“ติ๊ง...” นาฬิกาจับเวลาดังขึ้น เมย์รีบไปที่เตาอบไมโครเวฟเพื่อดึงอาหารมื้อเย็นออกมา เธอกำลังแบกมันกลับไปที่โต๊ะในห้องอาหาร แล้วอยู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูทำให้เธอสะดุ้งใทันที
เธอวางอาหารเย็นร้อนๆ ลงบนแผ่นรองจาน ดึงถุงมือกันความร้อนออกแล้วไปดูว่าใครอยู่หลังประตู มีเงาที่ไม่คุ้นเคยแสดงผ่านกระจกตาแมวที่ประตู และเธอก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อเปิดประตูแล้วเห็นเอกภพยืนอยู่ตรงนั้น
ความทรงจำอันเ็ปจากห้องเก็บงานศิลปะกลับมาท่วมท้น เธอเหลือบมองไปข้างหลังเขาด้วยความหวาดระแวงว่าจะได้เห็นแพรวซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ และเธอตั้งใจจะกระแทกประตูใส่หน้าเขา
ราวกับว่าเอกภพอ่านใจเมย์ออก เขารีบยื่นมือออกมาเพื่อหยุดเธอ “เมย์ ได้โปรด” เขาพูดด้วยสีหน้ากังวลอย่างแท้จริง “ขอผมพูดอะไรสักหน่อยเถอะ”
เมย์ยังคงพยายามสู้แรงของเขาเพื่อดันประตูปิด เธอพูดว่า "คุณรู้ได้อย่างไรว่าชั้นอาศัยอยู่ที่นี่!"
“คุณสมสมรบอกผม”
เมย์รู้สึกว่าความดันโลหิตของเธอเพิ่มขึ้น "ชั้นคิดว่าคงต้องมีคนเตือนคุณสมสมรว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้นควรเป็ความลับ"
“ใช่ เชื่อผมสิ เธอไม่อยากบอกผม” เขากล่าว “เธอยังโกรธที่แพรวแอบไปค้นไฟล์ของคุณ แต่เมื่อผมอธิบายให้เธอฟังว่าทำไมผมต้องขอโทษคุณ --”
“คุณไม่จำเป็ต้องขอโทษชั้น” เมย์พูดสวนขึ้นมา
“ผมรู้...ผมไม่ควรตกลงที่จะเล่นตลกแบบนั้น ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ข้อแก้ตัว แต่...ผมยังเป็น้องใหม่ในบริษัทและพยายามปรับตัวให้เข้ากับทุกคน ผมคิดว่าสิ่งนี้อาจจะช่วยได้ เพราะแพรวบอกว่าสาวๆ เล่นตลกกันแบบนี้ทุกครั้งในวัน April Fools' Day และเธอยังบอกอีกว่าคุณคงคิดว่ามันตลกดี”
เมย์ทำหน้าเฉยชา “ชั้นไม่คิดว่ามันเป็เื่ตลกแม้แต่น้อย”
“ใช่” เอกพูดพลางปัดนิ้วไปมาอย่างประหม่า “เชื่อผมสิ ผมสาบานได้ จริงๆ แล้วผมหวังว่าจะมีโอกาสได้ขอโทษคุณที่บาร์ แพรวบอกว่าทุกคนในบริษัทออกไปดื่มฉลองกันหลังเลิกงาน และผมก็คิดว่าคุณคงอยู่ที่นั่นด้วย”
เมย์เหลือบมองไปข้างหลังเธอซึ่งอาหารมื้อเย็นของเธอกำลังรออยู่บนโต๊ะ “ชั้นไม่ได้รับเชิญให้ไป และชั้นก็มีแผนอื่นแล้ว”
“ใช่ นั่นคือสิ่งที่แพรวพูด พ่อแม่ของคุณกำลังจะจัดงานเลี้ยงใหญ่ให้คุณใช่มั้ย”
เอกภพมองข้ามไหล่ของเมย์ไปที่บ้านว่างๆ ข้างหลังเธอ และเมย์ก็รีบปิดประตูให้แคบลงเพื่อบดบังทัศนวิสัยของเขา “พรุ่งนี้คุณค่อยขอโทษก็ได้”
“ครับ...ผมรู้ แต่ผมอยากจะแน่ใจว่าผมมาขอโทษก่อน เอ่อ...ก่อนที่วันพรุ่งนี้คุณจะเจอคุณยศกร”
ดวงตาของเมย์หรี่ลงเมื่อรู้เหตุผลว่าทำไมเขาถึงมาอยู่หน้าประตูบ้าน “ไม่ต้องห่วง ชั้นจะไม่บอกเื่นี้ให้ใครฟังแน่นอน”
เอกถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ขอบคุณมากครับ ผมอยากทำงานที่นี่ต่อไปจริงๆ และผมไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าคุณยศกรรู้เื่นี้เข้าจะ...”
