The Possible Man

    ตอนที่ 137 : วันของเดวิด ( ตอนกลาง )

    เคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่า เราไม่ควรตัดสินคนจากภายนอก คนที่แต่งตัวดีบางคนอาจจะมีจิตใจที่สกปรกดำมืดยิ่งกว่าโคลนตม กลับกันคนที่เนื้อตัวสกปรกบางคนอาจจะมีจิตใจขาวสะอาดยิ่งกว่าไข่มุกบริสุทธิ์
    แน่นอนว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์การกระทำและเผยตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาออกมา แต่นั่นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า มีเวลามากพอที่จะพิสูจน์มัน
    ในระยะเวลาที่จำกัดและเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แน่นอนสิ่งที่เราจะเห็นก็มีเพียงแค่รูปภายนอกเท่านั้น
    ระหว่างคนที่แต่งตัวดูดีกับคนที่แต่งตัวสกปรกและคนที่หน้าตาดีกับคนที่อัปลักษณ์ ถ้าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าคุณต้องเลือกคนที่แต่งตัวดูดีและคนที่หน้าตาดีอย่างแน่นอน
    มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะทำอย่างนั้น มนุษย์ย่อมตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้กับตัวเองอยู่แล้วเมื่อจำเป็นต้องเลือก
    ดังนั้นการตัดสินผู้คนจากภายนอก แม้มันจะเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ แต่ถ้าหากเราไม่ได้รู้จักกัน นี่ย่อมเป็นคุณสมบัติพื้นฐานขั้นต้นที่จะถูกใช้นำมาตัดสิน
    ในโลกปัจจุบัน เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าผู้คนส่วนใหญ่ต่างตัดสินผู้อื่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ไม่ว่าจะด้วยรูปกายหรือรูปทรัพย์
    ถ้าหากคุณแต่งตัวดี สวมเครื่องประดับราคาแพงมากมาย แน่นอนว่าต่อให้คุณมีรูปกายที่ขี้เหร่ไม่น่ามอง ผู้คนก็ยังคงเข้ามารุมล้อมคุณประหนึ่งแมลงวันตอมขี้…
    ในทางกลับกัน ต่อให้คุณจนจนแทบไม่มีอันจะกิน แต่คุณดันมีรูปร่างหน้าตาดีมากๆ ผู้คนก็จะเข้ามารุมล้อมคุณเช่นกัน มิหนำซ้ำบางคนอาจจะยินดีเลี้ยงดูคุณไม่ให้คุณต้องขัดสนเรื่องเงินทองไปอีกเลย
    ทั้งรูปกายและรูปทรัพย์ แค่เพียงมีอย่างใดอย่างหนึ่ง การจะดึงดูดผู้คนให้เข้าหาย่อมเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
    แต่ถ้าหากคุณไม่มีอะไรเลยในสองอย่างนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เลยนะ ออกจะดีด้วยซ้ำ เพราะนั่นหมายความว่าจะไม่มีใครเข้าหาคุณเพียงเพื่อผลประโยชน์แอบแฝง
    การได้ใช้ชีวิตธรรมดาอย่างคนธรรมดาบางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุดก็ได้
    เดวิดใช้เวลาไม่นานนักก็เดินมาถึงร้านตัดเสื้อสูท ซึ่งมีป้ายเขียนติดอยู่หน้าร้านว่า ‘NOBLEMAN’
