[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 4 การเสแสร้งก็เป็นความดี (4.2) (รีไรต์)

            โล่งอกที่ลิสต์ตัวละครเด้งขึ้นมาตามปกติแสดงว่าแตกต่างจากยูซังอาอีกิลยอง และฮันมยองโอหรือเดิมทีเป็นตัวละครที่นักเขียนใช้แล้วทิ้งกัน

            ยังไงก็เถอะนั่นเป็นคุณลักษณะที่น่าสนใจพอควร

            ‘ผู้หมอบซุ่ม’

            ฟังจากชื่อแล้วอาจจะดูธรรมดาแต่มันจัดอยู่ในกลุ่มคุณลักษณะประเภท‘วิวัฒนาการเมื่อสั่งสมพลัง’ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คุณลักษณะในสามวิธีรอด ตอนนี้อาจจะเป็นแค่ระดับทั่วไป แต่มันสามารถวิวัฒนาการต่อไปได้ถึงระดับ ‘หายาก’ หรือระดับ ‘ตำนาน’ เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของมันจะเจอเข้ากับโอกาสแบบไหน

            ‘เพชฌฆาตผู้บ้าคลั่ง’หนึ่งในร้อยคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสามวิธีรอดเองก็มีวิวัฒนาการมาจากผู้หมอบซุ่มเช่นกัน

            จองฮีวอนนึกว่าเป็นแค่ตัวละครที่ผ่านไปผ่านมาเสียอีกบางทีผมอาจจะต้องลองพิจารณาเรื่องเลือกเธอมาเป็นสหายร่วมเดินทางไปด้วยกันก็ได้

            ผมรู้สึกตงิดใจกับสกิล[ปราบปีศาจ] อยู่เล็กน้อย แต่ผู้หญิงคนนี้ถ้าเลี้ยงดูให้ดีเธอน่าจะกลายเป็นมือสังหารที่แข็งแกร่งคนหนึ่งได้

            “ว่าแต่คุณดกจาดูนิ่งมากเลยนะคะ”

            นิ่งเหรอ...จะมองเห็นเป็นแบบนั้นก็ได้

            “ปกติเห็นสถานการณ์แบบนี้จากในนิยายมาเยอะก็เลยชินแล้วน่ะครับ”

            “คะ? แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ...เดี๋ยวก่อนนั่นจะไปไหนคะ”

            ผมไม่ตอบอะไรแต่เดินลงไปข้างล่างชานชาลา จองฮีวอนทำท่าเหมือนจะตามลงมาด้วยผมเลยยื่นมือออกไปหาเธอ

            “ไม่เป็นไรค่ะ”

            จองฮีวอนโบกมือเบาๆ ในขณะที่กระโดดลงมาบนชานชาลา พวกเราเดินไปตามรางรถไฟมองสำรวจอุโมงค์ที่เชื่อมต่อไปทางฝั่งสถานียักซูเพราะความมืดจึงมองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด แต่มันมีกลิ่นเหม็นสาบแรงมากเป็นกลิ่นคาวเลือด

            “คงไม่ได้คิดที่จะไปทางนั้นหรอกใช่มั้ยคะ”

            จองฮีวอนถาม

            “คนที่ไปทางนั้นต่างก็ตายกันหมดไม่ว่าจะเป็นพวกอันธพาลหรือพวกไหนทุกคนที่เข้าไปในอุโมงค์นั้นมีแต่ต้องตายค่ะ”

            เธอพูดผิดแล้วไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องตาย อย่างน้อยก็มีอยู่คนหนึ่งบางทีเขาคงจะฝ่าเส้นทางนี้ไปถึงสถานีต่อไปแล้วก็ได้

            พวกเราปีนกลับขึ้นมาบนชานชาลาอีกครั้งเวลาผ่านไปนานพอสมควร แต่คนที่ยืนต่อแถวซื้ออาหารก็ยังคงยาวเหยียดเหมือนเดิม

