ฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน)

    ตอนที่ 37 ผจญภัยในโลกโบราณ 3

    ตอนที่37 ผจญภัยโลกโบราณ 3

     

    “.....” อินทรียักษ์ที่ถูกสะกดจิตอย่างกะทันหันพลันตัวแข็งทื่อ แววตายังมีการต่อต้านเล็กน้อยและสุดท้ายแววตานั้นอ่อนแรงลงและว่างเปล่ามากขึ้น


    หลิวเย่เมื่อมองเห็นอินทรียักษ์ถูกควบคุมโดยสมบูรณ์แล้วเขาสื่อสารกับมันผ่านจิตวิญญาณทันที


    “เจ้าบอกว่ามีสมบัติสมบัตินั้นคืออะไรและอยู่ที่ไหน?”


    “มันคือโล่ต้านพลังเทพอยู่ในถ้ำเหวลึกต้องเดินทางผ่านค่ายกลในหุบเขา” อินทรียักษ์ตอบด้วยสายตาว่างเปล่า


    “น่าสนใจ!” หลิวเย่ยิ้มกว้างกับคำตอบนั้นเขาเดินเข้าไปหามันและหยิบยาเม็ดสมุนไพรจากมิติพื้นที่มายื่นให้กิน


    แววตาตื่นเต้นของอินทรียักษ์ฉายประกายสดใสมันรีบจิกกินรัวๆอย่างรวดเร็ว “จิ๊ก จิ๊ก จิ๊ก ”


    เมื่ออินทรียักษ์จิกกินหมดแล้วเขายื่นมือไปลูบหัวเบาๆ “พาข้าไปยังที่นั่น” และกระโดดขึ้นยืนบนหลังของมัน


    อินทรียักษ์ผงกหัวแล้วโผบินขึ้นบนท้องฟ้าบินตรงเข้าในป่าแล้วโผลงจอดด้านล่างของหน้าผาลึก


    ด้านล่างของหน้าผาลึกนี้มืดมิดยิ่งนัก“ถึงแล้วขอรับนายท่าน”


    อินทรียักษ์เดินนำหลิวเย่ไปทางปากถ้ำที่มีเถาวัลย์ปกคลุมจนแทบมองไม่ออกว่ามีถ้ำซ่อนอยู่ภายใน


    เดินเข้าไปครู่หนึ่งมองเห็นภายในถ้ำที่มีแต่ความมืดดำมองไม่เห็นแม้แต่มือตนเอง แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับหลิวเย่


    “นายท่านข้าพาท่านมาได้ถึงตรงนี้เท่านั้น ข้างหน้าเป็นค่ายกลที่ข้าไม่สามารถเข้าไปได้” อินทรียักษ์บอกหลิวเย่พลางถอนหายใจอย่างสลดหดหู่


    “เจ้าไม่สามารถแก้ไขค่ายกล?”หลิวเย่ถามอย่างงุนงง


    “ใช่แล้วข้าลองหลายวิธีแล้ว แต่ถูกสะท้อนกลับทุกครั้ง” อินทรียักษ์พูดเสียงเบาอย่างอับอาย


    “อืม”หลิวเย่พยักหน้ารับทราบ จากนั้นเขาเดินเข้าไปใกล้และพิจารณาภาพตรงหน้าที่โปร่งใสมองไม่เห็นว่ามีค่ายกลแต่อย่างใดเขาขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนยื่นมือออกไปข้างหน้าพลันมือของหลิวเย่ถูกผลักออกอย่างแรงด้วยพลังลึกลับเท่ากับ

    กำลังของมือที่ผลักเข้าไป


    นี่กระมังที่ทำให้หลิวเย่ใช้สัมผัสสวรรค์แล้วไม่พบสัญญาณใดๆ?


    หลิวเย่งุนงงมากขึ้นเขาไม่พบองค์ความรู้ใดๆจากภูมิปัญญาของเศษเสี้ยวจักรพรรดิอมตะหลิวเย่!


