4.
ทุกครั้งหลังเลิกงานอุมาพรมักเดินทอดน่องไปตามทางเท้าเพื่อกลับที่พักซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำงานแค่เพียงป้ายรถเมล์เดียววันนี้ก็เช่นกันเป็เย็นวันสุดท้ายของการทำงานในรอบสัปดาห์เธอจึงเลือกที่จะเดินเหมือนวันอื่นๆเพราะที่พักอยู่ถัดไปแค่ป้ายรถเมล์เดียวอย่างว่าถ้าจะให้ขึ้นไปโหนรถเมล์ยืนเบียดเสียดผู้คนก็ดูจะไม่ใช่เื่ที่ควรทำนักดังนั้นเหลือพื้นที่การยืนไว้ให้คนอื่นที่อยู่ไกลออกไปดีกว่าอีกอย่างการเดินจากป้ายรถเมล์หนึ่งไปยังอีกป้ายไม่ใช่เื่ลำบากลำบนอะไรผู้คนคึกคักเดินไปเดินมากันตลอดเส้นทางอยู่แล้วด้วยยิ่งไม่ทำให้ดูน่ากลัว ที่สำคัญมีโอกาสได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วยอีกต่างหาก
เธอเดินไปเรื่อยๆ ปล่อยให้สมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย โดยไม่คิดสนใจแสงสีตามท้องถนนหรือร้านรวงขายของต่างๆตามข้างทาง เสียงผู้คนจ๊อกแจ๊กจอแจ ยวดยานวิ่งเร็วบ้างช้าบ้างบนเส้นทางการจราจรครั้งหนึ่งเธอเคยคิดอยากมีบ้านมีรถเป็ของตัวเองมีใครสักคนที่จะคอยร่วมทุกข์ร่วมสุข เดินเคียงข้างกันไปตลอดทุกเส้นทางตามประสาของเด็กสาววัยช่างฝัน
ทว่าทุกอย่างก็เป็ได้เพียงแค่ความฝันเท่านั้น...
เธอเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯได้พบกับเขา... ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อทัศภูมิ รัตนะเดชากุลหนุ่มนักธุรกิจชื่อดังที่ชื่นชอบการวาดรูปเป็ชีวิตจิตใจนอกจากเป็ผู้บริหารสายการบินั์ใหญ่แล้วอีกมุมเขาคือจิตรกรชื่อดังผู้ที่มีฐานะมั่งคั่งใช้ชีวิตโก้หรูทั้งเนื้อทั้งตัวคือแบรนด์เนมั้แ่หัวจดเท้าเขามีสาวสวยแวะเวียนมาให้เลือกควงอย่างไม่ซ้ำหน้าในแต่ละวัน
ทัศภูมิเป็ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคมสันสะดุดตาด้วยความสูงที่คาดว่าจะมากกว่าหกฟุต เมื่อก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นเขาผ่านตาบ่อยๆจากทางหน้าหนังสือพิมพ์รวมไปถึงนิตยสารชั้นแนวหน้าของประเทศหลายฉบับกระทั่งวันเวลาผ่านไปเทคโนโลยีในโลกของการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปคนหน้าตาดีแถมผีไม้ลายมือโดดเด่นอย่างเขาก็แทบจะกลายเป็เน็ตไอดอลไปโดยปริยายนาทีแรกที่มีโอกาสได้พบเจอกับผู้ชายที่หลายคนบอกว่าเขาหล่อเฟี้ยวไม่อยากเชื่อว่าตัวจริงเมื่อเห็นเขายืนต่อหน้าระยะประชิดเขากลับดูหล่อกว่านั้นถ้าจะให้อธิบายความหล่อของเขาน่ะเหรอ เขาหล่อแบบวัวตายควายล้มนั่นเลยเชียวแหละ
เมื่อสามปีก่อนเธอถูกแนะนำให้ได้รู้จักเขาโดยทิพาเพื่อนสาวร่วมคณะ เธอกับทิพาค่อนข้างสนิทกันอาจเรียกได้ว่าเป็เพื่อนรักก็ได้และเวลานี้เธอกับทิพาคงไปมาหาสู่กันตามประสาเพื่อนนัดพบปะกันบ้างกินเที่ยวช้อปตามประสาผู้หญิงหากจะไม่มีเหตุการณ์ระหว่างเธอกับพี่ชายของทิพา นั่นคือ ทัศภูมิรัตนะเดชากุลเกิดขึ้นมาคั่นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนให้ต้องห่างกันไปเสียก่อน...
ปี๊นๆๆ...ปี๊นเสียงแตรรถที่ถูกบีบลากยาวอย่างจะ เรียกทักทายใครสักคนฉุดดึงความคิดของอุมาพรให้หันไปมองทางที่มาของเสียงเธอหันไปมองรถคันที่เป็เ้าของเสียงแตรเมื่อครู่ด้วยความรู้สึกแปลกใจเมื่อรู้สึกได้ว่ารถคันนั้นชะลอความเร็วก่อนจอดสนิทเทียบริมฟุตพาทอยู่ไม่ห่างจากตรงที่เธอเดินอยู่มากนักราวกับว่าคนที่โดยสารรถคันนั้นอยู่้าจะทักทายเธอ
“อุ๊!...” เสียงร้องทักด้วยกังวานยินดีปนตื่นเต้นดังขึ้นพร้อมๆ กับที่กระจกรถฝั่งตรงข้ามคนขับเลื่อนต่ำลง
“อุ๊...นั่นเธอจริงๆ ด้วย” อีกประโยคดังขึ้นก่อนร่างเล็กในรถจะก้าวลงมาหาด้วยอารามความตื่นเต้นในขณะที่อีกฝ่ายยังยืนมองปากอ้าตาค้างอยู่อย่างไม่อยากจะเชื่อ
ไม่รู้สิอุมาพรคิดว่าเธอไม่ควรได้พบเจอใครๆที่มีความเกี่ยวพันกับผู้ชายคนนั้นอีก ยิ่งเป็คนใกล้ตัวเขาอย่างทิพา ยิ่งไม่ควรพบเจอ แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลกวันนี้จึงทำให้เธอได้พบกับเพื่อนสาวเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
“อุ๊เป็อะไร ไม่ดีใจเหรอที่ได้เจอเราน่ะ”
“อะเอ่อ ๆ ดะ ดี ดีใจสิ” ตอบเพื่อน ส่วนตาลอบมองเข้าไปภายในรถแล้วแอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าผู้ชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยตรงตำแหน่งคนขับนั้นไม่ใช่ ทัศภูมิ รัตนะเดชากุลทว่าเป็ชายหนุ่มที่เธอไม่เคยรู้จักซึ่งเขากำลังมองและส่งยิ้มมาให้ด้วยความเป็มิตร
อุมาพรจำต้องยิ้มตอบกลับไปด้วยอาการเดียวกัน
“อุ๊...เธอหายไปไหนมาไม่ยอมติดต่อหาเราบ้างเลย โกรธเราด้วยเหรอ”
................................................
นักอ่านที่รักสามารถอุดหนุนหนังสือรูปเล่มได้ที่ ข้อความแชทเฟซบุ๊ก ธเนศวร นามปากกา หรือ แชทเพจธเนศวร ไรเตอร์
อุดหนุนผลงานในรูปแบบอีบุ๊กได้ที่เว็ป MEBMARKET.COM จากนั้นพิมพ์ค้นหาด้วยชื่อนิยาย หรือชื่อนักเขียนนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
