ฉู่เฟิงยืนทื่อเป็สากกะเบืออยู่ตรงนั้น ตาค้างจ้องมองหวงหนิวที่กำลังออกหมัดอยู่ในสวนไอ้หมอนี่...มหัศจรรย์เป็บ้า!
สองขาหลังของหวงหนิวยืนอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง กระฉับกระเฉงยามย่างก้าวตามกระบวนท่า รวดเร็วว่องไว ทั้งยังพลิ้วไหวนี่มันไม่เหมือนกับวัวเลยสักนิด
ฉู่เฟิงยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านข้าง พิศวงเป็อย่างมาก
หวงหนิวปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่หยุดมือ สีหน้ามันเย่อหยิ่งเป็ความเชื่อมั่นในตัวเองที่ไม่อาจกล่าวออกมาเป็คำพูดได้กระบวนท่าหมัดทรงพลังรุนแรงขึ้นในพริบตา
ร่างกายของมันแข็งแรงสมบูรณ์ ประเดี๋ยวก็รวดเร็วประหนึ่งพญาครุฑพุ่งลงโฉบเหยื่อรุนแรงจนมิอาจต้านทาน ประเดี๋ยวก็ดุดันประหนึ่งเทาเที่ย1กลืน์เหี้ยมโหดเหลือประมาณ เสียงดังสนั่นสะท้านะเื แรงกดดันเต็มไปทั่วอาณาบริเวณ
ฉู่เฟิงตะลึงงัน วิชาหมัดของหวงหนิวช่างน่าสะพรึงกลัวถึงแม้จะไม่ได้ประมือ แต่เขาก็รู้ว่ามันร้ายกาจอย่างยิ่ง
หวงหนิวลอยหน้าลอยตา วาดฝีไม้ลายมืออย่างภูมิใจ พิสดารขึ้นเรื่อยๆแต่พอมันเหลือบมองฉู่เฟิงอีกครั้งสีหน้าก็ค้างแข็งเมื่อเห็นว่าสองมือของฉู่เฟิงว่างเปล่าไม่มีเครื่องมือสื่อสารกลับมาด้วย
มันหยุดหมัดทันควัน ไม่สนใจฉู่เฟิงอีก
ฉู่เฟิงยังงุนงง ทำไมถึงหยุดเอาดื้อๆ ล่ะ?เขายังดูไม่สะใจเลย วิชาหมัดเมื่อกี้ช่างพิสดารจริงๆ
ในชั้นแรกเขาก็ยังบื้ออยู่ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ หวงหนิวก็เทซะงั้นแต่เมื่อสังเกตเห็นสายตาพิฆาตของหวงหนิวที่มองเขาอย่างคาดคะเน เหมือนกำลังดูบางอย่างให้แน่ใจเขาก็ถึงบางอ้อ
ไอ้หมอนี่มันจำเื่เครื่องมือสื่อสารได้จริงๆ ด้วย
“หวงหนิว ฉันไปดูเครื่องรุ่นใหม่สุดมาให้แกแล้วนะ เอาแบบเลิศหรูดูดีมีสไตล์เลยแต่เมื่อกี้เงินไม่พอ ฉันเลยต้องกลับมาหยิบเงินที่บ้าน เดี๋ยวไปซื้อมาให้น่า”
หวงหนิวหูตั้ง พอเขาพูดจบปุ๊บ มันฉีกยิ้มปั๊บไม่รู้มันยิ้มเยาะหรือยิ้มดีใจกันแน่
ฉู่เฟิงแอบด่ามันในใจ ไอ้วัวบ้านี่มันรู้ทัน
พร้อมกันนั้น หวงหนิวก็ทำท่าออกหมัดอีกสองสามครั้งสุดท้ายพ่นลมหายใจยาว สิ้นสุดการฝึก เป็การหาทางลงสวยๆ ให้ตัวมันเอง
ฉู่เฟิงพูดไม่ออกจริงๆ หยุดกลางคันไปแล้วนี่ ยังมีการหา “ท่าจบ”อีกแน่ะ?
ทว่า เห็นท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ของหวงหนิวอย่างนี้เขาก็แกล้งทำไม่รู้ไม่เห็นบ้าง
“มอ!”
