เทพอสูรกลืนตะวัน

    บทที่ 25 : นครเร้นลับเหอเป่ย

    สองวันต่อมาเจียงเฉินจัดเตรียมข้าวของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็ขี่ม้าจากเมืองนภาไหล เจียงเฉินหันกลับไปมองเมืองที่เขาอาศัยอยู่มาตลอด 13ปีเมื่อเขามองกลับไปความเศร้าและความเหงาก็ปรากฏขึ้นมาภายในใจของเขา




    จุดหมายของเจียงเฉินตอนนี้คือนครเร้นลับเหอเป่ยที่ตั้งอยู่ที่ตีนของหุบเขาเร้นลับ เจียงเฉินเดินทางไปตามแผนที่ที่ได้รับมาจากปู่ของเขานี่เป็นครั้งแรกที่เจียงเฉินออกมาจากเมืองทุกสิ่งอย่างจึงกลายเป็นสิ่งใหม่สำหรับตัวของเจียงเฉิน



    ระหว่างทางเจียงเฉินพบกับสัตว์อสูรแปลกตามากมายและเจียงเฉินก็ฆ่าได้ฆ่ามันและชำแหละทุกอย่างเก็บไว้สำหรับฝึกวาดอักขระในช่วงกลางคืนเจียงเฉินก็กลับเข้าไปพักผ่อนในดินแดนพฤกษาอมตะ



    ตอนนี้เจียงเฉินตัดสินใจจะลองทานผลไม้จิตวิญญาณที่เคยเก็บมาคราวก่อน เจียงเฉินหยิบรู้มาจากในหนังสือว่าผลไม้จิตวิญญาณนั้นมีหลากหลายประเภทมีทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกาย กับความแข็งแกร่งทางวิญญาณและยังมีเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังธาตุอีกด้วย



    เจียงเฉินเลือกทานผลที่เพิ่มความแข็งแกร่งทางร่ายกายกับวิญญาณ น่าสงสารที่เจียงเฉินไม่สามารถทานผลเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังธาตุได้เพราะเจียงเฉินนั้นไม่มีพลังธาตุในร่างกาย



    ''ข้าคงต้องหาวิชาบ่มเพาะที่ช่วยในการบ่มเพาะพลังธาตุมาเสริมเสียแล้ว ไม่เช่นงั้นผลไม้พวกนี้คงสูญเปล่า''



    ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเจียงเฉินก้าวข้ามพวกคนที่อยู่ในระดับเดียวกันไปไกลโขแล้วเรียกได้ว่าเจียงเฉินอาจจะเป็นผู้อยู่สุดสูงสุดของขั้นปราณปฐพีก็ว่าได้เมื่อเวลาว่างเจียงเฉินก็ยังคงฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา



    5 วันต่อมาเจียงเฉินก็มาถึงนครเร้นลับเหอเป่ยเจียงเฉินมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้เพราะการเดินทางของเจียงเฉินนั้นราบรื่นมากไม่มีโจรหรือว่าอุปสรรคอะไรเลยถึงแม้จะมีสัตว์อสูรออกมาก็ตามแต่ก็เป็นเพียงระดับแรกเริ่มหรือก่อตั้งเท่านั้นซึ่งเจียงเฉินสามารถฆ่ามันได้อย่างสบาย ๆ 



    ในตอนแรกเจียงเฉินรู้สึกสงสัยยิ่งนักเหตุใดนครเร้นลับเหอเป่ยจึงถูกเรียกว่านคร ไม่ถูกเรียกเมืองเหมือนที่อื่น ๆ แต่เมื่อเจียงเฉินมาถึงเขาก็รับรู้สาเหตุได้ในทันทีเพราะนครเร้นลับเหอเป่ยนั้นยิ่งใหญ่เป็นอย่างมากแม้เมืองนภาไหลที่เป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ก็ตามแต่มันก็ดูเล็กลงไปทันทีเมื่อเทียบกับนครเร้นลับเหอเป่ยแห่งนี้



    เจียงเฉินเดินไปเดินทางภายในเมืองเพื่อสำรวจความยิ่งใหญ่ของนครเร้นลับเหอเป่ยและด้วยการที่นครเร้นลับเหอเป่ยตั้งอยู่ตีนเขาเร้นลับของสำนักสวรรค์เร้นลับจึงทำให้ภายในเมืองต่างเต็มไปด้วยผู้บ่มเพาะมากหน้าหลายตาเรียกได้ว่าเจียงเฉินเดินไปที่ไหนก็เจอแต่ผู้บ่มเพาะทั้งนั้น



    เจียงเฉินตัดสินใจไปหามื้อกลางวันทานที่โรงเตี้ยมแสงจันทร์ โรงเตี้ยมแสงจันทร์นั้นถือเป็นหนึ่งในธุระกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 4ทวีปเทียบเคียงได้กับหอการค้าฮงเทียนที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน



    หลังจากเจียงเฉินทานอาหารกลางวันเสร็จเขาก็เดินไปสำรวจย่านการค้าของเมืองแห่งนี้เสียหน่อยเผื่อจะเจอของน่าสนใจ แต่เมื่อเจียงเฉินมาถึงเขาก็พบว่าย่านการค้าแห่งนี้มีแต่ของดีราคาถูกเต็มไปหมด