    แต่ความท้าทายนี้กระตุ้นให้หลิวเย่มีความพยายามมากขึ้น!


    “เชิญนายท่านจัดการตามสบาย” อินทรียักษ์สื่อสารอย่างไม่สนใจไปยังหลิวเย่ แล้วมันไปยืนสงบนิ่งอีกมุมหนึ่งคล้ายกับว่ามันกำลังฟื้นฟูร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้


    หลิวเย่ลองใช้ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นมือกลิ้งเบาๆบนพื้นเข้าอาณาเขตของค่ายกลตรงหน้าและมันยังคงเป็นเช่นเดิม นั่นคือ หินกลิ้งเบาๆกลับคืนมา


    “เอาล่ะในเมื่อตอนนี้ยังคิดไม่ออกฝึกฝนไปพลางๆก่อนดีกว่า” เขาไม่อยากเสียเวลาเคร่งเครียดกับมันมากเกินไปคิดได้ดังนี้ หลิวเย่ก็นั่งลงฝึกฝนต่อไป


    สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว


    ระดับการฝึกฝนของหลิวเย่ขยับเข้าใกล้ระดับกลางของขอบเขตแกนเสมือนมากขึ้น


    เขามุ่งมั่นกับการฝึกฝนจนลืมเลือนเรื่องค่ายกลในถ้ำ


    ทันใดนั้นขณะที่จิตใจของเขาเกิดความว่างเปล่าอันเกิดจากสมาธิที่ถูกรวมศูนย์เป็นหนึ่งเดียวจิตวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่างกายของเขาแล้วเดินตรงไปยังค่ายกลข้างหน้า


    ปรากฏว่าจิตวิญญาณของเขาสามารถทะลุผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย!!!


    จิตวิญญาณของหลิวเย่นิ่งเฉยไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาดอะไร?


    เขาแค่มองไปรอบๆตัวเมื่อผ่านเข้ามาในค่ายกลภาพที่ปรากฏต่อหน้าซึ่งเป็นด้านหลังของค่ายกล เป็นห้องโถงกว้างใหญ่

    สร้างจากหินสีขาวล้วนสว่างไสวบรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนแม้กระทั่งหลิวเย่ที่มีพลังปราณยังรู้สึกหนาวเย็นสั่นสะท้านความรู้สึกอึดอัดกดทับจิตวิญญาณของเขา เหมือนกำลังเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า


    ด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลิวเย่ก้าวเดินตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนว่าห้องโถงนั้นจะยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุดหลิวเย่ลองกระโดดขึ้นเพื่อเหินบิน แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย


    ในสถานที่แห่งนี้หลิวเย่เป็นเหมือนคนปกติธรรมดา


    หนึ่งชั่วยามผ่านไป


    ทั้งตัวของหลิวเย่ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่เกิดจากการจับตัวของความเย็นโดยรอบ


    เขาพยายามถูมือสองข้างเข้าด้วยกันอย่างแรงเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย


    คราใดที่มีลมพัดผ่านเขาจะหนาวสั่นสะท้านทั่วร่าง พยายามขับพลังลมปราณออกมาดับความเย็น


    แต่ดูเหมือนไม่มีปฏิกิริยาใดๆเกิดขึ้น


    อีกหนึ่งชั่วยามต่อมา


    ตอนนี้ทั้งตัวของหลิวเย่มีน้ำแข็งเกาะหนาราวหนึ่งชุ่น(หนึ่งนิ้ว)เขาขยับก้าวเดินอย่างลำบากความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินตรง

    ไปข้างหน้าคล้ายมีบางสิ่งร้องเรียกเขาอยู่เป็นระยะความอดทนอดกลั้นทำให้เขาเพียรพยายามต่อสู้กัดฟันกับความโหดร้ายของอากาศหนาวเย็นเช่นนี้


    ในที่สุดความพยายามของหลิวเย่ก็สิ้นสุดลงพร้อมกับร่างกายของเขาที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาจนดูคล้ายกองน้ำแข็งขนาดย่อมจิตวิญญาณที่ถูกปกคลุมเริ่มสลายตัวไปทีละน้อยๆ


    ในห้วงสุดท้ายที่จิตวิญญาณจะสลายหมดไปพลันหลิวเย่เกิดแรงฮึดขึ้นมา เขาเรียกร้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป


    ฉันจะตายไม่ได้!