    ร้านตัดสูทNOBLEMAN เป็นร้านตัดสูทสัญชาติอังกฤษชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ร้านนี้ เป็นร้านตัดสูทที่ได้รับความนิยมจากแวดวงคนชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นเหล่าดารา คนดังต่างๆ ต่างก็ใช้เสื้อสูทจากร้านนี้
    ร้านตัดสูทแห่งนี้นอกจากจะตัดสูทออกมาได้อย่างสวยงามตรงใจลูกค้าแล้ว ยังมีการบริการที่ยอดเยี่ยม ทว่าด้วยราคาที่แสนแพงของมัน ลูกค้าในระดับชนชั้นปานกลางลงไป แทบจะไม่มีโอกาสได้เหยียบย่างเข้ามาในร้านแห่งนี้
    เมื่อเดวิดเดินเข้ามาในร้านมันก็ได้มองสำรวจร้านไปครั้งหนึ่ง
    เมื่อมันได้เห็นราคาของชุดสูทสำเร็จรูปแต่ละตัวที่แขวนอยู่มันก็เข้าใจในทันทีว่า ทำไมร้านนี้ถึงไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่นัก เพราะแม้แต่ชุดสูทที่มีราคาต่ำที่สุด ก็มีราคามากถึง 32,000 บาท ราคานี้ต่อให้พนักงานออฟฟิศบางคนนำเงินเดือนของตัวเองสองเดือนมารวมกัน ก็ยังไม่สามารถซื้อมันได้
    เดวิดทำทีเป็นมองชุดสูทสำเร็จรูปพวกนี้อย่างสนใจ
    ภายในร้านแห่งนี้มีพนักงานสาวสวยสามคนที่ทำหน้าที่ให้บริการแขกที่เข้ามาในร้าน ที่จริงพวกเธอก็เห็นเดวิดตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านแล้ว แต่พวกเธอกลับไม่ได้มีท่าทีกระตือรือร้นที่จะต้อนรับแขกเท่าไหร่นัก
    นั่นมันเป็นเพราะพวกเธอได้ตัดสินไปแล้วว่า เดวิดน่าจะเป็นลูกค้าในชนชั้นกลาง โดยพวกเธอได้ตัดสินจากชุดเสื้อผ้าที่เดวิดสวม ลูกค้าในชนชั้นกลางส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่เดินหลงเข้ามาในร้าน เดี๋ยวพอได้เห็นราคาของชุดสูทแต่ละตัว พวกเขาเหล่านั้นก็จะเดินออกจากร้านไปเอง
    ทว่าแม้จะผ่านไประยะหนึ่งแล้ว เดวิดก็ยังคงเดินวนอยู่ในร้าน พนักงานสาวคนหนึ่งจึงได้ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเดวิด
    “คุณลูกค้ามีอะไรให้ช่วยไหมคะ?” เธอเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
    ตอนแรกเธอยังเห็นหน้าเห็นตาลูกค้าชายคนนี้ไม่ชัดเท่าไหร่นัก แต่พอได้เห็นหน้าชัดๆ เธอก็อดรู้สึกตกตะลึงและเคลิบเคลิ้มไม่ได้
    ลูกค้าชายคนนี้ถือว่าเป็นคนที่รูปหล่อที่สุดเท่าที่เธอเคยได้เจอ ทั้งรูปร่าง หน้าตา ช่างไร้ที่ติ ขนาดเธอที่มีประสบการณ์พบปะลูกค้าหน้าตาดีมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น คุณหนู คุณชาย หรือแม้กระทั่งเหล่าดาราดัง เธอก็เจอมานักต่อนักแล้ว และเธอก็พูดได้เต็มปากว่าเธอมีภูมิคุ้มกันคนหน้าตาดีในระดับหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้ ภูมิคุ้มกันของเธอมันจะไม่ทำงานเอาซะแล้ว
    ต่อให้ลูกค้าชายคนนี้จะใส่กางเกงบอลรองเท้าแตะเดินเข้ามาในร้าน เธอก็จะไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย สำหรับเธอ ผู้ชายหล่อ ควรค่าแก่การให้อภัยเสมอ....
