เมื่อทั้งสองขึ้นหลังม้าเตรียมตัวกลับปราสาท ทันใดนั้น เสียงคำรามดังก้องขึ้นจากในป่าลึก ม้าของเ้าชายฟินิกซ์หยุดชะงักทันที
“นั่นเสียงอะไร?” นาข้าวถามด้วยความหวาดกลัว เสียงของเธอสั่นคลอน เ้าชายฟินิกซ์ััได้ถึงความผิดปกติ
“เ้าอยู่ใกล้ข้าไว้ นาข้าว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่เขาค่อยๆ ควบม้าไปในทิศทางที่เสียงนั้นดังขึ้น
นาข้าวเกาะแขนเ้าชายแน่นด้วยความกลัว เ้าชายจึงค่อยๆ ควบม้าเดินอย่างระมัดระวัง ขณะที่สังเกตเห็นกิ่งไม้หักและร่องรอยการเดินเบียดพุ่มไม้เข้าไปในป่าลึก
“ดูเหมือนจะมีบางอย่างผ่านทางนี้ไป” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจลงจากหลังม้า และพานาข้าวเดินตามรอยนั้นไป ทั้งสองเข้าไปลึกขึ้นจนพบกับสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องหยุดหายใจ
มันคือสัตว์ตัวเล็กที่มีหน้าตาแปลกประหลาด ขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล มีปีกเล็กๆ กลางหลัง หูยาวเหมือนกระต่าย หน้าเหมือนแมว แต่ตัวเหมือนแร็กคูน ขนสีขาวปุกปุย นาข้าวมองมันด้วยความตะลึง
“นี่มันตัวอะไรกัน น่ารักมากเลย” นาข้าวพูดพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้สัตว์ตัวนั้น เ้าชายฟินิกซ์พยายามห้ามเธอ
“เ้าอย่าเข้าไปใกล้ มันอาจเป็สัตว์ร้าย” เขากล่าวด้วยความเป็ห่วง แต่สายเกินไป นาข้าวได้ยื่นมือไปััมันแล้ว
ทันทีที่มือนาข้าวลูบโดนาแที่ขาซ้ายของสัตว์นั้น มันร้องเสียงดังเหมือนเสียงที่พวกเขาได้ยินตอนแรก
“อ่ะ! นี่มันเสียงของเ้าตัวนี้เองเหรอ ท่านฟินิกซ์ดูสิ มันาเ็ที่ขาด้วย” นาข้าวพูดพลางมองาแ
เ้าชายฟินิกซ์เข้ามาดูใกล้ๆ “จริงด้วยสิ หรือว่ามันจะตกจากต้นไม้” เขากล่าวพร้อมกับสังเกตดูาแอย่างละเอียด
“ฉันว่าเราควรพามันกลับไปที่ปราสาทเพื่อรักษาแผลนะ” นาข้าวเสนอด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเห็นใจ
เ้าชายลังเล “เ้าแน่ใจหรือว่าจะพามันไปด้วย? มันอาจเป็อันตรายได้”
“ฉันแน่ใจ ถ้าปล่อยมันไว้ที่นี่ มันอาจถูกสัตว์อื่นทำร้ายได้” นาข้าวยืนยันด้วยความมั่นใจ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เ้าชายจึงตัดสินใจอุ้มสัตว์ตัวนั้นขึ้นมาเพื่อดูาแให้แน่ใจอีกครั้ง
“แผลก็ดูร้ายแรงอยู่นะ เ้าตัวเล็ก เ้าอยากไปกับเราหรือเปล่า?” เขาถามพลางมองตาสัตว์ตัวนั้น มันทำตาลุกวาวขึ้นเหมือนเข้าใจในสิ่งที่เ้าชายพูด นาข้าวที่เห็นความอ่อนโยนของเ้าชายในขณะนั้นก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองได้ตกหลุมรักในความใจดีของเขาเข้าแล้ว
ระหว่างการเดินทางกลับปราสาท นาข้าวอุ้มสัตว์ตัวนั้นไว้ข้างหน้า มืออีกข้างจับเชือกม้า เ้าชายฟินิกซ์เห็นว่าเธอเริ่มไม่มั่นคง จึงค่อยๆ ใช้แขนประคองเธอไว้เพื่อไม่ให้ตกจากหลังม้า
“เ้ามีความคิดอะไรจะตั้งชื่อให้มันหรือยัง?” เ้าชายถามเบาๆ ขณะที่นาข้าวครุ่นคิด
“อืม...งั้นเรียกมันว่า ‘บอนนี่’ ดีไหมคะท่านฟินิกซ์?” นาข้าวเสนอด้วยรอยยิ้ม
“ข้าว่ามันเป็ชื่อที่เหมาะสมกับเ้าตัวนี้ ดูแลเ้าบอนนี่ให้ดีด้วยล่ะ” เ้าชายตอบพร้อมกับยิ้มอย่างอบอุ่น
นาข้าวยิ้มอย่างมีความสุข “ฉันจะดูแลเ้าบอนนี่ให้ดีที่สุดค่ะ”
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงปราสาท เวลานั้นเกือบค่ำแล้ว จีน่ารีบเข้ามาด้วยความเป็ห่วง
“ท่านฟินิกซ์ นาข้าว เกิดอะไรขึ้นหรือถึงกลับมาช้าขนาดนี้?” เธอถามด้วยความกังวล
นาข้าวอุ้มเ้าบอนนี่มาอวด จีน่าตะลึงในความน่ารักและแปลกประหลาดของมัน