    จิตวิญญาณของฉันจะดับสูญได้เช่นไร?!


    แม่ของฉันเล่าจะอยู่อย่างไร?!


    ฉันยังไม่มีแฟนเลยนะ!


    ไม่! ไม่!ไม่!


    ฉับพลันก่อนที่ห้วงจิตวิญญาณสุดท้ายจะหลุดลอยไป


    พลันเกิดแสงทองส่องสว่างทั่วบริเวณนั้น


    น้ำแข็งที่ห่อหุ้มจิตวิญญาณของเขาค่อยๆระเหยหายไปทีละนิด


    หลิวเย่ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาเขาลืมตาขึ้นช้าๆแล้วหรี่ตาลงอย่างรวดเร็วเพราะไม่สามารถสู้แสงทองส่องสว่างแรงจ้านั้น

    ได้บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้เสมือนว่าเขาอยู่ท่ามกลางป่าเขา มีเสียงนกกระซิบกระซาบเสียงใบไม้ปลิดปลิว เสียงลมพัดผ่าน แต่มองรอบตัวไม่ได้ แม้แต่พื้นที่เท้าเหยียบก็สว่างจ้าเช่นกัน


    “ได้พบเจอนับเป็นโชคชะตา” เสียงทุ้มแหบต่ำคล้ายชายชราดังก้องขึ้น


    หลิวเย่พยายามเพ่งมองหาต้นเสียงแต่เสียงนั้นดังขึ้นรอบตัวเขาจับทิศทางที่แน่นอนไม่ได้เลย


    “ข้าผู้น้อยเข้ามารบกวนท่านขอได้โปรดอภัยให้ด้วย” หลิวเย่โค้งคำนับอย่างอ่อนน้อม


    “มันเป็นโชคดีของข้ามากกว่าที่พบเจ้า”เสียงทุ้มแหบต่ำนั้นหัวเราะเบาอย่างหดหู่ใจและดีใจสลับกัน


    “ท่านหมายความว่า?” หลิวเย่ถามด้วยความสับสนและงุนงง


    “ข้าถูกร่ายเวทมนตร์ให้อยู่ที่นี่มานานแสนนานข้าเบื่อหน่ายยิ่งนักกับบทลงโทษเช่นนี้ ในเมื่อเจ้าเข้ามาได้ก็แสดงว่าเป็นผู้มีโชคชะตาต่อมัน จงรับไว้เถิด”เสียงทุ้มแหบต่ำพูดอย่างเหนื่อยหน่ายระคนดีใจ


    ทันใดนั้นแผ่นกระเบื้องเคลือบสีฟ้าอ่อนขนาดเท่าตัวคนพุ่งตรงเข้าหาจิตวิญญาณของเขาและผสานเข้ากับตัวอย่างรวดเร็ว


    “อ๊ากกกก”ความเจ็บปวดคล้ายถูกเข็มและมีดทิ่มแทงร่างกายกระจายไปทั่วตัวเขาล้มลงและนอนเกลือกกลิ้งด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ยยยย”


    สิบลมหายใจต่อมาความเจ็บปวดนั้นค่อยๆ ลดลงจนหายไป


    ในตอนนี้หลิวเย่ลืมตาขึ้นมาช้าๆปรากฏว่าเขายังนั่งอยู่นอกค่ายกล ข้างๆ มีเจ้าอินทรียักษ์ที่นั่งขดตัวสั่นเหมือนหวาดกลัวหลิวเย่สุดขีด


