ภาพในห้วงภวังค์จิตที่เนตรนภาสัมผัสเห็นนั้นเป็นสายน้ำที่ไหลเชี่ยวในความมืดดอกไม้ประหลาดคล้ายเห็ดที่อยู่ๆ ก็ผุดขึ้นจากต้นไม้ แต่เอ๊ะ ทำไมดอกไม้นั่นถึงมีกลิ่นหอมเพียงนี้
และพลัน เนตรนภาก็ได้ยินเสียงคนพูดอะไรบางอย่างเบาๆคล้ายกับท่องบทสวดมนต์ แต่มันเป็นคำๆ ฟังไม่ออกแปลไม่รู้ว่ามันคืออะไรซึ่งสรรพเสียงเหล่านั้นมันเหมือนกับกำลังกระซิบข้างหูของเธอ
“เงย.. คอ.. มอระ.. ไนยะ....?”
“เพ.. ลา.. ภูษา.. ทรง.. ภพ..?”
“นาคา.. กรอบ..กร.. วอนไข..?”
นี่เป็นอักษรคำใบ้ปริศนาที่อลินตาได้มาจากใต้กองทองคำแท่งของพระนางอาภาเทวีในถ้ำกลางป่าทว่าตอนนี้เนตรนภากำลังได้ยินปริศนาพวกนี้อยู่ และเมื่อคนพูดกระซิบมาถึงบรรทัดสุดท้ายเนตรนภาก็ถึงกับทรุดตัวลงอย่างหมดแรง หญิงสาวหอบหายใจถี่ๆ เนตรนภารู้สึกคล้ายกับว่าศีรษะของตัวเองจะถูกบีบให้แตกกระจายไปเดี๋ยวนั้นแต่กระนั้นก็ยังสติดี หญิงสาวหายใจเข้าออกลึกๆ พลางนึกภาวนาพุทโธกำกับลมหายใจไปด้วยเมื่อตั้งสติได้อาการประหลาดนั้นก็หายไป เมื่ออาการประหลาดหายไปแทนที่เนตรนภาจะสนใจอาการเจ็บของตน แต่หญิงสาวกลับทวนทุกคำที่ได้ยินเมื่อกี้อย่างรวดเร็ว
“เงย คอ มอระ ไนยะเพ ลา ภูษา ทรง ภพ นาคา กรอบ กร วอน ไข????” เนตรนภาทวนคำปริศนาพลางก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์อักษรปริศนาเหล่านั้นบันทึกลงไปในโทรศัพท์ เพราะกลัวจะลืมเนตรนภามองดูคำใบ้ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความสงสัย
“ประโยคอะไรเป็นคำๆ ไม่เห็นมีความหมาย” เนตรนภาย่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงหัวค่ำในเรือนของแม่รูปจันทร์ อลินตา หมิงและเป๋า พากันนั่งกองรวมกันอย่างหมดแรงเนื่องจากขนของเข้าบ้านใหม่ทั้งวันอลินตาเองนั่นแหละที่เร่งให้พากันย้ายบ้านมาภายในวันนี้แต่อลินตาก็ไม่ใจร้ายจนเกินไปหญิงสาวได้จ้างคนงานมาช่วยย้ายบ้านครั้งนี้ด้วยทั้งยังจ้างคนมาทำความสะอาด ตั้งแต่หน้าเรือนยันบนเรือนพร้อมทั้งจ้างคนมาทำรั้วใหม่ให้ด้วย ส่วนตรงไหนที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ แต่วันนี้ต้องเข้ามาอยู่ที่นี่อย่างถาวรเนื่องจากเป็นฤกษ์อภิมหามหึมามหาเศรษฐี ทรัพย์กุมพีมีล้นท้นพูนท่วมบ้านดังนั้นมีหรือที่อลินตาจะละเลยฤกษ์อันแสนประเสริฐนี้ไปต่อหน้าต่อหน้า
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเป๋าลากพัดลมตัวใหญ่มาเปิดกระหน่ำเนื่องจากร้อนและยุงชุม สภาพแวดล้อมที่เป๋ากับหมิงมองเห็นราวกับย้อนเข้าไปอยู่ในยุคโบราณกาลนานมาเชียวล่ะ