“นี่คือเ้าบอนนี่ มันน่ารักใช่ไหม” นาข้าวพูดด้วยความตื่นเต้น
“น่ารักมากเลย นาข้าว เ้าไปเจอมันที่ไหน?” จีน่าถามด้วยความสนใจ
“มันาเ็ในป่า ท่านฟินิกซ์กับฉันเลยตัดสินใจพามันกลับมารักษาที่นี่” นาข้าวตอบ
“มันาเ็ตรงไหน?” จีน่าถาม
“ที่ขาซ้าย ถ้าไปโดนมันจะร้องเสียงดังเลยล่ะ” นาข้าวกล่าว
เ้าชายฟินิกซ์ยืนกอดอกมองดูทั้งสองคนคุยกัน เขารู้สึกเอ็นดูนาข้าวเหมือนเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นใหม่ จีน่าเองก็รู้ว่าเื่ทั้งหมดเป็แผนของเ้าชาย แต่เธอก็เล่นตามไปกับนาข้าว
“โอ๊ะ! แผลของเ้าบอนนี่หายแล้ว!” นาข้าวร้องขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอหันไปมองเ้าชายกับจีน่า
“เ้าบอนนี่เป็สัตว์วิเศษ มันสามารถรักษาแผลของตัวเองได้” เ้าชายฟินิกซ์เฉลย นาข้าวอึ้งกับความวิเศษของสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเธอ
“ทำไมท่านฟินิกซ์ไม่บอกฉันแต่แรก?” นาข้าวถามด้วยความประหลาดใจ
“ข้าเห็นว่าเ้าตั้งใจอยากจะดูแลมัน และอีกอย่าง เ้าบอนนี่ก็ดูเหมือนอยากจะมาอยู่กับเ้าด้วย” เ้าชายฟินิกซ์ตอบ
นาข้าวหันไปถามบอนนี่ “จริงเหรอที่แกอยากจะมาอยู่กับฉัน”
เ้าบอนนี่พยักหน้า และขยับปีกเล็กๆ กับสะบัดหางไปมา
หลังจากที่ทุกคนคุยกันเสร็จ พวกเขาก็แยกย้ายไปพักผ่อน เ้าชายเดินมาส่งนาข้าวที่ห้อง
“เ้าพักผ่อนเยอะๆ ล่ะ ราตรีสวัสดิ์นะ นาข้าว”
“ท่านฟินิกซ์ก็เช่นกัน ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” นาข้าวตอบด้วยรอยยิ้ม
แต่ในใจของเ้าชายกลับซ่อนความลับบางอย่างไว้ เ้าบอนนี่ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา มันมีพลังที่จะกลายร่างเป็อสูรเมื่อใดก็ได้ เขายังไม่พร้อมจะให้นาข้าวดูแลมันเพียงลำพัง เ้าชายจึงตัดสินใจเก็บมันไว้ในปราสาท โดยไม่บอกความจริงทั้งหมดกับนาข้าว
**อีกด้านหนึ่งของป่า**
ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางความมืดของป่า กริฟฟินก่อกองไฟเพียงลำพัง เขาเดินทางกลับมายังอาณาจักร SKY LAND เพื่อพบกับนาข้าวในวันพรุ่งนี้
“พรุ่งนี้แล้วสินะ ที่ข้าจะได้เจอเ้า” กริฟฟินพูดกับตัวเองด้วยความคิดถึง แต่เขาก็รู้สึกสับสน
“นี่ข้าพูดอะไรออกมาอีกล่ะเนี่ย” เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วหลับไป ด้วยความหวังว่าการพบกันครั้งนี้จะทำให้นาข้าวมีความสุข...
แต่ใครจะรู้ว่า วันพรุ่งนี้จะนำพาเื่ราวอะไรมาให้พวกเขาบ้าง...
**ตัวอย่างตอนต่อไป: **
เช้าวันรุ่งขึ้นนาข้าวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความตื่นเต้น เมื่อเธอได้เห็นเ้าบอนนี่นอนขดตัวอยู่ข้างๆด้วยความน่ารัก นาข้าวยิ้มและลูบตัวมันเบาๆ แต่ทันใดนั้นเ้าบอนนี่ก็ลืมตาโพลงขึ้นมา มันะโลงจากเตียงแล้วรีบวิ่งไปที่หน้าต่างก่อนจะส่งเสียงร้องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
นาข้าวรู้สึกถึงความผิดปกติเธอรีบวิ่งไปดูที่หน้าต่างแล้วก็ต้องใเมื่อเห็นเงาของบุคคลหนึ่งยืนอยู่ที่ชายป่าดวงตาคู่หนึ่งมองมาที่เธอๆจำได้ดี... นั้นคือกริฟฟิน เขากลับมาแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้นาข้าวรู้สึกใมากยิ่งขึ้นคือสีหน้าของเ้าชายฟินิกซ์ที่มองออกไปนอกหน้าต่างเขาดูตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และเมื่อเขาหันมามองนาข้าว เ้าชายก็รู้สึกประหลาดใจที่คำพูดของนาข้าวเป็จริง
**เื่ราวจะเป็อย่างไร? ติดตามได้ในตอนต่อไป!**