    หลิวเย่สำรวจจิตวิญญาณของเขาทันทีเขาพบว่าจิตวิญญาณปกติดี แต่ระดับการฝึกฝนของเขาขยับขึ้นสู่ระดับกลางเรียบร้อยแล้วพละกำลังของเขาเพิ่มมากขึ้น หลิวเย่ยิ้มกว้างอย่างพอใจพลางกวักมือเรียกอินทรียักษ์เข้ามาหาใกล้ๆ


    “มาๆ เจ้ามานี่ ข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่าโยวจี้” เขาหยิบยาเม็ดสมุนไพรมาป้อนให้มันอีกโยวจี้พยักหน้ายอมรับชื่อนั้นพลางคิดในใจ


    “โยวจี้ก็โยวจี้จะตั้งชื่อให้เพราะกว่านี้ก็ไม่ได้นะเจ้านาย” มันค้อนเบาๆให้เขาพลางเอาจงอยปากมาถูไถตามร่างของหลิวเย่เพื่ออ้อนขอกินอีก


    หลิวเย่หัวเราะเบาๆพลางกล่าวว่า“ของมีจำกัด ถ้าอยากกินก็ช่วยข้าหาสมุนไพรสิ”


    “ได้ ได้เจ้านายต้องให้ข้ากินมากขึ้นนะ” โยวจี้สร้างเงื่อนไขเล็กน้อยมันติดใจรสชาดยาเม็ดสมุนไพรที่หลิวเย่มอบให้

    ยาเม็ดสมุนไพรที่หลิวเย่มอบให้เป็นยาเม็ดสมุนไพรพื้นฐานรักษากล้ามเนื้อที่ซื้อมาจากเมืองซู


    “แน่นอนแต่ต้องเป็นสมุนไพรหายากชั้นสูงนะ”หลิวเย่หรี่ตามองโยวจี้ที่กล้าสร้างเงื่อนไขต่อรอง


    โยวจี้ผงกหัวรับอย่างดีใจ


    “ออกไปข้างนอกกันเถอะข้าจะพาเจ้าไปท่องเที่ยว” หลิวเย่ตบหัวมันเบาๆและลุกขึ้นยืน


    “ฮี่ ฮี่ ฮี่ได้ไปข้างนอกเสียที” โยวจี้ส่งเสียงดีใจ


    “ที่ผ่านมาเจ้าไม่เคยออกนอกป่าเหรอ?” หลิวเย่ถามกลับคืนด้วยความสงสัย


    “โอ้เจ้านาย สัตว์ที่มีพลังปราณทั้งหลายล้วนถูกจำกัดให้อยู่แต่ในป่าหากไม่มีคนที่มีพลังปราณพาออกไป พวกเขาจะตายทันทีมันเป็นคำสาปของสวรรค์ที่มาพร้อมกับค่ายกลนี่แหละ พวกข้าจะออกไปได้ก็ต่อเมื่อมีโล่ต้านพลังเทพเท่านั้น”คำสาธยายของโยวจี้กระตุ้นเตือนความทรงจำของหลิวเย่ทันที


    ใช่แล้วก่อนหน้านั้นจิตวิญญาณของเขาเข้าไปในค่ายกลนี่นา


    หลิวเย่สำรวจรอบตัวเขาทันทีพบแผ่นกระเบื้องเคลือบสีฟ้าอ่อนขนาดเล็กเท่าเล็บมือที่หมุนวนรอบตันเถียนของเขาอย่างช้าๆ


    นี่กระมังโล่ต้านพลังเทพ!


    โล่ต้านพลังเทพที่ได้รับมาจากชายชราในค่ายกล!


    เขาเป็นผู้ใดและมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?


    ไม่มีใครล่วงรู้!?!