หวงหนิวเห็นเขายืนนิ่งไม่ขยับ ก็ส่งเสียงร้อง ชัดเลย มันเร่งเขา
ฉู่เฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง หมุนตัวออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังร้านขายของเก่าที่ห่างออกไปสองสามร้อยเมตรพอโผล่เข้าไปในร้านก็ะโลั่น “ลุงหลิวฮะขอซื้อเครื่องมือสื่อสารรุ่นเก่าสุดถูกสุดฮะ”
“เสี่ยวฉู่ กลับมาั้แ่เมื่อไหร่ล่ะนี่?”ลุงหลิวขยับแว่นสายตายาวหนาเตอะ มองฉู่เฟิงพลางยิ้มจนตาหยี
“ไม่กี่วันก่อนฮะ ไม่เจอตั้งนานแน่ะลุงหลิว เป็อย่างไรบ้างฮะ?” ฉู่เฟิงยิ้มแย้ม เอ่ยถาม
“ก็เรื่อยๆ แต่ว่า เธอจะเอาเครื่องมือสื่อสารรุ่นเก่าไปทำไมกันคนหนุ่มสมัยนี้เขาชอบรุ่นออกใหม่ไม่ใช่เหรอ?”ลุงหลิวไม่เข้าใจ
“ผมต้องใช้น่ะฮะ ถึงตกรุ่นก็ไม่เป็ไรฮะ ขอให้ดูใหม่เอี่ยมเป็พอ!”ฉู่เฟิงเน้น
“ถึงที่นี่จะเป็ร้านขายของเก่า แต่เครื่องมือสื่อสารรุ่นเก่าน่ะไม่ค่อยมีคนอยากซื้อหรอก เลยมีอยู่ไม่กี่เครื่อง” ลุงหลิวตอบ
เขาเปิดนู่นรื้อนี่ สุดท้ายหามาให้สองสามเครื่องของพวกนี้ยามปรกติขายไม่ออก นอกเสียจากจะเป็พวกอนุรักษ์ของเก่าที่ซื้อไปสะสมไม่เช่นนั้นก็ไม่มีราคาค่างวดอะไร
ฉู่เฟิงสะดุดตาที่เครื่องใหญ่ที่สุด หากยังดูใหม่เอี่ยมนอกจากหน้าจอแล้ว ตัวเครื่องทั้งหมดสีเงินแวววาว
“ตัวนี้เลยฮะ!”
“ลุงว่านะ เสี่ยวฉู่ ตัวนี้ดูใหม่ก็จริงแต่ไม่แรงเท่าเครื่องอื่นนะ” ลุงหลิวเอ่ย
“ไม่เป็ไรฮะ ยิ่งดีใหญ่ ขอให้ดูใหม่เป็พอ!” ฉู่เฟิงปิดดีลเอาตัวนี้แหละ
ลุงหลิวไร้คำพูด แต่ก็ไม่อาจพูดอะไรได้
สุดท้าย พอฉู่เฟิงจะจ่ายเงิน เขาก็โบกมือ “ช่างเถอะเครื่องนี้เอาไว้ที่นี่ก็เปลืองที่ทาง ให้เธอไปเลยยังดีเสียกว่า”
“ดีเลย ลุงหลิว ไว้คราวหน้าผมหาเหล้าชั้นเยี่ยมมาฝากนะฮะ”ฉู่เฟิงก็ไม่เกรงใจ
“จริงสิ เสี่ยวฉู่ ก่อนที่เธอจะกลับมานี่มีวัยรุ่นหลายคนมาที่เมืองนี้ ตอนเดินผ่านที่นี่ ฉันได้ยินว่าพวกเขามาตามหาเธอนะ”
ก่อนที่ฉู่เฟิงจะออกจากร้าน ลุงหลิวพูดเื่นี้ขึ้นมา
เขาอึ้งไปทันที ใครกันที่ตามหาเขา?หากว่าเป็เพื่อนหรือเพื่อนนักเรียน ก็น่าจะติดต่อหาเขาก่อน
“วัยรุ่นพวกนั้นดูท่าทางไม่ธรรมดาเลย ในนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งสวยหยาดเยิ้มเลยล่ะ” ลุงหลิวเล่าถึงสิ่งที่พบเห็น
ฉู่เฟิงพกเอาความสงสัยออกจากร้านไป เขาเดาไม่ออกจริงๆว่าใครกันที่ตามหาเขา
“หวงหนิว ดูนี่ ฉันหาเครื่องใหม่อย่างหรูมาให้แกแล้วนี่ดีกว่าของฉันอีกนะเนี่ย” พอย่างเท้าเข้าไปในสวน ฉู่เฟิงก็ะโเรียกมันเสียงดัง