เมย์ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเขา “ชั้นเข้าใจ ตอนนี้ชั้นควรจะกลับไปทานอาหารมื้อเย็นได้แล้ว ลาก่อน”
เธอยื่นมือไปปิดประตู แต่เอกภพหยุดเธอไว้ “เดี๋ยวนะ คุณกินข้าวเย็นคนเดียวเหรอ”
เมย์ลังเล พยายามคิดเื่โกหก แต่เธอรู้ว่าเห็นได้ชัดเจนว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่กับเธอ “อืม...ค่ะ”
“วันเกิดไม่ควรมีใครอยู่คนเดียว งั้นให้ผมพาคุณออกไปทานอาหารเย็นนะครับ”
เมย์กะพริบตาด้วยความประหลาดใจกับคำเชิญที่ไม่คาดคิด "ชั้นทำอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว"
“ผมรู้ แต่...ผมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อชดเชยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้”
“คุณก็ขอโทษไปแล้วไง”
“ได้โปรด...ผมสามารถเลี้ยงอาหารเย็นให้คุณได้เป็ 100 มื้อแต่มันคงไม่เพียงพอ ผมรู้ว่าวันนี้ผมทำให้คุณอับอายกับการเล่นตลกนั้น ผมโง่มากที่ปล่อยให้ตัวเองถูกลากเข้าไปและผมก็อยากจะทำอะไรชดเชยให้มันดีขึ้น มาเลย...ให้ผมพาคุณออกไปฉลองวันเกิดของคุณนะครับ”
เมย์ลังเลแล้วรีบส่ายหัว “บอกตามตรง ชั้นสบายดี ชั้นชอบใช้วันเกิดแบบนี้ และชั้นต้องไปก่อนอาหารจะเย็นลง”
"คุณแน่ใจไหม?" เขาพูดโดยพยายามก้มลงเพื่อจ้องมองตาของเธอ
เมย์ปิดประตูอีกเล็กน้อยแล้วพยักหน้า
เอกภพพูดว่า "โอเค อืม...งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่ทำงานนะครับ"
เมย์ฝืนยิ้มและปิดประตู เขาดูค่อนข้างจริงใจ แต่เธอรู้ว่าคำเชิญนั้นดูดีเกินกว่าจะเป็จริงได้ และเธอเริ่มสงสัยว่าแพรวอยู่เื้ัหรือเปล่า สงสัยว่านี่เป็ส่วนที่สองของการแกล้งเธออีกใช่มั้ย
เมย์จะไม่ตกหลุมพรางอีกครั้ง เธอได้เรียนรู้บทเรียนของเธอแล้ว เธอไม่ควรออกจากบ้านไปทำงานในวันนี้ ซึ่งปกติแล้วเธอควรจะโทรลาป่วยและอยู่บ้านเหมือนที่เธอทำทุกปี แต่เป็เพียงเพราะการประชุมสำคัญที่เธอต้องรวบรวมความกล้าที่จะเข้าไปและสุดท้ายมันได้ย้อนกลับมาทำร้ายเธอเหมือนที่เคยเป็มา
