นางซูที่เดินอยู่ข้างๆมองด้วยความตกตะลึง เย่ชิงชิงบุตรสาวของนางไม่เคยัักับเื่พวกนี้เลยแต่กลับฉลาดหลักแหลมและรู้จักวิธีขายของได้เอง! ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆต่างก็บอกว่าบุตรของคนจนมักรู้จักช่วยเหลือครอบครัวเร็ว...นางรู้สึกปลื้มปีติยินดีในใจ
“พี่สาวคนงาม ซื้อดอกกุหลาบสักดอกไหมเ้าคะ?”
หญิงสาวในชุดผ้าไหมแพรพรรณชั้นดีถือพัดบังริมฝีปากบางเบา “ดอกไม้นี้ช่างงดงามเหลือเกิน~~”
มือเรียวบางดุจหยกกำลังจะหยิบดอกไม้ทว่านางกลับเหลือบไปเห็นใบหน้าของเย่ชิงชิงที่อยู่หลังดอกไม้อย่างไม่ทันตั้งตัวหญิงสาวถึงกับกรีดร้องออกมาทันที “กรี๊ด!”
“ปีศาจหน้าตาน่าเกลียดมาจากไหน! ทำเอาข้าใแทบตาย!” พัดในมือพลันสะบัดไปฟาดใบหน้าของเย่ชิงชิงอย่างแรงพาเอาดอกกุหลาบฟาดเข้าที่ใบหน้าไปด้วย
นางถูกพัดที่กระหน่ำเข้ามาฟาดเข้าที่ใบหน้าทั้งดอกกุหลาบก็เกือบจะทิ่มเข้าตา นางจึงถอยหลังไปหลายก้าว อีกฝ่ายถึงจะหยุดลงได้
สาวใช้ที่อยู่ข้างกายหญิงสาวนางนั้นรีบก้าวเข้ามาขวางไว้พลางถามด้วยความเป็ห่วง “คุณหนูไม่เป็ไรนะเ้าคะ!”
“ไปให้พ้น! อย่าให้ข้าเห็นนางอีก!” หญิงสาวทำท่าทางราวกับเห็นผีผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็หยุดชี้ชวนกันพูด
“ชิงชิง!” นางซูทั้งใและเป็ห่วงยืนบังร่างของบุตรสาวเพื่อป้องกันสายตาผู้คน
สาวใช้ตัวน้อยคนนั้นเท้าเอวแล้วผลักนางซูเบาๆนางเหยียบดอกกุหลาบสองดอกที่ร่วงลงบนพื้นจนแบนราบ “พวกเ้ารีบไสหัวไปซะคนหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ยังกล้ามาขายดอกไม้ตามถนนอีก!”
เย่ชิงชิงรู้ว่าตนเองน่าเกลียดแต่ก็ไม่นึกว่าจะโดนดูถูกต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้ ขณะนั้นนางโมโหจนพูดไม่ออกชั่วขณะ
“ข้าผู้อัปลักษณ์ส่งต่อความงดงามไปแต่พวกท่านผู้เลอโฉมกลับทิ้งไว้เพียงความอัปลักษณ์”
สาวใช้ตัวน้อยมองตามสายตานางไปที่เท้าของตนเองแล้วหันกลับไปถามอย่างไม่แน่ใจว่า “คุณหนูเ้าคะนางกำลังด่าพวกเราอยู่หรือเปล่า?”
“ไม่รู้! รีบเอาไอ้ของโสโครกนี่ไปให้พ้นสายตาข้า!” หญิงสาวชี้มาที่นางด้วยนิ้วเรียวขาวผ่องและสะบัดมือด้วยความรังเกียจอย่างที่สุด
นางซูโกรธจนตัวสั่นแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปโต้ตอบ เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนไม่ใช่คนธรรมดาสามัญพวกนางไม่กล้ามีเื่ด้วย! นางจึงจับมือเย่ชิงชิงไว้แน่นหวังจะพาบุตรสาวออกไปจากที่นี่
ทันใดนั้นมีมือข้างหนึ่งยื่นมาหยุดนางไว้ ผู้ที่เพิ่งเข้ามาคือคุณชายผู้ดีผู้หนึ่งเขาก้มลงเก็บดอกกุหลาบที่อยู่บนพื้นขึ้นมา
เขายิ้มเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไป“ดอกไม้นี้ขายอย่างไรหรือ?”
ผู้คนรอบข้างต่างตกตะลึงหญิงสาวและสาวใช้ตัวน้อยถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออก
คุณชายผู้ดีสวมชุดขาวนวลราวแสงจันทร์ยืนรับลม ดูงดงามสง่ายิ่งนัก
“บุรุษงามดุจหยก งดงามไร้ผู้เทียมทาน ดอกละหนึ่งตำลึงเงินเ้าค่ะ”
เย่ชิงชิงจ้องตาไม่กะพริบในโลกนี้ยังจะมีคนที่มีบุคลิกสง่างามเช่นนี้อีกหรือไม่มีใครเหมาะกับชุดขาวนวลราวแสงจันทร์ไปกว่าเขาอีกแล้ว
“แพงไปหน่อยนะ” คุณชายผู้ดีโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์ดอกกุหลาบที่ถูกเหยียบอยู่ในมือของเขากำลังเหี่ยวเฉา
ผู้คนรอบข้างเริ่มซุบซิบกันดูเหมือนจะมีหลายคนรู้จักเขา และพอจะได้ยินคำว่า ‘คุณชายเ้าของห้าง’แว่วมาบ้าง
“มันยอมโน้มตัวเพื่อท่านแล้วนะเ้าคะ ไม่นำมันกลับไปด้วยหรือ?” เย่ชิงชิงกล่าวด้วยความจริงใจ
หญิงสาวที่อยู่ข้างๆได้สติกลับมา นางมีท่าทางไม่พอใจแล้วแผดเสียงว่า “ดอกไม้เน่าๆนี่มีค่าถึงหนึ่งตำลึงเงินเชียวหรือ? นางขอทาน...”