หวงหนิวรีบพุ่งมาทันที สองขาหลังยืนขึ้นสองขาหน้าคว้าเครื่องมือสื่อสารไปกอดแน่น
มันมองดูเครื่องมือสื่อสารของเครื่องใหม่เอี่ยมอ่องของมันทีหนึ่งมองดูเครื่องของฉู่เฟิงอีกทีหนึ่ง แล้วยิงฟันยิ้มเยาะ
“แกไม่ต้องยิ้มจริงใจอย่างนั้นก็ได้นะนี่ฉันซื่อเครื่องใหม่สุดหรูให้แกอย่างนี้แล้ว แกยังจะมาดูถูกฉันอีกเรอะ? เออ ช่างเหอะ ฉันมันใจกว้างอยู่แล้ว ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับแกหรอก เร็วเข้าสอนวิชาหมัดมวยนั่นให้ฉันหน่อย” ฉู่เฟิงพูด
หวงหนิวไม่สนใจเขา วางเครื่องมือสื่อสารบนโต๊ะหินกีบคู่หน้าสีทองเรืองรองเคาะหน้าจอง่วน
สุดท้ายมันโมโห เพราะไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันหันมามองแรงฉู่เฟิงจมูกมีควันพวยพุ่ง
“ไม่มีแบตไง” ฉู่เฟิงมองมันเคาะหน้าจอง่วนอยู่เงียบๆจนตอนนี้ค่อยเอ่ยขึ้นมาช้าๆ
“มอ!”
หวงหนิวค่อยๆ หอบเครื่องมือสื่อสารสุดหรูขึ้นอย่างระมัดระวังส่งให้ฉู่เฟิงอย่างทะนุถนอม ให้เขาเอาไปชาร์จแบต
แต่พอมันเห็นฉู่เฟิงโยนเครื่องมือสีเงินของมันลงบนโต๊ะหนังสือในห้องอย่างไม่ใส่ใจแถมยังต่อปลั๊กไฟเข้ากับตัวเครื่องอย่างส่งๆ มันก็จ้องเขาตาแทบถลน
ความหมายก็คือ ระวังหน่อยซี่ อย่าทำเครื่องสุดหรูของมันเป็รอยนะพร้อมกันนั้นก็มองเหยียดๆ ไปยังเครื่องของฉู่เฟิง
ระหว่างชาร์จแบตเตอรี่ หวงหนิวก็เริ่มเคาะหน้าจอวุ่นวายแต่แล้วก็มีปัญหาจนได้ ภาษาที่ไม่เข้าใจ ตัวอักษรที่ไม่รู้จักถึงมันจะสนใจอย่างมาก แต่ก็นับเป็อุปสรรคอย่างยิ่งเวลาใช้งาน
มันรี่เข้ามาหาเขา ร้องเรียกอยู่พักหนึ่งฉู่เฟิงเสียเวลาอยู่นานกว่าจะเข้าใจว่ามัน้าอะไร
“แกอยากทำอะไร ให้ฉันเอารายชื่อของฉันใส่ในเครื่องของแกเรอะ? แกไปให้ห่างฉันเลย!” ฉู่เฟิงนึกถึงเื่คราวก่อนขึ้นมาก็ปวดใจ
หวงหนิวรู้สึกสนใจอย่างมากที่เ้าเครื่องนี้สามารถติดต่อกับคนที่อยู่ห่างไกลออกไปได้แต่จะให้ฉู่เฟิงยินยอมได้อย่างไรกัน
พอคำขอนี้ไม่สัมฤทธิผลมันก็ให้ฉู่เฟิงสอนวิธีดูรายงานข่าวภาพเคลื่อนไหว
“ถ้าแกรู้ตัวอักษร ทุกอย่างก็ง่ายเลยล่ะ จะโทรศัพท์ จะดูวิดีโอจะอ่านข่าว ล้วนแต่ไม่เป็ปัญหาเลย” ฉู่เฟิงค่อยๆ โน้มน้าวมันทีละขั้นเื่นี้เขาวางแผนเอาไว้แล้ว
แน่นอน หวงหนิวผงกหัว มันมาที่โลกนี้อย่างมีเป้าหมายถ้าหากว่าสามารถเรียนรู้ตัวอักษรของอีกโลก แล้วก็มีเครื่องมือสื่อสารอยู่ในมือมันรู้สึกว่าทุกอย่างย่อมสะดวกง่ายดายขึ้นมาก
“งั้นแกสอนมวยฉัน ฉันสอนหนังสือแก” ฉู่เฟิงยิ้มตาหยี
หวงหนิวจ้องเขาตาถลน ร้องมอๆ อยู่หลายคำ อย่างกับจะพูดว่านี่นายวางแผนไว้งั้นเรอะ!
