิ่งใดเอาไว้หรือ?”
“ข้า....ข้าเห็นร่างเปลือยของนางหมดแล้วน่ะสิ!”
********************
ไรเตอร์แนะนำอีบุ๊กเซ็ท "สายลับจับอ๋องใหญ่" 2 เล่มจบค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3ODMzNiI7fQ

