เมื่อจบสิ้นซึ่งปัญหาของตระกูลสวี ในค่ำคืนของวันงานเลี้ยงใหญ่ก็ได้เริ่มขึ้นมา เหล่าศิษย์รวมไปถึงผู้อาวุโสพากันเฮฮายกใหญ่ เนื่องจากนานแล้วที่นิกายเทพสวรรค์ไม่ได้มีงานเลี้ยงสังสรรค์เช่นนี้ ดังนั้นเมื่อมันถูกจัดขึ้นพวกเขาจึงราวกับถูกปลดปล่อยก็ไม่ปาน
ในเวลาเดียวกันลั่วอู่หลินก็ไม่ได้รั้งอยู่ในงานนานนัก เขากลับมานั่งดื่มสุราอย่างสงบที่ริมผาของเกาะลอยฟ้าพร้อมกับมองเข็มกลัดสัญลักษณ์ตระกูลราชมังกรอัสนีบาตที่ได้จากพี่สาวและะยิ้มออกมาอย่างลึกซึ้ง ใครจะคิดกันว่าแค่การมาทำภารกิจของตาแก่หลินในครั้งนี้เขาถึงกับจะต้องใช้มันออกมา
"เห้อ เดิมทีคิดว่าจะไม่ใช่อำนาจของตระกูลราชามังกรอัสนีบาต แต่ก็ต้องใช้มันจนได้"เขากล่าวพร้อมกับยกสุราขึ้นมาดื่มชื่นชมบรรยากาศยามราตรีที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวมากมายที่พร่างพร่าวอยู่บนท้องฟ้า ต้องบอกเลยว่ามุมนี้ของตำหนักเทพสวรรค์นับว่าเหมาะสมกับการชมดวงดาราอย่างยิ่ง
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินสุราและดวงดาว หญิงงามในอาภรณ์สีฟ้าลวดลายเกล็ดหิมะก็เดินเข้ามาด้านหลังก่อนที่จะนั่งลงข้างๆเขา
"หืม ออกมาจากงานเช่นนี้ ท่านปู่กับท่านพ่อของท่านไม่ว่าอย่างนั้นหรือ"ชายหนุ่มหันไปกล่าว หญิงสาวนางนี้แน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากสวีปิงเอ่อร์ที่เดินตามชายหนุ่มออกมา
"ขนาดตัวหลักของงานอย่างคุณชายยังออกมาได้ แล้วใยปิงเอ่อร์จะออกมาไม่ได้ละเจ้าคะ"นางกล่าวตอบ
"อย่างนั้นหรือ ว่าแต่ท่านมาที่นี่มีอะไรให้ข้าช่วยเหลือเปล่า"ลั่วอู่หลินกล่าวถามอีกครั้ง
"ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ เพียงแค่อยากจะมาขอบคุณท่านอีกครั้งเท่านั้น ถึงจะเป็นเพียงเวลาสั้นๆแต่ท่านก็ช่วยพวกเราเอาไว้มากมายเหลือเกิน ชีวิตนี้ปิงเอ่อร์ไม่แน่ว่าจะชดใช้ให้ได้หมดหรือไม่"
"ฮ่าๆๆไม่จำเป็นต้องชดใช้อะไรหรอก ถึงจะขัดใจอยู่บ้างแต่บอกตามตรงสิ่งที่ข้าทำก็ล้วนแต่เป็นภารกิจที่ตาแก่หลินเทียนให้มาทั้งนั้น"ลั่วอู่หลินกล่าว
"แต่สิ่งที่ท่านทำให้กับพวกเรามันมากกว่าคำขอร้องที่ส่งไป ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณเจ้าค่ะ"
"หืม ดูเหมือนท่านจะยึดติดกับคำขอบคุณมากทีเดียว มีอะไรแฝงเอาไว้ในคำขอบคุณนี้หรือเปล่า"
ชายหนุ่มกล่าวและมองไปยังหญิงงามที่นั่งอยู่ข้างๆ สวีปิงเอ่อร์ที่ได้ยินก็พลันทำท่าทางกล้าๆกลัวๆ นางค่อยๆเอื้อมมือไปจับศรีษะของลั่วอู่หลินและโน้มลงมาที่ตักของนาง แต่ช่างน่าแปลกยิ่งที่ตลอดกาลทำเช่นนี้เจ้าหญิงน้ำแข็งมิได้มองหน้าลั่วอู่หลินเลยแม้แต่น้อยก่อนจะเอ่ยปากกล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า
" ตะ ตอบแทนที่ท่านช่วยปิงเอ่อร์และครอบครัวเอาไว้ คืนนี้จะให้หนุนตักชื่นชมดวงดาวเจ้าค่ะ"
"หืม นี่แม่นางสวีปิงเอ่อร์ ท่านทำเช่นนี้มันทำให้ข้าคิดเกินเลยกับท่านนะรู้หรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวออกไปพร้อมใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่สวีปิงเอ่อร์ไม่ได้กล่าวตอบใดๆ มีเพียงใบหน้าที่ตอนนี้แดงกล่ำออกมา