    เมื่อได้ยินเสียงพนักงาน เดวิดจึงได้หันมาสบตาเธอ ก่อนจะยิ้มขึ้น
    “ผมจะตัดสูทและผมต้องการการบริการที่ดีที่สุดของร้านด้วย” เดวิดเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นบัตรเครดิตสีดำขึ้นมาโชว์ให้พนักงานสาวดู
    พนักงานสาวคนนี้แค่เพียงได้สบตากับเดวิด ก็รู้สึกอ่อนระทวยไปทั้งตัว ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มอันมีเสน่ห์นั่นอีก แก้มของเธอถึงกับแดงระเรื่อขึ้นด้วยความเขินอาย
    ทว่าทันใดนั้นสายตาของเธอก็ได้เหลือบไปเห็นบัตรเครดิตสีดำในมือของเดวิด ตอนแรกเธอยังไม่มั่นใจอยู่บ้างว่ามันคือบัตรเครดิตของธนาคารไหน แต่พอเธอได้เพ่งมองดูดีๆ ตาของเธอก็เบิกโพลงขึ้นมาทันที
    ‘Royal King First MasterCard!!’ เธออุทานขึ้นในใจด้วยความตกตะลึง สำหรับร้านค้าทั่วๆ ไปอาจจะไม่รู้ว่า บัตรใบนี้หมายถึงอะไร แต่สำหรับร้านดังที่ต้องให้การต้อนรับคนชั้นสูงแบบนี้ พนักงานอย่างเธอถูกฝึกอบรมให้เข้าใจในเรื่องของบัตรเครดิตเป็นอย่างดีเพื่อจะได้เข้าใจระดับของลูกค้า
    นั่นทำให้เธอรู้ได้ในทันทีว่า ลูกค้าผู้หล่อเหลาตรงหน้าเธอคนนี้ ไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป แต่เป็นคนที่รวยระดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว!!
    “เชิญ คุณลูกค้าเข้ามานั่งดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนนะคะ” เธอรีบเอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อมที่สุด เท่าที่เธอจะทำได้ ตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ร้านของเธอจะได้ให้บริการแขกระดับนี้ ดีที่ก่อนหน้าเธอไม่ได้แสดงกิริยาที่เสื่อมเสียออกไป
    เดวิดยิ้มขึ้นเบาๆ เมื่อได้เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของพนักงาน ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปตามทางที่พนักงานสาวคนนี้ผายมือเชิญ
    เมื่อเดวิดเดินผ่านเธอไปแล้ว พนักงานก็ไม่รอช้า รีบไปนำน้ำดื่มเย็นๆ มาเสิร์ฟให้กับเดวิด พร้อมบอกกับพนักงานสาวอีกสองคนถึงระดับของลูกค้า เดิมทีเวลานี้ก็ไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่แล้ว ดังนั้นพนักงานทั้งสามคนของร้านจึงได้มารุมล้อมให้บริการเดวิดเพียงแค่คนเดียว
    “คุณลูกค้ามีสูทที่ต้องการในใจรึยังคะ?”
    “ผมต้องการชุดสูทสีดำ” เดวิดเอ่ยขึ้น
    "สีเดียวเหรอคะ?"
    “ใช่ แค่สีเดียว”
    “คุณลูกค้าต้องการกี่ชุดคะ?” พนักงานสาวถามขึ้น
    เดวิดชู 3 นิ้วขึ้นมาแทนคำตอบ
    “3 ชุดเหรอคะ?”
    “30 ชุด”
    คำตอบของเดวิดทำให้พนักงานสาวทั้งสามคนยิ้มค้างในทันที ภายในหัวของพวกเธอรีบคิดคำนวณตัวเลขด้วยความเร็วจี๋
    สูทสำเร็จรูปราคาทั่วไปของร้านจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 บาทต่อชุด ชุดสูทสั่งตัดจะแพงขึ้นมาหน่อยประมาณ 60,000 บาทต่อชุด แต่ถ้าสั่งตัดและใช้เนื้อผ้าอย่างดีด้วยแล้ว ราคาจะเพิ่มขึ้นไปถึงชุดละ 80,000 บาท
    ชุดละ 80,000 บาท จำนวน 30 ชุด เท่ากับเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 2,400,000 บาท!
    พนักงานอย่างพวกเธอที่ได้ค่าคอมมิชชั่นเป็นรายได้เสริม แค่ได้เห็นยอดก็ถึงกับหุบยิ้มไม่อยู่เลยทีเดียว
    “ได้เลยค่ะ คุณลูกค้า...แล้วคุณลูกค้าจะมารับชุดเองที่นี่ หรือให้เราจัดส่งไปให้ดีคะ?”
