ตอนที่หนึ่งร้อยสามสิบสี่Evolutionวิวัฒนาการ
การวิวัฒนาการไม่ใช่เรื่องของการที่เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแต่เป็นเรื่องของการอยู่รอดต่อไปได้
หากว่ากันตามตรงนีแอนเดอทัล เผ่าพันธุ์ญาติของมนุษย์เราปัจจุบัน คือเผ่าที่ร่างกายแข็งแกร่งกว่ากล้ามเนื้อมากกว่า
และจากการค้นคว้าหลักฐานปัจจุบัน
นีแอนเดอทัลอาจจะฉลาดกว่าเราด้วยซ้ำในการสร้างเครื่องมือต่างๆ
แต่มนุษย์เราอยุ่รอดมาได้และชนะนีแอนเดอทัลด้วยจำนวนล้วนๆ
คนอ่อนแอรวมตัวกันก็จะเอาชนะคนที่แข็งแกร่งได้ในระยะยาวของสงครามแห่งความอยู่รอด
แต่โลกปราณยุทธนั้นต่างไป
คนอ่อนแอรวมตัวกันเป็นกองทัพก็ไม่สามารถเอาชนะพลังขั้นใหญ่ที่เหนือกว่าขั้นหนึ่งได้ หากเราไม่มีไม้ตายลับจากยุคบรรพกาลที่เร่งพลังของเราสูงขึ้นหนึ่งขั้นใหญ่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งหรือไม้ตายแลกชีวิตที่จะผลาญชีวิตของเราแลกกับพลังที่จะเพิ่มขึ้นมาหนึ่งขั้นใหญ่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ผมก็แค่ย้อนกลับไปตามแนวคิดดั้งเดิมว่า”ปริมาณที่มากกว่าจะชนะ”
จากการฝึกฝนผสานกับการวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์จากโรเบิร์ตนักวิทยาศาสตร์ที่ร่างกายอ่อนแอ
ก็กลายเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงดีมากกว่านักกีฬามืออาชีพเสียอีกในช่วงเวลาสั้นๆ
ไม่ใช่แค่ผมที่เปลี่ยนไปเมื่อฝึกวิชา
บรรดานักวิทยาศาสตร์ก็ก้าวหน้าขึ้นเช่นกัน
แต่พวกเขาเน้นไปในทางสติปัญญาที่ยิ่งกว่าผมเสียอีก
แทนที่ผมจะเป็นคนค้นคว้าการพัฒนาสติปัญญา
บรรดานักวิทยาศาสตร์กลับคิดค้นลมปราณที่ช่วยในการใช้ความคิดวิเคราะห์ต่างๆได้ล่วงหน้าผมไปก่อนแล้วตอนที่ผมยุ่งกับอย่างอื่นอยู่
มันทำให้ผมรู้สึกเขินอยู่เล็กน้อยที่พลังผมเหนือกว่าแท้ๆแต่กลับไม่สามารถคิดอะไรบางอย่างได้แบบนักวิทยาศาสตร์อย่างโรเบิร์ตที่พลังต่ำกว่า
เหมือนกับการต่างกันของวิวัฒนาการณ์
ผมมีความกดดันและความจำเป็นที่ต้องเน้นพลังมหาศาล
ส่วนนักวิทยาศาสตร์เน้นการวิเคราะห์และรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้พวกเขาเน้นการค้นคว้าพัฒนาเคล็ดวิชาของพวกเขาไปอีกทางหนึ่ง
และเหนืออื่นใด
การพัฒนาของพวกเขาก็ทำให้ผมได้เดินตามพวกเขาพัฒนาด้วยความรวดเร็วเช่นกัน
มันคือการวิวัฒนาไปพร้อมกัน
เหมือนผมที่มีพลังสูงกว่าวางรากฐานทฤษฎีในระดับที่คนที่มีพลังสูกง่าเท่านั้นถึงจะทำได้
ส่วนพวกนักวิทยาศาสตร์นั้นพัฒนาด้านมองและการควบคุมลมปราณ ทักษะพื้นฐานในหลากหลายรูปแบบที่พวกเขาจะคิดได้
เคล็ดวิชาในห้องสมุดเก็บข้อมูลของพวกเราก็ได้เพิ่มขึ้นทีละมหาศาลไปเรื่อยๆอย่างนี้
