‘ที่พี่ใหญ่พูดก็ถูกแล้วนะ อย่าเปลืองตัวเลย ถ้าทำสิ่งที่คิดอยู่ก็รู้ดีไม่ใช่หรือว่าผลที่ตามมามันจะหนักหนาแค่ไหน ที่ผ่านมาทำดีมาตลอดแล้ว อย่าเอาตัวเองไปแลกเลยนะ’
นกกระจอกสีขาวน้ำนมที่บินมาเกาะบนบ่า ที่กำลังพยายามเอาเท้าเขี่ยงูที่กำลังจะเลื้อยขึ้นไปขดบนหัวของชายอ้วนอย่างที่เคยทำ จนทำให้หนึ่งงูหนึ่งนกทะเลาะกันเหมือนทุกครั้งไป
“ผมก็รู้นะว่ามันกลียุค ที่ผู้คนต่างก็ตอบสนองต่อความอยากและอวิชชารุนแรงมาก แต่ก็ไม่คิดว่าภาพที่ผมเห็นเมื่อตอนเด็กๆ สามสิบกว่าปีก่อน จะแหลกเหลวได้อย่างที่เป็อยู่ในตอนนี้... ”
นึกถึงผู้มีอำนาจในผิดดินออกมาโกหกหน้าด้านๆ ต่อหน้าต่อตา แล้วผู้คนชั้นล่างที่ไร้พลังยอมจำนนแล้วเลือกที่จะ ‘อยู่เป็’ จนยิ่งนานวันสังคมก็ยิ่งไหลลงต่ำไปเรื่อยๆ
การโกหกกลายเป็สิ่งที่ถูกยอมรับได้ั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้ ยิ่งแสดงเก่งหลอกลวงเก่ง กลายเป็คนมีความสามารถที่ถูกยอมรับได้
การลักขโมยมากมายทั้งแผ่นดิน เพราะผู้ที่รักษากฎหมายดันละเลยหน้าที่ ทั้งยังเป็ฝ่ายที่แอบเอาหน้าที่ของตนเขายุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายเสียเอง จากการที่อุ้มเพื่อนอุ้มพ้องของคนมีสีที่สืบต่อกันมาเป็ทอดๆ
การเบียดเบียนผู้อื่นกลายเป็เื่สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็การบูลี่การกลั่นแกล้งกันั้แ่เด็กๆ ยันเข้ามาหาลัยกระทั่งทำงาน หรือแม้แต่เพื่อนบ้านที่เลือกจะเบียดเบียนกันทั้งๆ ที่เพียงแค่ยิ้มให้กันมันสามารถทำให้แต่ละวันสดใสกว่าเป็ไหนๆ เพียงเพื่อเบียดเบียนให้อีกฝ่ายลำบากแม้แต่เพียงน้อยดันเป็เื่ที่สุขใจเสียอย่างนั้น
หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ต่างๆ ของคนในยุคใหม่ที่เข้าขั้นย่ำแย่ การผิดลูกผิดเมียกลายเป็เื่ปกติทั่วๆ ไป การที่แอบลักกินขโมยกินผัวเมียผู้อื่นกลายเป็เื่ที่ถูกยอมรับได้ง่าย การนอกใจไปมีคนอื่นกลายเป็คนเก่งในกลุ่มเพื่อนหรือคนทั่วไป ที่หาใหม่ได้ง่ายหรือกระทั่งสะใจในตอนที่อีกฝ่ายเ็ปใจเจียนตาย
ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้กลับเป็เพียงแค่ส่วนน้อยของสังคมที่กำลังไหลลงต่ำ ทั้งๆ ที่การกระทำมากมายที่ผิดกับสามัญสำนึกเมื่อยี่สิบสามสิบปีก่อน กลับกลายเป็เื่ปกติในปัจจุบันไปเสียหมดแล้ว
สำหรับเขาที่เรียนมนต์คาถาจากพ่อมาหลายสิบปี จนหลายๆ อย่างก็ค่อยๆ ทยอยแสดงผลออกมา ในตอนที่เขาศึกษาพระธรรมของพระพุทธเ้าจนเริ่มอยากที่จะออกจากเกมที่มีชื่อว่าสังสารวัฏไป
แต่สุดท้ายเขาก็ตัดใจทิ้งพ่อแม่เอาไว้ข้างหลังไม่ได้
จนเมื่อในตอนที่พ่อจากไปปลายปีก่อน เขาก็เริ่มเคว้งคว้างไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ...
สะพานข้ามภพ...