            หลายคนที่ประท้วงกลุ่มผู้นำต่างก็โดนทุบตีแต่คนส่วนหนึ่งยอมกัดฟันจ่ายในราคาแพง ยอมโดนเอาเปรียบเพื่อซื้ออาหารกลับไป

            หลังจากเห็นผู้หญิงวัยรุ่นในกลุ่มปลายแถวหลายคนแอบเข้าไปข้างหลังเต็นท์ผ้าใบจองฮีวอนก็โมโหเดือด

            “โอ๊ย! น่าหงุดหงิดชะมัด เห็นมั้ยคะเมื่อครู่”

            “เห็นครับ”

            ชอนอินโฮบอกเอาไว้ของที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับอาหารจะเป็น ‘อะไรก็ได้’แต่พวกผู้หญิงที่เข้าไปข้างในเมื่อครู่ไม่ได้ถือ ‘อะไร’ เอาไว้เลย

            จองฮีวอนกัดฟันกรอดลุกพรวดขึ้นจากพื้น

            “เห็นแบบนั้นแล้วฉันเอาแต่ยืนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้หรอกค่ะ”

            “แล้วจะทำยังไงล่ะครับ”

            “ก็ต้องห้ามสิคะ อย่างน้อยก็ต้องบอกว่าทำแบบนี้มันผิดไม่ใช่หรือไง!”

            “ถ้าทำแบบนั้นพวกผู้หญิงจะต้องทนหิวนะครับ”

            “แล้วจะปล่อยให้พวกมันทำเรื่องทุเรศ ๆ แบบนั้นเหรอคะ”

            “ครับ ครั้งนี้ปล่อยไว้แบบนั้นดีกว่า”

            “นี่กำลังพูดบ้าอะไรคะ”

            น้ำเสียงแฝงความดูถูกเหยียดหยามผมไม่ได้ตอบอะไร แต่หันไปมองทางด้านเต็นท์ผ้าใบนิ่งและเมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่ง

            “...ไอ้บ้าพวกนั้น คิดหรือไงว่าพวกเราจะยอมทำเรื่องพรรค์นั้น”

            น้ำเสียงโมโหเดือดดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มหญิงสาวที่เพิ่งเข้าไปในเต็นท์ผ้าใบพวกเธอเดินสบถกลับออกมาโล่งอกที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เกิดเรื่องที่จองฮีวอนเป็นกังวล เป็นไปตามที่ผมอ่านใน ‘สามวิธีรอด’

            “ฮ่า ๆ ๆ เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็มาได้ทุกเมื่อนะ!”

            ในยุควันสิ้นโลกนั้นไม่ได้มีการกำหนดความเร็วของการล่มสลายทางศีลธรรมจรรยาแม้จะบอกว่าเป็นอาชญากรก็ไม่ได้หมายความว่าอาชญากรทั้งหมดจะก่อการร้ายกันเป็นกิจวัตรได้ในทันที

            จองฮีวอนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยถาม

            “หรือว่า...รู้อยู่แล้วเหรอคะว่าจะเป็นแบบนั้น”

            “ครับ”

            “เชื่อคนพวกนั้นเหรอคะ”

            ผมไม่ได้ตอบอะไรผมไม่ได้เชื่อในตัวมนุษย์ แค่เชื่อในหนังสือที่ผมอ่านเท่านั้นเองจองฮีวอนยังคงเอ่ยต่อไปโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าผมคิดอะไรอยู่ในใจ

            “แต่ก็โล่งอกไปทีนะคะ อย่างน้อยผู้คนก็ยังเหลือศักดิ์ศรีกันอยู่ —”

            “ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละครับตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ร้อนรนอะไรขนาดนั้นรอให้ถึงตอนกลางคืนก็อาจจะมีเรื่องคล้ายกันนี้เกิดขึ้นอีกก็ได้ครับ”

            จากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้บางทีข่าวลือคงจะแพร่ไปทั่วกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยแล้ว พวกผู้หญิงในค่ายพวกที่ยังชั่งใจอยู่ว่าจะทำยังไงดีต่างก็เอาแต่เหลือบมองไปทางเต็นท์ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานขนาดนั้นหรอกกว่ามนุษย์เราจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อให้มีชีวิตรอดจองฮีวอนกัดฟันกรอดก่อนจะประกาศกร้าว

            “เมื่อถึงตอนนั้นฉันจะขวางไว้เองค่ะ”

            “มันไม่จบแค่ขวางพวกเขาไว้หรอกนะครับ”

            “ฉันทราบค่ะ แต่ว่า —”

            “ในบรรดาคนที่เข้าไปข้างในนั้นมีแม่ของเด็กตัวเล็ก ๆ อยู่ด้วยครับถ้าเด็กคนนั้นต้องทนหิวจนตาย คุณจองฮีวอนจะรับผิดชอบความตายของเด็กคนนั้นเหรอครับ”

            เปลือกตาของจองฮีวอนสั่นระริกเธอก้มหน้าลงราวกับต้องการจะเก็บซ่อนสีหน้าตัวเอง

            “ถ้าอย่างนั้น...จะให้ทำยังไงล่ะคะ ต้องทำยังไง”

            [ตัวละคร ‘จองฮีวอน’ ได้รับอิทธิพลจากตรรกะความคิดของคุณ]

            [ตัวละคร ‘จองฮีวอน’ รู้สึกว่าจริยธรรมเริ่มสั่นคลอน]

            ผมเหม่อมองจองฮีวอนที่ได้แต่ก้มหน้านิ่งที่ผมทุ่มเทเวลาเกลี้ยกล่อมอยู่อย่างนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เธอบุ่มบ่ามทำเรื่องไร้หัวคิดลงไป

            ผู้หญิงคนนี้คือ[ผู้หมอบซุ่ม] ที่ครอบครองสกิล [ปราบปีศาจ]จองฮีวอนในตอนนี้มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนเป็นปีศาจทำลายล้างได้ขึ้นอยู่กับการกระทำของเธอ

            “คุณจองฮีวอน ตัวการหลักของปัญหานี้คือ ‘อาหาร’ ใช่มั้ยครับ เพราะมีฝั่งหนึ่งผูกขาดอาหาร เลยเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมา”

            “เรื่องนั้น...ใช่ค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นแค่กำจัดต้นเหตุของปัญหาทิ้งก็หมดเรื่อง”

            “...คะ?”

            ผมก้มลงมองนาฬิกาแทนคำตอบใกล้ได้เวลาปรากฏตัวแล้ว

            เปรี๊ยะ!

            ใช่ปรากฏตัวเสียที

            อากาศแยกออกรูปร่างคุ้นเคยปรากฏกายขึ้น เสียงกรีดร้องระงมดังก้องไปทั่วฝันร้ายของมวลมนุษย์ผู้เปิดฉากโศกนาฏกรรมทั้งหมดนี่

            [เอาละ...ทุกคนสบายดีกันหรือเปล่าขอรับที่ผ่านมาคงจะว่างกันน่าดูเลยสินะขอรับ]

            โทแกบี

            “ว้ากกกกก!”

            คนที่ยังไม่ชินกับโทแกบีตกอยู่ในความตื่นตระหนกแค่เพราะอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นมาก็สมควรอยู่ เพราะเวลาเจ้านี่โผล่หัวมาทีไรไม่เคยเกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นเลยสักครั้ง

            ขนาดจองฮีวอนผู้กล้าหาญยังถึงกับผวาเฮือก

            แต่ว่า...เขาไม่ใช่บีฮยอง

            [สะ...สหายที่รับผิดชอบช่องนี้โดนลงโทษทางวินัยน่ะ พะ...เพราะฉะนั้นซีนาริโอครั้งนี้ข้าเลยกลายเป็นผู้รับผิดชอบแทนขอรับ]

            เดิมทีโทแกบีที่รับผิดชอบช่องในละแวกนี้คือบีฮยองแต่เจ้านั่นแค่รูปร่างหน้าตาก็ไม่เหมือนกันแล้วเขาต่างจากบีฮยองที่มีขนสีขาวปุกปุย ขนของเขาเป็นสีดำเมี่ยม

            [วะ...ว่าแต่ทุกท่านดูสงบสุขกันมากเลยนะขอรับจะ...เจ้าบีฮยองมันเอาแต่โอ้อวดไปเรื่อย ทั้งที่ระดับความยากก็แค่นี้เอง...]