"ช่างน่าดูชมเสียจริงๆเอาเป็นว่า ข้าขอรับสิ่งตอบแทนนี้ของท่านด้วยความเต็มใจ"ลั่วอู่หลินกล่าวและนอนตักของหญิงสาวอยู่เช่นนั้น การชื่นชมหมู่ดาวพร้อมกับสาวงาม ย่อมเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก และย่อมเป็นความปรารถนาของบุรุษทุกคนอยู่แล้ว
ในขณะนั้นเองตรงบริเวณหน้าคฤหาสน์ สวีเหอ สวีซาน และหลินชิงหลวนที่เห็นภาพชายหญิงกำลังนอนหนุนตักกันก็พลันยกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ สำหรับลั่วอู่หลินแล้วสวีเหอและสวีซานไฟเขียวให้ทันทีหากเขาคิดจะคบหาดูใจกับสวีปิงเอ่อร์ ส่วนหลินชิงหลวนนั้นนางเองก็ยินดีเช่นเดียวกันหากหลานชายของนางเลือกเจ้าหญิงน้ำแข็งมาเป็นคู่ครอง
"ฮ่าๆๆหนุ่มสาวนี่ดีจริงๆไปเถอะอย่าไปรบกวนพวกเขาเลย"สวีเหอกล่าวและพาทั้งสองคนกลับเข้างานเลี้ยงในทันที ทำให้บรรยากาศของสถานที่แห่งนี้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
"คุณชายลั่ว ท่านมีภรรยาหรือยังเจ้าคะ?"ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน สวีปิงเอ่อร์กล่าวถามออกมาจนทำให้ลั่วอู่หลินต้องเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยความแปลกใจก่อนจะกล่าวตอบออกไปตามตรง
"ข้ามีภรรยาอยู่แปดคนในตอนนี้และมีบุตรอีกสองคน"
"โอ้ งั้นหรือเจ้าค่ะ"
"หืม ท่านไม่แปลกใจหรือ ด้วยอายุของข้ากับจำนวนภรรยาที่มากขนาดนี้ ไม่ว่าใครที่เห็นก็ต่างมองว่าข้าเป็นคนเจ้าชู้ ซึ่งข้าก็ยอมรับว่าเป็นดังที่เขาว่ากันจริงๆ"
"หุหุ เหตุใดจึงต้องตกใจละ ท่านเป็นคนที่โดดเด่นเช่นนี้การมีสตรีมาติดพันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ท่านปู่ของข้าเองเห็นแบบนั้นก็มีท่านย่าให้ข้าเกือบยี่สิบคนแล้วนะเจ้าคะ"สวีปิงเอ่อร์กล่าวอย่างขบขัน ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็พลันยกยิ้มเจื่อนๆออกมา เพราะเขาไม่คิดว่าผู้อาวุโสสวีเหอคนนั้นเองก็ไม่ธรรมดาในเรื่องแบบนี้
"มันก็แล้วแต่วิถีชีวิตของแต่ละคนละนะ ว่าแต่ที่แม่นางถามเช่นนี้.......สนใจมาเป็นฮูหยินคนที่เก้าให้ข้าหรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวถามแกมหยอกล้อ เสวียปิงเอ่อร์ที่ได้ยินก็สีหน้าแดงระเรื้อขึ้นมาในทันใด เมื่อเห็นอาการเช่นนี้ลั่วอู่หลินก็พลันจับมือของนางเอาไว้
"หากท่านยอมเป็นฮูหยินของข้าก็ปล่อยให้ข้าจับมือเอาไว้เช่นนี้จนถึงเช้า แต่หากไม่ก็สามารถดึงมือออกได้ตลอดเวลาและก็ถือว่าเรื่องราวนี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็ได้"ลั่วอู่หลินกล่าวและจับมือของหญิงสาวเอาไว้เช่นนั้น
ส่วนสวีปิงเอ่อร์ในเวลานี้ไม่เหลือเค้ารางเจ้าหญิงน้ำแข็งอีกแล้ว แต่เป็นเพียงสาวน้อยที่กำลังมีท่าทางตื่นตระหนกเท่านั้น ทว่าเมื่อผ่านไปสักพักนอกจากสวีปิงเอ่อร์จะไม่เอามือของชายหนุ่มออกแล้วนางยังจับมือเขาเอาไว้จนแน่นราวกับไม่อยากให้มันหลุดอย่างไรอย่างนั้น
ลั่วอู่หลินที่เห็นอาการของนางก็อดขบขันไม่ได้ เขาไม่คิดว่าเจ้าหญิงน้ำแข็งจะดูไร้เดียงสาเรื่องความรักขนาดนี้ แม้การแสดงออกของนางจะดูแตกตื่นไปบ้างแต่มันก็เหมือนเป็นการยอมรับแล้วว่านางได้เลือกที่จะเป็นฮูหยินของเขาอย่างแน่นอน