    เจียงเฉินเดินไปตามร้านค้าและพบเห็นสมุนไพรสภาพดีที่ราคาถูกมากหลายชนิดเจียงเฉินจึงตัดสินใจกว้านซื้อมันเกือบทั้งหมดและการที่เจียงเฉินนั้นกว้านซื้อสมุนไพรเป็นจำนวนมากทำให้เป็นที่สะดุดตาของใครหลายคน 



    ดังนั้นเมื่อเจียงเฉินกำลังเดินอยู่ตามตลาดเขาก็รู้สึกได้ว่ามีคนบางคนกำลังตามเขามา เจียงเฉินตรวจดูแล้วก็พบว่าคนพวกนี้มีระดับสูงสุดเพียงแค่ปราณปฐพีขั้นกลางเท่านั้นซึ่งเจียงเฉินไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ที่จะมีคนตามเขา เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการทดสอบเข้าสำนักซึ่งจะมีคนส่งคนมาจับตาดูคู่แข่งก็ไม่แปลกอะไร



    แต่ในระหว่างการเดินตลาดของเจียงเฉิน เจียงเฉินก็สัมผัสได้ว่าพวกคนที่ตามเขามานั้นไม่ใช่คนพวกที่พิเศษกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย เจียงเฉินคาดเดาว่าเพราะการจับจ่ายของเขาจะเรียกโจรให้เข้ามาหาซะแล้ว



    เจียงเฉินตัดสินใจจะดัดนิสัยโจรพวกนี้เสียหน่อยเขาจึงเลือกเดินเข้าไปในตรอกเปลี่ยวเหล่าโจรก็ตามเจียงเฉินมาติด ๆ เมื่อเข้ามาเจียงเฉินก็พบกับโจรจำนวน 4 คน 3 คนนั้นอยู่ในระดับปฐพีขั้นต้นและอีกคนอยู่ในระดับปฐพีขั้นกลาง



    เมื่อทั้งสองฝ่ายเจอพบเจอกันพวกโจรนั้นก็บอกจุดประสงค์ของพวกมันทันที



    ''เจ้าหนู ข้าเห็นว่าเจ้านั้นเป็นเด็กหนุ่มที่มีนิสัยเผื่อแผ่โอบอ้อมอารี พวกข้าจึงหวังว่าเจ้านั้นจะแบ่งเงินที่เจ้ามีให้พวกข้าสักเล็กน้อย หรือทั้งหมดของเจ้ามาให้แก่พวกข้าเพื่อไว้ใช้ต่อชีวิตน้อย ๆ ของพวกข้าสักหน่อย''



    เจียงเฉินที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าโจรเหล่านี้จะมีคำพูดที่ดูแปลกประหลาด เพราะในความคิดของเจียงเฉินนั้นพวกโจรจะต้องป่าเถื่อนและหยาบคายแต่ในตอนนี้ภายโจรในหัวของเจียงเฉินจะต้องเปลี่ยนไป แต่ถึงอย่างงั้นเจียงเฉินก็ไม่คิดจะส่งมอบอะไรให้กับเหล่าโจรเขาจึงพูดออกไปอย่างง่าย ๆ 



    ''พี่ชายข้ายอมรับว่าตัวข้านั้นเป็นเด็กหนุ่มที่รูปงามและมีนิสัยโอบอ้อมอารีตามที่พี่ชายว่า แต่ว่านะข้าไม่สนใจจะให้ของใครฟรี ๆ หรอก''



    เมื่อได้ยินคำตอบของเจียงเฉินใบหน้าของเหล่าโจรก็กลายเป็นน่าเกลียดทันทีพร้อมกับจิตสังสารที่พุ่งออกมาพร้อมกับพูดขึ้น



    ''ดูเหมือนน้องชายจะเป็นคนที่ชอบไม้แข็งเช่นนั้น''



    ทันทีที่พูดจบหนึ่งในพวกโจรก็พุ่งเข้าใส่เจียงเฉินพร้อมกับชักดาบฟันเข้าใส่เจียงเฉินทันที เจียงเฉินเอี้ยวตัวหลบก่อนจะควบคุมปราณของตัวเองไว้ที่ฝ่ามือจากนั้นก็สับลงไปที่คอของโจรที่พุ่งเข้ามา



    ทันทีที่ฝ่ามือของเจียงเฉินวาดผ่านคอของโจรคนนั้น หัวและคอของเขาก็หลุดออกจากกันทันทีเลือดสาดกระจายไปทั่วพื้นที่ เจียงเฉินสบัดมือเบา ๆ ก่อนจะมองไปที่เหล่าโจรที่เหลือ เมื่อโจรอีก 3 คนที่เหลือเห็นหน้าของเจียงเฉินใบหน้าของพวกเขาก็กลายเป็นซีดเซียว



    ''แกฆ่าน้องชายข้า ! อย่าอยู่เลยไอ้หนู !''



    เมื่อพูดจบโจรคนนั้นก็พุ่งเข้าใส่เจียงเฉิน เจียงเฉินได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับประทับฝ่ามือไปที่ลำตัวของโจรคนนั้นก่อนจะระเบิดปราณดาราสวรรค์ใส่เข้าร่างของเขาจนร่างของเขากลายเป็นละอองเลือดฟุ้งกระจานไปทั่วบริเวณ จากนั้นเขาก็พูดขึ้นอย่างใจเย็น



    ''เห็นใดพวกเจ้าไม่เรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาดกัน''



    หลังจากพูดจบร่างของเจียงเฉินก็หายไปจากสายตาของโจรที่เหลือก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องที่น่าเวทนา



    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรกลืนตะวัน ที่คุณอ่าน