    “ส่งไปตามที่อยู่ครับ เดี๋ยวผมจะเขียนที่อยู่ให้”
    “มีอะไรที่คุณลูกค้าต้องการเพิ่มเติมอีกไหมคะ?”
    เดวิดนึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมา
    “ผมต้องการชุดสูทสำเร็จรูป สำหรับใส่ตอนนี้เลยอีก 1 ชุด”
    “ได้เลยค่ะ งั้น...เดี๋ยวขอเชิญคุณลูกค้าวัดตัวเลยนะคะ” พนักงานสาวอีกคนเอ่ยขึ้น
    “ครับผม” เดวิดพูดพลางลุกขึ้นยืน เตรียมจะถอดเสื้อ
    “คุณลูกค้าไม่ต้อ...” ขณะที่พนักงานสาวที่จะเป็นคนทำการวัดขนาดตัวของเดวิด กำลังจะเอ่ยบอกเดวิดว่าไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อก็ได้ เธอก็ดันเห็นสายตาของเพื่อนพนักงานสาวอีกสองคนที่เหลือกตามองเธออย่างเอาเรื่อง
    เอื๊อก
    เธอถึงกับกลืนน้ำลายตัวเองลงคอด้วยความยากลำบาก แค่เห็นสายตาของเพื่อนทั้งสองเธอก็รู้แล้วว่ามันหมายถึงอะไร
    ‘อย่าพูดออกมาเชียวนะ’
    ‘ถ้าเธอพูดออกมาล่ะก็ เธอตาย...’
    “มีอะไรรึเปล่าครับ?” เดวิดที่กำลังถอดเสื้อถามขึ้น เมื่อเห็นว่าพนักงานสาวคนนั้นมีท่าทีจะเอ่ยอะไรบางอย่าง
    “อ๋อ เปล่าค่ะ เชิญคุณลูกค้าได้เลยค่ะ” เธอรีบเอ่ยขึ้น
    เดวิดได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ถอดเสื้อของตัวเองออกมาในทันที
    ทันทีที่ร่างกายอันสมบูรณ์แบบของเดวิด เผยออกมา พนักงานสาวทั้งสามคนถึงกับตกตะลึงในทันที
    คนแรกภูมิต้านทานมากที่สุด เพียงแค่มีท่าทีตกตะลึงจนเผลออ้าปากค้าง
    ‘พระเจ้า ผิวเนียนขาว อกแน่นเป็นแผ่น แถมยังมี...นมชมพู...’
    คนที่สองภูมิต้านทานไม่ได้เท่าคนแรก ทันทีที่ได้เห็นหุ่นอันสมบูรณ์แบบ ของเดวิด เธอก็รีบก้มหน้าของตัวเองลงในทันที เธอยังประคองสติเอาไว้ได้และเธอก็รู้ตัวว่าตอนนี้เลือดกำเดาตัวเองได้ไหลออกมาแล้ว
    ‘ซิกแพคเป็นลูกๆ ขนาดกำลังดีเลย น่าลูบเหลือเกิน...’
    คนที่สามภูมิต้านทานต่ำสุด ทันทีที่เห็นร่างกายอันสมบูรณ์ของบุรุษเพศ เลือดกำเดาของเธอก็ได้ไหลย้อยลงมาอย่างไม่อาจควบคุม ทว่าสายตาของเธอกลับไม่ได้หยุดอยู่ที่อกหรือที่หน้าท้องของเดวิด แต่มันกำลังมองต่ำลงไปเรื่อยๆ
    ‘เอววีเชฟที่เป็นร่องหายเข้าไปในขอบกางเกงยีนนั่น...น่าค้นหาเหลือเกิน...’
    เดวิดเองก็ไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าการวัดตัวไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อ แต่ที่มันทำก็เพื่อจะอวดโชว์หุ่นอันน่าภาคภูมิใจของมันนั่นเอง และดูเหมือนว่าการอวดโชว์ในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
    --------------
    เดวิด : มีบทกับเขาสักที อดกลั้นเป็น AI ในระบบมาตั้งนาน

    คล้ายกับเรื่องThe Possible Man ที่คุณอ่าน