“จะว่าไป มันก็มีประโยชน์ต่อแกนะโลกนี้อีกหน่อยก็ไม่สงบอย่างนี้แล้ว ฉันก็แค่อยากป้องกันตัวเองให้อยู่รอดให้ได้จะได้พาแกไปเขาคุนหลุน ไปหาต้นไม้ประหลาดนั่นได้ไง” ฉู่เฟิงเอ่ย
หวงหนิวยื่นขาหน้าข้างหนึ่งออกมา ชี้โบ๊ชี้เบ๊มาทางเขาอยู่นั่นแหละสุดท้ายถลึงตาโปนๆ แล้วผงกหัวในที่สุด ถือเสียว่าพบกันครึ่งทาง
ฉู่เฟิงฝึกซ้อมวิชาหมัดมวยตลอดเวลาสามวันแต่ว่าวิชาหมัดชุดแรกนั้นยากเย็นยิ่งนัก ทุกครั้งที่ออกท่าจะต้องส่งพลังอันรุนแรงออกไปด้วย
ก่อนนี้เขาเคยฝึกศิลปะป้องกันตัวหลากหลายรูปแบบ ฝีมือไม่ธรรมดาแต่เมื่อหัดวิชาหมัดนี้กลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง ทุกครั้งที่ออกท่า จะรู้สึกได้ว่าบนหมัดมีพลังแปลกประหลาดคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง
ที่พิเศษก็คือตอนที่หวงหนิวให้เขาปล่อยหมัดในขณะที่หายใจด้วยเคล็ดพิเศษนั่นจะยิ่งพิสดารขึ้นไปอีก ในบางครั้งจะเกิดเสียงดังสนั่นอย่างน่าใ
ฉู่เฟิงตื่นเต้นยินดี หมกมุ่นอยู่กับการฝึก
หลายวันมานี้ หวงหนิวจำตัวอักษรได้ไม่น้อยเรียกได้ว่าฉลาดเลยทีเดียว ฉู่เฟิงเลยไม่กล้าที่จะสอนมันมากนัก เรียกให้สวยๆหน่อยก็คือให้มันมีพื้นฐานที่ดีก่อน แต่จริงๆแล้วฉู่เฟิงกลัวว่ามันจะเบี้ยวไม่ยอมสอนวิชาหมัดให้เขามากกว่า
ในสามวันนี้ ตาอ้วนโจวที่อยู่ในอำเภอเมืองแทบเป็บ้า
ก็เพราะรายชื่อเพียงหนึ่งเดียวในเครื่องของหวงหนิวตอนนี้ก็คือโจวเฉวียนซึ่งฉู่เฟิงเป็คนใส่ข้อมูลให้มันเอง สามวันมานี้พอมันนึกขึ้นได้เมื่อไหร่เป็ต้องเรียกไปหาตาอ้วนทุกครั้ง
บางครั้งก็เป็เที่ยงวัน บางคราก็เป็เที่ยงคืนกับอีกบางทีก็เป็เวลาย่ำรุ่ง เว้นเสียแต่เวลาที่มันหลับเท่านั้น นอกจากนั้นพอไม่มีอะไรทำเป็ต้องจิ้มหน้าจอไปหาตาอ้วน ร้องมอๆ ทักทายตลอด
“โอ๊ยยยยยยยย...ไอ้หนิวหมัวหวัง อีกหน่อยฉันฆ่าแกแน่นอนแกโทรมาหาฉันกลางดึกก็แล้วไป ตอนนี้มาอีกแล้ว นี่มันเช้ามืด คนกำลังนอนนะโว้ยทนไม่ไหวแล้ว!”