เมื่อนาฬิกาชี้ว่าถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว เมย์ก็คิดว่าเธอปลอดภัย คงไม่มีใครมาแกล้งเล่นตลกหลังเที่ยงคืนของวันนี้แล้ว วันแห่งความโชคร้ายของเธอจบลงแล้ว
เมย์นั่งลงที่โต๊ะอาหารซึ่งอาหารเย็นของเธอรออยู่ ค่อยๆ ััมุมของถาดพลาสติก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ร้อนเกินไป จากนั้นจึงเปิดออก เมย์จ้องมองอาหารเย็นในวันเกิดของเธอ “สปาเก็ตตี้ผัดซอสครีม สเต็กปลาดอลลี่และมันฝรั่งบดสำเร็จรูป ผักต้มหลากสี และขนมหวานหนึ่งชิ้น”
ขณะที่เมย์กำลังจะใช้ส้อมจิ้มมัน แค่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูอีกครั้ง เธอวางส้อมลงแล้วเดินไปเปิดประตู นั่นสร้างความแปลกใจที่เห็นเอกภพกลับมาโดยมีขวดไวน์อยู่ในมือ
“เอ่อ” เขาพูด "ขอโทษที่เอาแต่กวนใจคุณ แต่ดูเหมือนไม่ถูกต้องที่ปล่อยให้คุณใช้เวลาวันเกิดเพียงลำพัง สมมติว่าคุณยังไม่อยากไปทานอาหารเย็น อย่างน้อยเราอาจจะได้ดื่มไวน์ร่วมกันเพื่อฉลองวันเกิดของคุณ"
เมย์มองผ่านเขาไป ยังคงคิดว่าแพรวต้องซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้
เอกภพหันกลับมามองด้วย สงสัยว่าเธอกำลังดูอะไรอยู่ “ขอผมเข้าไปได้ไหมครับ”
เธอลังเล ยังไม่แน่ใจ แต่เธอรู้สึกว่าเขาจะไม่ไปไหนเว้นแต่เธอจะตกลง “ก็ได้ แต่ดื่มแค่แก้วเดียว แล้วคุณต้องไป”
เอกภพพยักหน้าเห็นด้วย ยิ้มขณะที่เขาเดินตามเธอเข้าไปข้างในและรออยู่ในห้องนั่งเล่น เมย์เดินเข้าไปแกะกล่องหยิบแก้วไวน์ใหม่เอี่ยมขึ้นมาล้างอย่างรวดเร็ว แล้วรีบกลับไปที่ห้องนั่งเล่นพร้อมแก้วสองใบและที่เปิดจุกไม้ก๊อก
เอกภพยืนอยู่ข้างโต๊ะจ้องที่อาหารของเมย์ “อืม นี่มันอะไรกัน อาหารสำหรับวันเกิด?”
เมย์หน้าแดงด้วยความเขินอาย "ใช่ มันเป็อาหารเย็นแช่แข็ง ชั้นชอบมัน พวกมันมีรสชาติดีกว่าที่เห็นจริงๆ ชั้นยังมีเหลือในตู้เย็นอีกเยอะ ให้ชั้นอุ่นให้คุณมั้ย?"