    หลิวเย่ทดสอบความสามารถของโล่ต้านพลังเทพทันทีเขาเพ่งจิตไปยังแผ่นกระเบื้องที่หมุนวนรอบตันเถียน


    ทันใดนั้นเกิดแสงสลัวสีเหลืองจางๆแผ่ออกจากตัวหลิวเย่


    เขาบังคับให้แสงสลัวสีเหลืองจางนั้นแผ่วงรอบให้ขยายกว้างมากยิ่งขึ้นใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น


    จนในที่สุดขยายวงกว้างครอบคลุมถึงเจ้าโยวจี้ที่ยืนอยู่ข้างๆเขา


    หลิวเย่คาดเดาว่าหากเขาขยายวงได้กว้างเพียงใดแสดงว่าอาจจะปกป้องได้มากเท่านั้น ใช่ไหม?


    ต้องพิสูจน์!


    “พวกเราไปท่องเที่ยวด้วยกันเถอะ”หลิวเย่กล่าวเสร็จแล้วก็กระโดดขึ้นยืนบนหลังโยวจี้


    โยวจี้ส่ายตูดไปมาด้วยความดีใจมันเบื่อหน่ายกับการถูกกักขังในป่าแห่งนี้มานานแล้ว


    คราวนี้ถึงเวลาออกไปท่องเที่ยวกับเจ้านายเสียที


    โยวจี้เหินตัวบินขึ้นหุบเหวขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน


    บนนั้นคืออิสระเสรีอย่างแท้จริง!


    มันเฝ้าใฝ่ฝันมานาน!


    บัดนี้ได้โอกาสดีแล้ว!


    พลังของโล่ต้านพลังเทพที่หลิวเย่ขับออกมาจากร่างนั้นได้โอบล้อมร่างของโยวจี้ไปด้วย


    ในตอนนี้มันเหินบินวนเหนือป่าอย่างมีความสุขคล้ายจะสั่งลาเพื่อนไม่แท้ในป่าแห่งนี้


    “พวกเราไปอาณาจักรเหอกัน”หลิวเย่สั่งโยวจี้ให้เหินบินไปทางทิศตะวันตกของป่า


    ด้วยความเร็วในการบินของมันพวกเขามาถึงเมืองหนึ่งซึ่งเป็นเมืองชายแดนของอาณาจักรเหอ ด้านหนึ่งเป็นป่าทึบหลังตัวเมืองด้านตรงข้ามเป็นทะเลอันกว้างใหญ่สุดสายตา


    ลมทะเลพัดโชยมาทำให้หลิวเย่ได้กลิ่นเค็มของน้ำทะเลกลิ่นคาวเล็กน้อยของสัตว์น้ำเล็กใหญ่ที่แหวกว่ายไปมา


    “เจ้านายขอข้าบินไปดูทางทะเลนั่นได้ไหม?” โยวจี้ถามด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นธรรมชาติแปลกตาไปจากป่า


    “ไปสิ พวกเราไปสำรวจกันก่อนค่อยมาสำรวจเมืองก็ได้”หลิวเย่พยักหน้าเห็นด้วย เขาถือโอกาสให้รางวัลกับตัวเองเป็นการพักผ่อนต่างโลก


    โยวจี้โผบินโฉบไปมาอย่างสนุกสนานที่ได้พบเห็นสิ่งใหม่หลิวเย่ใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจโดยรอบและเน้นลงลึกไปในทะเล


    ขณะที่คนและอินทรีบินอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นหลิวเย่พลันมองเห็นฝูงเงือกจำนวนมหาศาลกำลังว่ายไปทางทิศตะวันตกอย่างพร้อมเพรียงกัน


    “โยวจี้เจ้าบินตามพวกเงือกไปดูสิว่าพวกเขาไปที่ไหนกัน?”ความอยากรู้อยากเห็นสะกิดต่อมรับรู้ของหลิวเย่อีก


