ผมเป็นแค่เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการมาได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น
แม้ผมจะพยายามทุกวิถีทาง ต่อสู้กับวิญญาณอาฆาตจนถึงที่สุด แต่สุดท้าย ต่อหน้าปราณต้นกำเนิดอันแท้จริง ผมก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังไม่สามารถยื้อเวลาไว้จนกว่าอาจารย์จะมาถึงได้
ในวินาทีนั้น ผมคิดว่าตัวเองคงต้องตายแล้วแน่ๆ ด้วยรับรู้ได้ถึงลิ้นของวิญญาณอาฆาตที่กำลังดูดกลืนเลือดของผม รู้สึกถึงปราณต้นกำเนิดที่ถูกดูดไปทีละน้อย
จบแล้ว…ผมกำลังจะตายงั้นเหรอ
ความไม่ยินยอมอย่างแรงกล้าก่อตัวขึ้นในใจ
แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่ผมก็ยังคงดิ้นรนสุดกำลัง
ผมยังไม่ได้ช่วยเสี่ยวอวี่ออกมา ยังไม่รู้เลยว่าเธอเจอเรื่องอะไรบ้าง
ผมจะมาตายที่นี่ไม่ได้!
ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าทำให้มือของผมขยับได้เล็กน้อยแต่ก็แค่ปลายนิ้วเท่านั้น ร่างกายและแขนขาทั้งหมดยังคงถูกวิญญาณอาฆาตนั้นตรึงไว้อย่างแน่นหนา
ถ้าจะหนีออกไป…อาจเหลือเพียงหนทางเดียวเท่านั้น
มันอาจจะไม่สำเร็จก็ได้ แต่ผมต้องลองดู!
ผมพยายามรับรู้ถึงปราณต้นกำเนิดในจุดตันเถียน
ในขณะเดียวกันผมก็นึกถึงวิชาสายฟ้าของอาจารย์เมื่อตะกี้
ผมจำได้อย่างแม่นยำว่าตอนที่อาจารย์ผสานมุทรา เขาเปลี่ยนมุทราทั้งหมดเจ็ดครั้ง
มือซ้ายของผมเริ่มสั่นไหวเบาๆ พยายามผสานมุทราเลียนแบบอาจารย์ด้วยมือเดียว
เมื่อความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า สมาธิของผมก็พุ่งสูงสุด
ร่างกายผมเหมือนเข้าสู่สภาวะพิเศษที่อธิบายไม่ได้ในชั่วพริบตา
ทุกครั้งที่ผสานมุทรา ผมรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของปราณต้นกำเนิดในร่างกาย มันเริ่มเคลื่อนที่เป็นจังหวะตามการเปลี่ยนแปลงของมุทรา
แต่วิญญาณอาฆาตนั้นยังคงดูดเลือดผมอย่างตื่นเต้น เสียงพึมพำดังลอดออกมาจากปากของมัน “โอ้…เลือดลมของแกบริสุทธิ์ยิ่งนัก…ดีมาก! ฉันจะดูดเลือดของแกให้หมด ปราณต้นกำเนิดของฉันจะได้ฟื้นกลับมา…”
วิญญาณอาฆาตอ้าปากกว้าง ดูดเลือดอย่างสุขสม
แต่มันไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า มือซ้ายของผมที่ซ่อนไว้ด้านหลังกำลังผสานมุทราอย่างต่อเนื่อง
เมื่อผสานมุทราครบเจ็ดท่า แขนของผมก็รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆที่แล่นผ่าน
ในชั่วพริบตาเดียว ความรู้สึกชานี้ก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านอยู่ในร่างกาย
ด้วยอำนาจของมุทราผมสามารถควบคุมทิศทางของปราณต้นกำเนิดนั้นได้อย่างง่ายดาย ร่างกายที่ขยับไม่ได้ก่อนหน้านี้…ทันใดนั้นก็กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง
ผมขยับได้แล้ว! ผมพูดได้แล้ว!
ในเสี้ยววินาทีนั้น ผมไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว รวมปราณต้นกำเนิดทั้งหมดไปที่มือขวาทันที
“เปรี๊ยะ…เปรี๊ยะๆๆ…”
เสียงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ดังแว่วอยู่ข้างหู สายฟ้าเส้นเล็กๆ เต้นระบำอยู่บนมือขวาของผม
วิญญาณอาฆาตที่กำลังดูดกลืนเลือดของผมสังเกตเห็นความผิดปกติ
ดวงตาที่อยู่บนหน้าผากมันกลอกเล็กน้อยก่อนจะเอียงศีรษะมองมือที่ผมซ่อนไว้ด้านหลัง
แต่ในชั่วขณะนั้นเอง ผมก็เปล่งคำร่ายคาถาสายฟ้าของอาจารย์ออกมา
“วิชาสายฟ้า ฝ่ามืออัสนี!”