เช้าวันต่อมามือของทั้งสองก็ยังคงจับกันแน่น ชายหนุ่มที่ได้คำตอบอย่างชัดเจนแล้วก็แหงนหน้าขึ้นมองหน้าของหญิงสาวก่อนจะกล่าวถามนางไปหนึ่งคำถาม
"แม่นางปิงเอ่อร์ ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าทำไมท่านถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้"
สวีปิงเอ่อร์ได้ยินก็ยกยิ้มบาง "คำตอบนั้นช่างง่ายดาย ถึงท่านจะบอกว่าที่ช่วยเหลือพวกเราเพราะได้รับภารกิจมาจากท่านหลินเทียน แต่ในสายตาของข้านั้นถึงอย่างไรท่านก็ช่วยพวกเราเอาไว้และทำจากใจหาใช่คำสั่งที่ได้รับมา แต่อย่าเข้าใจผิดว่าการตอบตกลงรับปากที่จะเป็นฮูหยินที่เก้าของท่านเป็นการตอบแทนบุญคุณเชียว เหตุผลจริงๆมันอยู่ที่ว่า ในตอนที่ได้ท่านช่วยสะกัดพิษหยินให้ในตอนแรกท่านดูอบอุ่นมากๆอบอุ่นเสียจนข้ารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ท่าน"
"ต่อมาในตอนที่เรานัดแนะแผนการ บางครั้งท่านก็พูดจริงจังบางครั้งก็หยอกล้อ ทำให้รู้สึกเป็นกันเองยิ่ง และตลอดชีวิตนี้มีเพียงท่านเท่านั้นที่กล่าวกับข้าเช่นนี้"
"ส่วนเรื่องสุดท้ายอาจจะฟังดูแปลกๆไปเสียหน่อย ในตอนที่ท่านต่อสู้ ลั่วอู่หลินท่านดูดีมากๆจนข้ามิอาจจะละสายตาได้ อีกทั้งใบหน้าของท่านก็อยู่ในใจข้าตั้งแต่นั้นมา อาการเช่นนั้นข้าคิดว่ามันคือการตกหลุมรัก"สวีปิงเอ่อร์กล่าวออกมาถึงตรงนี้ใบหน้าของนางก็พลันแดงระเรื้อยกใหญ่
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากตักของนางและดึงหญิงงามเข้ามาในอ้อมกอดในทันที "แล้วเหตุใดจึงไม่บอกตั้งแต่แรก ดูสิท่านเลยต้องให้ข้านอนตักทั้งคืนเช่นนี้ไม่ปวดเมื่อยบ้างหรือไร"
"ก็ข้ากังวลนี่เจ้าคะ หากนับรวมวันที่ท่านมาถึงพวกเราจะพบเจอกันได้ไม่ถึงเจ็ดวันด้วยซ้ำ ท่านอาจจะหาว่าข้าใจง่ายก็เป็นได้ อีกทั้งข้ายังลังเลใจอยู่ว่าตัวเองจะเหมาะสมกับท่านจริงๆหรือไม่ จึงกลัวที่จะกล่าวออกไป แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าหากไม่กล่าวก็อาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"สวีปิงเอ่อร์กล่าวในขณะที่อยู่ในอ้อมแขนของลั่วอู่หลิน ชายหนุ่มในเวลานี้ก็พลันลูบศรีษะของนางอย่างแผ่วเบา
"เหตุใดจึงคิดว่าตนเองไม่คู่ควร ข้าเองก็หาใช่คนสูงส่งปานนั่นเสียหน่อย กลับกันเป็นข้าต่างหากที่อาจจะไม่คู่ควรเพราะเป็นคนเจ้าชู้เกินไป ท่านคิดดีแน่แล้วหรือไม่ ที่จะเป็นฮูหยินเก้าของข้า"สวีปิงเอ่อร์พยักหน้าเชิงยอมรับ นางกอดชายหนุ่มกลับในทันทีราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป
ต้องบอกก่อนว่าสวีปิงเอ่อร์นั้นถูกท่านพ่อและท่านปู่เลี้ยงมา ด้วยฐานะของนางจึงเรียกได้ว่าทุกคนล้วนแต่เคารพรัก แต่ไม่มีใครเลยทีจะพูดคุยกับนางด้วยสถานะที่เท่าเทียมกัน แต่เมื่อได้พบเจอกับลั่วอู่หลินแม้จะเป็นเพียงเวลาแค่ไม่กี่วันแต่นางกลับรู้สึกว่าชายคนนี้ช่างเป็นกันเองเหลือเกิน อีกทั้งเมื่ออยู่ใกล้ยังรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก แล้วด้วยชายหนุ่มเป็นผู้ชายคนแรกนอกจากท่านปู่และบิดาที่ทำแบบนี้กับนาง มันจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่เจ้าหญิงน้ำแข็งคนนี้จะเกิดความรักไคร่ขึ้นมาในที่สุด