“อืม...ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณ”
เมย์รออยู่บนเก้าอี้ของเธอขณะที่เขารินไวน์แดงใส่แก้วทั้งสอง เธอเคยชินกับการทานอาหารคนเดียว เธอผลักอาหารที่ยังไม่ถูกแตะต้องออกไป เขายื่นแก้วไวน์ให้เธอ และเธอก็หยิบมันด้วยมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง ถือไว้ใกล้ๆ สูดดมกลิ่นหอมของมัน แต่เมื่อเอกภพโน้มตัวเข้ามาใกล้และชนแก้วของเขากับเธอ เธอก็ััได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผ่านลมหายใจของเขา
“เอ่อ” เธอพูดพลางโบกมือไปมาตรงหน้า “งานเลี้ยงที่บาร์คุณต้องดื่มไปเยอะแล้วแน่ๆ”
“อาจจะมากเกินไป” เขาพูด วางไวน์ลงหลังจากจิบนิดหน่อย “มันต้องใช้เวลามากกว่าปกติกว่าที่ผมจะรวบรวมสติและความกล้าเพื่อมาที่นี่ได้”
“แล้วคุณขับรถมาเหรอ”
“ใช่ครับ ผมรู้ว่าไม่ควร เดี๋ยวผมจะนั่งแท็กซี่กลับบ้าน แต่ตอนนี้ผมคิดว่าบางทีไวน์ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเช่นกัน”
“นั่งรอก่อนนะ” เมย์พูดแล้ววิ่งกลับไปที่ห้องครัว ในไม่ช้าเธอก็กลับมาพร้อมกับแก้วน้ำเปล่าที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง
“ขอบคุณครับ” เอกภพพูดขณะรับมา "พ่อแม่ของคุณมีบ้านที่สวยน่าอยู่มาก"
“นี่ไม่ใช่บ้านพ่อแม่ของชั้น มันเป็บ้านของชั้นต่างหาก”
เอกภพเกือบจะพ่นเครื่องดื่มออกมา “ที่นี่เป็ของคุณเหรอ มันใหญ่มาก โห...นักพิสูจน์อักษรได้เงินเท่าไหร่!”
เมย์หัวเราะ “ชั้นไม่ได้ซื้อเอง พ่อแม่ของชั้นเป็ซื้อ แต่วันหนึ่งพวกเขาไปล่องเรือในทะเลอันดามันแล้วไม่กลับมาอีกเลย ทำให้ตอนนี้มันเป็ของชั้นแล้ว”
“คุณไม่ได้หมายความว่าพวกเขา…”
เธอหัวเราะอีกครั้งและจิบไวน์ “ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด พวกเขายังมีชีวิตอยู่ เรือไม่ได้จมน้ำหรอก พวกเขาแค่พบสถานที่ที่พวกเขาชอบใกล้ชายฝั่งของเกาะภูเก็ตและตัดสินใจซื้อบ้านอยู่ที่นั่น ชั้นจะบินไปหาพวกเขาในเดือนหน้า พวกเราจะฉลองวันเกิดของชั้น”
"และพวกเขามอบบ้านหลังนี้ให้คุณ?"
“ใช่ นั่นไง” เธอชี้ไปที่รูปถ่ายบนโต๊ะข้างผนัง "นี่คือพ่อกับแม่ของชั้น"
“พ่อแม่ของคุณ พวกเขาทั้งคู่...”
"ขนาดปกติ? ใช่ ชั้นเป็คนแคระคนเดียวในบ้าน"
เขาสะดุ้งและเธอหัวเราะกับปฏิกิริยาของเขา “ไม่ต้องห่วง ชั้นใช้ชีวิตแบบนี้มาทั้งชีวิต ตอนนี้ชั้นค่อนข้างชินกับมันแล้ว”
