ตอนที่ 176 ความกดดันทางด้านจิตใจ
ตอนที่ 176 “ให้ตายสินี่หมอมิโฮะไปทำอีท่าไหนถึงทำให้ตัวเองบาดเจ็บแบบนี้ได้เนี่ยหวาเลือดเต็มไปหมดเลยขอเครื่องจี้หน่อยครับ !!” ดนัยที่ผ่าเปิดท้องของหมอมิโฮะเสร็จก็เริ่มบ่นไม่หยุด “แฮ่ม...ดนัยตอนนี้เรากำลังผ่าตัดอยู่นะมีสมาธิหน่อยอยากจะบ่นหมอมิโฮะเอาไว้บ่นตอนเธอฟื้นดีกว่ามั้ย” ฮิคาริที่เข้ามาผ่าตัดกับดนัยในฐานะผู้ช่วยรีบเตือนเพราะดนัยนั้นไม่ค่อยจะมีสมาธิในการผ่าตัดเท่าไหร่นัก “โทษทีก็มันช่วยไม่ได้นี่นาเป็นหมอก็ต้องระวังตัวเองไม่ให้บาดเจ็บสิถ้าหมอบาดเจ็บไปก็จะช่วยคนอื่นไมได้นะ” ดนัยพูด “หมอเองก็เป็นคนนะดนัยแล้วก็นะจากที่ฟังจากเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินมาเห็นว่าถ้าไม่ได้หมอมิโฮะที่ช่วยผู้ป่วยอยู่ในที่เกิดเหตุล่ะก็ไม่แน่บางทีอุบัติเหตุครั้งนี้อาจจะมีคนตายด้วยซ้ำ” ฮิคาริบอกข้อมูลที่เธอได้ฟังจากเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินมา ซึ่งหมอมิโฮะนั้นห่วงแต่ช่วยคนอื่นในสถานที่เกิดเหตุจนไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเองเลยสุดท้ายก็ฝืนอาการบาดเจ็บจนหมดสติและถูกส่งมาโรงพยาบาลแบบนี้ ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! เสียงเครื่องมือเริ่มเตือนทำให้ดนัยหันไปมอง “ความดันตกครับหมอดนัย” หมอวิสัญญีแพทย์บอกว่าเกิดอะไรขึ้น “บ้าจริงเสียเลือดมากไปขอเลือดเพิ่มสองถุงครับ !!” ดนัยรีบขอเลือดเพิ่ม “ดนัยนายต้องรีบห้ามเลือดเดี๋ยวนี้” ฮิคาริบอก “ก็รีบอยู่นี่ไง” ดนัยพูดแต่ทว่าดูเหมือนยิ่งเขารีบเท่าไหร่ก็ยิ่งช้าเพราะว่าเลือดที่ตับนั้นยังคงไหลออกมาจากแผลที่แตกจากการถูกกระแทก ถึงดนัยนั้นจะพยายามใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าเพื่อจี้ให้เลือดหยุดเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเลย “บ้าเอ้ยหยุดสิ” ดนัยที่เห็นว่าเลือดไม่ยอมหยุดไหลสักทีเริ่มเป็นกังวลเพราะถ้ายังปล่อยต่อไปแบบนี้หมอมิโฮะอาจจะไม่รอดเพราะเสียเลือดมากเกินไป “ดนัยหยุดมาเปลี่ยนกัน !!” ฮิคาริรีบบอกให้ดนัยหยุดมือเพราะเธอสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างจากดนัย “หือให้หยุดทำไมฉันต้องรีบห้ามเลือดนะ” ดนัยเงยหน้าขึ้นมาทำหน้าไม่เข้าใจซึ่งหมอและพยาบาลคนอื่นในห้องผ่าตัดเองก็งงเพราะจู่ๆดนัยนั้นก็โดนสั่งให้เปลี่ยนตำแหน่งเฉย “ดูเหมือนนายจะไม่เข้าใจสินะตอนนี้น่ะถ้าปล่อยให้นายผ่าตัดต่อไปมีหวังหมอมิโฮะเธอตายคาเตียงแน่” ฮิคาริพูดพลางเดินออกมาจากตำแหน่งของผู้ช่วยและแทรกเข้าตรงหน้าของดนัย “ฮะ...เฮ้ฮิคาริ !!” ดนัยร้องโวยวาย “ไปนายไปเป็นผู้ช่วยซะตอนนี้ตัวนายน่ะกำลังถูกความกดดันทางด้านจิตใจเข้าเล่นงานอยู่” ฮิคาริบอกถึงเหตุผลที่เธอออกคำสั่งเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ คะ...