“คุณอลินคะ”เป๋าส่งเสียงสูงผิดคีย์ แทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“ไม่ใช่ว่าเป๋านอนๆอยู่ในห้องแล้วจู่ๆ ผียัยแม่รูปจันทร์ก็มาหักคอเป๋าเอาไปเป็นอาหารให้ผีมอญนะคะ”อลินตาส่ายหน้าในความกังวลบ้าๆ บอๆ ของเป๋าตุงลูกน้องคนสำคัญ อลินตายิ้มก่อนจะพูดลากเสียงยานคางอย่างล้อเลียน
“กลัวมากก็ไปนอนกับหมิงเต๋อสิจ๊ะ”หมิงได้ยินแบบนั้นก็รีบสะบัดคอมองอลินตาทันที
“ให้มันนอนคนเดียวเถอะครับคุณอลินผียังไม่น่ากลัวเท่ากับโดนลักหลับเลยนะครับ” เมื่อได้ยินแบบนั้นอลินตาถึงกับหัวร่องอหายกับคำเปรียบเปรยของหมิงลูกน้องของเธอส่วนเป๋าก็ได้แต่ค้อนตาคว่ำแอบด่าหมิงในใจคนเดียว เฮอะ!ทำเป็นกลัวถ้าได้แซ่บกับฉันขี้คร้านจะติดใจ แต่แล้วอลินตาก็ต้องชะงักกิริยาลงก่อนจะเอ่ยขึ้นในความมืดด้านหน้า
“มานั่งคุยกันสิคะคุณหลวง”เพียงแค่อลินตาเอื้อนเอ่ย สองเพื่อนสนิทก็สามัคคีถอยร่างเข้ามาหลบทางด้านหลังของเจ้านายสาวอย่างรวดเร็วพลางจ้องมองความมืดด้านนอกเรือนที่ไฟส่องไม่ถึง เพียงไม่นานร่างของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลก็ปรากฏขึ้นในชุดราชปะแตน
เรียกได้ว่าถึงจะเป็นหนุ่มวัยดึกแต่พอแต่งแบบนี้ก็เฟี้ยวไม่เบาอารมณ์เหมือนจับคุณอาหนิง นิรุตติ์มาแต่งตัวโบราณแบบนั้นเชียวล่ะเป๋ามองด้วยความเคลิ้ม ส่วนอลินตายิ้มๆแววตามั่นคงไร้ความรู้สึกใดๆ วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลยิ้มละไมใจดีให้กับเจ้าของเรือนคนใหม่ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มไพเราะแม้ว่าหางเสียงจะสะท้อนเหมือนพูดอยู่ในโอ่งก็ตามที
“เป็นไงเรือนของฉันอยู่สบายดีกันไหม?” เป๋าได้ยินก็รีบเอี้ยวตัวออกมาจากด้านหลังของอลินตาก่อนตอบนี่คงเป็นไม่กี่ครั้งของเป๋าที่พูดคุยกับผีซึ่งๆ หน้า
“สบายกว่าที่คิดแข็งแรงกว่าที่ตาเห็นเจ้าค่ะ” หมิงหมั่นไส้เพื่อนสาวสองรีบสวนขึ้นทันที
“แหมไอ้เป๋าทีนี้ทำเป็นพูดสำเนียงโบราณได้คล่องปากไหนบอกว่าไม่ถูกชะตากับคนแก่ไง แก่ไม่พอเป็นผีด้วยนะแก” เป๋าสะบัดคอหนีหมิงอย่างไม่สบอารมณ์ที่โดนขัดฝ่ายคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลก็ได้แต่ยิ้มใจดีตามประสาคนแก่เฝ้าบ้านทั่วไปแต่สิ่งที่ค้างในใจของคุณหลวงก็คือ