            “จะพูดอะไรกันแน่! พูดให้มันตรงประเด็นหน่อย!”

            [ฮะ...เฮือก อย่าโมโหสิขอรับทุกท่าน ยะ...อย่างไรก็ตามข้ามาที่นี่ก็เพื่อทุกท่าน...]

            “เพื่อพวกเรา?”

            “งะ...งั้นขอของกินหน่อย!”

            [ขะ...ของกินหรือขอรับ อ่า...ของกิน...]

            มือของโทแกบีขยับก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค

            [เพิ่มบทลงโทษของซีนาริโอ]

            [นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป อาหารจะถูกจำกัด]

            [อาหารที่เก็บตุนไว้จะหายไป]

            “อ๊ะ! อะไรกัน!”

            ผู้คนที่กำลังแกะอาหารออกมากินส่งเสียงร้องระงมไม่มีการแบ่งแยกกลุ่มหลักหรือกลุ่มย่อยสิ่งที่ได้ชื่อว่าของกินทั้งหมดทั่วบริเวณนี้กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ

            [แหะ ๆ ๆ ทุกท่านขอรับ ไม่ได้สิถะ...ถ้าซีนาริโอเริ่มต้นขึ้นแล้วก็ต้องตั้งใจกับการเอาชนะซีนาริโอสิขอรับ]

            พรึ่บ!

            อาหารกระป๋องขนมขบเคี้ยว แคลอรีบาร์ และอื่น ๆ เพียงแค่โทแกบีสะบัดมือครั้งเดียวอาหารฉุกเฉินที่ทุกคนเก็บเอาไว้ก็สลายเป็นผุยผง

            ผู้คนทิ้งตัวทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยใบหน้าสิ้นหวังเมื่อได้เห็นอาหารทั้งหลายหายวับไปต่อหน้าต่อหน้า

            [มะ...มัวแต่มานั่งกินอย่างสบายอกสบายใจได้อย่างไรล่ะขอรับแต่ก็อย่างว่าพวกขยะโลก...]

            จู่ๆ โทแกบีก็เปลี่ยนวิธีการพูดจา ผมพอจะนึกชื่อของเขาออกแล้ว

            ตามเนื้อเรื่องในต้นฉบับจะมีโทแกบีแบบนั้นอยู่ตนหนึ่งวิธีการพูดจาอาจจะฟังดูทึ่มทื่อ แต่ที่จริงแล้วเขาเป็นโทแกบีที่อำมหิตยิ่งกว่าใคร

            ชอนอินโฮกำลังมองมาทางผมจากไกลๆ ด้วยแววตาสับสน

            [ถะ...ถ้าอย่างนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไปก็ช่วยทำให้สนุกด้วยนะขอรับทุกท่านแหะ ๆ...]

            หลังจากนั้นข้อความในระบบก็เด้งขึ้นมา

            [เพิ่มบทลงโทษของซีนาริโอ]

            [เพิ่มหัวข้อ ‘ค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอด’]

            [ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ‘ค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอด’ จำนวน 100 เหรียญจะถูกหักทุกคืนโดยอัตโนมัติกรณีที่ไม่สามารถชำระ ‘ค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอด’ได้คุณจะเสียชีวิต]

            [‘ค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอด’ จะมีผลจนกว่าจะเคลียร์ซีนาริโอหลักที่2เสร็จ]

            ผมแสยะยิ้มในขณะอ่านข้อความที่ปรากฏขึ้น

            ใช่นี่แหละถึงจะสมกับเป็น ‘สามวิธีรอด’ หน่อย

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271