เมย์ััได้ว่าสายตาของเอกภพมองมาที่เธอ ศึกษาสัดส่วนสรีระร่างกายของเธอราวกับไม่เคยเห็นคนแคระมาก่อน เธอคุ้นเคยกับมัน เธอไม่เคยไปไหนได้โดยไม่มีใครจ้องมองราวกับว่าเธอเพิ่งเดินออกจากคณะละครสัตว์ เธอจิบไวน์อีกครั้งแล้วพูดต่อ
“ชั้นเคยปล่อยให้มันทำร้ายจิตใจของชั้น เคยโกรธและน้อยใจโชคชะตา ได้แค่คิดว่า 'ทำไมต้องเป็ชั้น'' แต่ตอนนี้ชั้นโตแล้ว ชั้นยอมรับมันได้แล้ว”
เมย์เงยหน้าขึ้นและเห็นเขากำลังหาคำที่เหมาะสมที่จะพูด ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพบเจอสถานการณ์แบบนี้ เธอจึงคิดว่าน่าจะเปลี่ยนเื่คุยดีกว่า
“โอ้โห...นี่มันของใครกันเนี่ย!” เอกภพก้าวผ่านเธอเข้าไปในโถงทางเดิน ที่ซึ่งงานศิลปะมากมายแขวนเรียงรายอยู่บนผนังเกือบทุกตารางนิ้ว
"ของชั้นเอง"
เอกภพจ้องเขม็งไปกับคอลเล็กชั่นภาพสเก็ตช์ดินสอ ภาพวาดด้วยปากกาและหมึก ภาพวาดด้วยสีน้ำและน้ำมัน “คุณไปซื้องานศิลปะเหล่านี้มาจากไหน”
เธอกะพริบตาอย่างแปลกใจ “ซื้อ? เปล่า...ชั้นไม่ได้ซื้อมัน ตอนที่ชั้นบอกว่ามันเป็ของชั้น ชั้นหมายถึงพวกมันเป็ผลงานที่ชั้นสร้างขึ้นมาเอง”
เขาจ้องที่เธออย่างตะลึงงัน จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นลายเซ็นตัวอักษร M ตัวเล็กอยู่ที่มุมของกรอบภาพทุกชิ้น “คุณหมายถึง... คุณวาดสิ่งเหล่านี้เองเหรอ”
เธอพยักหน้าเล็กน้อยและจิบไวน์อีกครั้ง
เอกภพจ้องมองผลงานทุกชั้นอย่างละเอียด ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ความประหลาดใจของเขาในงานศิลปะที่เรียงรายอยู่ตามผนังนั้นไม่มีอะไรเทียบได้กับความประหลาดใจที่รอเขาอยู่ที่ปลายทางเดิน เอกภพอ้าปากอ้างและแก้วน้ำเกือบจะหลุดออกจากมือของเขา
เพราะสุดทางเดินนั้นเป็ห้องสตูดิโอขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยจานสีและชั้นวางของ โต๊ะและขาตั้งวาดภาพ อุปกรณ์ศิลปะทุกชนิด งานศิลปะที่ยังวาดไม่เสร็จวางพิงกับผนังทุกด้าน เขาจ้องมองด้วยความไม่เชื่อสายตาตัวเอง "ทำไมคุณถึงทำงานเป็นักพิสูจน์อักษรในเมื่อคุณทำสิ่งเหล่านี้ได้? คุณเป็ศิลปินได้เลยนะ"
“ไม่ ชั้นไม่ใช่” เมย์พูดพร้อมส่ายหัว “ชั้นไม่เคยเข้าเรียนศิลปะ ชั้นเรียนจบอักษรศาสตร์”
“ล้อเล่นเหรอ การเรียนจบโรงเรียนศิลปะแทบไม่มีความจำเป็สำหรับการเป็ศิลปิน ดูพวกนี้สิ...มันน่าทึ่งมาก!”
