ตอนที่ 45 เลวร้ายยิ่งกว่า
ในขณะที่กำลังเดินทาง
อี๊กกกก
เสียงเหยียบเบรกได้ดังขึ้น
ริวจิสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมกับหันไปถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
" เกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นหรอ "
เธอชี้นิ้วไปทางด้านหน้า ภาพที่ทั้ง 2 เห็นก็คือสะพานที่ใช้ข้ามไปอีกฝั่งนั้นได้ขาดลง
" ซวยชะมัด มีทางอีกมั้ย " ถึงแม้เขาจะเป็นคนญี่ปุ่นแต่ว่าเขาไม่ใช่คนที่เดินทางบ่อยนัก ทำให้ริวจิไม่ได้รู้เส้นทางการเดินทางมากขนาดนั้น
อายูหยุดคิดอยู่ครู่หนึงก่อนจะพูดออกมา
" พอจะมีทางอยู่แต่ว่า เราต้องอ้อมไปไกลถึงนิงาตะ แต่มันจะทำให้เราเสียเวลามากขึ้น "
" ประมาณเท่าไหร่เธอช่วยประเมินได้มั้ย"
" อืม "
" ถ้าเจอซอมบี้ไม่มากเกินไปก็ 1 อาทิตย์ละมั้ง "
" นั่นคืออย่างเร็วที่สุดอย่างงั้นหรอ "
" ใช่ "
หลังจากที่ฟังจากที่อายูพูดมาทั้งหมด ริวจิก็ได้เอามือผาดกับหน้าฝาก " บัดซบ!! ซวยชะมัดยาก " แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก เพราะมันไม่มีวิธีอื่นแล้ว
จากนั้นก็เขาก็ขับรถไป แต่ว่ามีสิ่งกีดขวางเต็มไปหมดทั้งรถยนต์ที่พัง มันทำให้ริวจิต้องลงมาเพื่อเคลียถนนบ่อยครั้ง และการเดินทางก็ล่าช้าลงไปอีก
" ถ้ามีเฮลิคอปเตอร์ก็คงจะดี เฮ้อ " ริวจิพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา เพราะตอนนี้ผ่านมา 1 เดือนมันเป็นไปได้ยากที่จะเหลือของแบบนั้นอยู่ ถึงจะมีอยู่พวกเขาก็คงขับไม่เป็น
จากเซ็นไดไปจนถึงนางาตะนั้นระยะทางแค่ 300 กิโลเมตรแต่วันนี้ทั้งวันพวกเขาเดินทางได้แค่ 34 กิโลเมตร งั้นก็แปลว่าพวกเขาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 9-10 วันในการเดินทางไปถึงนางิตะ
วันต่อมา
9 กุมภาพันธุ์ ค.ศ. 2029
" เคลียเส้นทางเนี่ยะ มันเหนื่อยมากกว่าฆ่าซอมบี้อีก เฮ้อ " ริวจิพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
" อย่าบ่นมากนักเลยนา ฉันขับรถมาทั้งวัน ฉันไม่เห็นบ่นเลยสักคำ " เธอเห็นริวจิถอนหายใจมาสองทีแล้วตลอดทั้งวัน แสดงถึงว่าเขานั้นไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ต้องอ้อมเส้นทาง แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่เลือกพูดให้กำลังใจหรือปลอบริวจิ แต่กลับกันเธอพูดแดกดันเขาแทน
" แหมๆ ถ้าฉันขับเป็นละก็นะ
" ช่วยไม่ได้นี่นา ใครจะไปรู้ละ ว่าริวจิผู้แข็งแกร่งที่สุดในตารางจัดอันดับ Red Tower จะขับรถไม่เป็น " หลังจากเธอพูดจบ เธอก็อดขำออกมาไม่ได้
ฮิฮิ
เห็นแบบนั้นริวจิก็รู้สึกอายขึ้นมา และเขาได้พูดตอบโต้เธอกลับไป
" มันก็เหมือนกับเธอละน๊า หญิงสาวที่เย็นชาเหมือนกับน้ำแข็งที่ทุก ๆ คนคิด ใครจะไปคิดว่าจะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วย ฮ่า ฮ่า " หลังจากพูดจบเขาก็หัวเร่าะเสียงดังลั่น
เมื่อเธอเห็นริวจิแสดงอาการตอบโต้
บื้นนนน! !!
รถเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลันทำให้ริวจิที่กำลังหัวเร่าะอยู่นั้น หัวฟาดเข้ากับเบ่าะ
" เดี๋ยว เดี๋ยว !!!ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนี้เลยนี่นา เธอก็รู้นิว่าเส้นทางมันไม่ได้ราบลื่น มันจะเกิดอุบัติเหตุได้นะ "
แต่เธอไม่สน เธอยังเร่งเครื่องต่อไปด้วยความโกรธ แต่เธอนั้นไม่ได้โกรธริวจิหรอก มันเป็นอาการเขินและอายมากกว่า
" โอเค ๆ ฉันขอโทษ พอใจรึยัง "
จากนั้นรถก็ได้ผ่อนความเร็วลง
4 วันต่อมา
โจเซฟและแคทเทอรีนน่าก็ได้ตื่นขึ้นมา พวกเขาทั้ง 2 ตกใจเป็นอย่างมากเพราะค่าสถานะของทั้งสองคนนั้นเพิ่มขึ้น 5 เท่าเหมือนกับอายู
" นี่มันบ้ามาก ! !สถานะของฉันเพิ่มขึ้นตั้ง 5 เท่า ฉันรู้สึกว่าฉันสามารถต่อสู้กับซอมบี้ G2 ได้หลายๆ ตัวพร้อมกันได้ "
โจเซฟได้เสียงดังขึ้นภายในรถที่เงียบสงบ
ส่วนแคทเทอรีน่านั้นเธอไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ปากของเธอได้อ้ากว้างออกมาด้วยความตกตะลึงของสถานะของตัวเอง
" พวกนายตื่นแล้วสินะ อาจจะกระทันหันไปหน่อยแต่ แคทเทอรีนน่ามาทำอาหารให้ฉันกินหน่อยสิ หลายวันมานี้ฉันกินแต่อาหารแห้งทั้งนั้นเลย " หลายวันมานี่พวกเขาทั้ง 2 ได้กินแต่อาหารแห้งรสชาติก็มันก็ไม่ได้แย่มาก แต่เนื่องจากเขาเคยลิ้มลองรถชาติของเชฟนั้น ถึงแม้จะเป็นวัตถุดิบธรรมดา พวกเชฟระดับมืออาชีพนั้นก็สามารถรังสรรค์มันออกมาได้และทำให้รถชาติของมัน อร่อยขึ้นได้
" ไม่เป็นไรคะมาสเตอร์ แค่ทำอาหารแค่นี้สบายมาก "
จากนั้นพวกเขาทั้ง 4 คนก็จอดพักที่ข้างทางเพื่อทำอาหาร
ในขณะที่แคทเทอรีนกำลังปรุงอาหารอยู่นั้น โจเซฟและก็ได้ถามขึ้น
" ตอนนี้พวกเราถึงไหนแล้วอย่างงั้นหรอหัวหน้า"
ริวจิรู้สึกเขินอายที่จะตอบเล็กน้อย
" เอ่อจะว่ายังไงดี ถนนไปโตเกียวนั้นถูกตัดขาดและทำให้เราต้องอ้อมไปทางของ นางาตะ แถมการจราจรก็ติดขัดมาก และมันทำให้เสียเวลาในการเดินทาง แถมเครื่องยนต์ตอนนี้ก็เสื่อมสภาพลงไปมาก "
พวกเขาทั้ง 2 ก็พอเข้าใจสถานณ์การคร่าวๆ
จากนั้นพวกเขาก็ใช้เวลาอีก 1 วันก่อนจะมาถึงเมืองเล็ก ๆ เมื่องหนึ่งเพื่อจอดเติมน้ำมันและทดสอบ Red Tower
" หัวหน้า ! เมืองนี้ไม่มีอาหารเลยอยู่ " เมื่อโจเซฟตะโกน เขาเดินไปสำรวจรอบ ๆ ในขณะที่พวกเขาจอดพักอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน
" แปลกจัง หรือว่าเมืองนี้มีค่ายด้วยอย่างงั้นหรอ "
" มันน่าจะเป็นแบบนั้น "
" แต่เราจะไม่เข้าไปข้างในนั้นหรอก เพราะว่ามันเสียเวลา "
หลังจากเดินทางมาสักพัก พวกเขาก็สังเกตเห็นคนที่กำลังเดินอยู่ข้างถนน ร่างกายของเขาสูบผอมเหมือนไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน โจเซฟรู้สึกสงสารเขาจึงจอดรถเพื่อถามชายคนนั้น
แต่เขานั้นพูดภาษาญี่ปุ่นไม่เป็น ทำให้ริวจิจึงต้องรับหน้าที่พูดคุยแทนเขาเสีย