“ทำไมถึงรู้จักอาจารย์สินยเวทย์? เจ้าเป็นคนยุคสมัยใหม่แต่อาจารย์ท่านเป็นคนสมัยโบราณทั้งยังค่อนข้างเก็บตัวอีกด้วยไปรู้จักท่านได้ยังไง?” อลินตาที่ตอนแรกนั่งเท้าหมอนสามเหลี่ยมอยู่ก็ค่อยๆยืดตัวขึ้นก่อนหันไปทางหมิงลูกน้องคนสนิท ซึ่งหมิงเองก็ขยับนั่งหลังตรง แล้วเอ่ยตอบวิญญาณคุณหลวงแทนอลินตาด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการขึ้นนิดหน่อย
“คุณอลินเคยไปปราบผีในสมัยที่อาจารย์สินยเวทย์ยังมีชีวิตอยู่และได้ยินชื่อเสียงที่ร่ำลือมาพอสมควร ว่าท่านเก่งทั้งด้านคุณไสยสายดำ และสายขาวคุณอลินก็เลยให้ผมไปหาข้อมูลเกี่ยวกับอาจารย์สินยเวทย์มาให้ครับ ก็พอจะได้ข้อมูลท่านมาบ้างแต่ยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร”ที่แท้หมิงก็ไปหาข้อมูลมาให้อลินตาพอสมควรแล้วแต่อลินตาไม่คิดว่าช่องทางการติดต่ออาจารย์สินยเวทย์จะเปิดกว้างให้กับเธอมากมายเช่นนี้เพราะอลินตาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลจะรู้จักอาจารย์สินยเวทย์เมื่อหมิงพูดจบอลินตาก็พูดขึ้นบ้าง
“แปลกนะคะท่านไปทางไสยเวทย์มนต์ดำมากกว่าขาวแต่ในประวัติทำไมไม่เคยเห็นทำของชั่วช้าไม่ว่าจะเป็นยาสั่ง ยาเสน่ห์ หรือแม้แต่เลี้ยงผีไว้ทำร้ายผู้คนไม่พบในประวัติสักนิดหรือว่านั่นแค่ประวัติบังหน้าคะ” อลินตาพูดจบคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลก็ยิ้ม แต่ในสายตาเป๋าก็ยังดูเป็นยิ้มสยองเยือกเย็นอยู่ดี
“ต้องไปรู้จักตัวจริงอาจารย์สินยเวทย์เองแล้วเจ้าจะรู้ว่าทำไมท่านใฝ่เรียนมนต์ดำแต่กลับอยู่ข้างฝ่ายขาว เจ้าถามถึงอาจารย์สินยเวทย์ทำไมรึ?”อลินตาตอบคำเดียวสั้นๆ แต่ได้ใจความ
“ฉันจะไปขอวิชาจุติฆาตวิญญาณจากอาจารย์คนนี้ค่ะ..!”วิชาจุติฆาตวิญญาณนี้ก็คือวิชาถอดวิญญาณผู้ที่ถึงฆาตแล้วมาใส่ร่างใหม่ที่ถึงฆาตแล้วเช่นกันซึ่งวิชานี้คนสองคนจะต้องตายพร้อมกันแต่อีกคนต้องไปเกิดใหม่ส่วนอีกคนจะต้องมาเกิดในร่างของคนที่ไปเกิดใหม่ซึ่งการจะเรียนวิชานี้ได้พลังจิตต้องนิ่งและแข็งแกร่งพอดูเป๋าได้ยินถึงกับสะดุ้งพรวดพลางแผดเสียงถาม
“คุณอลินคะแล้ววิชาที่มีอยู่ ผีที่เลี้ยงไว้ ยังไม่พออีกเหรอคะเป๋าว่าถ้าเพิ่มไปมากกว่านี้มีหวังเรือนทั้งเรือนก็คงจะไม่พอบรรจุเหล่าวิญญาณที่คุณอลินชุบเลี้ยงหรอกค่ะ” อลินตาหันมองเป๋าพร้อมกับยิ้มคมกริบแล้วพูดขึ้น
“อย่าใจแคบนักเลยน่าเป๋าตุงรุ่นเก่าไปรุ่นใหม่มา ขืนพูดมากไปกว่านี้เดี๋ยวคืนนี้ก็ไม่ได้นอนหรอกเตือนแล้วนะ”เป๋าชะงักรูดซิปปากเงียบสนิททันที เพราะคำเตือนจากอลินตามันเหมือนเสียงเตือนจากนรกยังไงก็ไม่รู้...