    “จัดให้เจ้านาย”โยวจี้รับคำแล้วโผบินไปใกล้ฝูงเงือกจำนวนมหาศาลนั่น


    “มันดูเหมือนไปทำสงครามเลยแฮะ”หลิวเย่พึมพำขึ้นมา เขามองเห็นเงือกสวมเกราะและถือหอกไม่มีตรีศูลเหมือนในภาพยนตร์ที่เขาเคยดูเลย


    เงือกสีขาวสว่างแตกต่างจากตัวอื่นๆที่มีสีเขียวหรือฟ้าหรือน้ำเงินเงือกขาวตัวนี้ว่ายนำหน้าเงือกตัวอื่น บนหัวสวมมงกุฏมุกแวววาว นับว่าเป็นเงือกสาวที่สวยมากทีเดียว


    ราวหนึ่งก้านธูปต่อมา


    ฝูงเงือกได้มาเผชิญหน้ากับฝูงม้าน้ำ


    ปรากฏว่าหัวหน้าฝูงม้าน้ำเป็นเพศเมียเช่นกันจำนวนที่ปะทะก็ใกล้เคียงกัน


    “ฮ้ายหม่าบัดนี้ครบกำหนดเวลาที่พวกเราต้องตัดสินชะตาในอีกร้อยปีข้างหน้ากันแล้ว”เงือกสาวเหรินหยูตะโกนทักทายม้าน้ำสาว


    “ฮิ ฮิ ฮิเหรินหยู ข้ากำลังคิดว่าเจ้าจะไม่กล้ามาเสียอีก” ม้าน้ำสาวเยาะเย้ยเหรินหยู


    “ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาดเหมือนเจ้าที่จะร้องหาแต่พี่สุ่ยหลง” เหรินหยูพูดดูถูกเหยียดหยาม


    “อ๊า! มันช่วยไม่ได้นี่พี่สุ่ยหลงเต็มใจช่วยข้ามากกว่าเจ้า” ฮ้ายหม่าจี้จุดด้อยของเหรินหยูอย่างสะใจ


    “เจ้า เจ้า หลงตัวเองนัก”เหรินหยูโมโหมากขึ้นกับคำตอบนั้น


    “ข้าไม่เสียเวลากับเจ้าแล้วท้องทะเลเหอหยางทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเผ่าพันธุ์ข้าไปอีกร้อยปี”  ฮ้ายหม่ากล่าวเปิดศึกทันที


    “ข้าก็ไม่อยากเสียน้ำลายไปกับเจ้าเช่นกันอย่าคิดฝันที่จะได้ครองทะเลเหอหยางอีกต่อไป”


    “พวกเราลุย!!!” “พวกเราสู้!!!”


    ทันใดนั้นสองเผ่าพันธุ์ต่างถือกระบี่ดาบ และหอกพุ่งเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอยหนี น้ำทะเลเริ่มมีสีแดงฉานมากยิ่งขึ้น


    ปรากฏว่าโยวจี้บรรยายให้หลิวเย่ฟังว่าสองเผ่าพันธุ์ของพวกเขาจะต่อสู้เพื่อตัดสินหาผู้ชนะที่มีสิทธิเป็นผู้ครอบ ครองสมบัติบางอย่างจากท้องทะเลเหอหยางนี้เป็นเวลาหนึ่งร้อยปีครบกำหนดเมื่อใดแต่ละฝ่ายต้องส่งตัวแทนมาต่อสู้ตัดสินปัญหากันแบบนี้ วนเวียนมาหลายพันปีแล้วแต่เมื่อสามร้อยปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาแก่งแย่งความรักเกิดขึ้นนั่นคือเจ้าแห่งท้องทะเลเหอหยางที่เป็นผู้ชี้ขาดสิทธินี้และเป็นผู้ปกครองสูงสุดมีบุตรชายรูปงามชื่อ สุ่ยหลง ซึ่งเป็นที่หมายปองของธิดาจากเผ่าพันธุ์ต่างๆไม่ว่าจะในท้องทะเลหรือบนพื้นปฐพีโยวจี้รู้เรื่องนี้เพราะมีนกพิราบยักษ์ที่มักไปกินผลไม้ในป่าเล่าให้ฟัง