คือความตั้งใจที่เขาอยากที่จะเป็มันให้ได้ ชื่อของมันอาจจะดูแปลกไปสักหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากที่จะเวียนว่ายตายเกินในฐานะมนุษย์ต่อไป เพื่อที่จะคอยช่วยเหลือคนที่เคยรักเคยผูกพันธ์เคยช่วยเหลือกันมาในทุกภพชาติ เพราะรู้ว่าการเกิดนี้ทำให้เป็ทุกข์มากแค่ไหน การยึดติดทำให้ต้องทรมานมากเท่าไหร่
เขาจึงอยากรั้งรอทุกๆ คนในภพมนุษย์ ที่มีโอกาสที่จะได้บรรลุธรรมข้ามกระแสแห่งกาลเวลา ออกไปยังอีกฝากหนึ่งที่ไม่ต้องเกิดตายเวียนว่ายในสังสารวัฏนี้อีกต่อไป
ต่อให้เกิดใหม่อีกสิบครั้งร้อยครั้งจะสามารถนำพวกเขาข้ามไปได้แค่หนึ่งคน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงอยากที่จะช่วยเหลือทุกๆ คนที่เคยช่วยเหลือกันไม่ว่าจะในฐานะใดก็ตาม
“มันคงไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วแหละ ผมในตอนนี้ก็ออกห่างจากความทรงจำของทุกๆ คนไปหมดแล้ว เหลือแค่แม่เพียงคนเดียวที่ยังต้องห่วง” ชายร่างท้วมถอนหายใจออกมายาวๆ “ถ้าผมยังอยู่แม่ก็จะไม่มีวันรับรู้ถึงขั้นต่อไป การจากไปของผมจะเป็ส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้แม่เข้าใจได้ ว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะ้ามันไหม แต่โลกก็ยังจะคงหมุนไป ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องดับไป เช่นเดียวกับผมที่ฝืนร่างกายมาจนถึงตอนนี้เองก็ต้องจากไป”
“แน่ใจแล้วหรอว่าจะทนไหว ถ้าหากว่าในห้วงสุดท้ายก่อนที่จิตนี้จะดับลง ถ้าประคองสติเอาไว้ไม่ได้ แม้แต่น้องเองก็ไม่สามารถรับรองผลได้หรอกนะ” วานรน้อยที่ค่อยๆ ขยายร่างกายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายสูงกว่าสองเมตร กล่าวพลางใช้ดวงตาสีทองสว่างมองกับไปในดวงตาของผู้ที่ปลุกมันขึ้นมา “มั่นใจแล้วใช่ไหม”
“พี่ก็รู้ว่าผมตอนนี้มองเห็นอนาคตชัดมาก มันก็จริงที่หลังจากที่ผมไปแล้วแม่อาจจะลำบากขึ้นมาก แต่เดี๋ยวผมจะฝากพระแม่ธรณีเอาไว้ เพราะการลงมือครั้งนี้คงมีชีวิตมากมายต้องร่วงหล่น ของที่พวกนั้นคงมากพอจะดูแลแม่ต่อไปจนกว่าแม่จะตาย ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับแม่แล้ว”
“แต่ว่า...” เ้างูตัวน้อยที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถเลื้อยขึ้นไปนอนบนหัวชายตรงหน้าได้ ก็เริ่มขายร่างของมันให้โตขึ้นบ้าง จนตอนนี้มันกลายเป็งูเกล็ดครามขลิบทอง ที่มีหงอนสีแดงเรียดติดไปกับส่วนหัว เมื่อนับรวมขนาดของร่างกายที่เกือบๆ หนึ่งครึ่งเมตรและยาวนับสิบเมตร ที่ยังคงคลอเคลียเขาไม่ห่าง เอ่ยออกมาด้วยความห่วงใย “เ้าจะจากไปดื้อเลยก็ได้นี่ ไม่เห็นจะต้องทำอะไรขนาดนั้นเลย คิดดูสิว่ามันจะต้องมีชีวิตที่ต้องดับลงมากเท่าไหร่ แล้วเ้าจะต้องแบกรับมันมากแค่ไหน”
“ใช่แล้วล่ะ” นกกระจอกเผือกที่ตอนนี้ตัวมันก็ขายใหญ่ขึ้นจนตอนนี้จะบอกว่าคล้ายกับนกยูงก็ไม่ใช่ เพราะตัวมันใหญ่ขึ้นมากแถมจะงอยปากเองก็ออกไปทางนกแก้ว ่คอก็เรียวยาว ทั้งปีกทั้งหางของมันแทบจะเหมือนกับกับนกหัสดีลิงค์ไปแล้ว มันไม่เหมือนกับนงสายพันธุ์ไหนๆ ในโลกที่เขาเคยเห็นเลย “จริงๆ พี่ว่าเ้าละความตั้งใจแล้วข้ามไปอีกฝั่งเลยยังง่ายกว่าด้วยซ้ำ ไม่เห็นต้องเป็ห่วงทุกๆ คนเลย”
“พี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้ทำเพื่อพวกเขา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำก็ทำเพื่อตัวผมเอง มันเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของผมเอง อีกอย่างอย่างน้อยกรรมที่ผมต้องแบกรับในคราวนี้ มันก็ทำให้พระศาสนายืนต่อไปได้อีกนิด ไม่อย่างนั้นแม้แต่แผ่นดินทองที่เหลืออยู่จะถูกคลื่นแห่งอวิชากลืนกิน จนอย่าว่าแต่จะเข้าใจในธรรมชาติเลย แค่เอาตัวรอดจากสังคมและการทำมาหากินก็ยากจนไม่รู้จะยากยังไงแล้ว...ผมรู้ดี”
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาเลย เ้าบอกเองไม่ใช่หรือ ว่าตัวเ้าไม่เหลือความผูกพันกับใครในโลกแล้ว และผู้คนในโลกเองก็ลืมเลือนตัวเ้าไปหมดแล้ว จะเร็วก็ต้องทำ จะช้าก็ต้องทำ เมื่อเลือกที่จะทำก็จงตั้งใจให้มั่น และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เพียงแค่ยอมรับผลที่ตามมา ทั้งหมดที่เ้าสอนพวกเรามันก็แค่นั้นไม่ใช่หรือ!”