คนคนเดียวไม่สามารถจะทำอย่างนี้ได้แม้คนคนนั้นจะนั่งหันหน้าเข้าหาผนังตลอดห้าสิบปีเพื่อคิดค้นเคล็ดวิชาก็ตาม
วิชาเล็กน้อยที่ผมคิดค้นขึ้นในตอนแรกๆ
อย่างการผนึกลมปราณ หมุนวนลมปราณ ฯลฯ
วิชาสารพัดที่เอามาจากเรื่องราวต่างๆที่ผมเคยอ่านเจอ
ถูกพัฒนาเพิ่มขึ้นโดยพวกนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้
พวกเขามีพลังน้อยกว่าจึงถูกความกดดันให้เน้นไปในทางที่เน้นประสิทธิภาพมากที่สุดจากพลังที่พวกเขามี
และวิชาที่ใช้พลังเล็กน้อยและเทคนิคเล็กน้อยคือสิ่งที่พวกเขาใส่ใจมากที่สุดก็ว่าได้
พวกเขาค่อนข้างเน้นหนทางการวิวัฒนาการในฐานะผู้บ่มเพาะพลังที่ต่างไปจากผม
แต่ผมก็ยังได้ประโยชน์จากการค้นคว้าของพวกเขา
นี่คือสิ่งที่คนคนเดียวไม่มีทางทำได้
ว่ากันตามตรงพวกเราพัฒนาไปต่างกันต่างคนต่างเน้นวิชาของตนเอง แต่ความเข้าใจโดยรวมของเคล็ดวิชาต่างๆนั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เปรี๊ยะ
“แส้ตวัดมังกร”
แส้จากมือของน่าหลันเมิ่งเคลื่อนไหวปานงูฉก
“คิงคองถล่มภูผา”
หมัดของคิงคองเงินปะทะกับแส้ของน่าหลันเมิ่งอย่างไม่เกรงกลัว
เปรี๊ยะ
เสียงเหมือนกับสิ่งของกระทบหินไม่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับคิงคองเงิน
พวกนักวิทยาศาสตร์ต่างๆก็เก็บข้อมูลการต่อสู้ระหว่างพวกจอมยุทธเช่นกัน
เพื่อพัฒนาแนวคิดและปรับปรุงด้านวิชาที่จะสามารถใช้ในสถานการณ์จริงได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ท่าทางองค์กรของผมเริ่มเป็นรูปร่างองค์กรชั่วร้ายที่เก็บเคล็ดวิชาของนักสู้ทุกคนและเอาวิชาพวกนั้นไปลงในร่างโคลนที่จะเป็นบอสใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว
คิงคองเงินตามเรื่องราวต้นฉบับวิชาของเขาจะมีจุดอ่อน
หากโดนวิชาที่ยืดหยุ่นของน่าหลันเมิ่งคงทำให้เขาเสียขบวน
แต่ว่า
“หมับ”
มือที่ใหญ่โตของคิงคองเงินคว้าแส้เอาไว้ได้และขาดดังปึง
จากการดึงของคิงคองเงิน
“คร่อกนายหญิงออมมือแล้ว”
น่าหลันเมิ่งรู้สึกเสียหน้าอย่างมากแต่พอเห็นอ้าวป้าหม่ามาก็มีสีหน้ายิ้มแย้ม
“ท่านพี่คะถ่ายทอดวิชาให้น้องเพื่อเอาชนะคิงคองเงินให้หน่อยสิคะ”
“ฮาหากคิงคองเงินที่เป็นบอร์ดี้การ์ดอ่อนแอกว่าน้องเมิ่ง คิงคองเงินจะปกป้องนอ้งได้อย่างไรกันเล่า?”
แบบเดียวกับที่อ๋องต้วนแห่งต้าหลี่มีบอร์ดี้การ์ดองครักษ์ของตนเองแต่องครักษ์กระจอกกว่า จนท่านอ๋องต้วนต้องปกป้ององครักษ์ของตนเองมันก็ดูแปลกๆนั่นเอง
...
True Wallet
089-5296248
สนับสนุนผู้เขียนได้ตามช่องทางนี้นะครับ
หากต้องการรู้ข้อมูลหรือตอนพิเศษใดสามารถบอกต่อผู้เขียนได้ครับ