" คุณครับ ออกมาเดินข้างนอกแบบนี้คุณไม่กลัวซอมบี้อย่างงั้นหรอ "
ชายคนนั้นได้อ่ำอึ่งเหมือนกับทำอะไรไม่ถูกก่อนจะตอบกลับมา
" เอ่ออออ ใครจะไม่กลัวพวกมันบ้างล่ะ แต่ฉันต้องออกมาหาอาหารหนะ แต่ยังไม่เจอเลย "
ริวจิไม่ได้ใจดีขนาดที่จะแบ่งอาหารให้กับคนแปลกหน้าแบบนี้ได้ เขาจึงเลือกที่จะตอบแทนเป็นอย่างอื่นแทน
" คุณดูผอมมาก เหมือนคนไม่มีแรงเลย เดี๋ยวพวกผมจะไปส่งคุณที่พักก็แล้วกัน "
" ขอบใจนายมาก นายเป็นคนที่มีน้ำใจจริง ๆ
ชายคนนั้นก็ได้ขึ้นรถไปกับพวกริวจิและบอกเส้นทางจนมาถึงที่พัก
" ที่นี่แหละ ที่พักของพวกเรา " ภาพที่พวกเขาเห็นคือมันคือห้องพักทั่วไป มันไม่ใช่ค่ายหรือมีทหารอยู่เวรยามเลยสักคนเดียว "
ริวจิเขาอยากจะถามเหลือเกินมาทำไมพวกคนเหล่านี้ถึงมาอาศัยอยู่ที่เมืองที่ไม่มีอาหารแบบนี้ แต่เขาก็ตัดใจและเลือกที่จะไม่ถามดีกว่า
" งั้นพวกเราไปก่อนนะครับ " เขาพูดและกำลังหันหลังกลับไป
แต่ก็มีเสียงหยุดเขาเอาไว้
" เพื่อเป็นการขอบคุณ ให้ฉันเลี้ยงอาหารนายสักมื้อจะได้มั้ย "
"พวกคุณเก็บอาหารไว้กินเองเถอะครับ พอดีผมกินมาแล้ว แถมพวกคุณก็มีอาหารไม่เยอะอีกด้วย มันจะเป็นการรบกวนเปล่าๆ "
แต่เขาก็ยังดันทุลังต่อ ทำให้ริวจิไม่มีทางเลือกนอกเสียจากยอมเข้าไปด้วย ถึงเขาจะดูโหดร้ายแต่ริวจินั้นยังไม่เคยฆ่าคนเลยสักครั้ง และผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไร นี่คือสิ่งที่ริวจิคิด
พวกเขาทั้ง 4 ได้เดินตามเข้าไป และปรากฎว่าข้างในนี่มีคนอาศัยอยู่แค่ 9 คนเท่านั้น และขอบตาของแต่ละคนก็มีสีม่วงดำเหมือนอดหลับอดนอน และร่างกายก็ผอมมาก เหมือนกับชายที่มากับพวกริวจิไม่มีผิด
" งั้นเดี๋ยวฉันไปเตรียมอาหารก่อนน่ะ เชิญนั่งได้ตามสบายเลย "
" เอ่อออ พอดีว่าเพื่อนของผมเป็นเชฟ เธออาจจะช่วยอะไรได้บ้าง" ริวจิกลัวรสชาติอาหารจะห่วยแตก เขาจึงอยากให้แคทเทอรีนน่าไปช่วยด้วย
" ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอเป็นแขกจะให้พวกเธอมาช่วยได้ยังไงละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง"
เมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะทำตามและนั่งรอที่โต๊ะอาหาร
30 นาทีผ่านไปอาหารก็ยกมาเสิร์ฟ
" ว้าวว มันน่ากินสุดๆ ไปเลย ไม่ใช่หรือไงหัวหน้า คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า" โจเซฟพูดขึ้นเพราะอาหารที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขานั้น มีหลากหลายอย่างมากมาย โจเวฟรู้ว่าริวจิกังวลเรื่องของรสชาติอาหาร
" ใช่ๆ มันน่ากินมาก " ริวจิได้พูดขึ้น แต่ในใจเขานั้นกลับคิด " ทำไมถึงเลี้ยงอาหารพวกเรากันน่ะ พวกเขาแต่ละคนก็เหมือนจะขาดแคลนอาหารมากอีกด้วย แถมเนื้อที่พวกเขาเอามาให้เรา ถ้าพวกเขาแบ่งกันดีดีก็น่าจะกินได้กันทุกคนได้ " ริวจิมีความคิดที่สงสัยขึ้นมา