ในขณะที่ ‘ตน’ อื่นๆ พยายามห้ามปราม แต่เ้าแมวน้อยที่ตอนนี้กลายเป็พยาเสือโคร่งที่มีความยาวั้แ่หัวจรดหางกว่าเก้าศอก ก็กล่าวออกมากึ่งคำราม อาจจะด้วยเป็ตัวตนแห่งเปลวไฟและความมืดมิดที่หลอมผสานกัน แม้มันจะเชื่อฟังทุกคำพูด แต่ก็ชื่นชอบความรุนแรงและทำลายล้าง
“ไหนๆ ก็จะทำแล้ว ไหนๆ ก็จะตายแล้ว ก็หลั่งเืล้างแผ่นดินนี้ให้สูงขึ้นตามความตั้งใจของเ้าเสีย!!”
“แน่ใจแล้วหรือ...” เป็พญาวานรตัวเท่าบ้านที่เอ่ยปรามออกมา “ที่ผ่านมาบอกเองไม่ใช่หรือ ว่าไม่อยากที่จะชักมีดเล่มนี้ออกมาใช้ เราทุกคนไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามีดที่ถืออยู่ตอนนี้มันคมมากแค่ไหน”
“แต่เมื่อเลือกที่จะทำแล้วไม่ว่าอะไรมันจะตามมาก็ต้องยอมรับอยู่ดีแหละพี่” ชายร่างท้วมถอนหายใจ “อย่างน้อยถ้าสิ่งที่ผมทำลงไปมันจะทำให้ใครสักคนสามารถมองเห็นความเป็จริงของโลก แล้วเดินเข้าสู้ทางธรรมได้บ้างในชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกเขา มันก็คงเป็อะไรที่วิเศษไม่น้อยเลย”
“แต่นั่นต้องแลกมาด้วยหลังจากนั้นเ้าจะต้องก่อศัตรูในภพถัดไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่เลยนะ” พญานาคาโน้มหัวของมันมามองย้อนเข้าไปในดวงตาของคนที่สร้างมันขึ้นมา “มันคุมจริงๆ หรือ”
“ถ้าหากว่าบุญที่เคยทำมันมีมากพอ ถ้าหากว่าผมสามารถรักษาความทรงจำทั้งหมดนี้เอาไว้ได้ตามความตั้งใจ ผมก็แค่อยากไปเกิดใหม่เป็คนธรรมดาๆ ที่สามารถมีชีวิตที่เรียบง่าย อยู่ดูแลพ่อแม่ในภพถัดไป แล้วหวังว่าพวกเขาเองก็จะรักผมมากไม่ต่างกัน เท่านั้นสำหรับผมมันก็วิเศษมากแล้ว” เขานึกถึงสิ่งที่ตนเองประสบมาทั้งชีวิต ถ้าเป็ไปได้เขาก็อยากใช้ชีวิตธรรมดาๆ เกิดในที่ห่างไกล ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่เงียบๆ แค่นั้นมันก็เกินพอแล้ว
“““...”””
สามเสียงที่ตอนนี้ทำท่าว่าจะแพ้หนึ่งเสียงเสียแล้ว ก็ได้แต่พากันถอนหายใจออกมา โดยมีพยัคฆ์เพลิงทมิฬที่ตอนนี้ตัวหดเล็กลงกลับไปเป็ลูกแมวน้อยอีกครั้ง ขึ้นไปนั่งบนตักผู้เป็นายอย่างผู้ชนะ ซึ่งเ้าของตักเองก็ลูบหัวพวกมันเบาๆ
“ทุกคนไม่ต้องห่วงหรอก พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจิตของผมจะทรงพลังแค่ไหน ดีไม่ดีอาจจะทำอะไรไม่ได้แล้วตายไปทั้งอย่างนี้เลยก็ได้ใครจะรู้” แม้กำลังเลือกเส้นทางความตายของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นเ้าตัวก็เหมือนไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร “ทุกคนกลับเข้าไปในนั้นก่อนเถอะ เผื่อว่าพวกเราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง”
ว่าแล้วเงาของร่างท้วมก็เหมือนกับขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้น จนสุดท้ายก็กลืนกินร่างทั้งสี่จนจมหายไปในความมืดมิดไร้สิ้นสุด ซึ่งเมื่อมองทั้งสี่จมหายลงไปในความมืดมิดเรียบร้อยแล้ว
สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะหลับตาลง พร้อมกับการ ‘ชักมีด’ ที่เขาลับคมและไม่เคยได้ใช้มันมาก่อนในชีวิต!!
............................