ความกดดันทางด้านจิตใจกำลังเล่นงานเรางั้นเหรอหรือว่าข้อห้ามนั่น... ดนัยนึกถึงข้อห้ามบางอย่างที่เขาเคยได้ยินสมัยเรียนถึงแม้ข้อห้ามนี้จะไม่ได้ถูกตั้งเป็นกฎข้อบังคับแต่มันก็เป็นหนึ่งในข้อห้ามที่หมอผ่าตัดควรปฎิบัติตาม ซึ่งข้อห้ามนั่นก็คือห้ามหมอผ่าตัดทำการผ่าตัดรักษาครอบครัว ญาติ เพื่อนสนิท หรือคนรู้จักซึ่งเหตุผลที่ห้ามเอาไว้นั่นก็คือความกดดันทางด้านจิตใจเนื่องด้วยการผ่าตัดให้ครอบครัว ญาติ หรือคนรู้จักนั้นอาจจะส่งผลทางด้านจิตใจและทำให้เกิดการรักษาผิดพลาดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “รีบไปยืนประจำตำแหน่งตัวเองซะดนัย” ฮิคาริบอกย้ำอีกครั้งหลังจากเห็นดนัยยังไม่ขยับย้ายไปประจำตำแหน่งผู้ช่วยหมอผ่าตัด “อะ...อือ” ดนัยพยักหน้าจากนั้นก็รีบถอยไปและไปยืนอยู่ในตำแหน่งของหมอผู้ช่วยแทน “ไม่ต้องทำสีหน้าอย่างนั้นน่าเป็นฉันเองที่ไม่ได้ทันคิดว่านายจะรับมือกับเรื่องสภาพจิตใจไม่ได้เมื่อเวลาลงมือผ่าตัดให้คนรู้จัก” ฮิคาริบอกเมื่อเห็นสีหน้าของดนัยยังไม่ดีขึ้น “ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงทำได้ล่ะเธอเองก็รู้จักหมอมิโฮะเป็นอย่างดีเหมือนฉันแต่ทำไมดูเหมือนความกดดันทางด้านจิตใจนั่นจะไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย” ดนัยถามอย่างไม่เข้าใจ “อืม...ไม่รู้สิคงเป็นเพราะฉันแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ล่ะมั้ง” ฮิคาริบอก “เฮ้...ฉันก็แยกแยะนะ” ดนัยพยายามเถียงเพราะเขาเองก็สามารถแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้เช่นกัน “มันไม่เหมือนกันนะดนัยในกรณีนี้น่ะมันเป็นการตอบสนองแบบอัตโนมัติมันก็เหมือนการกระพริบตานั่นแหละเมื่อมีวัตถุเข้ามาใกล้ดวงตาร่างกายก็จะตอบสนองด้วยการกระพริบตา” ฮิคาริบอกขณะที่กำลังใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าหยุดเลือดที่ตับอยู่ซึ่งเธอนั้นทำได้เร็วมากและดูเหมือนใกล้จะหยุดเลือดได้แล้วด้วย “งั้นเหรอถ้ามันเป็นการตอบสนองทางด้านจิตใจแบบอัตโนมัติทำไมเธอถึงทำได้ล่ะเธอผ่าตัดได้ไงโดยที่ไม่โดนความกดดันเล่นงาน” ดนัยยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาและฮิคาริต่างกันตรงไหน “การเตรียมใจไงล่ะดนัยดูเหมือนนายจะยังเตรียมใจไม่พอนะ” ฮิคาริบอก “การเตรียมใจ ??” ดนัยยิ่งงงเข้าไปอีก นี่เราเตรียมใจยังไม่พองั้นเหรอ ดนัยคิดในใจ “ฉันน่ะนะตอนที่ไปเป็นหมออาสาที่แอฟริกาน่ะต้องอาศัยอยู่ในหมู่บ้านกับชาวบ้านเป็นเดือนๆแน่นอนฉันสนิทกับชาวบ้านพวกนั้นเป็นอย่างดีและเนื่องด้วยที่ฉันเป็นหมออาสาที่นั่นเพียงคนเดียวเวลามีชาวบ้านโดนลูกหลงจากสงครามจนบาดเจ็บสาหัสก็เป็นฉันนี่แหละที่ต้องผ่าตัดรักษาชาวบ้านพวกนั้นแล้วก็นะเวลาชาวบ้านพวกนั้นบาดเจ็บมาทีไม่ใช่แค่คนหรือสองคนพวกเขาน่ะมักบาดเจ็บมาทีละหลายๆคนในตอนนั้นน่ะถ้าไม่เข้มแข็งและเตรียมใจไว้ก่อนล่ะก็ฉันไม่มีทางผ่าตัดช่วยพร้อมกันหลายๆคนได้แน่” ฮิคาริพยายามบอกเล่าประสบการณ์ของตัวเองซึ่งการเตรียมใจและการรับมือกับความกดดันทางด้านจิตใจนี้เธอได้ฝึกมาจากตอนไปเป็นหมออาสาที่แอฟริกาที่ซึ่งเป็นประเทศที่ยังคงมีสงครามอยู่ และที่ประเทศนั้นเวลาทหารหรือกลุ่มผู้ก่อการร้ายสู้กันทีไรก็มักจะมีลูกหลงมาโดนชาวบ้านเสมอไม่เป็นลูกหลงจากกระสุนปืนก็เป็นลูกหลงจากระเบิดอีกทั้งที่ประเทศนั้นยังไม่ค่อยมีหมอด้วยเพราะว่ามันอันตรายเป็นอย่างมากที่นั่นจึงไม่มีหมอไปประจำอยู่เท่าไหร่ แบบนี้นี่เองเพราะเธอไปเป็นหมออยู่ในเขตสงครามแบบนั้นถึงได้มีการเตรียมใจในการรับมือกับสถานการณ์กดดันทางด้านจิตใจที่ดีกว่าเรามากขนาดนี้ ดนัยที่ได้ยินฮิคาริเล่าให้ฟังเขาก็คิดว่าเขาพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วว่าทำไมเขาและฮิคาริถึงต่างกันมากขนาดนี้ “เอาล่ะห้ามเลือดเสร็จแล้ว !!” ฮิคาริยกมือขึ้นเธอส่งเครื่องมือไปให้พยาบาลที่ทำหน้าที่ส่งเครื่องมือแพทย์ก่อนจะเอ่ยปากขออุปกรณ์ชิ้นต่อไปเพื่อทำการเย็บตับที่แตกให้เรียบร้อย “ขอไหมเย็บแผลค่ะ” ส่วนทางด้านดนัยนั้นเขาเองก็ต้องทำหน้าที่ของหมอผู้ช่วยเพราะการเย็บแผลนั้นจะต้องมีคนคอยช่วยและแล้วการผ่าตัดก็ค่อยๆดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นหลังจากเปลี่ยนให้ฮิคาริมาเป็นหมอผ่าตัดหลักชั่วโมงต่อมาตับที่แตกก็ถูกรักษาเสร็จ “เอาล่ะที่เหลือก็ซี่โครงขอลวดเย็บกระดูก” ฮิคาริเริ่มรักษาหมอมิโฮะต่อไปทันทีโดยไม่หยุดพัก ชั่วโมงต่อมา “การผ่าตัดเสร็จสิ้นทำได้ดีมากค่ะทุกคน” ฮิคาริเอ่ยปากชมทุกคนในห้องผ่าตัดทุกคนพยักหน้าและก็เริ่มจัดการเคลียข้าวของในห้องผ่าตัดเพื่อที่ห้องจะได้พร้อมใช้งานกับการผ่าตัดต่อไป ส่วนหมอมิโฮะนั้นพยาบาลก็พาเข็นออกไปเพื่อไปรอดูอาการอยู่ที่ห้อง ICU จนกว่าจะฟื้น “เราไปกันเถอะดนัยไม่รู้ห้องฉุกเฉินยังยุ่งอยู่มั้ย” ฮิคาริหันมาบอกดนัยและเธอก็เดินออกจากห้องผ่าตัดไปเพื่อไปเปลี่ยนชุด “อือ” ดนัยพยักหน้าและก็รีบเดินตามฮิคาริออกไป ทั้งสองคนใช้เวลาเปลี่ยนชุดผ่าตัดไม่ถึงสองนาทีก่อนจะพากันกลับไปดูสถานการณ์ที่ห้องฉุกเฉินซึ่งตอนนี้นั้นสถานการณ์ได้กลับมาเป็นปกติแล้ว “นายกลับไปที่ห้องพักก่อนแล้วกันฉันจะออกไปจัดการเรื่องนักข่าวหน่อยไม่รีบจัดการเดี๋ยวโดนใครแถวนี้ดุเข้าให้อีก” ฮิคาริพูดเธอมองออกไปที่นอกอาคารของตึกแผนกฉุกเฉินและก็เห็นว่านักข่าวทั้งหลายยังปักหลักรอข่าวจากเธออยู่ “โธ่...ฉันไม่ได้ตั้งใจดุสักหน่อยเอาเป็นว่าฉันจะกลับไปรอที่ห้องพักศัลยแพทย์แล้วกันว่าแต่บ่ายนี้ฉันจะผ่าตัดยังไงเนี่ย” ดนัยยกมือขึ้นเกาหัวเพราะตอนแรกหมอมิโฮะต้องเข้าห้องผ่าตัดกับเขาในฐานะผู้ช่วย “หมอคนอื่นไม่ว่างเสียด้วยสิเอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะเป็นผู้ช่วยตามตารางนายแทนหมอมิโฮะไปก่อนแล้วกัน...จริงสิหมอมิโฮะเองก็มีการผ่าตัดตามตารางเพียบเลยนี่นาฉันต้องเข้าไปผ่าตัดแทนหมอมิโฮะหมดเลยสินะ...แล้วก็ต้องไปแจ้งกับผู้ป่วยของหมอมิโฮะอีกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนหมอผ่าตัดเฮ้อ....งานเพียบเลย” ฮิคาริถอนหายใจออกมาเพราะดูเหมือนว่าเธอนั้นจะต้องทำหน้าที่แทนหมอมิโฮะไปสักพักจนกว่าหมอมิโฮะจะหายดีซึ่งนั่นก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 – 3 สัปดาห์เลยล่ะนะ จบ...