“ขอบคุณ แต่ชั้นทำเพื่อความสนุก ชั้นรู้ดีว่าชั้นมีพร์และความรู้ไม่ถึงครึ่งของคุณหรือคุณแพรว”
“พร์ คุณรู้หรือเปล่า คุณไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ถ้าคุณไม่มีมันซ่อนอยู่ในตัวอย่างแน่นอน” เขาพูดขณะที่เดินไปรอบๆ สตูดิโอด้วยสายตาตื่นเต้น "ลายเส้นของคุณ การแปรงพู่กันของคุณ...น่าทึ่งมาก และมีเทคนิคต่างๆ มากมาย ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคุณมองเห็นจุดบกพร่องในโทนสีผลงานของแพรวได้อย่างไร ทั้งๆ ที่พวกเราไม่มีใครสังเกตเห็น"
“ชั้นแค่เดาน่ะ”
“ไม่” เขาพูด ขณะที่เขาเข้าใกล้งานศิลปะขนาดใหญ่บนผ้าใบชิ้นหนึ่ง “คุณมีพร์...ผมเห็นมันในทุกสิ่งที่คุณทำ เช่นเดียวกับงานชิ้นนี้ มันน่าทึ่งมาก”
เอกภพจ้องไปที่เฟรมผ้าใบขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า มันเป็ภาพภายในของบ้านริมชายหาดหลังเล็กๆ ในฤดูร้อนที่สดใส มีหญิงสาวคนหนึ่งเอนกายอยู่บนโซฟา หันหน้าหนีหรืออาจจะหลับไป ขณะที่แขนยาวของเธอเหยียดไปทางหนังสือที่เธอทิ้งไว้บนพื้นข้างๆ เธอสวมเสื้อผ้าบางเบาเผยให้เห็นต้นขาเปลือยของขาที่เรียวยาวอย่างไม่น่าเชื่อของเธอ และทรงผมของเธอนั้นก็เหมือนกับของเมย์
จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นภาพวาดของผู้หญิงคนเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ เธอสูงสง่าและเพรียวบาง แต่ทุกภาพใบหน้าของเธอจะหันไปทางอื่นอยู่เสมอ เขาหันไปทางเมย์ “นี่น่าจะเป็คุณหรือเปล่า”
ดวงตาของเธอเบิกกว้างและเธอก็ดื่มไวน์อึกใหญ่จนหมดแก้ว “ไม่ ไม่หรอก ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง”
“แล้วทำไมคุณไม่วาดให้เห็นหน้าเธอด้วยล่ะ”
“อย่างที่ชั้นพูด ชั้นไม่เคยเรียนศิลปะ ชั้นวาดใบหน้าและเท้าไม่เป็”
เอกภพมองดูผืนผ้าใบขนาดใหญ่เป็ครั้งสุดท้าย มันมีชีวิตชีวาจนเขารู้สึกว่าเขาสามารถก้าวผ่านมันไปได้เหมือนหน้าต่าง รู้สึกถึงความอบอุ่นของลมฤดูร้อน ขณะที่เขาจินตนาการถึงความนุ่มนวลของไหล่ของหญิงสาว แล้วเขาก็หันหลังกลับส่ายหัวขณะที่เขาไปดูชิ้นส่วนอื่นๆ ของเธอ
ใกล้ๆ กันเขาเห็นกองกระดาษจำนวนมากซุกอยู่ใต้โต๊ะและเดินไปดึงมันออกมา
"เดี๋ยวก่อน อย่าเอามันออกมา!" เมย์ร้องห้ามเสียงหลง
แต่มันก็สายเกินไป หน้ากระดาษมันเงาจำนวนหนึ่งทะลักออกมาจากแฟ้มและกระจัดกระจายไปทั่วพื้น เมย์รีบวิ่งไปเก็บพวกมันขณะที่เอกภพกำลังจะคุกเข่าช่วย
“ไม่เป็ไร ชั้นทำเองได้” เธอพูดพร้อมกับเอามือปิดไว้ ขณะที่เธอพยายามซ่อนรูปภาพเ่าั้
แต่เอกภพได้เห็นพวกมันั้แ่แรกแล้ว ทั้งหมดเป็ภาพของหนุ่มๆ นายแบบหล่อๆ พวกเขาทุกคนเปลือยกายอย่างสมบูรณ์ ร่างกายที่แข็งแรงของพวกเขาสมบูรณ์แบบ
เอกภพกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ผมไม่อยากรู้เลยว่าคุณตัดมันออกจากนิตยสารเล่มไหน"
เมย์ร้อนรุ่มด้วยความเขินอายขณะที่เธอคว้ามันมาอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ชั้นแค่ใช้มันเป็แบบสำหรับสเก็ตช์ภาพของชั้น แค่นั้นเอง"