    หลิวเย่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วและเขากำลังเฝ้าดูมันต่อไป


    “โยวจี้เจ้าไม่มีเม็ดแตงเหรอ?” หลิวเย่ถามอย่างเป็นธรรมชาติ


    “เจ้านายท่านจะเอาเม็ดแตงไปทำไม?”โยวจี้งุนงงที่เจ้านายต้องการสิ่งนั้น มันดูไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้นี้เลย


    “อ้อ....ข้าไม่อยากนั่งดูเฉยๆน่ะ ไม่มีก็ไม่เป็นไร ข้าน่าจะเตรียมมาด้วย อืม....ไว้คราวหน้าจะไม่พลาด” หลิวเย่ตอบกลับอย่างเสียดายที่ขาดอรรถรสแห่งการรับชมหนังสดแบบนี้


    ท้องทะเลสีแดงเข้มมากขึ้นและขยายวงกว้างออกไปไกล


    ดูท่าสองสาวม้าน้ำกับเงือกจะไม่ยอมแพ้ต่อกันง่ายๆ


    หลิวเย่มองเห็นเกาะหินปูนมีหน้าผาสูงชันอยู่เบื้องหน้าในระยะไกลเขาบอกให้โยวจี้บินไปรอที่นั่น


    ขณะที่โยวจี้กำลังบินเข้าไปในเกาะนั้น


    ปรากฏว่ามีมีดน้ำพลังปราณจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าใส่หลิวเย่และโยวจี้กะทันหัน


    “ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้วฟุ๊บ” โยวจี้เตรียมตั้งท่าที่จะหลบหลีกมีดน้ำพลังปราณนั้น


    หลิวเย่บอกมันทันทีว่า“ไม่ต้องหลบโยวจี้ ไม่ต้องกลัว ข้าต้องการทดสอบอะไรบางอย่างพอดี”หลิวเย่คิดถึงโล่พลังเทพที่เขาส่งพลังออกมาครอบทั้งเขาและโยวจี้ไว้แล้ว


    ฉับพลันนั้นมีดน้ำพลังปราณเหมือนปะทะเข้ากับม่านนุ่มหยุ่นไร้สีมีดน้ำพลังปราณปะทะแล้วหายไปอย่างลึกลับ


    “ฮ่า ฮ่า ฮ่าเจ๋งไปเลย ให้ได้อย่างนี้สิ” หลิวเย่หัวเราะดังลั่นอย่างมีความสุขเมื่อเห็นว่าโล่พลังต้านเทพทรงพลังมากเพียงใด


    “เกิดอะไรขึ้นนายท่านทำไมมีดน้ำมันหายไปไหน?”โยวจี้สับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้า มันไม่รู้ว่าหลิวเย่ได้รับโล่พลังต้านเทพแล้วมันนึกว่าหลิวเย่ใช้พลังปราณของตนเองช่วยให้มันออกมาจากป่า


    “ไม่มีอะไรหรอกโยวจี้ข้าแค่นึกสนุกเฉยๆ” หลิวเย่ยังคงไม่บอกความจริงกับมันในตอนนี้


    “พวกเราเข้าไปกันเถอะข้าอยากรู้นักมันมีอะไรบนเกาะที่ดูเหมือนธรรมดานั่น”หลิวเย่สงสัยเป็นอย่างมากกับเกาะนี้ เพราะ

    เขาไม่พบออร่าพลังปราณจากสิ่งมีชีวิตใดๆแต่กับมีมีดน้ำพลังปราณพุ่งเข้าทำร้ายผู้บุกรุก


    หรือจะเป็นค่ายกลใด?


    ใครหรืออะไรอยู่ที่เกาะนี้?


    ความสงสัยและอยากรู้อยากเห็นเข้าเกาะกุมหัวใจหลิวเย่อีกแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน) ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258