" ทุกคนกินได้ตามสบายเลยนะ " ชายหนุ่มยังยิ้มเหมือนเดิมพร้อมกับผายมือเชิญให้พวกริวจิกินอาหารได้
จากนั้นโจเซฟก็หยิบช้อนเพื่อที่จะชิมน้ำซุปของมัน
" เดี๋ยววว!!! " ได้มีเสียงค้านขึ้น เสียงนั้นก็คือแคทเทอรีนน่า
" ฉันเป็นเชฟที่รู้จักและเคยลิ้มลองทุกเนื้อของโลกใบนี้ แต่ฉันไม่เคยเห็นเนื้อแบบนี้มาก่อน ไม่ทราบว่าคุณใช้เนื้ออะไรอย่างงั้นหรอคะ " แคทเทอรีนน่าพูดขึ้นมา และริวจิก็ทำหน้าที่แปลให้กับชายผู้นั้นได้ฟัง
จากนั้นใบหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนไปและพูดขึ้น
" พวกคุณอยากรู้ใช่มั้ยว่ามันคือเนื้อของอะไร "
" พวกคุณอาจจะไม่เคยลองมันเพราะมันเป็นเนื้อที่หายากมาก ๆ เลยล่ะ ในตอนนี้"
หลังจากพูดจบคนทั้ง 9 คนก็ได้อ้อมล้อมพวกริวจิพร้อมกับส่งสายตาเหมือนกับว่าพวกเขาเห็นอาหาร
" หรือว่า... พวกแก" ริวจิได้กัดฟันขึ้นพร้อมกับโกรธขึ้นมา เขาเข้าใจได้ทันทีว่าคนพวกนี้กินมนุษย์เป็นอาหาร แถมเนื้อที่วางไว้อยู่โต๊ะอาหารก็ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเนื้อของเผ่าพันธุ์เดียวกับพวกเขาเอง
" ฉันทำเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น อย่าโทษกันเลยน่ะพ่อหนุ่ม กินอาหารนั่นเข้าไปพวกนายก็จะได้ตายอย่างสบายๆ แล้วเชียว "
จากนั้นเขาก็สั่งให้โจมตี
" จัดการพวกเขาสะ แล้วพวกเราจะอยู่รอดต่อไป " ใบหน้าของพวกเขานั้นเปลี่ยนจากคนที่ใจดี ไปเป็นอีกคนทันที
ริวจิได้กัดฟันแน่น พร้อมกับตะโกนขึ้น
" พวกนายมันเลวร้ายยิ่งกว่าพวกซอมบี้มันเสียอีก " การที่กินมนุษย์นั้นมันไม่ต่างอะไรกับที่ซอมบี้นั้นกินกันเองเพื่อที่จะวิวัฒนาการเลย ริวจิเคยเห็นแต่ซอมบี้กินกันเอง แต่เมื่อรู้ว่ามนุษย์นั้นก็ทำเหมือนกับพวกมัน ทำให้เขารู้สึกแย่เป็นอย่างมาก
" ฆ่าพวกเขาสะ พวกเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว " โจเซฟนั้นตกใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินริวจิสั่ง แต่ก็พอเข้าใจสถานณ์การ ที่พวกเขากำลังจะโดนโจมตี ริวจิได้กำดาบแน่นพร้อมกับเหวี่ยงไปที่ คอของหัวหน้ากลุ่มอย่างรวดเร็ว
ฉับ
ฉับ
เวลาไม่ถึง 10วินาที พวกเขาก็ตายกันจนหมด
" นี่ฉันฆ่าคนไปอีกแล้วแต่ทำไม ฉันถึงไม่รู้สึกอะไรเลยนะ "
หลังจากออกจากโรงแรมพวกเขาก็เดินไปที่รถ
" แห๊วะ ฉันเกือบที่จะกินเนื้อมนุษย์งั้นหรอเนี่ยะ " โจเซฟได้อ้วกออกมา หลังจากที่เห็นโจเซฟอาเจียนออกมานั้น มันเหมือนกับว่าโลกติดต่อ พวกเขาทั้ง 3 ก็อาเจียนออกมาเช่นกัน
20 นาทีต่อมา
" บัดซบเอ่ย ! "
" ฉันอาเจียนจนฉันหมดแรงเลย ขืนเป็นแบบนี้ไม่มีแรงไปทดสอบ Red Tower แน่ "
" นายจะพูดให้นึกถึงภาพทำไมย่ะ "
จากนั้นพวกเขาเดินทางไปยัง Red Tower
ฝากกดติดตามกดหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยน่ะครับ