ทันทีที่คำร่ายดังขึ้นผมก็ยกมือขวาที่อัดแน่นไปด้วยปราณต้นกำเนิดฟาดลงไป
ฝ่ามือของผมกระแทกเข้ากับลิ้นสีแดงของวิญญาณอาฆาตที่พันร่างผมไว้
ทันใดนั้นสายฟ้าสีขาวก็พุ่งออกมา
เสียง “เปรี๊ยะ!” ดังสนั่น สายฟ้าระเบิดกระจายออกตรงหน้าผม
แม้พลังของมันจะยังห่างไกลจากที่อาจารย์เคยใช้แต่มันก็สามารถตัดลิ้นของวิญญาณอาฆาตออกเป็นสองท่อนได้
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น วิญญาณอาฆาตสะบัดตัวถอยไปอย่างรุนแรงพร้อมกับดึงส่วนที่เหลือของลิ้นกลับไปอย่างเร่งรีบ
ผมที่เคยถูกแขวนอยู่กลางอากาศร่วงลงกับพื้นตามแรงโน้มถ่วง
ลิ้นที่ยังเหลือซึ่งพันร่างและกัดเข้าที่ลำคอของผมพลันกลายเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าและมลายหายไปในอากาศราวกับไม่เคยมีมาก่อน
บนร่างของผมเหลือเพียงรอยขีดข่วนเป็นทางยาวและบาดแผลจากการกัดที่คอซึ่งยังมีเลือดไหลออกมาเป็นสาย
ร่างกายของผมสั่นสะท้านความรู้สึกเหมือนปราณต้นกำเนิดถูกสูบออกไปจนเกือบหมด
อาการเวียนศีรษะทำให้ทุกสิ่งพร่าเลือน แต่ผมไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนั้น
ผมกัดฟันสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหมุนตัวพุ่งตรงไปยังถุงเครื่องมือของอาจารย์
กระบี่กระดูกปลาและแส้กระดูกงูของผมถูกทิ้งอยู่ไกลเกินเอื้อมถึง แต่ในถุงเครื่องมือของอาจารย์มีอุปกรณ์ปราบวิญญาณร้ายมากมาย
ในขณะเดียวกันวิญญาณอาฆาตที่ถูกสายฟ้าฟาดจนลิ้นขาดก็แสดงท่าทางเกรี้ยวกราดสุดขีด
ปากของมันเต็มไปด้วยโลหิตสีดำสนิท ปลายลิ้นที่ขาดห้อยอยู่ตรงริมฝีปากอย่างน่าสยดสยอง
มันจ้องมาที่ผมด้วยดวงตาโกรธแค้น ก่อนจะตะคอกเสียงต่ำ “ไอ้เวร! คิดไม่ถึงว่าแกจะใช้วิชาสายฟ้าได้! น่ารังเกียจ น่ารังเกียจนัก!”
กล่าวจบ มันก็เงื้อกรงเล็บอันแหลมคมพุ่งทะยานเข้าหาผมอย่างดุร้าย
แต่ผมไม่หยุดมือแม้แต่วินาทีเดียวในที่สุดผมก็มาถึงถุงเครื่องมือของอาจารย์!
ผมไม่มีเวลามองดูว่ามีอะไรอยู่ข้างในคว้าอะไรได้ก็เอาออกมาอย่างเร่งรีบ
สิ่งแรกที่ผมคว้าออกมาได้คือวัตถุสีดำหนักๆ ก้อนหนึ่ง มันมีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยม รูปร่างคล้ายตราประทับโบราณ
ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร เพราะอาจารย์ไม่เคยกล่าวถึงมันมาก่อน แต่ในเวลาวิกฤตเช่นนี้ ผมไม่มีเวลาคิดให้มากความ
ผมกระชับก้อนเหล็กในมือแน่นแล้วเหวี่ยงมันเข้าใส่วิญญาณอาฆาตที่พุ่งเข้ามา
มันยกกรงเล็บขึ้นหมายจะปัดป้อง!