โจวเฉวียนบ้าไปแล้ว ถูกหวงหนิวตามรังควานทั้งวันทั้งคืน
แต่เขาจะปิดเครื่องหนีก็ไม่ได้ ่นี้ทั่วโลกต่างวุ่นวายไหนจะญาติสนิทมิตรสหายที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ยังไม่สามารถกลับไปได้จำต้องติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา
“ฉันขอเตือนแกนะ อย่ามารังควานฉันอีกถ้ามาอีกนี่ฉันจับแกตุ๋นทั้งเป็แน่!” โจวเฉวียนโมโหจนหอบ
ยังไงก็ตาม หวงหนิวชอบนักชอบหนาที่ตาอ้วนโจวโมโหจนเต้นทุกครั้งมันรู้สึกสนุกอย่างยิ่ง สิ่งนี้กลายเป็ของเล่นสนุกของมันไปเสียแล้ว
ฉะนั้น คำขู่ของโจวเฉวียนไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
“ฉู่เฟิง นายทำได้ดีมาก ไอ้หนิวหมัวหวัง ฉันจะกินแกทั้งเป็โว้ย...”
โจวเฉวียนร้องไห้ไม่ออก
จนวันที่สี่ หวงหนิวเรียนรู้ตัวอักษรได้มากแล้วจึงตอบสนองคำขอของฉู่เฟิง เขียนชื่อวิชาหมัดให้ดู
ถึงตัวอักษรจะโย้เย้ แต่ก็พออ่านออก
“หมัดปีศาจวัว” ฉู่เฟิงอ่านออกเสียง
หวงหนิวเชิดหัวจนจมูกแทบจะแตะฟ้า ภูมิอกภูมิใจนักหนากับวิชาหมัดนี้เหมือนมันกำลังพูดว่า นี่เป็วิชาหมัดมวยที่พิสดารพันลึกอย่างยิ่ง
“ชื่อนี้เชยอ่ะ” ฉู่เฟิงพูด
“มอ!”
หวงหนิวโมโหปรี๊ด แผดเสียงลั่น ดังสนั่นจนบ้านทั้งหลังสั่นไหว
“แกเฝ้าบ้านแล้วกัน ฉันไปข้างนอกประเดี๋ยวมา” ฉู่เฟิงเผ่นหนีออกจากบ้านเขาไปหาจ้าวซานเหยียเพื่อรับคันธนูกับลูกศร ตอนนี้น่าจะเสร็จแล้ว
ร้านรับทำอาวุธของจ้าวซานเหยียเต็มไปด้วยผู้คนเป็เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกแห่งหนในเวลานี้ ใครๆต่างก็อยากซื้อหาอาวุธเพื่อป้องกันตัว
“เสี่ยวฉู่ มาแล้วเหรอ ของเธอน่ะทำเสร็จนานแล้ว ถ้าเธอไม่มาฉันกะจะไปส่งให้อยู่เลย” จ้าวซานเหยียรูปร่างสูงใหญ่ ผมตัดสั้น เสียงดังชัดเจนยืนยิ้มต้อนรับ
“ขอบคุณฮะปู่” ฉู่เฟิงยิ้ม ยกห่อของขึ้น รู้สึกได้ถึงน้ำหนัก
ระหว่างทาง เมื่อผ่านร้านขายของเก่า ลุงหลิวร้องทัก บอกเขาว่า“เสี่ยวฉู่ พวกวัยรุ่นที่มาเมื่อครั้งที่แล้วมาอีกแล้วล่ะ แต่น้อยกว่าคราวก่อนไปทางบ้านของเธอแล้ว”
ฉู่เฟิงประหลาดใจ ใครกันนะ?ตอนนี้ถนนหนทางถูกตัด ทุกแห่งหนเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เนืองๆคนธรรมดายังจะมีใครกล้าออกเดินทางอีก เขาสงสัยอยู่ในใจ
*****************************************************
1 เทาเที่ย หนึ่งในสัตว์ร้ายทั้งสี่ในตำนานมีคำเล่าว่าเทาเที่ยสามารถอ้าปากกลืนท้องฟ้าได้ และเพราะเทาเที่ยตะกละจึงใช้เป็คำเรียกคนที่ตะกละ ชอบกิน