“ข้าซื้อ”
“!!”ผู้คนรอบข้างต่างพากันฮือฮาไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นคนที่ใช้เงินหนึ่งตำลึงเงินซื้อของที่ถูกเหยียบจนเละมาก่อนยิ่งกว่านั้นคนผู้นั้นคือคุณชายเ้าของห้าง!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าคุณชายเ้าของห้างผู้มุ่งมั่นจะร่ำรวยกลับยอมทำธุรกิจขาดทุนเสียได้”
“สงสารแม่สาวน้อยหน้าตาอัปลักษณ์คนนั้นเถอะ...”
“ก็แค่แบ่งเงินให้ขอทานไงเล่า~”
“พูดเหลวไหล! คุณชายเ้าของห้างไม่ใจกว้างกับคนขอทานถึงขนาดนั้นหรอก!”
เสียงซุบซิบยังคงดังไม่หยุดเย่ชิงชิงทำเป็หูทวนลม ยื่นมือออกไปรับเงินหนึ่งตำลึงที่เขายื่นมาให้
นี่คือลาภลอยอย่างแท้จริงเย่ชิงชิงยิ้มตาหยี ดึงนางซูให้รีบออกจากสถานที่แห่งความวุ่นวายนี้ทันทีโดยไม่สนใจเสียงโวยวายไม่เข้าใจของหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังเลยแม้แต่น้อย
นางคือปีศาจหน้าตาน่าเกลียดนางสวมเสื้อผ้าซอมซ่อ นี่คือความจริง ไม่มีข้อโต้แย้ง และก็ไม่อาจโต้แย้งได้
จนกระทั่งเดินออกจากถนนสายนั้นและปะปนไปในฝูงชนแปลกหน้า นางซูจึงโอบกอดบุตรสาวไว้ด้วยความหวาดกลัวรุนแรง
“ชิงชิง แม่กลัวนัก”
เย่ชิงชิงลูบไหล่มารดาเบาๆเพื่อปลอบใจ นางเองก็กลัว เมื่อไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ ตัวเองก็อ่อนแอถูกรังแกก็คงไม่มีแรงโต้ตอบ
“ท่านแม่ พวกเรามีเงินแล้ว ควรรีบไปซื้อของ แล้วรีบกลับบ้านไม่เช่นนั้นท่านพี่จะรอจนหิวได้นะเ้าคะ”
นางซูกอดร่างเล็กผอมบางของบุตรสาวไว้“ชิงชิงที่น่ารักของแม่...”
ถนนสายนี้เป็แหล่งขายผักสองแม่ลูกเดินดูไปเรื่อยๆ เมื่อเดินผ่านร้านขายเนื้อเป็ดไก่ เย่ชิงชิงก็หยุดนิ่ง
แผงขายไก่และเป็ดส่วนใหญ่มักมีบริการแล่เนื้อให้ลูกค้าครอบครัวที่ร่ำรวยมีคนรับใช้จัดการเื่ในครัวส่วนชาวบ้านทั่วไปที่ไม่สะดวกทำเองก็มักจะให้พ่อค้าช่วยจัดการให้แล้วค่อยนำกลับบ้าน
ในเวลานี้สิ่งที่เย่ชิงชิงมองหาคือเครื่องในที่ถูกทิ้งกองไว้ มันไม่มีใคร้าเพราะถือว่าสกปรกและยุ่งยาก คนที่กินเครื่องในมีไม่มากนัก
นางซูเห็นบุตรสาวยืนนิ่งจึงมองตามสายตาไป และเข้าใจว่านางอยากกินเนื้อ จึงเกิดความลังเล
“ไก่ตัวนี้ขายอย่างไรหรือ?” สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวเมื่อเห็นแววตาเต็มไปด้วยความปรารถนาของบุตรสาวอีกทั้งเงินนี้ก็ต้องขอบคุณชิงชิงที่หามาได้...
“ไก่ตัวนี้ดีนัก! แค่สิบสี่อีแปะต่อหนึ่งชั่ง~” พ่อค้าหัวเราะร่วนคว้าไก่ตัวหนึ่งขึ้นมาให้ดู
นางซูคำนวณในใจว่าไก่หนึ่งตัวน่าจะหนักห้าถึงหกชั่งเย่ชิงชิงได้สติกลับมา รีบห้ามไว้ “ข้าไม่กินไก่เ้าค่ะ!”
พ่อค้าได้ยินดังนั้นก็หุบรอยยิ้มทันทีมองจากชุดที่พวกนางสวมก็ไม่เหมือนคนที่จะมาซื้อไก่แล้ว
“ท่านลุงเ้าคะ เครื่องในพวกนี้ขายอย่างไรหรือ?”
“เครื่องในหรือ...” เสียงที่ลากยาวออกไปพร้อมน้ำเสียงที่เฉื่อยชาไม่ใส่ใจ พอดีมีคนมาถามราคาพ่อค้าแผงลอยก็ทิ้งพวกนางไปต้อนรับลูกค้าคนอื่นทันที
นางซูซึ่งเคยเป็ฮูหยินรองมาก่อนรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยนางยังไม่กล้าพอที่จะทำตัวหน้าหนา นางดึงเย่ชิงชิงแล้วกล่าวว่า“เ้าอยากกินเครื่องในหรือ?”