เสียง “ปัง!” ดังสนั่นก้อนเหล็กหนักอึ้งนั้นราวกับมีน้ำหนักนับพันชั่ง วิญญาณอาฆาตไม่อาจต้านทานได้
มันถูกกระแทกล้มลงไปกับพื้นทันที
ผมตกตะลึง นี่มันของวิเศษอะไรกัน เหตุใดจึงทรงพลังถึงเพียงนี้
ขณะที่ผมยังคงตกอยู่ในความประหลาดใจวิญญาณอาฆาตก็คำรามอย่างดุร้ายและลุกขึ้นมาอีกครั้ง
ส่วนผมเองก็หยิบของชิ้นที่สองออกมาจากถุงเครื่องมือของอาจารย์
มันคือธงสามเหลี่ยมผืนเล็ก บนนั้นมีสัญลักษณ์หยินหยางขาวดำแต่ผมไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร
ไม่มีเวลาคิดมาก ผมจึงเหวี่ยงมันไปทางวิญญาณอาฆาตทันที
เสียง “ฉวับ!” ดังขึ้น ธงสามเหลี่ยมลอยออกไปเหมือนดาวกระจาย
แต่ดูเหมือนของสิ่งนี้จะไม่ทรงพลังเท่ากับก้อนเหล็กเมื่อครู่ อีกทั้งวิญญาณอาฆาตยังหลบได้อย่างง่ายดายและไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น
แล้วมันก็พุ่งตรงมาหาผมทันที!
กรงเล็บคมกริบฟาดลงมาตรงใบหน้าผม จิตสังหารเด่นชัด
มันต้องการสังหารผมให้ตายในครั้งเดียว!
“ตายซะ!”
ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านร่าง ความตายกำลังเข้าประชิด
ไม่มีทางเลือก ผมล้วงเข้าไปในถุงเครื่องมือของอาจารย์อีกครั้งและคว้าสิ่งของชิ้นที่สามออกมา แล้วยกขึ้นมาป้องกันโดยสัญชาตญาณ
เสียง “โครม!” ดังสนั่นผมรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลราวกับถูกภูเขาถล่มใส่
แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็คือ หลังจากที่มันโจมตีของในมือผมแสงสีทองก็เปล่งประกายขึ้นมาเป็นจุดเล็กๆ
แล้วทันใดนั้น เสียง “ตูม!” ก็ดังขึ้น
วิญญาณอาฆาตถูกพลังมหาศาลซัดกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง
มันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ตอนนั้นเอง ผมจึงได้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่อยู่ในมือผมคืออะไร
มันคือกระจกสำริดโบราณ!
ด้านหลังของกระจกมีสัญลักษณ์ยันต์แปดทิศหยินหยางสลักอยู่
ผมดีใจอย่างมากเมื่อเห็นว่าสิ่งนี้ทรงพลังเพียงใด
ผมกระชับกระจกในมือแน่น แล้วใช้มืออีกข้างล้วงเข้าไปในถุงเครื่องมืออีกครั้ง
คราวนี้ ผมหยิบเอาตะขอเหล็กออกมา
ตะขอนี้ผมเคยเห็นมาก่อน มันคล้ายกับตะขอที่ใช้เกี่ยวตอนจะฆ่าหมูในช่วงเทศกาล
แต่สิ่งนี้เป็นตะขอที่มีข้อต่อหลายชั้น และมีหนามแหลมอยู่ด้านหลัง
ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ในเมื่อมันอยู่ในถุงของอาจารย์ก็คงต้องเป็นของวิเศษปราบวิญญาณร้ายอย่างแน่นอน
ผมถือกระจกสำริดไว้ในมือหนึ่ง และตะขอเหล็กในอีกมือหนึ่ง แล้วพุ่งตรงเข้าไปหาวิญญาณอาฆาตทันที!
ไม่ใช่เพราะผมอยากตาย แต่เพราะผมเห็นว่าหลังจากถูกกระจกสำริดเล่นงานวิญญาณอาฆาตกำลังทรมานและยังลุกขึ้นมาไม่ไหว
โบราณว่าไว้ ‘ศัตรูล้มให้ซ้ำ’
ถ้าผมไม่ฆ่ามันตอนนี้ เมื่อมันฟื้นตัวขึ้นมา คนที่ต้องตายคงเป็นผม เพราะผมไม่มีทางวิ่งหนีได้เร็วไปกว่าผี
และก็ไม่รู้ว่าอาจารย์จะกลับมาเมื่อไร
มีเพียงฆ่ามันซะ ถึงจะปลอดภัยที่สุด!